แฟนคลับแน่น ‘เศรษฐา’นำทัพบุกใหญ่อีสาน ปชป.โหมกทม. ภท.เอาใจ‘อสม.’
กกต.แจ้งเริ่มวันนี้ ตรวจสอบสิทธิเลือกตั้ง 3 ช่องทาง ‘บิ๊กป้อม’ เดินห้างดังซอยรางน้ำ แฟนคลับกรี๊ดเชียร์เป็นนายกฯ พปชร.จ่อเปิดยุทธศาสตร์หาเสียงล็อตใหม่ ชูกองทุนประชารัฐ 3 แสนล้าน ดันซอฟต์ เพาเวอร์ไทยดึงเงินเข้าประเทศ รทสช.ปล่อยอีกคลิป ‘บิ๊กตู่’ อ้อนคะแนน แก้เกมผู้สมัครภาคใต้พรรคอื่นโหนกระแสตีกิน ‘อนุทิน’ จัดเต็มนโยบายสวัสดิการ‘อสม.-อสส.’ หวัง 1 ล้านเสียงเทให้ภท. ‘จุรินทร์’ เปิดปราศรัยใหญ่กทม.รอบสอง 23 เม.ย.นี้ เพื่อไทยบุกใหญ่อีสาน จัดทัพเดินสายหาเสียงยาวถึงสิ้นเม.ย. ‘เศรษฐา’ นำทัพเองมั่นใจเรตติ้งยังแรงพาแลนด์สไลด์สู่เป้าหมาย
กกต.แจ้งตรวจสอบสิทธิลต.
เมื่อวันที่ 17 เม.ย. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งตรวจสอบ รายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ.2566 ซึ่งกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค.2566 ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. เป็นวันเลือกตั้ง และกำหนดวัน เลือกตั้งล่วงหน้าในวันอาทิตย์ที่ 7 พ.ค.2566 สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย.เป็นต้นไป จากช่องทางต่างๆ ดังนี้
1.ตรวจสอบรายชื่อจากบัญชีรายชื่อ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ด้วยตนเอง ณ ที่เลือกตั้ง ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ ที่ทำการเขต ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล สำนักงานเทศบาล ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน หรือเขตชุมชนใกล้บ้าน
2.ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ที่เว็บไซต์ของสำนักบริหารการทะเบียน www.bora.dopa.go.th หรือผ่านแอพพลิเคชั่น Smart Vote ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
3.ตรวจสอบจากหนังสือแจ้งเจ้าบ้าน (ส.ส. 1/6)
ส่วนกรณีไม่พบชื่อ หรือมีชื่อผู้ไม่มีสิทธิเลือกตั้งปรากฏอยู่ในบัญชีรายชื่อ ให้ยื่นแบบคำร้องแจ้งเพิ่มชื่อ-ถอนชื่อ ต่อนายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่น
สำหรับการตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ เลือกตั้งผ่านระบบออนไลน์ สามารถทำได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เพียงกรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก สามารถเข้าถึงข้อมูลแสดงรายชื่อที่ตนมีสิทธิ วันที่เลือกตั้ง จังหวัดและเขตที่มีสิทธิ สถานที่จะไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
รทสช.ปล่อยคลิป‘บิ๊กตู่’อีก
วันเดียวกัน พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ปล่อยคลิปความยาว 37 วินาที ขอคะแนนเสียง โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะประธานยุทธศาสตร์และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค พร้อมเพลงประกอบลุงตู่อยู่ไหน ใจความว่า “ผมขอคะแนนเสียงจากประชาชน เลือก ส.ส.เขตพรรครวมไทยสร้างชาติทุกเขต ก็จะได้ผมเป็นนายกฯ และอย่าลืมเลือกพรรครวมไทยสร้างชาติ เบอร์ 22 เลือกพรรค รวมไทยสร้างชาติทั้ง 2 ใบ”
ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ รองหัวหน้ารทสช. กำกับดูแลพื้นที่ภาคใต้ เปิดเผยว่า ได้ขอให้พล.อ.ประยุทธ์ จัดทำคลิปวิดีโอนี้ขึ้นมา เนื่องจากได้รับข้อมูลจากผู้สมัครของพรรคในพื้นที่ภาคใต้ ว่ามี ผู้สมัครจากบางพรรค นำกระแสความนิยมของพล.อ.ประยุทธ์ในภาคใต้มาหาเสียง หวังแบ่งคะแนนให้กับตัวเอง ด้วยการบอกประชาชนให้เลือกพรรค รทสช. แต่เลือก ตัวเองเป็นส.ส.เขต

เดินห้าง – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ใช้โอกาสวันหยุดยาวสงกรานต์ เดินห้างพบปะทักทายประชาชน ร่วมพูดคุยกับผู้ประกอบการต่างๆ ที่ห้างสรรพสินค้าคิง เพาเวอร์ ซอยรางน้ำ กทม. เมื่อวันที่ 17 เม.ย.
‘บิ๊กป้อม’เดินห้าง-แฟนคลับกรี๊ด
เมื่อเวลา 13.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เดินทางไปห้างสรรพสินค้าคิง เพาเวอร์ รางน้ำ กทม. เพื่อรับประทานอาหารและเยี่ยมเยียน พูดคุย ตามร้านค้าต่างๆ อาทิ ร้านทิพย์สมัย ผัดไทยประตูผี ร้าน ก๋วยจั๊บฮ่องเต้ ร้านเชียงการีร่า ร้านหนองมน To Table by หญิงชุ ร้านไทยสตรีทฟู้ด ร้านเผ็ด เผ็ด เฮ่! ร้านหมี่สะปำคุณยายเจียร โดยสอบถามผู้ประกอบการถึงการค้าขาย ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และให้กำลังใจ โดยหวังว่าสถานการณ์ต่อจากนี้ไปสภาพเศรษฐกิจการค้าขายจะดีขึ้น มีนักท่องเที่ยว เข้ามามากขึ้น ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า การค้าขายเริ่มดีขึ้นต่อเนื่อง
ในระหว่างเดินเยี่ยมชมร้านค้าต่างๆ มี แฟนคลับของพล.อ.ประวิตร และนักท่องเที่ยว ที่มารับประทานอาหาร มาขอถ่ายรูปจำนวนมาก เชียร์ให้เป็นนายกฯ คนที่ 30 ซึ่ง พล.อ.ประวิตรได้ร่วมถ่ายรูปกับบรรดา แฟนคลับอย่างเป็นกันเอง และอวยพรให้ ทุกคนประสบความโชคดีในเทศกาลปีใหม่ของไทยด้วย
จ่อเปิดยุทธศาสตร์ใหม่
พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ว่า เทศกาลสงกรานต์ของไทยในปีนี้ที่บรรยากาศกลับมาคึกคัก เป็นศูนย์รวมของนักท่องเที่ยวจาก ทั่วโลก สร้างเงินสะพัดเข้ากระเป๋าประชาชน หลังจากซบเซาโควิด-19 มาถึง 3 ปี งานสงกรานต์ เป็นซอฟต์เพาเวอร์ของประเทศไทย ถือเป็นเฟสติวัลระดับโลกที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้าไทยจำนวนมาก อีกทั้งเป็นสัญลักษณ์วัฒนธรรมประเพณีสากล ที่หลายประเทศจัดฉลองสงกรานต์ เช่น รัฐนิวยอร์ก สหรัฐ ประกาศให้สงกรานต์เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่งดงามในอเมริกา และใน องค์การยูเนสโก จะพิจารณาการขึ้นทะเบียน ประเพณีสงกรานต์ไทย เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในปลายปีนี้
ปัญหาสำคัญที่ซอฟต์เพาเวอร์ของไทย ไม่สามารถแพร่หลายไปสู่ระดับสากลได้ เพราะขาดการสนับสนุนและส่งเสริมอย่างจริงจัง ดังนั้น ทันทีที่พปชร. ได้เป็นรัฐบาล จะส่งเสริมซอฟต์เพาเวอร์ที่มีหลายมิติทั้ง มวยไทย ผ้าไทย อาหารไทย ภาพยนตร์ไทย และเทศกาลไทย ผ่านกองทุนประชารัฐ 3 แสนล้านบาท ผลักดันซอฟต์เพาเวอร์ ของไทยให้เกิดขึ้นจริง และเป็นเครื่องยนต์สำคัญสร้างรายได้ให้กับประเทศ ทำให้เศรษฐกิจไทยแข่งขันกับเศรษฐกิจโลกได้ โดย พปชร.เตรียมเปิดยุทธศาสตร์หาเสียงเลือกตั้งออกมาสู่สายตาสาธารณชนในเร็วๆ นี้

โคราชโนมิกส์ – นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรคชาติพัฒนากล้า ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต 1 หาเสียงที่ตลาดแม่กิมเฮง และตลาดรถไฟ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ชูนโยบายโคราชโนมิกส์ แก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 17 เม.ย.
‘เสี่ยหนู’จัดเต็มเอาใจอสม.-อสส.
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าภท. เป็นประธานการแถลงนโยบายการพัฒนา และสวัสดิการอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) พร้อมด้วย น.ส.เรวดี รัศมิทัต และนายจำรัส คำรอด ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยมีอสม. และอสส.เข้าร่วมรับฟัง
นายอนุทินกล่าวว่า สมัยที่ตนเป็น รมช.สาธารณสุข ตนไม่รู้จักอสม. แต่พอได้ออกไปปฏิบัติหน้าที่นอกกระทรวง ได้พบเห็นได้รับการซึมซับอสม. จนเข้าใจว่าคือฟันเฟืองสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดความเรียบร้อย หลังจากนั้นคำว่า อสม.ก็อยู่ในความคิดของตนตลอด กระทั่งวันที่ได้กลับมาเป็น รมว.สาธารณสุข ได้ออกปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ ต่างจังหวัดอีกครั้ง ความรู้สึก และบรรยากาศทุกอย่างเหมือนเดิม และเมื่อโควิด-19 เข้ามายิ่งทำให้มีความใกล้ชิดกับ อสม.มากขึ้น ทำให้เรากล้าแสดงให้คนทั้งประเทศได้เห็นความสำคัญของอสม. ท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาด และส่วนตัวได้สมัครเป็น อสม.ด้วย ที่ ต.อิสาน อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งน่าจะเป็นหัวหน้าพรรคเพียงคนเดียวที่เป็นอสม.
เราต้องไม่ลืมว่า อสม.คือบุคคลที่เป็น อาสาสมัคร ถ้าเราอยากหาเสียงแบบไม่ลืมหูลืมตัว เราคงแถมแหลกแจกสะบัด แต่ตน บอกเสมอว่า อสม.คืออาสาสมัครไม่มีใครบังคับให้มา พวกท่านมากันเอง ถ้ามาเรียกร้องค่าตอบแทน ความเป็น อสม.จะหมดไป ทันที ตนต้องรักษาศักดิ์ศรีของพวกท่าน ทุกคนที่เป็นอสม.ด้วย จึงต้องทำให้ทุกท่าน ยืนหยัดได้ด้วยความมีศักดิ์ศรี เราทำงาน ขนาดนี้ คงต้องกลับไปดูแลกระทรวงสาธารณสุขอีกครั้ง
ไม่ตั้งสกุลเงินใหม่-ใช้เงินในระบบ
“ช่วงโควิด-19 คนมีความศรัทธาอสม. ทุกอย่างเกิดจากการกระทำ เกิดจากความ เสียสละของพวกท่าน ถือเป็นระบบเดียวที่สาธารณสุขไทยมี แต่สาธารณสุขทั่วโลกไม่มี ภท.ลงเลือกตั้งครั้งนี้ ยังมีอีกหลายอย่างที่ระบบสาธารณสุขไทยต้องมีมากขึ้น ผมคิดว่า ภท.โชคดีมีคนที่เป็นอสม. เป็นถึงประธาน ชมรมอสม. มาเป็นตัวแทนของพรรค ผมหวังว่าท่านจะให้พรรคการเมืองนี้ ได้ต่อยอดดูแลทำประโยชน์ให้พี่น้องอสม. เพื่อที่สิ่งดีๆ จะได้สะท้อนกลับไปยังประชาชน หากจะมี อสม.เป็นส.ส.สักคนในสภาผู้แทนราษฎร ผมคิดว่ามีความหมาย และสำคัญอย่างยิ่งต่อ พี่น้องอสม. เพื่อที่จะได้ช่วยเข้าไปเป็นปากเป็นเสียงให้อสม. ถ้าพี่น้องอสม. 1 ล้านคน เลือก ภท.ทั้งหมด ผมไม่ต้องหาเสียงแล้ว ซึ่ง ภท.น่าจะเป็นพรรคที่สื่อสารกับพี่น้องอสม. ได้ใกล้ชิดที่สุด”
สำหรับนโยบายการพัฒนา และสวัสดิการอสม. และอสส. จะมีการเสนอกฎหมายจัดตั้ง “สถาบันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมสุขภาพภาคประชาชน” โดยใช้ งบประมาณจากภาษีบาป, ค่าตอบแทนอสม. 2,000 บาท, เจ็บป่วยมีประกัน, เจ็บป่วยมีห้องพิเศษฟรี ค่าอาหารฟรี (โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ใช้บัตรสมาร์ตการ์ด อสม. และอสส. ยื่นใช้สิทธิ, เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ อสม.แห่งประเทศไทย เสียชีวิตได้ 500,000 บาท, เงินยืมอสม. อสส. ปลอดดอกเบี้ยคนละ 100,000 บาท ผ่านกองทุนเงินออม อสม. และอสส. และจัดตั้งกองทุนเงินออม อสม. และอสส. โดยเงินทุนมาจาก อสม. ส่งเงินเข้ากองทุน 100 บาทต่อเดือน รัฐบาลส่งเงินเข้ากองทุน 100 บาทต่อเดือน
“เงินของนโยบายพรรคที่เกี่ยวกับ อสม. เป็นเงินที่หมุนเวียนในระบบกองทุนของ อสม. เราไม่ต้องไปตั้งสกุลเงินใหม่ แต่เงิน จะหมุนเวียนอยู่ในระบบอสม. ไม่ต้องใช้ งบประมาณประเทศ” นายอนุทินกล่าว

อ้อนบางกะปิ – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมแกนนำพรรคหาเสียงช่วยผู้สมัครส.ส.กทม. อ้อนขอคะแนนจากแฟนพันธุ์แท้ประชาธิปัตย์ ลั่นไม่เคยทอดทิ้ง คนกรุงเทพฯ ที่ตลาดบางกะปิ เมื่อวันที่ 17 เม.ย.
ปชป.ปราศรัยใหญ่กทม. 23 เม.ย.
เมื่อเวลา 09.30 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมด้วย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก นายบุณย์ธีร์ พานิชประไพ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) และนายวิลาศ จันทรพิทักษ์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 32 บางกอกน้อย บางกอกใหญ่ ภาษีเจริญ ตลิ่งชัน ธนบุรี เบอร์ 2 มาช่วยกันขอเสียงสนับสนุน ให้กับ น.ส.ศิริภา อินทรวิเชียร ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขต 24 ธนบุรี คลองสาน ราษฎร์บูรณะ เบอร์ 11
นายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์ถึงกลยุทธ์การ หาเสียงว่า ปชป.เดินหน้าทุกวันด้วย 3 ทัพ ทั้งทัพหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และอดีตหัวหน้าพรรค ทั้งนายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต่างมาช่วยกัน สะท้อนให้เห็นว่าปชป.สู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ด้วยความตั้งใจจริง และรวมกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
“ผมถือโอกาสขอบคุณอดีตหัวหน้าพรรคทั้ง 3 ท่าน และสมาชิกพรรคทุกคน ที่ ช่วยกันคนละไม้คนละมืออย่างสุดกำลังความสามารถ ในการรณรงค์หาเสียงให้กับพรรค สิ่งนี้จะเป็นกำลังใจให้กับผู้สมัคร ของพรรค เป็นกำลังใจให้พวกเราชาวปชป.เพื่อเร่งเดินหน้าหาเสียง และเป็นการเพิ่มแรงสนับสนุนจากพี่น้องคนไทยทั้งประเทศด้วย” นายจุรินทร์กล่าว
สำหรับในพื้นที่กทม. ที่แม้การเลือกตั้ง ครั้งที่ผ่านมา ปชป.ไม่มีที่นั่งส.ส.เลย แต่ พวกเราไม่เคยทิ้งพื้นที่ ทั้งกรรมการบริหารพรรค ตัวแทน และผู้สมัครของพรรค ต่างลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นคะแนนสะสมที่เชื่อว่าพี่น้องชาวกทม. เห็นปชป.อยู่ในสายตามาตลอดระยะเวลา 4 ปีเต็ม และปชป.ไม่เคยลืม ไม่เคยทิ้ง พี่น้องชาว กทม. เชื่อว่าในการเลือกตั้งที่จะมาถึงพี่น้องกทม. จะให้โอกาสปชป. เบอร์ 26 มากขึ้น
“ปชป.จะจัดปราศรัยใหญ่ในกทม.ทั้งหมด 3 ครั้ง โดยการปราศรัยใหญ่ครั้งที่ 2 จะจัดขึ้นบริเวณวงเวียนใหญ่ ในวันที่ 23 เม.ย.นี้ ปชป.ได้ประกาศจุดยืนที่ชัดเจนว่า ทางรอดของประเทศถัดจากนี้ ต้องเป็นประชาธิปไตย เต็มใบเท่านั้น ถ้าครึ่งใบอยู่อย่างนี้จะเจอ แรงเสียดทานไม่มีทางจบสิ้น และเป็นอุปสรรคในการบริหารราชการแผ่นดิน ดังนั้นประชาธิปไตยเต็มใบจะเป็นทิศทางชัดเจนที่จะพาประเทศเดินไปข้างหน้า ซึ่งประชาธิปไตยอย่างเดียวไม่พอ ต้องเป็นประชาธิปไตยไม่โกงด้วย” นายจุรินทร์กล่าว
‘ชวน’กรีดอดีตเพื่อนร่วมพรรค
ที่องค์พระปฐมเจดีย์ วัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร อ.เมือง จ.นครปฐม นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าปชป.เดินทางมาช่วย หาเสียงให้นายฐานุพงศ์ รังสิไตรพงศ์ หรือโจ๊ย นครปฐม อดีตดาราดัง “ขุนช้าง” ผู้สมัคร ส.ส.นครปฐม เขต 2 เบอร์ 7 เพื่อตอกย้ำตัวบุคคล ที่มีอัตลักษณ์ชอบช่วยเหลือผู้ด้อยกว่า และนำเสนอนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ให้แก่พี่น้องประชาชนเขต 2 โดยเฉพาะพื้นที่ไข่แดง เทศบาลนครนครปฐม ที่เดิมประชาธิปัตย์เคยปักธง ส.ส.เขตนี้ เมื่อปี 2562
นายชวนกล่าวว่าที่ผ่านมา เขตนี้เป็นของ ผู้สมัครจากปชป. แต่คราวนี้ เขาได้ย้ายไป จากปชป.แล้ว เขาเป็นคนดีแต่ยามที่พรรคมีปัญหา เขาไม่อดทน ไม่พร้อมที่จะสู้ไปกับเรา ยามสุขอยู่ด้วยกัน ยามทุกข์ย้ายไป แต่ก็ยังเสียดายเพราะความที่กลัวจะแพ้ พร้อมที่จะร่วมเป็น ไม่พร้อมที่จะร่วมตายในยามที่พรรคตกต่ำ ตนก็ว่าจะพอแล้ว แต่เมื่อโพลหลายแห่งบอกว่าปชป.ตกต่ำ ตนจึงต้องอยู่กับพรรค มาช่วยกัน

เปิดศูนย์ – นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช นายไชยยศ จิรเมธากร รองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่ภาคอีสาน น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร รองเลขาธิการพรรค ร่วมเปิดศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง เขต 2 อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี
‘หยัด’ขนคาราวานบุกอุบลฯ
เมื่อเวลา 12.00 น. นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าปชป. คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช นายไชยยศ จิรเมธากร รองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่ภาคอีสาน น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร รองเลขาธิการพรรค และนายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ที่ปรึกษาคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ภาคอีสาน และผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ร่วมเปิดศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง เขต 2 อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี ของนายวุฒิพงษ์ นามบุตร ผู้สมัคร ส.ส.อุบลราชธานี เขต 2 เบอร์ 4 และศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง เขต 3 อ.ม่วงสามสิบ ของนายศุภชัย ศรีหล้า ผู้สมัคร ส.ส.อุบลราชธานี เขต 3 เบอร์ 2 โดยมีประชาชนในพื้นที่ร่วมงานคับคั่ง
นายบัญญัติกล่าวปราศรัยว่า จุดแข็งของปชป. คือ เป็นสถาบันพรรคการเมือง มีอุดมการณ์ มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความจริงจังต่อการแก้ปัญหาให้กับชาติบ้านเมืองและประชาชน และผลงานรัฐมนตรีของ ปชป. อาทิ นโยบายประกันรายได้ช่วยประคับประคองเกษตรกรให้ลืมตาอ้าปากได้ ในช่วงเศรษฐกิจประเทศตกต่ำจากวิกฤตโควิด-19 พิสูจน์ได้จากยอดส่งออก ตนจึงมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ปชป.จะไม่ผิดหวัง ขอย้ำว่าแม้จะมีคนออกไปจากพรรคไป แต่เรายังมีคนไหลกลับเข้ามาอีกเป็นจำนวนมาก
พท.เปิดคิวยาว-ลุยหนักอีสาน
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย แถลงว่า พรรควางโปรแกรมลงพื้นที่และปราศรัยใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย.-สิ้นเดือนเม.ย. โดยมีแกนนำพรรคจากส่วนกลาง นำโดยนายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกฯ นายนพดล ปัทมะ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายอดิศร เพียงเกษ ลงพื้นที่ร่วมกับผู้สมัครในแต่ละพื้นที่ ขณะที่อุ๊งอิ๊ง-น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ จะปราศรัยผ่านจอ หรือวิดีโอคอลถึงประชาชนในบางพื้นที่ เราจะลุยหนักในพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งเป็นพื้นที่ เป้าหมายหลัก และจะประเมินสถานการณ์ ช่วงปลายเดือนเม.ย.อีกครั้ง และโค้งสุดท้ายของการหาเสียง จะปรับรูปแบบและยุทธวิธี เพื่อเรียกคะแนนเสียงต่อไป
โปรแกรมปราศรัย เริ่มตั้งแต่วันที่ 18-19 เม.ย.นี้ ที่จ.ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ขอนแก่น รวม 4 เวที โดยวันที่ 18 เม.ย. เวลา 09.30 น. เวทีร.ร.จันทรุเบกษา อ.เกษตรวิสัย, เวที สาเกตฮอลล์ อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด จากนั้นไป เวทีสวนสุขภาพข้างที่ว่าการอ.กมลาไสย และบริเวณอ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ช่วงค่ำ ปราศรัยที่ตลาดต้นตาล อ.เมือง จ.ขอนแก่น
วันที่ 19 เม.ย. เวลา 10.00 น. ลงพื้นที่ และปราศรัยที่เวทีลานตลาดนัด อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น และพบผู้นำปศุสัตว์และ ผู้ประกอบการไก่ย่างเขาสวนกวาง ที่ อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ร่วมวงพบปะ พูดคุยสื่อสารนโยบายเพื่อแก้ปัญหาให้ กับผู้ประกอบการ และช่วงบ่ายพบ ผู้ประกอบการ นักธุรกิจภาคอุตสาหกรรม และการขนส่งสินค้า ที่อ.เมือง จ.อุดรธานี ก่อนลงพื้นที่ติดตามแผนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง โดยในเพจของพท.ได้โพสต์ ช่วงเวลาในการเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงจากกรุงเทพฯไปถึงจังหวัดต่างๆ และก่อน เดินทางกลับในช่วงค่ำ แกนนำพรรคจะพบกับประชาชนที่จ.อุดรธานี
‘เศรษฐา’นำทัพ-ต่อด้วยปักษ์ใต้
ขณะที่แกนนำคนอื่นๆ จะแยกกันลงไปตามภาคต่างๆ เพื่อช่วยหาเสียง อาทิ นายจาตุรนต์ ฉายแสง ลงพื้นที่จ.ฉะเชิงเทรา และภาคกลางในวันที่ 19 เม.ย. ส่วนนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ลงพื้นที่ภาคใต้ จ.ตรัง นครศรีธรรมราช และ จ.สงขลา ในวันที่ 20 เม.ย. ด้านนายสุทิน คลังแสง นำปราศรัยในพื้นที่ภาคอีสาน คู่ขนานไปพร้อมกัน
จากนั้นวันที่ 21 เม.ย.คณะของนายเศรษฐา ลงพื้นที่และปราศรัย ที่จ.หนองคาย และจ.เลย วันที่ 22 เม.ย. ที่จ.เพชรบูรณ์ และจ.สุโขทัย วันที่ 23 เม.ย.ที่จ.ปทุมธานี วันที่ 24 เม.ย.ปราศรัยที่สะพานพระราม 8 กทม. และวันที่ 25-27 เม.ย.แกนนำคณะใหญ่จะลง พื้นที่ภาคใต้ ที่ จ.ภูเก็ต พังงา สงขลา และ จ.นครศรีธรรมราช ตามลำดับ ต่อด้วยวันที่ 28 เม.ย. ปราศรัยบริเวณเขตดินแดงและเขตใกล้เคียง จากนั้นวันที่ 29 เม.ย. ลงพื้นที่ ภาคอีสานใต้ ที่จ.สุรินทร์ และจ.ศรีสะเกษ และปิดท้ายวันที่ 30 เม.ย.ที่จ.บุรีรัมย์
นายณัฐวุฒิกล่าวกรณีมีเสียงวิจารณ์นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ว่า ประชาชนส่วนใหญ่สนับสนุนนโยบาย ดังกล่าว และอยากให้เกิดขึ้นได้จริง ส่วนฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย เช่น พล.อ.ประยุทธ์ นั้น ต้องบอกว่าที่ผ่านมานโยบายของพรรค เรามั่นใจในประสบการณ์และเชื่อมั่นในเกียรติประวัติว่าสามารถทำให้ประชาชนได้ตามที่กำหนดออกมา จึงไม่กังวลตรงนี้ เพราะประชาชนได้เห็นผลงานของพรรคมาแล้ว
ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ควรเอาเวลาที่วิจารณ์ในเรื่องนี้ กลับไปมองสมัยเป็นแคนดิเดตของพรรคเก่า ว่าเรื่องที่พรรคดังกล่าวประกาศนโยบายอะไรไปแล้ว ทำได้หรือไม่ เพราะเข้าใจว่ามีบางเรื่องที่ยังทำไม่ได้ และให้ดูว่าในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา นโยบายที่ประกาศออกมามีอะไรที่ทำสำเร็จบ้าง ขณะที่นโยบายของพรรคใหม่ที่นายกฯ ไปสังกัดนั้น ควรดูว่าอะไรที่ทำได้ถ้าได้กลับมาเป็นรัฐบาล

เปิดศูนย์สู้ – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย พร้อมผู้สมัคร ส.ส.กทม. เปิดศูนย์อำนวยการเลือกตั้งของพรรค และปราศรัยชูนโยบายบำนาญประชาชน 3,000 บาท ที่ลานชุมชนวัดโสมนัส กทม. เมื่อวันที่ 17 เม.ย.
เลขาฯมั่นใจ‘อิ๊ง’พาพท.เข้าวิน
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพท. ให้สัมภาษณ์กรณีผลสำรวจสวนดุสิตโพลเผยแพร่ความเหมาะสมด้านต่างๆ ของคนจะมาเป็นนายกฯ ว่า จากโพลดังกล่าวมีการถามความเหมาะสมของนายกฯในด้านต่างๆ โดย น.ส.แพทองธาร มีความเหมาะสมทั้งด้าน แก้ปัญหาเศรษฐกิจ ทำสังคมให้มีความสุข พัฒนาคุณภาพชีวิตและสวัสดิการของประชาชน และช่วยพัฒนาประเทศให้ เจริญก้าวหน้า รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้กับประเทศ ทำให้เห็นว่า น.ส.แพทองธารได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชนในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจและพัฒนาคุณภาพชีวิต ตรงกับแนวทางพท.ที่ต้องการพาประชาชนออกจากวิกฤตเศรษฐกิจและสังคมในรอบ 8 ปี
“เราจึงมั่นใจว่าประชาชนอยากให้ แคนดิเดตนายกฯ ของพท.เข้ามาทำหน้าที่ ก็ยิ่งตอกย้ำเป้าหมายแลนด์สไลด์ของพท.ว่า จะเกิดขึ้นจริง จากนี้พท.จะนำจุดแข็งที่มีอยู่ บวกกับนโยบายไปชี้แจงให้ประชาชน ยิ่งมั่นใจว่าหาก พท.เป็นรัฐบาลจะพลิกฟื้นประเทศไทย และไม่ใช่แค่ตัว น.ส.แพทองธาร เพราะพท.ทำงานเป็นทีม ซึ่งจะตอบโจทย์ แก้ปัญหาให้ประชาชนได้อย่างแน่นอน” นายประเสริฐยืนยัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพปชร. มีคะแนนสูงสุดในการแก้ปัญหาความ ขัดแย้ง และช่วยประสานงานการจัดตั้งรัฐบาล นายประเสริฐกล่าวว่า ถือเป็นความคิดเห็นของประชาชน การแก้ปัญหาความขัดแย้งและประสานงานรัฐบาลนั้น ตนอยากให้รอผลการเลือกตั้งออกมาก่อน ถ้าพท.ชนะถล่มทลาย ก็เป็นความชอบธรรมที่เราจะเป็นแกนนำ จัดตั้งรัฐบาล และไม่จำเป็นต้องให้ใครมาช่วยประสานงานจัดตั้งรัฐบาล
ก้าวไกลรวมพลโค้งท้าย
ที่พรรคก้าวไกล (ก.ก.) นายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล แถลงว่า ก.ก.จะมีงานใหญ่ในวันที่ 22 เม.ย. เป็นเวทีทัพใหญ่ ก้าวไกล ปราศรัยโค้งสุดท้าย นำโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรค นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ช่วยหาเสียงพรรค นายเซีย จำปาทอง ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 4 และน.ส.พรรณิการ์ วานิช ผู้ช่วยหาเสียงพรรค ซึ่งจะเป็นหาเสียงโค้งสุดท้ายของพรรค เป็นการส่งสัญญาณถึงผู้สมัครทุกคน รวมถึงผู้สนับสนุนของพรรคทุกคนที่อยู่ทั่วประเทศ ให้ช่วยกันใช้เวลาที่เหลืออย่างไม่ย่อท้อ ในการหาเสียง ยอมรับว่าเป้าหมายในการเปลี่ยนแปลงประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย จำเป็นต้องได้รับแรงสนับสนุนจากทุกภาคโดยเฉพาะ กทม. พรรคจะทำให้มั่นใจว่าชนะถล่มทลาย ไม่ให้ตกหล่นแม้แต่เขตเดียว
ผู้สื่อข่าวถามถึงพล.อ.ประยุทธ์ วิจารณ์นโยบายแจกเงินที่อาจส่งผลกระทบในอนาคต นายรังสิมันต์กล่าวว่า ก.ก.มีนโยบายรัฐสวัสดิการ ซึ่งเป็นสวัสดิการที่ทุกคนควร ได้ เปรียบเสมือนตาข่ายรองรับเมื่อเราล้ม เป็นสิทธิพื้นฐานของชาวไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่เราพยายามจะทำ คนในสังคมอาจจะยังไม่เข้าใจในแนวคิดเรื่องนี้ แล้วคิดว่าทุกอย่างเป็นเรื่องการแจก ทุกอย่างเป็นเรื่องการให้ ทั้งที่ความเป็นจริงเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องได้รับอยู่แล้วจากการเป็นพลเมืองของประเทศ

เรตติ้งพุ่ง – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นำผู้สมัครส.ส.ของพรรคหาเสียงที่อ.เมืองและอ.รัตนวาปี จ.หนองคาย ท่ามกลางประชาชนห้อมล้อมต้อนรับ โดยนายพิธาขึ้นอันดับ 1 นายกฯ ของโพลมติชน-เดลินิวส์ เมื่อวันที่ 17 เม.ย.
ตีปี๊บ‘วิสัยทัศน์อีสาน 2574’
ที่จ.หนองคาย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าก.ก. และคณะเปิดเวทีที่หน้าวัดหายโศก ต.ในเมือง อ.เมืองหนองคาย หาเสียงให้ น.ส.อภิญญา บุญจันทร์ ผู้สมัคร ส.ส.หนองคาย เขต 1 ส่วนช่วงบ่ายเปิดเวทีที่วัดหนองคอน ต.โพนแพง อ.รัตนวาปี หาเสียงให้ นายแสวง ราชพลแสน ผู้สมัคร ส.ส.หนองคาย เขต 2 และเวลา 17.30 ร่วมเวทีปราศรัยที่สวนสาธารณะหนองประจักษ์ อ.เมือง จ.อุดรธานี แนะนำตัวผู้สมัคร ส.ส.อุดรธานี ทั้ง 10 เขตของก.ก.
นายพิธากล่าวว่า ในภาคอีสาน สิ่งที่เรามองเห็นตลอดเวลาที่ผ่านมา คือทั้งสภา มี ส.ส.อีสานถึง 132 คน จาก 500 คน หรือ 1 ใน 3 ของสภา แต่คำถามคือทำไมอีสานยังเจ็บยังจน มีแหล่งน้ำมากมายแต่ทำไมยังแล้งซ้ำซาก นั่นแปลว่าระบบการเมืองและความเป็นประชาธิปไตยของประเทศไทยมีปัญหาแน่นอน ก.ก.จึงเสนอว่าประชาชนทุกคน รวมทั้งที่ภาคอีสานแห่งนี้ ต้องได้เลือกตั้ง ผู้ว่าฯ ของตัวเอง แก้ปัญหาด้วยมือของประชาชนเอง และหากก.ก.ได้เป็นรัฐบาล จะทำประชามติทันที ถามประชาชนว่าเห็นชอบหรือไม่ ให้มีการยกเลิกราชการส่วนภูมิภาค และโอนถ่ายอำนาจการบริหารจังหวัดไปสู่ท้องถิ่นในทุกจังหวัดภายใน 5 ปี
เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ก.ก.เคยนั่งคิดว่าจะแก้ คำสาปห้ามพัฒนา หยุดการแช่แข็งภาคอีสานได้อย่างไร จนนำมาสู่วิสัยทัศน์อีสาน 2574 ของก.ก. ที่มีเป้าหมายในการทำให้ภาคอีสานหายเจ็บหายจนภายใน 10 ปี แก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาหนี้สิน การสาธารณสุข และตัวชี้วัดคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกอย่างของภาคอีสาน ตามหลังประเทศไทยใน ภาพรวมกว่า 2 เท่าเสมอ
“ภาพอนาคตของภาคอีสานในปี 2574 สำหรับก.ก. เป็นเรื่องที่เรียบง่าย เพียงแค่การทำให้ทุกคนตื่นมาตอนเช้ามีน้ำสะอาดใช้ ส่งลูกไปโรงเรียนก็เรียนฟรีจริง เดินทางไปไหนมีคมนาคมสาธารณะใช้ มีงานที่ดี ใกล้บ้านตัวเอง ไม่ต้องเดินทางไปหางานไกลๆ ทำ ตอนเย็นกลับบ้านมาได้กินข้าวพร้อมหน้าทั้งครอบครัว ไม่ต้องรอมาเจอกันทุกวันหยุดเทศกาล นี่คือเป้าหมายที่เรียบง่าย ไม่ต้องคิดถึงตัวเลขสวยหรูที่จับต้องไม่ได้” นายพิธากล่าว
‘เขตรัฐ’แอดมิตรพ.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตคลองเตย-วัฒนา หมายเลข 10 รทสช. บุตรชายของนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เข้าโรงพยาบาลกะทันหันระหว่างกำลังเตรียมลงพื้นที่ หาเสียงย่านอ่อนนุช ช่วงเวลา 15.00 น. โดยนายเขตรัฐมีอาการปวดท้องลำไส้บิดอย่างรุนแรง แพทย์จึงให้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาล และฉีดยารักษาอาการเบื้องต้นพร้อมกับนำ ผลเลือดไปตรวจ พบว่ามีการอักเสบในร่างกายและมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร คาดว่าเป็นผลจากการพักผ่อนน้อย และรับประทานอาหารไม่เพียงพอ
ขณะที่ช่วงเย็น นายเขตรัฐยังคงทนฝืน ขึ้นรถแห่ไปหาเสียงต่อในย่านอ่อนนุช และย่านทองหล่อ เพื่อไม่ให้กระทบกับกำหนดการที่วางไว้ ต่อมามีอาการถ่ายเป็นเลือดต้องกลับโรงพยาบาลไปพักรักษาตัวอีกครั้ง โดยแพทย์ให้แอดมิตเพื่อดูอาการและรักษาตัวต่อไป
ผบ.ทร.รับมอบเรือหลวงช้าง
เมื่อวันที่ 17 เม.ย. พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) พร้อมด้วย นางจตุพร ชมเชิงแพทย์ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ และคณะ เป็นประธานในพิธีรับมอบ เรือหลวงช้าง เรือยกพลขึ้นบกลำใหม่ของกองทัพเรือ ที่อู่ต่อเรือหูตงจงหัว สาธารณรัฐประชาชนจีน
กองทัพเรือได้จัดหาเรือยกพลขึ้นบกลำใหม่เข้าประจำการในกองเรือยกพลขึ้นบกและ ยุทธบริการ กองเรือยุทธการ เพื่อทดแทนเรือยกพลขึ้นบกลำเก่า (เรือหลวงช้างลำที่ 2) ตามยุทธศาสตร์กองทัพเรือระยะ 20 ปี พ.ศ.2560-2579 ซึ่งกำหนดความต้องการเรืออเนกประสงค์ยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ไว้ 4 ลำ เพื่อใช้ปฏิบัติงานร่วมกับเรือ อากาศนาวี หน่วยกำลังต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง หน่วยกำลังนาวิกโยธิน และหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ ตั้งแต่ในภาวะปกติ
โดยมีขีดความสามารถในการปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก การขนส่งลำเลียง และเป็นเรือบัญชาการ และการสนับสนุนการปฏิบัติการเรือดำน้ำ การค้นหาและกู้ภัย ทางทะเล สนับสนุนการช่วยเหลือและกู้ภัยเรือดำน้ำ และการช่วยเหลือและบรรเทาสาธารณภัย การอพยพประชาชน สนับสนุนการป้องกันและต่อต้านการก่อการร้ายในทะเลและท่าเรือ
สำหรับเรือหลวงช้าง ดำเนินการจัดสร้าง โดยบริษัท Chaina Shipbuilding Trading จำกัด ที่อู่ต่อเรือหูตงจงหัว เมืองเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งได้รับการปรับปรุงและพัฒนาแบบมาจากเรือ LPD Type 071 ที่ประจำการในกองทัพเรือจีน ใช้ระยะเวลาในการสร้างเรือ ประมาณ 4 ปี มีกำหนดเดินทางออกจากสาธารณรัฐประชาชนจีนในวันที่ 18 เม.ย. และจะถึงประเทศไทย ในวันที่ 25 เม.ย. โดยกองทัพเรือจะจัดให้มีพิธีต้อนรับเรือหลวงช้าง ที่ท่าเรือจุกเสม็ด ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี ในเวลา 15.00 น.