‘พหล-มิตรภาพ’ติดหนึบ ผบ.ตร.ถกระบายจราจร 4วันตาย158-เจ็บ1.4พัน

จบสงกรานต์แห่กลับกรุงเทพฯ ถนนพหลโยธิน-มิตรภาพ รถจากเหนือ-อีสาน หนาแน่น ผบ.ตร.รุดโคราช ถกตร.ภาค 3 สั่งเปิดทางพิเศษ เร่งระบายรถกลับกรุงเทพฯ ชมตำรวจภาค 3 กวดขันวินัยจราจรทำอุบัติเหตุลดเป็นที่หนึ่งของประเทศ ทล.โคราช เปิดมอเตอร์เวย์ เอ็ม 6 บางปะอิน-นครราชสีมา รองรับรถจากภาคอีสานเข้ากลางดง-ปากช่อง-มวกเหล็ก-สระบุรี ศปถ.ชี้ยอดเมาขับยังพุ่ง 4 วันสงกรานต์คร่า 158 ราย จับเมาขับ 3.5 พันคดี ไม่สวมกันน็อกกว่า 1.5 หมื่นราย แจงเหตุคนกรุงตายมากสุด ขับรถเร็ว-ถนนโล่ง-มีสถานที่จัดงานกว่า 40 แห่ง บขส.โคราชแน่น แห่จองตั๋วกลับกรุง นักท่องเที่ยวเกาะช้างรอคิวเฟอร์รี่กลับฝั่ง ยาวกว่า 4 กิโลฯ ชี้เป็นสถิติใหม่

เมาขับ-จยย.ซิ่งดับพุ่ง 158
เมื่อวันที่ 15 เม.ย. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ฐานะประธานการประชุมคณะอนุกรรมการ เฉพาะกิจศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปี กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทาง ถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2566 โดยปภ. และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำ วันที่ 14 เม.ย. ซึ่งเป็นวันที่สี่ของการรณรงค์ “ชีวิตวิถีใหม่ ขับขี่อย่างปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ” ว่า เกิดอุบัติเหตุ 368 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 44 ราย บาดเจ็บ 368 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 35.60 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 28.53 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 83.07 ส่วนใหญ่เกิดบนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 37.77 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 36.96 บริเวณจุดเกิดเหตุเป็นทางตรง ร้อยละ 78.80 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ช่วงเวลา 19.01-20.00 น. ร้อยละ 11.68 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตอยู่ในช่วงอายุ 30-39 ปี ร้อยละ 17.96

โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ น่าน 16 ครั้ง บาดเจ็บสูงสุด น่าน 16 คน จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพ มหานคร นครสวรรค์ และพิษณุโลก จังหวัดละ 3 ราย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 1,862 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 54,368 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 351,228 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 52,422 ราย มีความผิดฐานไม่มีใบขับขี่ 15,467 ราย ไม่สวมหมวกนิรภัย 15,144 ราย สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนสะสม 4 วัน วันที่ 11-14 เม.ย. เกิดอุบัติเหตุ รวม 1,422 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 158 ราย บาดเจ็บ 1,431 คน โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช และน่าน จังหวัดละ 45 ครั้ง ขณะที่ กรุงเทพ มหานคร มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด 12 ราย ส่วนนครศรีธรรมราช มีผู้บาดเจ็บสะสมมากที่สุด 48 คน และจังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต ลดเหลือ 12 จังหวัด

สยามสแควร์ – บรรยากาศประชาชน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เล่นสาดน้ำสงกรานต์วันสุดท้ายอย่างชุ่มฉ่ำ สนุกสนานและคึกคัก ที่สยามสแควร์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 15 เม.ย.

จี้เข้มตรวจหมู่บ้านจัดงาน
นายโชตินรินทร์กล่าวต่อว่า วันนี้หลายพื้นที่ยังคงเล่นน้ำสงกรานต์และมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่สูง ศปถ.จึงได้เน้นย้ำให้จังหวัดปรับแผนการดำเนินงานตามบริบทในพื้นที่ โดยใช้ชุดเคลื่อนที่เร็วตรวจตราในตำบล หมู่บ้าน และพื้นที่จัดงาน ตลอดจนให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านประชาสัมพันธ์ผ่านเสียงตามสายและหอกระจายข่าวเกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ ให้จังหวัดเตรียมพร้อมมาตรการรองรับการเดินทางกลับของประชาชน โดยจังหวัดที่มี จุดตรวจรถ-พนักงานขับรถสาธารณะ (Checking Point) ให้ขนส่งจังหวัดดำเนินการกำชับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลในระบบ จีพีเอส และพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนนของพนักงานขับรถ หากพบการกระทำ ความผิดให้ตักเตือนและดำเนินการตามมาตรการที่เกี่ยวข้องต่อไป

นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) กล่าวว่า จากข้อมูลในช่วงวันที่ 13-14 เม.ย.พบว่า ในพื้นที่เขตเมืองและเทศบาลมีสถิติอุบัติเหตุทางถนนเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากมีการเล่นน้ำสงกรานต์ และมีการดื่มเครื่องแอลกอฮอล์ ขับรถเร็ว และการขับขี่ด้วยความคึกคะนอง จึงประสานให้จังหวัดเข้มงวด ในการดูแลความปลอดภัยบริเวณสถานที่ ท่องเที่ยว และสถานที่จัดงานรื่นเริงที่มีผู้ไปรวมตัวเป็นจำนวนมาก โดยกวดขันเป็นพิเศษในช่วงเวลาเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุสูง

วันสุดท้าย – ประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหลายหมื่นคนหลั่งไหลไปเล่นน้ำฉลองสงกรานต์วันสุดท้าย ที่ถนนข้าวสาร เขตพระนคร กรุงเทพฯ บรรยากาศคึกคัก ชุ่มฉ่ำสนุกสนาน เมื่อ วันที่ 15 เม.ย.

กทม.แชมป์ถูกจับเมาขับ
นายวีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า วันเดียวกัน มีสถิติคดีที่ศาลสั่งคุมความประพฤติ รวมทั้งสิ้น 334 คดี จำแนกเป็น คดีขับรถขณะเมาสุรา 315 คดี คดีขับรถประมาท 1 คดี และคดีขับเสพ 18 คดี สำหรับยอดรวมสะสม 4 วัน ของ 7 วันอันตราย มีจำนวน 3,681 คดี จำแนกเป็น คดีขับรถขณะเมาสุรา 3,462 คดี หรือ ร้อยละ 94.05 คดีขับรถประมาท 23 คดี หรือร้อยละ 0.62 คดีขับซิ่ง 1 คดี หรือร้อยละ 0.03 คดีขับเสพ 195 คดี หรือร้อยละ 5.3 โดยกรุงเทพมหานคร มีคดีเมาขับสูงสุดอันดับหนึ่ง 233 คดี รองลงมา นนทบุรี 204 คดี และร้อยเอ็ด 164 คดี

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบสถิติคดีเข้าสู่คุมประพฤติในวันที่ 4 ของ 7 วันอันตรายปี 2565 พบว่า คดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 492 คดี ขณะที่ปี 2566 จำนวน 315 คดี ลดลง 177 คดี หรือร้อยละ 35.97

ชี้เมาซิ่ง-ถนนโล่งกรุงดับพุ่ง
นายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผอ.สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ กล่าวถึงกรณี กทม.มี ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสูงสุดในช่วง 4 วันเทศกาลสงกรานต์ ว่า ข้อสังเกตคือ กทม.มีจำนวนการเกิดอุบัติเหตุน้อยกว่าจังหวัดอื่นๆ แต่กลับมีผู้เสียชีวิตสูงที่สุด ทำให้เห็นชัดว่าพื้นที่ กทม.เวลาเกิดอุบัติเหตุมักจะเกิดแบบรุนแรง

“เป็นข้อเท็จจริงว่าช่วงเทศกาล ถนนใน กทม.จะโล่ง ทำให้ผู้ขับขี่ใช้ความเร็วสูง ประกอบกับสงกรานต์ กทม. มีการจัดกิจกรรมกว่า 40 จุด ประชาชนก็จะใช้รถในการเดินทางไปเล่นน้ำหลายที่ เพิ่มโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้และบางส่วนก็ดื่มแอลกอฮอล์ด้วย ข้อมูลถึงวันนี้ยังไม่มีการรายงานอุบัติเหตุ เคสใหญ่ๆ ที่กำหนดไว้ว่าจะต้องมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย บาดเจ็บอย่างน้อย 4 ราย ซึ่งต้องขอความร่วมมือประชาชน ในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย ไม่ดื่มแอลกอฮอล์แล้วไปขับรถ” นายพรหมมินทร์กล่าว

นายพรหมมินทร์กล่าวต่อว่า อีกปัจจัยเกื้อหนุนให้เกิดอุบัติเหตุใน กทม. ที่เห็นได้จากช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา พบว่า คนสูงอายุ เมื่อเห็นว่าถนนโล่ง หรือบางคนออกมาหาซื้อของ ก็เลยอยากออกจากบ้าน บางคนเดินเท้า หรือขับรถออกมา ก็ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ทั้งนี้ พื้นที่ กทม.มีปัจจัยเกื้อหนุนเกิดอุบัติเหตุเยอะ แต่ตัวเลขของปีนี้ เมื่อเทียบกับปี 2565 ยังถือว่าเพิ่มขึ้นไม่มาก เพราะเดิมคาดการณ์และกังวลว่าปีนี้เฉลิมฉลองกันมากอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุเพิ่มขึ้นมากกว่าปีก่อนๆ ทั้งนี้ เกิดจากผู้ประกอบการ ร้านค้า ได้นำบทเรียนจากช่วงโควิด-19 มาใช้ ทำให้การห้ามขายแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา และการควบคุมไม่ให้มีกิจกรรมลดแลกแจกแถมแอลกอฮอล์ ทำได้ดี

บุญสงกรานต์ – ประชาชนจากชุมชนต่างๆ และนักท่องเที่ยวร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์และสามเณร จำนวน 74 รูป เพื่อความเป็นสิริมงคลในเทศกาลสงกรานต์ ที่สวนสาธารณะหน้าวัดจองคำ และวัดจองกลาง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 15 เม.ย.

แม่ฮ่องสอนไหว้พระคู่เมือง
วันเดียวกัน ที่สวนสาธารณะหนองจองคำ หน้าวัดจองคำ วัดจองกลาง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วย นางจิราภรณ์ โมสิกรัตน์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนชุมชนต่างๆ รวมทั้งนักท่องเที่ยว ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง พระสงฆ์ สามเณร จำนวน 75 รูป เพื่อความเป็น สิริมงคลต่อตนเองและครอบครัว เนื่องในเทศกาลสงกรานต์

เวลา 15.00 น. มีพิธีอัญเชิญพระพุทธรูปกันธาราช ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองแม่ฮ่องสอนแห่รอบเมือง เพื่อให้ประชาชนสรงน้ำพระ ตามด้วยขบวนแห่นางสงกรานต์ของชุมชนต่างๆ จากบริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน ไปตามถนนสายต่างๆ ไปสิ้นสุดที่บริเวณสวนสาธารณะหนองจองคำ ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานประเพณีสงกรานต์ นอกจากนั้นยังมีการแข่งขันกีฬาไทย ทั้งแข่งเรือพาย มวยทะเล มวยไทย และการแข่งขันปีนเสาน้ำมัน

ทั้งนี้ วันที่ 15 เม.ย. ตามความเชื่อท้องถิ่นของชาวแม่ฮ่องสอน เรียกว่า “วันพญาวัน” หรือ “วันเถลิงศก” ถือเป็นวันเริ่มต้นปีใหม่ไทย ชาวบ้านจะตื่นแต่เช้าเข้าวัดทำบุญ ฟังธรรม อุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ และรดน้ำดำหัวขอพรผู้ใหญ่ โดยใช้น้ำดอกสารภี ดอกคำฝอย ขมิ้น และส้มป่อย

กลับกรุง – ประชาชนแห่เดินทางกลับจากฉลองสงกรานต์ภาคเหนือมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ส่งผลให้การจราจรบนถนนสายเอเชียช่วงเส้นทาง ต่างระดับบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา มีรถหนาแน่นเคลื่อนตัวได้ช้า เมื่อวันที่ 15 เม.ย.

แอ่วเหนือทยอยกลับกรุง
ที่ จ.พิษณุโลก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชาชนจำนวนมากเริ่มทยอยเดินทางกลับกันแล้ว เนื่องจากเกรงรถติดหนักในวันหยุดวันสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์ ทำให้บริเวณถนนทางหลวง 117 พิษณุโลก-นครสวรรค์ ขาออก เริ่มมีปริมาณรถจำนวนมาก โดยประชาชนที่ขับขี่รถเดินทางมาจากภาคเหนือ ใช้เส้นทางเลี่ยงเมืองพิษณุโลก ผ่านสี่แยกหนองอ้อ ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนทางหลวง หมายเลข 117 พิษณุโลก-นครสวรรค์ เพื่อ เดินทางเข้าสู่ จ.พิจิตร นครสวรรค์ และ ภาคกลางต่อไป ซึ่งช่วงเที่ยงที่ผ่านมาปริมาณรถเริ่มมากขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดจุดกลับรถย่อย ให้ผู้ที่ต้องการกลับรถให้ไปใช้ จุดกลับรถหลัก เพื่อลดอุบัติเหตุ คาดว่าวันที่ 16 เม.ย. จะมีรถยนต์มุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานครหนาแน่นมากขึ้น

เกาะช้างหนึบ – รถนักท่องเที่ยวต่อคิวลงเรือเฟอร์รี่ข้ามทะเลเกาะช้าง จ.ตราด แห่กลับกรุงเทพฯ และภูมิลำเนาต่างๆ หลังเดินทางมาเที่ยวฉลองสงกรานต์ สภาพการจราจรติดหนึบยาวหลายกิโลเมตร เมื่อวันที่ 15 เม.ย.

เกาะช้างรอลงเฟอร์รี่ 4 กิโล
ที่ อ.เกาะช้าง จ.ตราด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เวลา 13.00 น. ที่ท่าเรือเฟอร์รี่อ่าวสับปะรด ต.เกาะช้าง บรรยากาศวันแรก ของนักท่องเที่ยวเดินทางกลับภูมิลำเนา มีนักท่องเที่ยวทยอยเช็กเอาต์จากโรงแรม และที่พัก ขับรถมาต่อคิวลงเรือเฟอร์รี่ ยาวเกือบ 4 กิโลเมตร โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาะช้าง ตำรวจท่องเที่ยว ฝ่ายปกครอง อำเภอช้าง และอาสากู้ภัย ร่วมอำนวยความสะดวกในการเดินทาง โดยผู้ประกอบการท่าเรือเฟอร์รี่ ได้เร่งระบายรถที่จอดรอเรือ เพื่อข้ามไปยังฝั่งอำเภอแหลมงอบ จัดเรือเฟอร์รี่จำนวน 5 ลำ ลำเลียงรถนักท่องเที่ยวออกจากเกาะ ขณะที่เรือบางลำ หลังส่ง นักท่องเที่ยวแล้ว ต้องตีเรือเปล่ากลับทันที เพื่อกลับไปรับนักท่องเที่ยว เบื้องต้น นักท่องเที่ยวจะรอจอดรถต่อคิวนานกว่า 2-3 ชั่วโมง และคาดว่าวันเดียวกัน เรือเฟอร์รี่จะรับ-ส่งนักท่องเที่ยวอย่างน้อย 40 เที่ยว ต่อวัน จากปกติ 24 เที่ยวต่อวัน

แห่บขส.โคราชกลับกทม.
ด้าน จ.นครราชสีมา มีชาวภาคอีสาน เริ่มทยอยเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร และพื้นที่ภาคตะวันออก เพื่อเลี่ยงรถติด ในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ ส่งผลให้บรรยากาศที่จุดจำหน่ายตั๋ว สถานีขนส่ง แห่งที่ 2 จังหวัดนครราชสีมา มีประชาชน พากันมาต่อคิวซื้อตั๋วรถโดยสารปรับอากาศประจำทางกันอย่างคึกคักตั้งแต่เช้า ส่วนใหญ่จะเป็นจุดจำหน่ายตั๋วของบริษัทรถโดยสาร ที่จะวิ่งเข้ากรุงเทพฯ ซึ่งมีผู้โดยสารมายืน ต่อคิวเป็นแถวยาว 40-50 คน จนเจ้าหน้าที่ ต้องจัดให้ต่อแถวเป็น 2 แถว เพื่อความสะดวกรวดเร็วขึ้น ขณะที่จุดจำหน่ายตั๋วรถโดยสาร ที่จะไปฝั่งภาคตะวันออก เช่น ชลบุรี ระนอง และตราด มีผู้โดยสารมาต่อคิวยาวเช่นกัน โดยมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งคาดว่าในวันที่ 16 เม.ย. จะมีประชาชนส่วนใหญ่ เดินทางกลับกรุงเทพฯ และภาคตะวันออก กันเป็นจำนวนมาก

ขณะเดียวกันบนถนนมิตรภาพ ในตัวเมืองนครราชสีมา เช้าวันเดียวกัน ปริมาณรถยังเบาบาง คาดว่าประชาชนบางส่วนจะเริ่ม เดินทางกลับกรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ เพื่อเลี่ยงรถติดในช่วงเย็น ขณะที่ประชาชน ส่วนใหญ่ยังรอเล่นน้ำสงกรานต์อีก 1 วัน ก่อนที่จะทยอยเดินทางกลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ ในวันที่ 16 เม.ย.

ตรวจเยี่ยม – พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของเป็นขวัญกำลังใจแก่ตำรวจภูธรภาค 3 ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกจราจรบริเวณสถานที่จัดงานสงกรานต์ ที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 15 เม.ย.

บิ๊กเด่นตรวจสงกรานต์โคราช
ที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือลานย่าโม จ.นครราชสีมา พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติ ประภัสร์ ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.ฐากูร นัทธีศรี รอง ผบช.ภ.3 และพล.ต.ต.อิทธิพล นาคคำ ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา เดินทางมาตรวจเยี่ยมการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ของจังหวัดนครราชสีมา พร้อมกับร่วมประชุมติดตามสถานการณ์ การดูแลความปลอดภัยการจัดงานสงกรานต์ การอำนวยความสะดวกการจราจร และ การป้องกันลดอุบัติเหตุในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3 ร่วมกับเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ภาพรวมของการจัดงานสงกรานต์บริเวณลานย่าโม เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ปฏิบัติตามแผน แนวทางที่ ตร.สั่งการ เป็นอย่างดี ทั้งจุดคัดกรอง แผนเผชิญเหตุต่างๆ

โดยพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ได้กำชับเพิ่มเติม การจัดระเบียบการละเล่นกรณีคนหนาแน่น รวมทั้งคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ การทะเลาะวิวาทต่างๆ โดยนำโมเดลถนนข้าวสารมาปรับใช้ พร้อมมอบสิ่งของเป็นขวัญกำลังใจ เพื่อขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกนายที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็งเสียสละ และขอย้ำให้นำอุดมคติตำรวจมาเป็นหลักในการปฏิบัติหน้าที่ ตร.พร้อมจะดูแลสวัสดิการ ขวัญกำลังใจหลังเสร็จสิ้นภารกิจ

ถกระบายรถกลับกรุง
จากนั้น พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ได้ร่วมประชุมร่วมกับข้าราชการตำรวจ เพื่อรับทราบปัญหาการดูแลความปลอดภัย การจัดการจราจร และการป้องกันลดอุบัติเหตุในพื้นที่ ภาค 3 ที่ห้องประชุม ภ.จว.นครราชสีมา โดยมี ผบช.ภ.3 ตำรวจภูธรในจังหวัด ภ.3 และตำรวจทางหลวงเข้าร่วมผ่านการประชุม ทางไกล โดยที่ประชุมได้รายงานสภาพการจราจรมีประชาชนเริ่มเดินทางกลับเข้า กทม. โดยการจราจรจะเริ่มหนาแน่นในเส้นทางถนนมิตรภาพตั้งแต่รอยต่อ จ.ขอนแก่น เชื่อมต่อนครราชสีมา ต่อเนื่องจนถึงช่วงกลางดง ออกสู่ จ.สระบุรี ส่วน ทล.24 จะเริ่มหนาแน่นตามแยกสัญญาณไฟจราจร และ ทล. 348 ช่องตะโก

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ได้สั่งการเน้นย้ำให้ ตำรวจทางหลวง ตำรวจท้องที่ ส่วนเกี่ยวข้อง เปิดช่องทางพิเศษระบายการจราจร และ เข้าควบคุมสัญญาณจราจรตามแยกที่ จราจรหนาแน่น ส่วนมอเตอร์ เอ็ม6 ปากช่อง-ขามทะเลสอ เปิดให้บริการขากลับเข้า กทม. แล้ว ตั้งแต่ช่วงเช้าวันเดียวกัน ทำให้ ช่วยการจราจรถนนมิตรภาพให้คล่องตัวขึ้น ซึ่งปริมาณรถจะเพิ่มมากขึ้นในวันที่ 16 และ 17 เม.ย. ขอให้เตรียมความพร้อม บูรณาการร่วมกันกับ ภาค 4 ภาค 2 ภาค 1 และบก.ทล. ในการรับรถและระบายรถ โดยเตรียมพร้อมเรื่องการเปิดช่องทางพิเศษ จัดกำลังประจำจุดวิกฤต และจัดการจราจรบริเวณสถานบริการน้ำมัน อย่าให้เกิดการ ไปใช้บริการจนติดขัดสะสม

ชมตร.ภาค 3 สกัดอุบัติเหตุ
สำหรับอุบัติเหตุ ภาค 3 มีการกวดขันวินัยจราจร บังคับใช้กฎหมาย เพื่อป้องปราม เป้าหมายเพื่อลดอุบัติเหตุ จนมีผลดำเนินการด้านการลดอุบัติเหตุดีที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง ของประเทศ อย่างไรก็ตามปีนี้มีการละเล่นสงกรานต์หลายพื้นที่ ทำให้สถิติอุบัติเหตุ เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะจากเมาแล้วขับรถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัย นั่งท้ายกระบะ จึงสั่งปรับแผนให้เน้นตรวจเพิ่มตามชุมชน พื้นที่รอบการจัดงาน โดยแสวงหาความร่วมมือบูรณาการทุกภาคส่วนร่วมกัน ซึ่งพื้นที่ ภาค3 ทำได้ดีในทุกมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุ

“ขอบคุณและชมเชยตำรวจภูธรภาค 3 และตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาที่ใช้มาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุ ซึ่งสถิติ 4 วันที่ผ่านมา ตำรวจภูธรภาค 3 ถือว่าเป็นมีผลดำเนินการด้านการลดอุบัติเหตุดีที่สุด เป็นอันดับหนึ่งของประเทศ อีก 3 วันที่เหลือ ได้สั่งการให้ดำเนินการตามมาตรการเพื่อ คงสถิติที่ดีอย่างนี้ต่อไป” พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าว

ในส่วนกรุงเทพฯ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า ต้องระวังเป็นพิเศษก็คือที่ถนนข้าวสาร ถนนสีลม และสยามสแควร์ ได้กำชับและลงพื้นที่ถนนข้าวสารไปแล้วเมื่อวานนี้ ซึ่งภาพรวมดีขึ้น เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

กลับกรุง – ประชาชนแห่เดินทางกลับจากฉลองสงกรานต์ภาคอีสานมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ส่งผลให้การจราจรบนถนนมิตรภาพ ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา มีรถหนาแน่น และเคลื่อนตัวได้ช้า เมื่อวันที่ 15 เม.ย.

มิตรภาพรถเริ่มแน่น
เวลา 14.00 น. วันเดียวกัน นายชิดพล เหล่าอ้น ผอ.แขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ 2 กล่าวว่า ได้เปิดทางมอเตอร์เวย์ เอ็ม 6 บางปะอิน-นครราชสีมา เพื่ออำนวยความสะดวกและรองรับปริมาณรถที่จะเดินทาง มาจากภาคอีสาน ให้แก่ประชาชนที่เดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ โดยช่วงกลับได้เปิด ให้ใช้ทางมอเตอร์เวย์ ตั้งแต่วันที่ 15-18 เม.ย. จากทางขึ้น อ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา และสิ้นสุดทางลง ก.ม.65 ใกล้กับศูนย์พักพิงสุนัขจรจัด นครชัยบุรี ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ระยะทาง 65 ก.ม. เพื่อบรรเทาการจราจรติดขัดถนนมิตรภาพและลดอุบัติเหตุ ที่ยังอยู่ในช่วง 7 วัน อันตราย

นายชิตพลกล่าวต่อว่า พบว่ามีประชาชนส่วนหนึ่งได้ทยอยกลับเข้ากรุงเทพฯ เพื่อ หลีกเลี่ยงการจราจรติดขัด โดยปริมาณรถ เริ่มหนาแน่น ช่วง ก.ม.ขึ้นเนินเขาบันไดม้า ก.ม. 54 ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง มีปริมาณรถหนาแน่นใช้ความเร็วได้ประมาณ 20-30 ก.ม. บางจุดเคลื่อนตัวช้า ผ่านหน้าฟาร์มโชคชัย ก.ม.51-52 ผ่านหน้าศูนย์ข้าวโพด ข้าวฟ่างแห่งชาติ (ไร่สุวรรณ) ก.ม.48 แยกบ้านปางอโศก ถึง ก.ม.17 อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี

ด้าน พ.ต.ท.จิรศักดิ์ มณีรัตน์ สว.ส.ทล.กก.1 บก.ทล.6 นครราชสีมา พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ตำรวจภูธร หนองสาหร่าย ปากช่อง กลางดง ดูแลถนนสายหลัก มิตรภาพ นำรถตรวจการณ์และเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง อาสาจราจรทางหลวง ออกบริการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และพิจารณาเตรียมเปิดช่องทางพิเศษ เพื่อ ระบายรถให้เคลื่อนตัวได้มากขึ้น คาดว่า ในคืนวันเดียวกัน ตลอดจนถึงช่วงเช้า ปริมาณรถวิ่งเข้ากรุงเทพฯ จะมีจำนวนมากเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอด ทั้งกลางวันและกลางคืน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน