พังรางรฟ.ยะลา ยิงสถานีช้างให้

3 จังหวัดชายแดนใต้ระส่ำ กลุ่มรุนแรงก่อเหตุป่วนช่วงโค้งสุดท้ายเดือนรอมฎอน ลงมือพร้อมกัน 6 จุด ทั้งยิงถล่มฐานปฏิบัติการ ระเบิดรางรถไฟช่วงสะเตงนอก ยะลา ทำขบวนรถไฟสายใต้ต้องหยุดวิ่ง สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านจำนวนมาก ยิงถล่มฐานนปพ.21 ที่รือเสาะ นราธิวาส ส่วนปัตตานี ปาไปป์บอมบ์-เอ็ม 16 ถล่มสถานีรถไฟวัดช้างให้และสถานีรถไฟปัตตานี คาดหวังถล่มฐานจนท.แต่พลาดเป้า โชคดีทุกเหตุไร้ผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต

เมื่อวันที่ 15 เม.ย. พ.อ.เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยถึงกรณีที่มีกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงสร้างสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 6 จุด ในคืนวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยเฉพาะการลอบวางระเบิดรางรถไฟบริเวณสะพานเหล็ก เส้นทางระหว่างสถานียะลาถึงสถานีไม้แก่น บริเวณบ้านนัดโต๊ะโมง ม.4 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ. ยะลา ทำให้รางรถไฟได้รับความเสียหาย

รวมถึงการใช้อาวุธปืนยิงใส่ที่ทำการสถานีรถไฟโคกโพธิ์และหม้อแปลงไฟฟ้าหน้าสถานีรถไฟทำให้ที่ทำการได้รับความเสียหายและเกิดกระแสไฟฟ้าดับบริเวณสถานี โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่ทำให้การเดินรถไฟสายใต้ตั้งแต่สถานีรถไฟยะลาถึงสถานีรถไฟรามันไม่สามารถเดินรถได้ ต้องใช้การขนถ่ายทั้ง ผู้โดยสารและสัมภาระไปยังรถบัสที่ทางการรถไฟจัดเตรียมไว้ รวมทั้งขบวนรถไฟสายท้องถิ่นต้องหยุดให้บริการเป็นการชั่วคราว สร้างความยากลำบากให้แก่พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะประชาชนระดับฐานรากที่ใช้บริการรถไฟเป็นยานพาหนะต้องได้รับผล กระทบจากการก่อเหตุ และต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปโดยสารยานพาหนะทางเลือกอื่น เป็นการเพิ่มภาระซ้ำเติมประชาชน ผู้หาเช้ากินค่ำ

ป่วนใต้ – จนท.ตรวจจุดเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงครามกราดยิงกลางดึกใส่อาคารสถานีรถไฟวัดช้างให้ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ขณะที่ จ.ยะลาและจ.นราธิวาส ก็เกิดเหตุลอบยิงและระเบิดป่วนตลอดทั้งคืน เมื่อวันที่ 15 เม.ย.

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเห็นได้ว่า กลุ่ม ผู้ก่อเหตุรุนแรงพยายามสร้างสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงก่อนเดือน รอมฎอนที่ผ่านมา เป็นไปตามหลักความเชื่อทางศาสนาที่ถูกปลูกฝังอย่างผิดๆ ว่า หากก่อเหตุในห้วงเดือนรอมฎอนจะได้รับบุญมากเป็นพิเศษ รวมทั้งเป้าหมายของการก่อเหตุเพื่อสร้างความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่ภาครัฐและประชาชนโดยไม่คำนึงว่าผู้ใดจะได้รับผลกระทบหรือความเดือดร้อน อีกทั้งยังเป็นการทำลายระบบเศรษฐกิจ ภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นของรัฐบาลและสร้างความรู้สึกหวาดกลัวให้แก่ประชาชน

“ในการดำเนินการต่อผู้ก่อเหตุ กอ.รมน.ภาค 4 สน. จะใช้มาตรการทางกฎหมาย ด้วยการเก็บรวบรวมวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ ภาพจากกล้องวงจรปิด และผลจากการพิสูจน์หลักฐาน เพื่อติดตามจับกุมคนร้าย มาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป รวมทั้งจะยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยพื้นที่ด้วยการบูรณาการกำลังทุกภาคส่วน เสริมด้วยปฏิบัติการเชิงรุกเข้าตรวจสอบเฝ้าระวังพื้นที่ล่อแหลม พื้นที่เสี่ยง ดูแลเป้าหมายเชิงสัญลักษณ์ เขตพื้นที่เมืองเศรษฐกิจ ระบบสาธารณูปโภคเป้าหมายอ่อนแอ รวมทั้งพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ ให้สามารถประกอบศาสนกิจในห้วงเดือนรอมฎอนได้อย่างปลอดภัย” โฆษกกอ.รมน.ภาค 4 สน. กล่าว

พ.อ.เกียรติศักดิ์กล่าวว่า ปัจจัยที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการแก้ไขเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำเป็นที่จะต้องอาศัยความมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนโดยเฉพาะพี่น้องประชาชน หากพบเห็นเบาะแสผู้กระทำผิดหรือบุคคลที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยสามารถโทร.แจ้งได้ที่หน่วยงานความมั่นคง หรือหมายเลขสายตรง กอ.รมน.ภาค 4 สน. หมายเลข 1341 หรือหมายเลขโทรศัพท์สายตรงผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 หมายเลข 06-1173-2999 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความสุขของพี่น้องประชาชนและความสงบอย่างยั่งยืนของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตลอดไป

รายงานข่าวแจ้งว่า โดยสรุปสถานการณ์ เหตุการณ์ความมั่นคง ล่าสุดดังนี้ช่วงค่ำวันที่ 14 เม.ย. ที่ผ่านมา มีทั้งหมด 6 เหตุ ไม่มี ผู้ใดได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ประกอบด้วย 1.คนร้ายลอบวางระเบิดสะพานรถไฟ สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา 2.เหตุปะทะฐาน นปพ.21 อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส 3.คนร้ายจำนวน 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ใช้อาวุธยิงใส่ฐาน นปพ.สถานีรถไฟวัดช้างให้ (ฉลามทอง) ม.2 ต.ทุ่งพลา อ.โคกโพธิ์ 4.คนร้ายลอบยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณสถานีรถไฟโคกโพธิ์ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี 5.คนร้ายปาไปป์บอมบ์ใส่ฐาน ทพ.4107 (เสือโคร่ง) ต.ยะต๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา 6. เหตุปะทะที่ นปพ.31 รถไฟเจาะไอร้อง ม.1 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน