นายกฟิต ลุย3ตลาด เจอชู3นิ้ว

ส.ว.วันชัยสวมบทโหนฟันธงสึนามิทางการเมืองปลายเม.ย. อำนาจใหม่จะเข้ามาแทนที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน นิด้าโพล สำรวจศึกเลือกตั้งรอบสอง ‘อุ๊งอิ๊ง’ ขึ้นแท่นนายกฯ อีก ‘พิธา-บิ๊กตู่’ ตามมาห่างๆ ส่วนพรรคการเมือง เรตติ้งเพื่อไทยกระฉูด ทิ้งก้าวไกล-รทสช.ไม่เห็นฝุ่น ‘บิ๊กตู่’ ลุย 3 ตลาดดังเมืองกรุง อารมณ์ดี ฮัมเพลงสากลหาเสียง คนเชียร์พรึ่บ แต่ไม่วายเจอทั้งแม่ค้าไล่-คนชูสามนิ้วต้าน นายกฯ ยันบัตรลุงตู่พลัสดีกว่าเป๋าดิจิทัล ‘เศรษฐา’สวนกลับให้ฟังเสียงที่ไม่อยากได้ยินบ้าง‘บิ๊กป้อม’ อ้อนคนอีสานเลือกนั่งนายกฯ ด้าน ‘จุรินทร์’ ปลุกสมาชิกทั่วประเทศกลับมาเลือกปชป. เพื่ออนาคตประเทศที่ดีกว่า

‘นิด้าโพล’เทให้‘อิ๊ง’เป็นนายกฯ
เมื่อวันที่ 16 เม.ย. ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหาร ศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “ศึกเลือกตั้ง 2566 ครั้งที่ 2” สำรวจระหว่างวันที่ 3-7 เม.ย.2566 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวม 2,000 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับศึกเลือกตั้ง 2566 ครั้งที่ 2 การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ กำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกฯ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 35.70 ระบุว่าเป็นอุ๊งอิ๊ง-น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พรรค เพื่อไทย (พท.) อันดับ 2 ร้อยละ 20.25 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) อันดับ 3 ร้อยละ 13.60 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) อันดับ 4 ร้อยละ 6.10 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 5 ร้อยละ 6.05 นายเศรษฐา ทวีสิน พรรคเพื่อไทย

อันดับ 6 ร้อยละ 4.15 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) อันดับ 7 ร้อยละ 3.45 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส พรรคเสรีรวมไทย (สร.) อันดับ 8 ร้อยละ 2.55 นายอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย (ภท.) อันดับ 9 ร้อยละ 2.20 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อันดับ 10 ร้อยละ 1.95 นายกรณ์ จาติกวณิช พรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) อันดับ 11 ร้อยละ 1.45 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย

ร้อยละ 2.55 ระบุอื่นๆ ได้แก่ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา พรรคประชาชาติ (ปช.) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ พรรคไทยศรีวิไลย์ (ทศล.) น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.)นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค พรรครวมไทยสร้างชาติ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคไทยภักดี (ทภด.) นายเทวัญ ลิปตพัลลภ พรรคชาติพัฒนากล้า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย พรรคประชาธิปัตย์

เลือกพรรคเพื่อไทยนำลิ่ว
สำหรับพรรคการเมืองที่ประชาชนจะ เลือกให้เป็น ส.ส.แบบแบ่งเขต พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 47.20 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 21.20 พรรคก้าวไกล อันดับ 3 ร้อยละ 10.80 พรรครวมไทยสร้างชาติ อันดับ 4 ร้อยละ 4.75 พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 5 ร้อยละ 3.75 พรรคภูมิใจไทย อันดับ 6 ร้อยละ 2.75 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 7 ร้อยละ 2.15 พรรคเสรีรวมไทย อันดับ 8 ร้อยละ 2.10 พรรคพลังประชารัฐ อันดับ 9 ร้อยละ 2.05 พรรคไทยสร้างไทย อันดับ 10 ร้อยละ 1.50 พรรคชาติพัฒนากล้า และ ร้อยละ 1.75 ระบุอื่นๆ ได้แก่ พรรคกล้า พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคประชาชาติ พรรคไทยภักดี พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรคสร้างอนาคตไทย และพรรคเทิดไท

ส่วนพรรคการเมืองที่ประชาชนจะเลือกให้เป็น ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 47.00 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 21.85 พรรคก้าวไกล อันดับ 3 ร้อยละ 11.40 พรรค รวมไทยสร้างชาติ อันดับ 4 ร้อยละ 4.50 พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 5 ร้อยละ 3.00 พรรคภูมิใจไทย

อันดับ 6 ร้อยละ 2.65 พรรคเสรีรวมไทย อันดับ 7 ร้อยละ 2.35 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 8 ร้อยละ 2.10 พรรคไทยสร้างไทย อันดับ 9 ร้อยละ 1.80 พรรคพลังประชารัฐ อันดับ 10 ร้อยละ 1.55 พรรคชาติพัฒนากล้า และร้อยละ 1.80 ระบุอื่นๆ ได้แก่ พรรคกล้า พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคประชาชาติ พรรคไทยภักดี พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรคสร้างอนาคตไทย และพรรคเทิดไท

เผยคะแนน‘ทิม-เศรษฐา’เพิ่ม
สำหรับผลสำรวจ บุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกฯ เมื่อเทียบกับผลสำรวจเรื่องดังกล่าวในครั้งแรก เมื่อ 19 มี.ค. 2566 พบว่าอันดับของแคนดิเดตนายกฯ ของแต่ละพรรคไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ที่น่าสังเกตคือ เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสำรวจให้คะแนนกับ น.ส.แพทองธาร ลดลง 2.5% คะแนนของพล.อ.ประยุทธ์ ลดลง 2.05% ขณะที่ของนายพิธา หรือ ทิม มีคะแนนเพิ่มขึ้น 4.5% เช่นเดียวกับคะแนนของ นายเศรษฐา มีคะแนนเพิ่มขึ้น 5.35%

ส่วนผลสำรวจ พรรคการเมืองที่ประชาชนจะเลือกให้เป็น ส.ส.แบบแบ่งเขต เมื่อเทียบกับผลสำรวจเรื่องดังกล่าวในครั้งแรก เมื่อ 19 มี.ค.2566 พบว่า คะแนนของพรรคเพื่อไทย ลดลง 2.55% เช่นเดียวกับคะแนนของพรรครวมไทยสร้างชาติ ลดลง 0.95% พรรคประชาธิปัตย์ ลดลง 0.65% แต่พบว่าคะแนนของพรรคก้าวไกล เพิ่มขึ้น 3.8%, พรรคภูมิใจไทย เพิ่มขึ้น 1.05%

ด้านพรรคการเมืองที่ประชาชนจะเลือกให้เป็น ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เมื่อเทียบกับผลสำรวจเรื่องดังกล่าวในครั้งแรก เมื่อ 19 มี.ค.2566 พบว่า พรรคเพื่อไทยมีคะแนนที่ลดลง 2.85% เช่นเดียวกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ลดลง 0.75% พรรคประชาธิปัตย์ ลดลง 0.45% พรรคเสรีรวมไทย ลดลง 0.2%

ขณะที่พรรคที่มีคะแนนเพิ่มขึ้น ได้แก่ พรรคก้าวไกล เพิ่มขึ้น 4.7%, พรรคภูมิใจไทย เพิ่มขึ้น 0.45%

ดุสิตโพลชู‘อุ๊งอิ๊ง’ฟื้นศก.-สังคม
วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ กรณี “นายกรัฐมนตรี คนใหม่” ในสายตาประชาชน จำนวนทั้งสิ้น 1,274 คน (สำรวจทางภาคสนามและออนไลน์) ระหว่างวันที่ 11-14 เม.ย. พบว่า เมื่อพิจารณาตามประเด็นต่างๆ คนที่เหมาะสมจะเป็นนายกฯ ในความเห็นของประชาชน คือ 1.ช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ร้อยละ 25.35 ระบุ น.ส.แพทองธาร รองลงมาร้อยละ 19.06 ระบุ นายพิธา ร้อยละ 12.91 ระบุ นายเศรษฐา 2.ช่วยสร้างสังคมให้มีความสุข ร้อยละ 22.29 ระบุ น.ส.แพทองธาร รองลงมาร้อยละ 19.68 ระบุ พล.อ.ประยุทธ์ ร้อยละ 13.91 ระบุ คุณหญิงสุดารัตน์

3.ช่วยปราบปรามยาเสพติด ร้อยละ 34.90 ระบุ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ รองลงมาร้อยละ 15.02 ระบุ นายพิธา ร้อยละ 13.28 ระบุ น.ส.แพทองธาร 4.ช่วยการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น ร้อยละ 20.91 ระบุ นายพิธา รองลงมาร้อยละ 20.43 ระบุ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ร้อยละ 14.84 ระบุ พล.อ.ประยุทธ์ 5.ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต สวัสดิการประชาชน ร้อยละ 25.36 ระบุ น.ส.แพทองธาร รองลงมาร้อยละ 23.37 ระบุ นายพิธา ร้อยละ 12.88 ระบุ พล.อ.ประยุทธ์

6.ช่วยส่งเสริมพัฒนาด้านการศึกษา ร้อยละ 22.24 ระบุ นายพิธา รองลงมาร้อยละ 14.14 ระบุ น.ส.แพทองธาร ร้อยละ 13.74 ระบุ คุณหญิงสุดารัตน์ 7.ช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้ง ร้อยละ 19.42 ระบุ พล.อ.ประวิตร รองลงมาร้อยละ 17.74 ระบุ นายพิธา ร้อยละ 10.59 ระบุ พล.อ.ประยุทธ์ 8.ช่วยประสานงานจัดตั้งรัฐบาลได้ราบรื่น ร้อยละ 19.24 ระบุ พล.อ.ประวิตร รองลงมาร้อยละ 18.21 ระบุ นายพิธา ร้อยละ 11.80 ระบุ น.ส.แพทองธาร

9.ประสานระหว่างประชาชนกับทหาร ร้อยละ 20.19 ระบุ พล.อ.ประยุทธ์ รองลงมาร้อยละ 17.64 ระบุ พล.อ.ประวิตร ร้อยละ 15.32 ระบุ น.ส.แพทองธาร 10.ช่วยจรรโลงศาสนา ร้อยละ 16.24 ระบุ พล.อ.ประยุทธ์ รองลงมาร้อยละ 16.16 ระบุ น.ส.แพทองธาร ร้อยละ 14.15 ระบุ นายพิธา 11.ช่วยพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันกับอารยประเทศ ร้อยละ 24.38 ระบุ น.ส.แพทองธาร รองลงมาร้อยละ 21.20 ระบุ นายพิธา ร้อยละ 12.19 ระบุ นายเศรษฐา

กางปีก – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และแคนดิเดตนายกฯ พรรครวมไทยสร้างชาติ ชูมือกางปีก ฟังเพลง Wind Beneath My Wings โดยระบุว่าประชาชนและครอบครัวคือลมใต้ปีก ขณะลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดนัดจตุจักร เมื่อ 16 เม.ย.

‘ตู่’ลุย 3 ตลาด-ปลื้มแฟนคลับเชียร์
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ และแคนดิเดตนายกฯ ของรทสช. ว่า หลังจากชิมลางตระเวนลงพื้นที่เพื่อช่วยผู้สมัครของรทสช.หาเสียงในกทม.เมื่อวันที่ 14 เม.ย.โดยการเดินสายไหว้พระวัดดัง 3 วัด เดินตลาดพบปะประชาชนที่ตลาดวังหลัง และเล่นน้ำสงกรานต์ที่ถนนข้าวสาร และพักผ่อนวันครอบครัวเมื่อวันที่ 15 เม.ย.

ล่าสุดวันที่ 16 เม.ย.ได้ลงพื้นที่หาเสียงในกทม. เขตจตุจักร ที่บองมาร์เช่ มาร์เก็ตพาร์ค (ตลาดบองมาร์เช่) ประชานิเวศน์ 1, องค์การตลาดเพื่อการเกษตร หรือตลาดอ.ต.ก. และตลาดนัดสวนจตุจักร หลังผลโพลหลายสำนัก คะแนนของว่าที่นายกฯ คนใหม่และรทสช.ยังเป็นรองหลายพรรค

โดยเวลา 10.28 น. ที่ตลาดบองมาร์เช่ พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมด้วยแกนนำพรรค อาทิ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค พร้อมผู้สมัคร ส.ส.กทม. 10 เขต ลงพื้นที่หาเสียง ทันทีที่ พล.อ.ประยุทธ์ มาถึง นายพีระพันธุ์ได้นำเสื้อแจ๊กเกตพรรคสีขาว ติดเบอร์ 22 ให้ใส่ แล้วเดินพบปะพ่อค้าแม่ค้าภายในตลาด สอบถามถึงการค้าขาย ชื่นชมบางคนใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ในการขายของ และกล่าวว่ารัฐบาลได้วางระบบไว้ให้เกิดความสะดวกมากขึ้นและถ้าได้กลับมาจะทำต่อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก่อนหน้าที่รัฐบาลตนจะเข้ามา ไม่มีแบบนี้

ท่ามกลางความสนใจของประชาชนที่เข้ามาขอถ่ายภาพตลอดทาง และบางคนเข้ามากอดและกล่าวกับพล.อ.ประยุทธ์ว่า ที่รักลุงตู่เพราะลุงตู่รักสถาบัน และบรรดาแฟนคลับ หัวคะแนนพร้อมใจตะโกน “ลุงตู่สู้ๆ” ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ยิ้มหน้าบาน กล่าวขอบคุณ ทุกกำลังใจ

เสื้อแดงชูป้ายด่า-แม่ค้าไล่
ต่อมาเวลา 12.10 น. พล.อ.ประยุทธ์ และคณะลงพื้นที่หาเสียงตลาด อ.ต.ก. พบปะพ่อค้าแม่ค้า ประชาชน ซึ่งมีประชาชนชูนิ้วเบอร์ 22 เชียร์ลุงตู่ เมื่อผ่านร้านทุเรียนเจ๊นิ ได้นำทุเรียนให้พล.อ.ประยุทธ์ ชิมด้วย พร้อมกล่าวว่ากิโลกรัมละ 12,000 บาท ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ ถึงกับจับมือแม่ค้าและกล่าวว่า นี่เพชรหรือ ด้านแม่ค้ากล่าวติดตลกพร้อมมองที่เปลือกทุเรียน ก่อนกล่าวว่า “นี่เป็นอาวุธเผื่อใครพูดไม่เข้าหู” พล.อ.ประยุทธ์จึงยกนิ้วให้

ระหว่างลงพื้นที่หาเสียงอยู่ในตลาด อ.ต.ก. ที่บริเวณด้านนอกตลาด มีชายกลางคนใส่เสื้อสีแดงขับรถมอเตอร์ไซค์ติดป้ายข้อความว่า “ลุงตู่อยู่ต่อไปคงบรรลัยทั้งแผ่นดิน นโยบายหาเสียงไว้ทำไม่ได้จริง ทิ้งภาระให้ประชาชน เสนียดไปจัญไรมา ข้าว ยาง อ้อย มัน บรรลัย ยุทธศาสตร์ของใครวางไว้ 20 ปี” ทางเจ้าหน้าที่จึงเข้าไปขอร้องให้เคลื่อนย้ายออกไปเพราะเกรงจะเกิดปัญหากับฝ่ายสนับสนุน

ขณะที่มีผู้สนับสนุนขอถ่ายรูป และส่งเสียงเชียร์ มีแม่ค้าบางร้านตะโกนไล่ว่าออกไปๆ พร้อมโบกมือไล่ นอกจากนี้ ยังบอกกับเพื่อนแม่ค้าด้วยกันว่าอย่าไปถ่ายรูปด้วย ถ่ายแล้วเดี๋ยวขายของไม่ได้ ที่ผ่านมาก็เห็นแล้วว่าทำอะไร ไว้บ้าง

ด้านพล.อ.ประยุทธ์ ได้รับประทานอาหารกลางวันที่ศูนย์อาหารในตลาด อ.ต.ก. โดยเดินไปสั่งอาหารด้วยตัวเองที่ร้านข้าวราดแกง เป็นเมนู ผัดหน่อไม้ไก่ แกงเทโพหมู ผัดหัวไชโป๊ ผัดผักกาดดองใส่ไข่ ผัดกะเพรา และระบุว่า กินแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ง่ายๆ ดี สมัยก่อนก็กินอะไรง่ายๆ แต่อร่อย

ไม่สน 3 นิ้ว-ขอเพลงสากลโชว์
เวลา 13.42 น. พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดนัดสวนจตุจักร ตลอดเส้นทางแม้จะมีผู้ส่งเสียงสนับสนุนแต่มีผู้เห็นต่าง โดยเมื่อพล.อ.ประยุทธ์และคณะเดินผ่านมีคนยืน ชูสามนิ้ว พร้อมตะโกนว่า “ไม่ต้องมาหาเสียงที่นี่หรอก เอาเวลาที่เหลือไปทำงานดีกว่า” “ถ้าไม่กลัวถูกจับไปสน.บางซื่อ คงจะทำมากกว่านี้” บางคนบอกเสียงดังด้วยว่า “เลือกนายเศรษฐา และนายพิธา ไปแล้ว ไม่ต้องมา” ในส่วนของนักท่องเที่ยวต่างชาติได้สอบถามว่าคนนี้เป็นใคร เมื่อทราบว่าเป็นนายกฯ ไทยและมาหาเสียง ถึงกับพูดว่า “อะเมซิ่ง”

เมื่อพล.อ.ประยุทธ์เดินมาถึงช่วงกลางตลาดนัดสวนจตุจักรมีนักร้องต่างประเทศยืนร้องเพลงสากล พล.อ.ประยุทธ์จึงเข้าไปขอเพลง Stand by Me กับเพลง Wind Beneath My Wings และได้ร้องคลอตามอย่างอารมณ์ดี ระหว่างนี้ได้หยิบพัดสีแดงขึ้นมาพัดตลอดเวลาเนื่องจากอากาศร้อนอบอ้าว แต่ทีมงานคนหนึ่งได้นำเอาพัดรูปหัวใจสีไม้มาเปลี่ยนให้แทน ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “สีแดงไม่สวยเหรอ”

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า มาเดินสวนจตุจักรตั้งแต่ยศพันเอก ชอบมาเดินที่นี่ มีหลายร้านที่ชอบ และที่ชอบเพลง Stand by Me เพราะมีคนดีๆ มีคนเหล่านี้มายืนอยู่ข้างๆ ที่ชอบเพลง Wind Beneath My Wings เพราะความหมายคือลมใต้ปีก จะไปไหนมาไหนก็ต้องมีลม พร้อมกางมือโชว์เหมือนนกบิน ผู้สื่อข่าวถามว่าคิดว่าใครเป็นลมใต้ปีกบ้าง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ประชาชน ภรรยาและลูกของผมไง ที่เป็นกำลังใจให้มาตลอด

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์เดินเที่ยวตลาดนัดสวนจตุจักร ทักทายประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างอารมณ์ดี ก่อนที่จะเดินทางกลับ โดยก่อนกลับได้ขึ้นไปยืนบนขอบรถยนต์ส่วนตัว พร้อมชูสองนิ้วตะโกนว่า “เบอร์ 22 อย่าลืม”

เซลฟี่ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ในฐานะแคนดิเดต นายกฯ พรรครวมไทยสร้างชาติ ถ่ายเซลฟี่กับประชาชนระหว่างใช้เวลา วันหยุดลุยหาเสียงที่ตลาดบองมาร์เช่ ก่อนเดินทางต่อไปยังตลาดอ.ต.ก. และตลาดนัดจตุจักร กทม. เมื่อวันที่ 16 เม.ย.

ขอโทษปชช.ที่มารบกวน
พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ในวันนี้ว่า ก่อนอื่นต้องขอโทษประชาชนด้วยที่วันนี้มีความจำเป็นออกมาลงพื้นที่ในฐานะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ในนามรทสช. ถือเป็น กติกาที่ต้องหาเสียงกัน ต้องขอโทษหากรบกวนคนที่มาตลาด แต่ยินดีที่ทุกคนให้การต้อนรับอย่างดียิ่ง ทุกคนมีมิตรไมตรีให้กัน ฉะนั้นขออวยพรให้ทุกคนประสบความสำเร็จในการค้าขายต่างๆ เหล่านี้ และทำให้ตนมีการบ้านกลับไปคิดอีกว่าจะทำอะไรให้ดีขึ้นกว่าเดิม เป็นการทำต่อ และทำใหม่ให้ดีขึ้นกว่านี้อีก

ปัญหาบ้านเราคือร้านค้าเล็กๆ น้อยๆ ค่อนข้างเยอะ กำลังการผลิตเยอะ แต่กำลังซื้อน้อยไป ฉะนั้นจะต้องทำให้ทั้งสองทางไปด้วยกัน ทั้งคนขายและคนซื้อ สามารถพึ่งพาอาศัยกันได้ในการเพิ่มรายได้ให้ประชาชนในระดับฐานราก เพราะเป็นส่วนสำคัญของประเทศไทยทั้งในวันนี้และวันหน้า หากเราสามารถพึ่งพาตัวเองได้ ใช้จ่ายกันในพื้นที่ได้ เงินจะหมุนเวียนในระบบมากขึ้น ในส่วนของงบประมาณรัฐบาลที่เพิ่มเติมมาคือเรื่องการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนจากต่างประเทศ ที่เรายังมีแผนไว้แล้ว ซึ่งจะมีผลในไม่อีกกี่ปีข้างหน้า เป็นการเติมทั้ง 2 อย่างให้เต็ม ประเทศไทยจะมั่นคงมั่งคั่งและยั่งยืน

ยันบัตรลุงตู่ดีกว่าเป๋าดิจิทัล
ผู้สื่อข่าวขอให้อธิบายถึงเงินที่จะนำมาใช้ตามนโยบายของพรรคเรื่องบัตรสวัสดิการพลัส พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า หากลองดูตัวเลขง่ายๆ ถ้าตัวเลขที่เราทำได้คำนวณดูแล้วไม่ผิดกติกา ไม่ผิดกฎหมาย ตั้งวงเงินไว้เดือนละ 1,000 บาท ถ้ารวมทั้งปีได้ 12,000 บาท หากเปรียบเทียบ 10,000 บาท (นโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัลของพท.) กี่เดือน ในระยะเวลา 6 เดือน ที่ใช้ และเป็นการให้ครั้งเดียว แต่สิ่งที่เราทำได้ทุกเดือน ลองคูณตัวเลขดีมาก และน้อยอย่างไร และพุ่งเป้าไปสู่กลุ่มที่เดือดร้อนจริงหรือไม่ การใช้เงินไม่ใช่จะหว่านไปทั่ว มันไม่ได้ อันนี้เป็นความคิดเห็นของต่างประเทศด้วย เราก็นำมาวิเคราะห์ และวิจัยว่าอะไรทำได้หรือทำไม่ได้ อย่าลืมว่าเราจะต้องให้ความสำคัญกับเสถียรภาพการเงินของเราที่แข็งแกร่ง

ต่อข้อถามว่าของเดิมที่ทำอยู่จะดีกว่าคือใช้ได้ทั้งประเทศ และไม่ได้กำหนดรัศมีในการใช้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า น่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะใช้ได้ทุกพื้นที่ อย่าลืมว่าบางร้านค้าเป็นร้านเล็กๆ น้อยๆ อาจไม่ได้จดทะเบียน ซึ่งเราไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน นอกจาก ยกระดับให้เขาดีขึ้น เพื่อเข้าสู่ระบบในการจดทะเบียนห้างร้าน เพราะถ้าไม่จดทะเบียน ก็พัฒนาไม่ได้ เก็บภาษีไม่ได้ แต่ก็เห็นใจ เพราะบางคนรายได้น้อย เข้าใจหรือไม่ ลองคิดเปรียบเทียบอย่างนี้

“ผมไม่ได้ติเตียนว่าใครทั้งหมด ผมบอกเหตุผลของผม และล่าสุดผมเป็นผู้บริหารเอง ในขณะนี้ลองเปรียบเทียบดูแล้วกัน ถ้าไม่พุ่งเป้า เราจะเพียงพอหรือไม่ ถ้าไม่แก้ปัญหาแบบพุ่งเป้าใครเดือดร้อนมาก เดือดร้อนน้อยก็ต้องดูแลกันตามนั้นทุกเรื่อง ก็ต้องทำตามนี้ในหลักการ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

‘ธนกร’มั่นใจได้ 20 ส.ส.ใต้
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่โรงแรมชัยคณาธานี อ.เมือง จ.พัทลุง พรรครวมไทยสร้างชาติ จัดสัมมนาแนวทางการสู้ศึกเลือกตั้งภาคใต้ นำโดยนายธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรค และประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้ นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ประธานที่ปรึกษาพรรค นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรค ม.ล.ชโยทิต กฤดากร ทีมเศรษฐกิจพรรค นายสมศักดิ์ สุริยมงคล ทีมที่ปรึกษากฎหมายพรรค และนายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร รองหัวหน้าพรรค โดยมี ผู้สมัครส.ส.ภาคใต้ของพรรค 49 คน และ ผู้สมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 12 คนภาคใต้ เข้าร่วมอบรม

นายธนกรกำชับให้ผู้สมัครส.ส.ทุกคนหาเสียงชี้แจงนโยบายให้ประชาชนได้ทราบเพื่อเรียกคะแนนให้กับพรรค โดยเน้นนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐพลัส หรือบัตรลุงตู่ เพิ่มสิทธิเป็น 1,000 บาท/เดือน นโยบายการดูแลกลุ่มผู้สูงวัยแบบครบวงจร ที่นอกจากปรับหลักเกณฑ์เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุให้เท่ากันหมดคืออยู่ที่ 1,000 บาท ยังมีนโยบายตั้งศูนย์สุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ หนึ่งเขต หรือหนึ่งอำเภอ หนึ่งศูนย์สุขภาพ เป็นต้น

ตนเชื่อมั่นผู้สมัครส.ส.ทุกคนในที่ประชุมจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนเลือกมาเป็นปากเป็นเสียง เข้าไปเป็นผู้แทนในสภา เพราะแต่ละคนมีความพร้อม พรรคมีนโยบายที่ดี มีผู้นำคือพล.อ.ประยุทธ์ ที่เป็นจุดแข็งของพรรค ไม่กลัวนโยบายของพรรคอื่นๆ ที่ออกมา เพราะเชื่อมั่นในผลงานที่เกิดขึ้นแล้ว ทุกนโยบายทำได้จริง หาเงินได้ ใช้เงินเป็น ทำให้มั่นใจว่ารทสช.จะได้รับชัยชนะการเลือกตั้งในภาคใต้ไม่ต่ำกว่า 20 ที่นั่ง

ชุ่มฉ่ำ – นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรคชาติพัฒนากล้า ผู้สมัครส.ส.นครราชสีมา เขต 1 พรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) พร้อมด้วย น.ส.เยาวภา บุรพลชัย โฆษกพรรค และนักฟุตบอลทีมสวาทแคท มาร่วมเล่นน้ำสงกรานต์กับประชาชนและนักท่องเที่ยวบริเวณหน้าลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) จ.นครราชสีมา

‘อ้น’ซัด‘เสี่ยนิด’แผ่นเสียงตกร่อง
น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ รทสช. กล่าวกรณีนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พท. พาดพิงพล.อ.ประยุทธ์ไม่เดินหน้าหาตลาดใหม่ว่า การบิดเบือนซ้ำซากถือเป็นการดูถูกสติปัญญาของพี่น้องประชาชน ที่ทุกวันนี้สามารถตรวจสอบข้อมูลข่าวสารย้อนกลับได้ ซึ่งจะทำให้ประชาชนพบความจริงว่าพล.อ.ประยุทธ์นั้นเป็นผู้นำที่มาก่อนกาล ทำแล้ว ทำอยู่และทำต่อ

เมื่อนายเศรษฐาเป็นแผ่นเสียงตกร่องในเรื่องนี้ ขอย้อนข่าวเก่าเมื่อปี 2560 ให้นายเศรษฐาได้อัพเดตข้อมูลและอ่านอีกครั้งว่าพล.อ.ประยุทธ์ได้ริเริ่มการเปิดตลาดกับกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่มาตั้งแต่ปี 2560 โดยพล.อ.ประยุทธ์นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เกี่ยวข้องของไทยเข้าร่วมการประชุมระหว่างผู้นำกลุ่มประเทศ BRICS กับประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา (EMDCD) ในช่วงการประชุม BRICS Summit ครั้งที่ 9 ที่เมืองเซี่ยเหมิน มณฑลฝูเจี้ยน สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งในกลุ่มประเทศสมาชิก BRICS ประกอบด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย และแอฟริกาใต้ และยังมีอีก 4 ประเทศที่เข้าร่วมการประชุม ได้แก่ อียิปต์ เม็กซิโก ทาจิกิสถาน กินี

ในครั้งนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้พบและหารือทวิภาคีกับผู้นำประเทศต่างๆ ได้แก่ นาย สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน, นายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย, นายเอมอมาลี เราะห์มาน ประธานาธิบดีทาจิกิสถาน และได้พบปะสนทนากับนายนเรนทร โมที นายกรัฐมนตรีอินเดีย, นายมิเชล เตเมร์ ประธานาธิบดีบราซิล, นายเอนริเก เปนญา นิเอโต ประธานาธิบดีเม็กซิโก, นายอาลฟา กงเดประธานาธิบดีกินี, นายอับดุล ฟัตตาห์ อัสซีซี ประธานาธิบดีอียิปต์ และนายเจคอบ ซูมา ประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ เพื่อหารือถึงแนวทางการพัฒนาความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกันให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในด้านการค้าและการลงทุน

กางผลงานบุกตลาดใหม่
ผู้นำที่มียุทธศาสตร์การบริหาร สามารถที่จะเปิดตลาดใหม่ๆ เพิ่มโอกาสและขีดความสามารถให้กับประเทศ ให้กับพี่น้องประชาชนได้ในมิติต่างๆ เช่น ในการประชุมเอเปก 2022 ที่ผ่านมา พล.อ. ประยุทธ์ได้ใช้โอกาสนี้ในการช่วยหาเสียงสนับสนุนให้กับประเทศไทยในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงาน Specialised Expo 2028 ภายใต้ชื่องาน Expo 2028-Phuket, Thailand ระหว่างวันที่ 20 มี.ค.-17 มิ.ย. 2571 เพื่อส่งเสริมให้ภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก และมีการประเมินว่างานนี้จะมีผู้ชมเข้าร่วมงานประมาณ 4.9 ล้านคน เพิ่มเม็ดเงินสะพัด 49,000 ล้านบาท เพิ่มมูลค่าจีดีพี 39,000 ล้านบาท มีรายได้จากการจัดเก็บภาษี 9,500 ล้านบาท และเกิดการจ้างงานในพื้นที่ถึง 113,000 อัตรา

ผลงานพล.อ.ประยุทธ์ ที่จารึกเป็นประวัติศาสตร์ในการสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติคือการฟื้นความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบียในรอบกว่า 3 ทศวรรษ ที่นอกจากด้านการค้าแล้วไทยยังได้ประโยชน์ในมิติอื่นๆ จากซาอุฯ และกลุ่มประเทศโอเปคซึ่งเป็นตลาดการค้าที่ใหญ่ของโลกและมีกำลังซื้อสูง เพิ่มโอกาสทั้งด้านการส่งออกอาหาร ฮาลาลจากไทย การเจรจาเอฟทีเอไทย-ยุโรปกำลังเดินหน้าไปด้วยดี ด้วยหลักการให้ประเทศไทยได้รับผลประโยชน์สูงสุดโดยเฉพาะในเรื่องของเกษตรกรรม

“ยังมีการเจรจาระหว่างชาติสมาชิกเอเปก และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ในการขอกรีนเลนส์เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับสินค้าจากประเทศไทยแล้ว ขณะที่รทสช.มีนโยบายที่จะช่วยต่อยอดสร้างรายได้ สร้างอาชีพให้กับประชาชนที่โปร่งใส วัดผลได้ในระดับฐานราก เดินหน้าโมเดล BCG ที่เพิ่มโอกาสให้กับประชาชน เป็นส่วนสำคัญที่จะสร้างรายได้ให้ประเทศ 4 ล้านล้านบาท” น.ส.ทิพานันกล่าว

‘ป้อม’อ้อนคนอีสานนั่งนายกฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก FC ลุงป้อม โพสต์คลิปวิดีโอคอลของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพปชร. ที่วิดีโอคอลไปยังเวทีเทศกาลดอกคูน เสียงแคน ถนนข้าวเหนียว อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งจัดเวทีปิดงานวันสงกรานต์ในจ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 15 เม.ย. มีประชาชนมาร่วมงานนับแสนคน

ในคลิปวิดีโอรายงานว่า ทันทีที่พล.อ. ประวิตร วิดีโอคอลเข้ามาในพื้นที่ ประชาชนโห่ร้องและตบมือให้กำลังใจอย่างคับคั่ง โดยหัวหน้าพปชร. กล่าวอวยพรวันสงกรานต์ว่า พี่น้องประชาชนชาวขอนแก่นและอีสาน รวมทั้งคนไทยทั่วประเทศ ตนอวยพรขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จ และมีความสุขในปีใหม่นี้ตลอดไป ขอให้โชคดีและหลังการร่วมทำบุญกับครอบครัว ขอให้เดินทางอย่างปลอดภัย

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตนพร้อมดูแลชาวอีสานและ 4 ปีข้างหน้า หากประชาชนอยากให้ตนทำงานนั้น ตนจะได้ทำงานเป็นนายกฯ หรือไม่ อยู่ที่ประชาชนทั่วประเทศและชาวอีสานว่าจะเลือกตนหรือไม่ หากทุกคนเลือก ตนก็พร้อมรับใช้ทุกคนทั่วประเทศให้มีความสุข วันนี้ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จ

พปชร.จ่อยื่นแจงนโยบาย
นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพปชร. กล่าวถึงความพร้อมในการยื่นชี้แจงนโยบายต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าเราเตรียมเรื่องการชี้แจงนโยบายต่อ กกต. เสร็จสิ้นตั้งแต่วันที่ 12 เม.ย.แล้ว แต่เนื่องจากติดวันหยุดราชการตั้งแต่วันที่ 13-17 เม.ย. จึงจะไปยื่น วันที่ 18 เม.ย. ตามกรอบเวลาที่ กกต.กำหนดไว้ ซึ่งเราจัดทําเอกสารไว้ครบถ้วนแล้ว ถือว่ามีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ ที่จะชี้แจงนโยบายในการหาเสียง และเรื่องการใช้เงิน ตามที่กฎหมายกำหนดไว้

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีสีของบัตรเลือกตั้งทั้งแบบแบ่งเขต ‘สีม่วง’ และบัญชีรายชื่อ ‘สีเขียว’ จะสื่อสารกับประชาชนอย่างไร นายไพบูลย์กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าไม่มีปัญหา เพราะสีของบัตรมีความแตกต่างชัดเจนอยู่แล้ว ไม่เห็นมีปัญหาอะไรอย่างที่หลายฝ่ายวิจารณ์ แต่ตนมีข้อสังเกตเมื่อเห็นตัวอย่างบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ เห็นว่ามีเบอร์พรรคปรากฏอยู่น้อยเกินไป แต่เชื่อว่าในบัตรของจริง ทางกกต.คงลงหมายเลขของพรรคการเมืองที่มีอยู่ประมาณ 60 กว่าพรรค ให้อยู่ในหน้าเดียวกัน หากเป็นเช่นนั้นก็ไม่มีปัญหา ถือว่าเหมาะสม แต่หากจะให้แบ่งเป็น 2 หน้า เราไม่โอเค

‘อู๊ดด้า’ปลุกแฟนคลับเลือกปชป.
เวลา 07.30 น. ที่ จ.สุราษฎร์ธานี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้า ปชป.ให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นรถแห่เพื่อขอเสียงให้กับผู้สมัครส.ส. สุราษฎร์ธานี ทั้ง 7 เขต ว่า มั่นใจจะได้เสียงสนับสนุนจากชาวสุราษฎร์ธานี ทั้ง 7 เขต ที่จะทำให้ยกทีมเช่นเดียวกับการเลือกตั้งปี 2562

“ผมขอส่งสัญญาณอีกครั้ง นอกจากปชป.ในสุราษฎร์ธานีที่ขอให้ช่วยกลับมาเลือกและสนับสนุนปชป.ดังเดิมแล้ว ขอส่งสัญญาณถึงพี่น้องชาวปชป.ที่เคยยืนหยัดมั่นคงกับปชป. ขอให้มั่นคงต่อไป มาจับมือกันเป็นกำลังสำคัญให้ปชป.เดินหน้าไปสู่ความเป็นสถาบันทางเมืองที่ยั่งยืนเพื่ออนาคตประเทศที่ดีกว่า”

ผู้สื่อข่าวถามว่า จากการที่นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าปชป.ลงพื้นที่ช่วยหาเสียง และกังวลเรื่องการใช้เงินซื้อเสียง นาย จุรินทร์กล่าวว่า เรื่องนี้จะเป็นอุปสรรค และเป็นปัญหาใหญ่ของการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งตอนนี้เริ่มปรากฏให้เห็นเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ ถ้าพี่น้องประชาชนไปสนับสนุนคนใช้เงินเพื่อแลกกับคะแนนเสียง สุดท้ายคนเหล่านี้ถ้าเข้าไปมีอำนาจจะไปถอนทุนคืน และเราจะได้รัฐบาลที่คอร์รัปชั่น ผลร้ายจะตกกับพี่น้องประชาชน จากสะพาน 100 แห่งจะเหลือ 60 แห่ง โรงพยาบาล 100 โรงจะเหลือ 60 โรง แล้วผลร้ายจะตกกับระบอบประชาธิปไตยด้วย

จากการยึดอำนาจหลายครั้งที่ผ่านมา ถ้าไปดูสาเหตุ จะเห็นว่าเหตุผลหนึ่งที่อ้างกันคือ เนื่องจากมีการทุจริตคอร์รัปชั่นของรัฐบาล ในขณะที่มีอำนาจอยู่ ดังนั้น การแลกคะแนนเสียงกับเงินไม่กี่ตังค์มันไม่คุ้มค่ากับความ เสียหายต่อตนเอง และประเทศที่จะเกิดขึ้น ตน คิดว่าหลายคนก็ตระหนักอยู่แล้ว แต่ สิ่งเหล่านี้ต้องช่วยกันรณรงค์ในวงกว้างให้มากขึ้น

‘เศรษฐา’สวนกลับ‘ประยุทธ์’
เมื่อเวลา 16.30 น. ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯพท. ลงพื้นที่ช่วยน.ส.สกาวใจ พูนสวัสดิ์ ผู้สมัครส.ส.กทม. เขต 13 ลาดพร้าว หาเสียง จากนั้นไปตลาดหน้าการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อช่วยนายพงศกร รัตนเรืองวัฒนา ผู้สมัครส.ส.กทม. เขต 14 บางกะปิ หาเสียง

นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ว่า ในกทม.เรามีความมั่นใจ แต่ผู้สมัครทุกคนและแคนดิเดต นายกฯ ของพรรคยังต้องลงพื้นที่เยอะๆ เพื่อสื่อสารนโยบาย และตอบข้อสงสัยกับประชาชน เพื่อผลักดันนโยบายของพรรคให้เข้าถึงประชาชน ส่วนเวลาที่เหลือก่อนการเลือกตั้งทางพรรคมีทีมดูเรื่องตัวเลขอยู่ หลังจากนี้พท.จะเน้นลงพื้นที่ที่สูสีหรือที่คะแนนตามอยู่ เราต้องทำงานหนักบางวันอาจมี 4-5 เวที เราไม่กลัวงานหนัก

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ ระบุการแจกเงิน ควรพุ่งเป้าไปที่กลุ่มที่ เดือดร้อน ไม่ใช่หว่านไปทั่ว นายเศรษฐา กล่าวว่า “ถ้าคิดว่าตลอดเวลาที่ท่านอยู่มา 8 ปี ประชาชนทุกกลุ่มไม่ได้เดือดร้อนไปทุกหัวระแหง ขอให้กลับไปดูหน่อย พยายามได้ยินเสียงที่ไม่อยากได้ยินบ้าง ท่านจะได้เข้าใจถ่องแท้ ถึงความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน ซึ่งนโยบายของพท.ครอบคลุมทุกกลุ่ม เพราะ เรามั่นใจว่าเราคิดใหญ่ทำเป็น”

ต่อข้อถามว่าหากพท.ได้เป็นรัฐบาล กลัวว่าจะเกิดรัฐประหารอีกหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ช่วง 8 ปีที่ผ่านมา เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าการรัฐประหาร ทำอะไรให้ประเทศบ้าง ซึ่งพท.ยึดหลักนิติธรรม ไม่คอร์รัปชั่น และนำเสนอโนบายเพื่อประชาชนจริงๆ ผู้สื่อข่าวถามว่าหากเป็นรัฐบาลจะทำประชานิยมต่อเนื่องหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า จะเรียกว่าอะไรก็ตาม แต่พรรคยึดโยงประชาชน หากยังเดือดร้อนเราจะเดินหน้าต่อ เราจะสร้างความมั่นคงทั้งด้านการเงิน และการคลัง ให้กับประชาชน และประเทศ เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่าบางพื้นที่ พท.เริ่มมีการแจกเงินซื้อเสียง นายเศรษฐากล่าวว่า ไม่มีอยู่แล้ว

ฉะ‘ธนกร’ด้อยค่าเป๋าดิจิทัล
น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขา ธิการพท. รักษาการโฆษกพรรค กล่าวถึงกรณีนายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ รองหัวหน้ารทสช. ตั้งข้อสงสัยที่มาของเงินในการดำเนินนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท พร้อมพาดพิงนายเศรษฐา ซึ่ง พูดว่าเมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น ประชาชนจะพ้นความยากจน โดยไม่ต้องพึ่งพาบัตรคนจนว่า เป็นการพูดในจินตนาการว่า ก่อนที่นายธนกรจะวิจารณ์ ควรศึกษาหาข้อมูลให้ครบถ้วนรอบคอบ หากฟังไม่ได้ศัพท์อาจจะสร้างความสับสนให้กับสังคมได้

แนวคิดของรทสช. หาเสียงนโยบายบัตรคนจนพลัส 1,000 บาท เป็นการแจกสงเคราะห์เฉพาะคนที่มีรายได้น้อย ซึ่งมีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับแนวคิดการ กระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ของ พท.ซึ่งเป็นนโยบายที่มีพลังในการกระตุกเศรษฐกิจที่ตกต่ำให้โงหัวขึ้น ผ่านการกระจายรายได้ไปทั่วทุกพื้นที่ของประเทศ รายได้จะเกิดขึ้นในท้องถิ่น และเกิดการหมุนรอบของเศรษฐกิจ

ส่วนข้อสงสัยของนายธนกร เรื่องแหล่งที่มาของงบประมาณในนโยบายดังกล่าวนั้น ไม่ใช่เรื่องอยู่ในจินตนาการอย่างที่นายธนกรกล่าวอ้างและด้อยค่า เพราะพท.ได้นำเสนอข้อมูล ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับนโยบายต่างๆ ต่อกกต. แล้ว มีการระบุที่มาของงบที่จะใช้อย่างชัดเจนตามกฎหมาย รวมทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจภายใต้รัฐบาลพท.ที่จะเข้ามาฟื้น จีดีพีให้เติบโตเฉลี่ย 5% ต่อปี

นายธนกรเคยอยู่พปชร. ตอนนี้ย้ายมาสังกัดพรรคใหม่ ก่อนจะซักถามหรือต่อว่านโยบายของพรรคอื่น ควรต้องถามตัวเองก่อนว่านโยบายที่หาเสียงไว้ในปี 2562 ทำได้บ้างหรือไม่ การย้ายมาตั้งพรรคใหม่ แต่นโยบายของพรรคเก่ายังไม่ทำ ไม่รับผิดชอบต่อคำพูดตัวเอง และยังวิจารณ์พรรคอื่นโดยไม่รู้ข้อเท็จจริง เป็นการทำงานการเมืองที่ ไม่สร้างสรรค์หรือไม่ พท.มีความตั้งใจจริง ที่จะนำพาพี่น้องประชาชนออกจากความทุกข์ยาก แม้ขณะนี้จะมีข้อซักถามมากมาย ไม่ว่าใครจะพูดอย่างไร แต่เมื่อถามประชาชน พี่น้องอยากได้นโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล เพราะโดนใจ แก้ปัญหาได้ตรงจุด

ยันพร้อมแจงที่มางบต่อกกต.
ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขา ธิการพท. และผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวถึงการเตรียมชี้แจงกกต.เกี่ยวกับนโยบายที่ใช้หาเสียงว่า พท.มี 2 ประเด็นที่ต้องชี้แจง ต่อ กกต. คือเรื่องนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท และการซื้อบัตรประชาชนเพื่อให้ประชาชนมีสิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า ซึ่งอาจจะส่อไปในทางทุจริต โดยพรรคได้เตรียมข้อมูลแล้ว

ในส่วนของตนเรื่องการซื้อบัตรประชาชนจะเลื่อนเป็นวันที่ 20 เม.ย. เนื่องจาก 18 เม.ย.ติดภารกิจ ส่วนเรื่องนโยบายต้องรอสรุปสัปดาห์หน้าอีกครั้ง ตนยังไม่สามารถตอบได้ แต่ยืนยันว่าข้อมูลพร้อมและเชื่อว่าการชี้แจงครั้งนี้จะทำให้ กกต.สิ้นข้อสงสัย เพราะเราจะวิเคราะห์ที่ไปที่มาทางการเงินตามระเบียบทุกอย่าง

‘วันชัย’ชี้สึนามิก่อตัวปลายเม.ย.
นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. โพสต์ข้อความเรื่อง “พฤหัสเข้า ราหูออก…สึนามิทางการเมืองจะเกิดขึ้น” ในเพจเฟซบุ๊กทนายวันชัย สอนศิริ พยากรณ์ตั้งแต่ปลายเม.ย.จะเกิดการเปลี่ยน แปลงในบ้านเมือง อำนาจใหม่ คนใหม่จะเข้ามาแทนที่ ดังนี้ การเคลื่อนย้ายใหญ่ของดวงดาวถึงสองครั้งสองคราในเวลาไล่เลี่ยกัน ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่ พลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน เป็นโฉมหน้าใหม่ทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม อิทธิพลของดวงดาวก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแห่งอำนาจ เป็นไปได้ขนาดนี้เชียวหรือ

19 เม.ย. ช่วงดึกปีนี้ ดาวพฤหัส จะย้ายเข้าสู่ราศีเมษซึ่งเป็นดวงเมืองในตำแหน่งราชาโชค สถิตอยู่ 1 ปี ต่อแต่นั้น 17 ต.ค.ปีเดียวกัน เวลา 06.22 น. ดาวราหูเคลื่อนย้ายออกจากราศีเมษอันเป็นดวงเมือง มาอยู่ในราศีมีนซึ่งเป็นอริ อยู่ในตำแหน่งที่เป็นลบ เมื่ออริมาเจอกับราหู เลยกลายเป็นเรื่องที่เป็นคุณเป็นบวกกับประเทศ สถิตอยู่ถึง 2 ปีครึ่ง เมื่อพิจารณากันลึกๆ แบบสุดๆ โหราท่านว่า

1.สึนามิทางการเมืองกำลังก่อตัว เป็นคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงใหญ่ ตั้งแต่ปลายเม.ย. ขึ้นไป เป็นการเปลี่ยนแปลงแห่งอำนาจของประชาชน ในครั้งนี้พลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน ชนิดคาดไม่ถึงจริงๆ

2.คนเก่าบุญเก่าที่จะเกื้อหนุนก็สูญสิ้น แตกทัพ กระเจิงไปคนละทิศคนละทาง มิอาจต่อกรใดๆ กับใครได้

3.อำนาจใหม่ คนใหม่ วิธีการใหม่ และการกระทำใหม่ๆ จะเกิดขึ้น บันดลบันดาลประสานให้เกิดความเรียบร้อยชื่นชมยินดีทุกหมู่เหล่า

4.นับแต่ราหูออก 17 ต.ค.เป็นต้นไป ความปรองดองสมานฉันท์จะเริ่มเห็นปรากฏเป็นที่ชัดเจน มีแสงสว่างแห่งความสงบร่มเย็น

5.ดาวพฤหัสเป็นเรื่องของรัฐธรรมนูญ กฎกติกาของบ้านเมืองจะเกิดการเปลี่ยน แปลงแก้ไขอย่างแน่นอน เมื่อราหูย้าย ความมืดดำทะมึนก็จะถูกปลดปล่อยออกไป นำมาซึ่งความถูกต้องตามทำนองคลองธรรม

6.วิกฤตต่างๆ ของประเทศ ทั้งโรคภัยไข้เจ็บก็จะมลายหายสิ้นไป ชาวประชาก็จะกลับมาสดใส การค้าการขายทั้งในและต่างประเทศดีขึ้นโดยลำดับ

‘บิ๊กตู่’ปลื้มเศรษฐกิจอีสานฉลุย
เมื่อวันที่ 16 เม.ย. นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยข้อมูลจาก ISAN Insight and Outlook คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ระบุบทวิเคราะห์เศรษฐกิจอีสานไตรมาสแรกปี 2566 ว่า เศรษฐกิจอีสานยังขยายตัวต่อเนื่อง จากปัจจัยการสนับสนุนทั้งการบริโภค การลงทุน และการจ้างงาน ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมขอบคุณตัวชี้วัด การวิเคราะห์แนวโน้มทางเศรษฐกิจที่ผ่านมา แสดงถึงการทำงานของรัฐบาลที่เป็นประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนเพื่อวิถีชีวิตที่ดีขึ้น

จากข้อมูล ISAN Insight and Outlook ระบุว่าเศรษฐกิจภาคอีสานสะท้อนแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ กำลังซื้อที่ขยายตัว ทั้งจากในพื้นที่และนักท่องเที่ยว การลงทุนที่มีแนวโน้มกลับมาฟื้นตัว ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการต่อมุมมองเศรษฐกิจที่ปรับดีขึ้น และการจ้างงานที่ปรับตัวดีขึ้นชัดเจน โดยเฉพาะกับภาคการค้า การท่องเที่ยว และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง

การบริโภคในภาคอีสานปรับตัวดีขึ้น การเดินทางโดยเฉพาะทางอากาศที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นชัดเจน สร้างผลบวกให้กับภาพรวมเศรษฐกิจ รวมถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอยู่ในระดับเชื่อมั่น นอกจากนี้ สินเชื่ออุปโภคบริโภคยังขยายตัวเป็นปัจจัยที่เพิ่มกำลังซื้อในช่วงนี้ ส่งผลให้การลงทุนภาคเอกชนอีสานมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของธุรกิจด้านการท่องเที่ยวปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2566 คาดว่าจะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยในภาคอีสานกว่า 35 ล้านคน มีแนวโน้มการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวเมืองรองในภาคอีสาน รวมทั้งภาคอีสานมีโอกาสจากการท่องเที่ยว รูปแบบความเชื่อ มีจำนวนวัดมากที่สุดในประเทศ มีความพร้อมทั้งสถานที่และเส้นทาง ถือเป็นปัจจัยที่จะสร้างโอกาสและรายได้สำหรับภาคการท่องเที่ยว

“นายกฯ ชื่นชมความพร้อมของทุกภาคส่วนที่ตอบรับการพัฒนาที่รัฐบาลได้กำหนดไว้ ย้ำการทำงานที่ผ่านมาทำเพื่อทุกพื้นที่ในประเทศ เน้นให้เกิดการพัฒนาที่สอดคล้องกับบริบท วัฒนธรรม ความเจริญ ความเหมาะสมในพื้นที่นั้นๆ เชื่อมั่นว่าตัวเลขการวิเคราะห์ที่เกิดขึ้นจะเป็นกำลังใจให้คนในพื้นที่ เป็นกำลังใจให้ทุกหน่วยงานในการทำงาน และเชื่อมั่นว่าจากแนวทางการทำงานที่ได้วางไว้จะทำให้ภาคอีสานมีเศรษฐกิจที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน” นายอนุชากล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน