เศรษฐาย้ำเป๋าดิจิทัล-ไม่เลิกบัตรคนจน พปชร.เมิน-โพลชี้ป้อมหลุดแคนดิเดต บิ๊กตู่อ้างจำเป็น-ยังต้องมีเกณฑ์ทหาร
‘อุ๊งอิ๊ง’อ้อนขอกองเชียร์อย่าแผ่ว แถลงปลุกเลือกเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค ไม่หวั่นเรตติ้งเริ่มนิ่ง ชี้คะแนนฝ่ายประชาธิปไตยยังนำขาด ‘ภูมิธรรม’ แจงนโยบายกระเป๋าดิจิทัล ไม่ได้ยกเลิกบัตรคนจน ‘เศรษฐา’ นำทัพใหญ่หาเสียง ร้อยเอ็ดคึกคัก ชาวบ้านตะโกนเชียร์นายกฯ คนที่ 30 ขออย่าสนใจคำด้อยค่าดิจิทัลวอลเล็ต แจงฐานเสียงเพื่อไทยเป็นกลุ่มออฟไลน์ มั่นใจยืนหนึ่งในโพล ‘พีระพันธุ์’ โวสวัสดิการพลัสดีกว่าแจก 1 หมื่น พปชร.ชู ‘ป้อม’ นายกฯ ในโลกความจริง ไม่ใช่โลกออนไลน์ โวหักปากกาเซียน ‘ตู่’ ลั่นเกณฑ์ทหารยังจำเป็น ชี้ไทยประชาธิปไตยใบครึ่งแล้ว
ครม.หลังสงกรานต์-10รมต.ลา
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 18 เม.ย. ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมครม. โดยวันเดียวกันนี้วาระการประชุมมีน้อยมาก และบรรยากาศการประชุมไม่ค่อยคึกคัก เนื่องจากมีรัฐมนตรีแจ้งลาถึง 10 คน ประกอบด้วย นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และรมว.พลังงาน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม นายสินิต เลิศไกร รมช.พาณิชย์ คุณหญิงกัลยา โสภณพณิช รมช.ศึกษาธิการ นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายสุนทร ปานแสงทอง รมช.เกษตรฯ ลาป่วย 1 คน คือ นายอนุชา นาคาศัย รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี และเป็นที่น่าสังเกตว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีสีหน้าค่อนข้างอ่อนเพลีย
ตู่ยันเกณฑ์ทหารยังจำเป็น
เวลา 11.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์หลังประชุมครม. ถึงการเกณฑ์ทหารว่า วันนี้บางพื้นที่บางเขตมีผู้สมัครเกินความต้องการในหลายพื้นที่ เป็นสิ่งที่น่าดีใจ ทุกคนเริ่มเข้าใจและสนใจอยากมาเป็นทหาร และวันนี้ก็มีข้อยกเว้นอยู่แล้วสำหรับการเรียนนักศึกษาวิชาทหาร การผ่อนผันในช่วงการศึกษา และปรับรูปแบบหลายอย่างคือเกณฑ์เท่าที่จำเป็น ถ้าไม่มีเราก็จะเดือดร้อน ทหารทั้งกองทัพ ไม่ได้มีเฉพาะนายทหารกับนายสิบ แต่ต้องมีพลทหารด้วยที่อยู่ในชุดปฏิบัติการ ในหมู่ ในหมวด กองร้อยกองพัน
วันนี้ในส่วนของทหารเกณฑ์ผมให้แนวนโยบายมานานแล้ว เรื่องการเพิ่มคุณวุฒิ ในการศึกษา ให้เรียน กศน. ยกระดับการศึกษา ให้สูงขึ้น อย่างน้อย 1-2 ระดับ เพราะมีเวลา 2 ปี เรื่องของระเบียบวินัยเมื่อกลับไปบ้านเป็นผู้นำ หัวหน้าครอบครัว อีกเรื่องคือการฝึกวิชาชีพให้กับทหารก่อนปลดประจำการ รวมถึงการให้สิทธิ์สมัครเป็นนายสิบต่อซึ่งมี ผู้สนใจมากขึ้นตามลำดับ ถ้าเราไม่มีเลยมันจะเกิด อะไรขึ้นก็ไม่รู้ ไม่มีประเทศไหนเขาไม่มีทหารหรอก
อ้างประชาธิปไตยใบครึ่ง
เมื่อถามว่าภาครัฐจะประชาสัมพันธ์หรือทำความเข้าใจถึงความสำคัญในการเกณฑ์ทหารเพิ่มเติมอย่างไรหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สื่อก็ช่วยกันพูด ขอให้ติดตามเวลา ที่มีการออกข่าว สื่อต้องช่วยกันขยาย ทุกเรื่องต้องสื่อสาร
“ผมไม่ได้เป็นศัตรูกับท่าน แม้หลายอย่างจะจริงไม่จริงบ้างแต่ก็รับได้ นี่คือประชาธิปไตย ของประเทศไทย ผมก็ประชาธิปไตยเต็มที่กับท่านแล้ว กับสื่อก็เต็มที่แล้ว มันก็เหลือ แต่กฎหมายเท่านั้นเอง ถ้าทุกคนทำอะไรก็ได้มันก็อยู่กันไม่ได้หรอกประเทศ เราก็ให้ประชาธิปไตยเต็มใบอยู่แล้ว มากกว่าเต็มใบอีก ใบครึ่งไปแล้วมั้ง” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
รทสช.จัดคิวตู่ลุยเหนือ
นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เผยว่า ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานจัดกำหนดการหาเสียงและการปราศรัย ได้เสนอแผนปราศรัยหาเสียงไปยังนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค และพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทาง และยุทธศาสตร์พรรค โดยเสนอให้เริ่มต้น ที่ภาคเหนือ คือ จ.พิษณุโลกและเชียงใหม่ สุดสัปดาห์นี้ จากนั้นเป็นภาคอีสาน ต่อด้วยภาคกลาง และภาคใต้ ในภาคใต้เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ตนดูแลพื้นที่มาตลอด ต้องปรับแผนหาเสียงก่อนการเลือกตั้งประมาณ 10 วันก่อนโค้งสุดท้าย
อัด‘เป๋าตังค์ดิจิทัล’เชื่อไปไม่รอด
นายธนกรกล่าวอีกว่า วันนี้นโยบายบางพรรค ทําให้ประชาชนสับสนอย่างนโยบายเงินดิจิทัลของ พท.มีนักวิชาการและอดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ หลายคน ซึ่งเขาไม่ได้ชอบ รทสช. แต่เห็นว่า นโยบายนี้จะสร้างความเสียหายให้ประเทศ วันนี้มีข้อมูลรอบด้านแล้ว พรรคที่ทำนโยบายเหล่านี้คงต้องไปทบทวน จากข่าวทีมนโยบายกับทีมกฎหมายพรรคยังไปกันคนละทิศคนละทาง เพราะแหล่งที่มาของเงินบอกไม่ได้แน่นอน อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติบอกว่าแวตได้แค่ 3 หมื่นกว่าล้าน และ 2 แสนล้านที่เหลือจากงบของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ อย่างไรไม่พออยู่ดี เชื่อว่า สุดท้ายแล้วนโยบายนี้ไปไม่ได้ ต้องทบทวน
พีระพันธุ์โวสวัสดิการพลัสดีกว่า
ด้านนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รทสช. กล่าวว่า หากรทสช.ได้เป็นรัฐบาล หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสาธารณูปโภค ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ไฟฟ้า ต้องทำตามนโยบายของรัฐอยู่แล้ว เช่น ค่าไฟฟ้า จะกำหนดราคาให้ผู้มีรายได้น้อยหรือเกษตรกรที่ใช้ไฟในการดำเนินชีวิต หรือทำมาหากิน จะอยู่ที่ประมาณยูนิตละ 3.90 บาท เป็นนโยบายของรัฐบาลรทสช.
ส่วนกรณีนำบัตรสวัสดิการพลัสของพรรคไปเปรียบเทียบกับนโยบายการแจกเงินดิจิทัลนั้น ที่บอกว่าจะแจก 10,000 บาท ไม่ใช่เงินจริง แต่บัตรสวัสดิการพลัสที่ต่อยอดมาจากบัตรลุงตู่ จะได้เดือนละ 1,000 บาท 1 ปี จะได้ 12,000 บาท มากกว่าเงินดิจิทัล 2,000 บาท ถ้า 4 ปีจะได้ถึง 48,000 บาท ซึ่งเป็นเงินจริงๆ และยังเป็นบัตรที่เป็นหลักประกันได้อีก เมื่อเดือดร้อนฉุกเฉินสามารถกู้ยืมเงินจากธนาคารของรัฐได้ถึง 10,000 บาท ถ้ารวมแล้วบัตรนี้จะช่วยเหลือประชาชนได้ถึง 58,000 บาท ที่สำคัญที่สุดคือนี่คือเงินจริงๆ ที่ประชาชน จะได้รับ 8 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์วางรากฐานจนมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และระบบการเงิน จึงรู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป เพื่อจะให้ประชาชนได้ประโยชน์ด้วย ไม่เสียวินัย ทางการเงินการคลังและไม่กระทบภาวะเศรษฐกิจ ของประเทศ สำคัญที่สุดคือความเชื่อมั่นของต่างชาติที่มีกับเงินบาทและเศรษฐกิจไทย
ธีระชัยติง 3 ข้อพท.แจก 1 หมื่น
เวลา 14.30 น. ที่ทำการ พปชร. นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ที่ปรึกษาคณะกรรมการนโยบาย พปชร. แถลงถึงนโยบายเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาทของพท.ว่า ที่พูดเป็นจุดยืนส่วนตัว ไม่ใช่นโยบาย พปชร. เห็นว่าโครงการมีอุปสรรค หลายประการ ไม่สามารถดำเนินการได้จริง โดยมีปัญหาที่คิดว่าต้องพิจารณาและแก้ไขปรับปรุง 3 ประการ ได้แก่ 1.โครงการออกแบบ ให้ส่งเหรียญเข้ากระเป๋าดิจิทัล ใช้วน ชำระหนี้ระหว่างประชาชนด้วยกันได้ ลักษณะดังกล่าวเป็นการออกเงินตรา เข้าข้อบังคับ พ.ร.บ.เงินตรา พ.ศ.2501 ซึ่งรมว.คลังจะอนุญาตให้เอกชน ทำไม่ได้ เพราะพ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย บัญญัติให้ธปท. เป็นองค์กรเดียวที่มีอำนาจออกเงินตรา
2.เหรียญดิจิทัลออกแบบให้เป็นบล็อกเชน การเก็บข้อมูลการใช้จ่ายของผู้ใช้มากถึง 54 ล้านคน เป็นข้อมูลที่มีมูลค่าในการตลาด เสี่ยงจะรั่วไหล ถ้ารั่วไหลจะเป็นอันตรายต่อประชาชน 3.รัฐบาลหน้าจำเป็นต้องจัดทำแผนแม่บทเกี่ยวกับเศรษฐกิจดิจิทัล วันนี้โลกแบ่งเป็น 2 ค่าย คือ ค่ายตะวันตก และค่ายบริกส์ที่มีบราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน แอฟริกาใต้ ค่ายบริกส์ศึกษาทำเงินดิจิทัลเพื่อหลีกสกุลดอลลาร์ ไทยจำเป็นต้องวางแผนทำเศรษฐกิจดิจิทัลรับมือตรงนี้ ซึ่งไม่สามารถวางแผนโดยใช้เหรียญดิจิทัลเพื่อไทยได้ เพราะต้องใช้เหรียญ ดิจิทัลที่ออกโดย ธปท.เท่านั้น
เชื่อไม่สามารถทำได้จริง
“เท่าที่ดูในเชิงวิชาการโครงการดิจิทัล 1 หมื่นบาท ยังมีปัญหาอุปสรรคที่สมควรต้องศึกษาและวางแผนแก้ไข ปัญหาที่ชี้ออกมา 3 ข้อ การแก้ไขไม่ใช่ง่าย การแก้ไขโดยใช้เหรียญดิจิทัลที่ออกโดยบริษัทเอกชนเป็นประเด็นในทางกฎหมาย และธรรมาภิบาลอยู่หลายจุด ถ้าไม่ป้องกันตั้งแต่ต้นๆ พอเดินแล้วจะสะดุดและเดินไม่ได้ ผมมีข้อกังวลว่าโครงการ อันนี้จะปฏิบัติไม่ได้จริง” นายธีระชัยกล่าว
เมื่อถามว่าเสี่ยงจะเกิดความเสียหายเหมือนโครงการรับจำนำข้าวหรือไม่ นายธีระชัยกล่าวว่า คงไม่เกิดความเสียหาย เพราะอาจไม่เกิดเลย ไม่ได้เดินหน้า เพราะถือเป็นเงินตราอย่างหนึ่ง จำเป็นต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ป้อมจ่อบุกแปดริ้ว-เมืองย่าโม
จากนั้นเวลา 14.45 น. นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค ประธานคณะกรรมการกิจกรรมและการปราศรัยหาเสียง แถลงถึงกำหนดการลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียงของพรรค ว่า พล.อ.ประวิตรจะลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียง วันที่ 19 เม.ย. เวลา 17.00 น.ที่วัดสมานรัตนาราม อ.แปดริ้ว จ.ฉะเชิงเทรา
วันที่ 22 เม.ย. จะนำคณะแกนนำ พปชร.เดินทางโดยรถไฟลงพื้นที่ปราศรัยที่ จ.นครราชสีมา โดยขบวนรถจะออกเดินทางจากสถานีกรุงเทพกลางอภิวัฒน์ เวลา 07.00 น.แวะที่สถานีดอนเมือง รังสิต อยุธยา หนองแซง สระบุรี กลางดง ปากช่อง สีคิ้ว สูงเนิน ไปจบที่สถานีนครราชสีมา ระหว่างจุดพักแต่ละสถานี พล.อ.ประวิตรจะปราศรัยผ่านเครื่องขยายเสียงจากบนรถไฟ ไปถึงประชาชนหากมีช่วงเวลาว่าง อาจแวะสักการะ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองโคราช

ทำทันที – นายเจษฎากร เขียนนิลศิริ ผู้สมัครส.ส.บุรีรัมย์ เขต 1 เบอร์ 2 พรรค พลังประชารัฐ นำทีมงานติดป้ายหาเสียงเพิ่มเติม ขออาสารับใช้พี่น้องประชาชน ให้การสนับสนุน “เปลี่ยน” เพื่อปรับปรุงในสิ่งที่ดีขึ้น ยืนยันทุกนโยบายทำได้ทัน เช่น บัตรประชารัฐ 700 บาท เบี้ยผู้สูงอายุ 3,000-4,000-5,000 บาท แปลงส.ป.ก.ให้เป็นโฉนด
เมินโพล-มั่นใจหักปากกาเซียน
นอกจากนั้น พรรคมีกำหนดการปราศรัยในพื้นที่อื่นๆ โดย 28 เม.ย. จะไปที่จ.สงขลา 29 เม.ย. นครศรีธรรมราช และ 30 เม.ย.ลงพื้นที่ ภาคอีสานที่ จ.ขอนแก่น วันที่ 1 พ.ค. แกนนำ พรรคจะช่วยกันลงพื้นที่ที่วางโปรแกรมไว้ที่ จ.ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ชัยภูมิ อุบลฯ ยโสธร อำนาจเจริญ อุดรธานี นอกจากนั้นยังมีภาคกลาง เช่น จ.นครสวรรค์ และปริมณฑล
ผู้สื่อข่าวถามว่าแนวคิดนั่งรถไฟไปหาเสียงเป็นแนวคิดของใคร นายวิรัชกล่าวว่า เป็นแนวคิด ของพล.อ.ประวิตร ทั้งหมด เมื่อถามว่าในช่วงโค้งสุดท้ายจะปรับแผนหาเสียงอย่างไร นายวิรัช กล่าวว่า เราปรับมาตลอด ปรับทุกสัปดาห์ และดูจากโพลสำนักต่างๆ กว่าจะถึงวันลงคะแนน 14 พ.ค. ประชาชนจะเข้าใจนโยบายของพรรคมากขึ้น เมื่อถามถึงเสียงความนิยมที่สวนทางผลโพล นายวิรัชกล่าวว่า พปชร.มาช้าๆ แต่ถึง เวลาจะเหมือนครั้งที่แล้ว ผลโพลที่ออกมา ก็หักปากกาเซียน ครั้งนี้ก็เหมือนกัน
โวป้อมนายกในโลกความจริง
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม รองหัวหน้าพปชร. กล่าวถึงผลโพลที่ระบุว่าพล.อ.ประวิตร เป็นอันดับ 1 ในการก้าวข้ามความขัดแย้ง นายชัยวุฒิ กล่าวว่า เป็นนโยบายหลักของพรรคอยู่แล้ว พล.อ.ประวิตรมีแนวคิดและแนวทางในการทำงานที่ชัดเจนอยู่แล้วเรื่องการประนีประนอม และพูดคุยกับทุกฝ่าย เชื่อว่าลุงป้อม จะเป็น Soft Power ที่จะทำให้ทุกคนมาทำงานร่วมกันได้ และสามัคคีกันได้ และเชื่อมั่นว่าสิ่งนี้คือหัวใจสำคัญ ที่จะทำให้ประเทศชาติของเราเดินหน้าไปได้ ประชาชนก็จะอยู่ดีกินดี ก้าวข้ามความขัดแย้ง ก้าวข้ามความยากจน
เมื่อถามว่า ในโพล พล.อ.ประวิตร ยังไม่ติดอันดับแคนดิเดตนายกฯ นายชัยวุฒิกล่าวว่า ตนติดตามการทำโพล มีการไปสอบถามกลุ่มต่างๆ ซึ่งอาจเป็นคนกลุ่มหนึ่งที่ให้ความเห็น แต่ในโพลที่เราทำมีคะแนนนิยมอยู่พอสมควร เชื่อว่าคนที่รักพล.อ.ประวิตร เข้าใจแนวทางของพรรค ชอบนโยบายมีเยอะ เพียงแต่คนเหล่านี้ไม่ได้ไปตอบโพล ทำให้คะแนนในโพล เราอาจจะไม่ดี แต่เชื่อว่าคะแนนนิยมของจริงเราดี เราเป็นนายกฯ ในโลกของความเป็นจริง ไม่ใช่นายกฯ ในโลกออนไลน์
อิ๊งยันผู้สมัครไม่หายหัว
เวลา 10.00 น. ที่ทำการ พท. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแคนดิเดต นายกรัฐมนตรี แถลงถึงยุทธศาสตร์หาเสียงเลือกตั้งโค้งสุดท้ายว่า ขณะนี้มีกระแสต่างๆ มากมายถาโถมใส่พรรค ล่าสุดมีเสียงสะท้อนจากประชาชนถึงกระแสวิจารณ์ผู้สมัครส.ส.เขต ไม่ลงพื้นที่หาเสียง ชาวบ้านหาตัวผู้สมัครพรรคไม่เจอและไม่ค่อยเห็นป้ายหาเสียงของพรรคนั้น ตนและพท.ไม่นิ่งนอนใจ ส่งทีมงานไปตรวจสอบข้อมูลในพื้นที่ต่างๆ พบว่า ส.ส.เขตลงพื้นที่สม่ำเสมอ อาจมีส่วนน้อยลงพื้นที่ไม่มากพอ แต่นโยบายต่างๆ ของพรรคที่ไปสู่ประชาชน อาทิ ค่าแรง 600 บาท กระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท ก็เป็นผลมาจากการที่ส.ส.ลงพื้นที่พบประชาชน เชื่อว่า ผู้สมัครทุกคนอยากเข้าสภา ก็ต้องพบปะประชาชน
ส่วนเรื่องป้ายหาเสียงในบางพื้นที่ที่ไม่ค่อยพบเห็นมากนั้น เนื่องจากต้องทำกฎ กกต. ที่ยอมรับเป็นข้อจำกัด พท.เป็นพรรคใหญ่ ถูกเพ่งเล็งตลอด จำเป็นต้องทำตามกฎ แต่อีกไม่กี่วันจะมีป้ายหาเสียงชุดใหม่ออกมาอธิบายนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล และการเติมเงินให้ครอบครัวละ 20,000 บาทต่อเดือน
ขอปชช.อย่าแผ่ว-วอนเลือกพท.
“ขอให้ประชาชนที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย หนักแน่น เลือกตั้งอย่างมียุทธศาสตร์ จะเลือกพรรค ไม่เลือกคนไม่ได้ ถ้าต้องการเปลี่ยนแปลง พรรคเพื่อไทยเท่านั้นที่ตอบโจทย์ให้ได้ ประชาชน อย่าเพิ่งแผ่ว ต้องเลือก พรรคเพื่อไทย ทั้งคนและพรรคให้แลนด์สไลด์” น.ส.แพทองธารกล่าวว่า เมื่อถามว่า ฟีดแบ็กที่เกิดขึ้นจะกระทบ แผนแลนด์สไลด์หรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า หลังมีฟีดแบ็กเชื่อว่า ผู้สมัครส.ส.เขต จะกระตือรือร้นมากขึ้น ต้องทำงานซื้อใจชาวบ้าน ด้วยใจของผู้สมัครเช่นกัน
เมื่อถามว่าผลโพลที่ออกมาล่าสุด แม้คะแนน พท.ยังนำแต่คะแนนไม่กระเตื้อง ขณะที่พรรคที่ตามมาอันดับ 2 แรงขึ้น น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ขอบคุณประชาชนที่ยังไว้ใจ พท. แต่เราไม่หวั่นใจ เพราะถ้ารวมคะแนนกับฝ่ายประชาธิปไตยเรายังนำขาด แต่ก็ไม่ประมาท อีก 20 กว่าวันที่เหลืออะไรก็เกิดขึ้นได้ ถึงบอกให้ทุกคนหนักแน่น ไม่แผ่ว ส่วนตัวอีกไม่เกิน 2 สัปดาห์ก็คลอดแล้ว แต่ไม่เป็นอุปสรรคพร้อมทำงานเต็มที่ในส่วนที่ยังทำได้
ไม่ชอบขั้วปว.-แต่กั๊กจับมือ
เมื่อถามว่าผลโพลที่คะแนน พท.ลดลง จะเป็นปัจจัยให้ต้องจับมือฝ่ายตรงข้ามเพื่อตั้งรัฐบาลหรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า นายเศรษฐาเคยพูดว่ารังเกียจรัฐประหาร ขอให้ดูหน้าตนไว้ การรัฐประหารที่เกิดขึ้น 2 ครั้งตนก็ไม่ได้ชอบ แต่การไม่ตอบตรงๆ เพราะให้เกียรติประชาชน ผลเลือกตั้งยังไม่เกิดขึ้น แต่คนที่ทำรัฐประหารถ้าถามว่าอยากจับมือด้วยหรือไม่เชื่อว่าประชาชนย่อมทราบดี แต่ถ้าจะให้ตอบแบบใช้อารมณ์คงไม่ใช่แนว แต่คำตอบน่าจะชัดเจนอยู่แล้ว
เมื่อถามว่าคู่แข่งมองว่าแม้ประชาชน จะเลือกพท. แต่คนที่ได้เป็นนายกฯ คือ นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ตนพร้อมเป็นนายกฯ แต่นายเศรษฐา และ นายชัยเกษม นิติสิริ ก็พร้อมเป็นนายกฯ เช่นกัน แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทยทั้ง 3 คนพร้อมเป็นนายกฯ อยู่ที่ผลการเลือกตั้งจะเกิดอะไรขึ้น ไม่มีใครทราบได้
โต้ยกเลิกบัตรคนจน
ด้าน นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้า พท. กล่าวว่า นโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัลนั้น ทุ่มครั้งเดียวแล้วให้เศรษฐกิจบูมขึ้น ยืนยัน พท.จะไม่ยกเลิกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ประชาชนใช้อยู่ ประชาชนยังได้รับสิทธิเดิมอยู่ ไม่เกี่ยวกับการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบนี้ สิ่งที่ พท.ชี้แจงต่อกกต.ก็ยืนยันว่าไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับโครงการเดิม รายได้ที่จะนำมาใช้ในโครงการกระเป๋าเงินดิจิทัลจะมาจากการเกลี่ยงบประมาณที่มีประสิทธิภาพ ตัดงบดูงานต่างประเทศ งบสุรุ่ยสุร่าย ไม่กระทบงบประจำของข้าราชการ พรรคเตรียมแนวทางไว้พร้อมหมดแล้ว
ส่วนความนิยม พท.นั้น หลังดูโพลจากทุกสำนัก โพล พท. และการส่งทีมงานลงพื้นที่พบว่าความนิยม พท.ในระดับชุมชนอยู่ที่ 40- 50 % ส่วนพรรคอื่นที่ได้รับคะแนนนิยมเพิ่มขึ้ นก็เป็นพรรคฝ่ายประชาธิปไตยที่ดีขึ้นในส่วนหัวเมืองใหญ่และกทม. แต่คะแนนนิยมในหลาย พื้นที่ยังเป็นของ พท.ขณะที่คะแนนนิยมของฝ่าย รัฐบาลปัจจุบันลดถอยลง ดังนั้น จึงไม่กังวลใดๆ เพราะพรรคฝ่ายประชาธิปไตยกำลังเติบโต ไปด้วยกัน
ส่วนอาการป่วยนายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดต นายกฯ นั้น สุขภาพกลับมาดีแล้ว เลือดที่คั่งในสมองเป็นเลือดเก่า ไม่ได้ทับเส้นประสาทสำคัญใดๆ จะให้นายชัยเกษมพักผ่อนเต็มที่ เชื่อว่า 12 พ.ค.นี้ ที่เป็นการปราศรัยใหญ่ปิดท้าย จะได้เห็นแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทยทั้ง 3 คนขึ้นเวทีพร้อมกันอีกครั้ง

อบอุ่น – นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นระหว่างไปหาเสียงช่วย ผู้สมัครส.ส.ร้อยเอ็ด ท่ามกลางประชาชนเต็มพื้นที่สาเกต ฮอลล์ อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 18 เม.ย.
เศรษฐานำทัวร์ร้อยเอ็ด
เวลา 08.20 น. ที่ท่าอากาศยานร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด แกนนำ พท. นำโดย นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ และประธาน ที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รองหัวหน้าพรรค นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย นายปานปรีย์ พหิทธานุกร ที่ปรึกษาคณะกรรมการเศรษฐกิจพรรคพท. นายนพดล ปัทมะ รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรคและคณะเดินทางลงพื้นที่เพื่อช่วยผู้สมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด หาเสียง
ทันทีที่เดินทางมาถึงสนามบิน น.ส.จิราพร สินธุไพร ผู้สมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด พร้อมมวลชนสวมเสื้อแดงรอต้อนรับ พร้อมมอบพวงมาลัยและดอกไม้ให้กำลังใจ บางส่วนตะโกนเชียร์นายเศรษฐาว่า “นายกฯ คนที่ 30 ของประเทศไทย”
อ้อนกาทั้งคนทั้งพรรค
เวลา 09.30 น. คณะนายเศรษฐาปราศรัยจุดแรกที่ รร.จันทรุเบกษา อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด โดยมีผู้สมัครส.ส.ร้อยเอ็ด รอต้อนรับ มีประชาชนร่วมฟังปราศรัยเต็มพื้นที่
นายเศรษฐาปราศรัยว่า 8 ปีที่ผ่านมา ภาคเกษตรตกต่ำ สมัยรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯ ค้นพบข้าวพันธุ์ทุ่งกุลาร้องไห้สายพันธุ์ใหม่ มีการขึ้นทะเบียนสร้างรายได้ให้พี่น้องมากมาย แต่ไม่มีการส่งเสริมในรัฐบาลที่ผ่านมา หาก พท.เป็นรัฐบาล จะทำให้สินค้าเกษตรเพิ่มขึ้น 3 เท่า ต้องขอร้อง วิงวอนพี่น้อง หากอยากได้นายกฯ พรรคเพื่อไทย ขอให้เข้าคูหากาทั้งคนทั้งพรรค ไม่ปันใจให้พรรคอื่น
อิ๊งอุ้มลูกขอคะแนน
เวลา 11.30 น. ที่สาเกต ฮอลล์ อ.เมืองร้อยเอ็ด นายเศรษฐาและคณะพบปะกลุ่มเกษตรกรและนักธุรกิจในพื้นที่จ.ร้อยเอ็ด ตัวแทน กลุ่มเกษตรกรหวังว่ารัฐบาล พท.จะทำให้ ข้าวหอมมะลิแปรรูปให้มีมูลค่าสูงขึ้น
เวลา 12.55 น. นายเศรษฐาและคณะปราศรัย ซึ่งเป็นจุดที่ 2 มีประชาชนร่วมฟังปราศรัยเต็มพื้นที่เช่นกัน โดยต่างส่งเสียงเชียร์กระหึ่มฮอลล์
ด้านน.ส.แพทองธาร อุ้มน้องธิธารปราศรัยผ่านระบบซูมว่า ร้อยเอ็ดมีผู้สมัคร 8 คน พี่น้อง ต้องเลือกอย่างมียุทธศาสตร์ พท.คือคำตอบ ที่ดีที่สุด เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ขอแลนด์สไลด์ที่ร้อยเอ็ด ถ้าพท.ได้เป็นรัฐบาล พี่น้องจะมีชีวิตที่ดีขึ้นแน่อน ถ้ามีโอกาสเมื่อไร ไปอีสานอีกแน่นอน คิดฮอดเด้อ
ปัดทีมศก.-ทีมกม.เสียงแตก
นายเศรษฐาปราศรัยว่า นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ที่ถูกวิจารณ์เสียๆ หายๆ ยืนยันเงินเข้ากระเป๋าพี่น้องแน่นอน ไม่ต้องมาคอยรับทีละ 500 หรือ 1,000 บาทจากรัฐบาลที่ไม่เห็นหัวประชาชน อย่าไปหลงเชื่อกับใครที่ด้อยค่านโยบายของพท.
นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์กรณีทีมเศรษฐกิจและฝ่ายกฎหมายมีความเห็นคนละทิศทาง ในการชี้แจงนโยบายเรื่องกระเป๋าเงินดิจิทัล ต่อกกต. ว่า เมื่อวันที่ 17 เม.ย.ทั้งทีมเศรษฐกิจและทีมกฎหมายนั่งกับตน ไม่มีความเห็นต่างกันเลย ได้พูดคุยกันแล้วและเห็นเหมือนกัน ส่วนกระแสที่จะยกเลิกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อนำเงินมาใช้ในนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัลนั้นไม่เป็นความจริง ยืนยันอีกครั้งว่าทีมกฎหมาย และคณะกรรมการเศรษฐกิจไม่มีแตกคอกัน ทุกอย่างยังคงเดินหน้าเหมือนเดิม
ยันแจงเป๋าดิจิทัลเคลียร์
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่างบประมาณปี 67 ทั้งการจัดเก็บภาษี รีดงบกระทรวง รวมถึงงบกลาง ยังไม่เพียงพอมาจัดทำนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต นายเศรษฐากล่าวว่า ยืนยันว่างบพอและได้ส่งเอกสารได้ทันในระยะเวลาที่ กกต.กำหนด ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนและที่กกต.ถามมา โดยที่ กกต.ไม่จำเป็นต้องมาทวงถามเพิ่มเติม เรารู้หน้าที่ของเรา เมื่อถามถึงกรณี พปชร.แถลงเกี่ยวกับนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล นายเศรษฐา กล่าวว่า ให้เขาพูดไป เราพูดแต่เรื่องของพรรคเรา ให้ประชาชนคิดไตร่ตรองให้ดี หน้าที่ของตนคือการนำเสนอนโยบายที่ดีให้กับประชาชนและหากมีข้อสงสัย ก็พอจะชี้แจง
เมื่อถามถึงปัจจัยที่ทำให้คะแนนนิยมของพท.ลดลง ขณะที่พรรคก้าวไกล (ก.ก.) เพิ่มขึ้น นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนยังไม่ได้ดู แต่เราทำเหมือนเดิมทุกอย่าง แล้ววิเคราะห์ว่าสิ่งใดที่ทำให้คะแนนนิยมลดลงไป อาจเพราะยังไม่ได้ลงพื้นที่ หากใช้เวลาสักหน่อย ตนลงพื้นที่มากขึ้น พบปะประชาชนพูดถึงนโยบายก็น่าจะเข้าใจกันมากขึ้น ส่วนวิธีการทำของแต่ละคนต่างกันไป บางคนอาจเป็นออนไลน์ แต่ฐานเสียงของพท.อาจเป็นออฟไลน์ก็ได้ จึงจะรับฟังและวิเคราะห์ให้ดี
มั่นใจยืนหนึ่งในโพล
เมื่อถามว่ายุทธศาสตร์ของพท. มั่นใจ ยืนหนึ่งในโพลได้ใช่หรือไม่ กล่าวว่า “มั่นใจครับ” เมื่อถามว่าพท.มีโพลของตัวเองใช่หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า “มีครับ” เรามีคนที่ทำงานด้านสถิติ ที่นำสถิติทุกอย่างมาวิเคราะห์ประสมประสานกัน เพื่อให้เราทราบกระแสและวางยุทธศาสตร์ในช่วงโค้งสุดท้ายต่อไป เมื่อถามจะต้องปรับกลยุทธ์เพื่อบรรลุเป้าหมาย 376 เสียงหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า “ไม่หรอกครับ เราปรับตลอดอยู่แล้ว” เมื่อถามว่าจะมีเซอร์ไพรส์อีกหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ขอให้รอดูต่อไป

เนืองแน่น – นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย พร้อมแกนนำเปิดปราศรัยช่วยผู้สมัคร ส.ส. กาฬสินธุ์ ทั้ง 6 เขต ที่สวนสุขภาพ ข้างที่ว่าการ อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ โดยมีชาวบ้านแห่มาฟังเนืองแน่น เมื่อ 18 เม.ย.
อิ๊งย้ำไม่มีพรรคพี่พรรคน้อง
เวลา 15.00 น. นายเศรษฐาและคณะ ปราศรัยเวทีที่ 3 ที่สวนสุขภาพข้างที่ว่าการ อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ และ เวลา 17.30 น. ร่วมเวทีปราศรัยใหญ่เวทีสุดท้ายของวัน ที่สนามกีฬากลาง รร.วังมนวิทยาคาร อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ โดยมีประชาชนร่วมฟังปราศรัยเต็มพื้นที่ ทั้งสองเวที
น.ส.แพทองธาร ร่วมปราศรัยผ่านระบบซูมว่า วันที่ 14 พ.ค. อย่าปันใจ แบ่งใจให้ใคร ทั้งพรรคทั้งคนต้องกาพท.เท่านั้น กระแสการเมืองกำลังเข้มข้น ทุกพรรคกำลังแข่งขัน มีคนพูดว่ามีพรรคพี่พรรคน้องขอยืนยันจากปากตนว่าไม่มีใคร ไม่ส่งใครลงพรรคอื่นด้วย
นายเศรษฐา ปราศรัยว่า มีหลายพรรคตั้งโต๊ะแถลง ทำไมไม่แถลงนโยบายของตัวเอง กลับพูดถึงแต่นโยบายของเราว่าจะทำไม่ได้ แต่ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าพท.คิดใหญ่ ทำเป็น นโยบายเราโดนใจประชาชน จึงต้องมีการมาด้อยค่า ยืนยันเราไม่ยกเลิกบัตรคนจน แต่ถ้านโยบายพท.ทำให้พี่น้องพ้นจากความยากจน บัตรคนจนจะหายไปโดยปริยาย

ลุยดอนเมือง – นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแล กทม. น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง และนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. ลงพื้นที่เขตดอนเมือง ช่วยหาเสียงให้ นายธัญญ์นิธิ ชวรัตน์นิธิโชติ ผู้สมัครส.ส.เขตดอนเมือง เบอร์ 7 เมื่อวันที่ 18 เม.ย.
12 พรรคยังไม่ชี้แจงกกต.
จากกรณีสำนักงานกกต.มีหนังสือเมื่อ 10 เม.ย.66 ถึงหัวหน้าพรรค 70 พรรค ที่ส่งผู้สมัคร ส.ส. ให้ชี้แจงรายละเอียดนโยบายหาเสียงที่มีการใช้จ่ายเงินมายัง กกต.ให้ครบถ้วน ภายในวันที่ 18 เม.ย.นั้น
มีรายงานว่าจากข้อมูล ณ เวลา 16.30 น. พบว่าในจำนวน 70 พรรค มี 58 พรรคยื่นคำชี้แจงมาแล้ว และมี 12 พรรคยังไม่ดำเนินการ ประกอบด้วย พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคชาติพัฒนากล้า พรรคความหวังใหม่ พรรคเพื่อชาติไทย พรรคแผ่นดินธรรม พรรคกรีน พรรคเพื่อไทรวมพลัง พรรคไทยก้าวหน้า พรรคชาติรุ่งเรือง พรรครักษ์ธรรม พรรคพลังไทยรักชาติ และพรรคไทยธรรม ทั้ง 12 พรรคอาจส่งทางไปรษณีย์ สำนักงานจึงยังรอโดยยึดการประทับตราไปรษณีย์เป็นหลักพิจารณาว่าได้ทำตามระยะเวลาที่กำหนดหรือไม่
หลังจากนี้ สำนักงานจะตรวจสอบรายละเอียด นโนบายที่ทุกพรรคแจ้งมาครบถ้วน 3 เงื่อนไขคือ 1.ระบุวงเงินและที่มา 2.ความคุ้มค่า 3.ผลกระทบและความเสี่ยง หรือไม่ เพื่อเสนอกกต.พิจารณา หากพรรคใดยังไม่ดำเนินการให้ครบถ้วนตามระยะเวลาที่กกต.กำหนดจะถูกระวางโทษตามที่กฎหมายกำหนด ขณะเดียวกัน ตั้งแต่ 21 เม.ย.กกต.จะเผยแพร่นโยบาย และคำชี้แจงที่ทุกพรรคส่งมา ไม่ว่าจะครบถ้วน หรือไม่ ผ่านเว็บไซด์สำนักงานกกต. ให้ประชาชน พิจารณา

คิกออฟ – นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดกิจกรรมรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร KICK OFF เลือกตั้ง ส.ส.66‘ไทยโหวต คนไทยพร้อมใช้สิทธิ’ ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ฯ เมื่อวันที่ 18 เม.ย.
ปธ.แจงบินนอก-ถอดบทเรียน
นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ให้สัมภาษณ์กรณีเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักร ว่า เราไปดูงานต่างประเทศเพื่อดูกระบวนการการเลือกตั้งว่าตอบโจทย์การให้บริการกับคนไทยในต่างประเทศที่ลงทะเบียนได้มากน้อยแค่ไหน รวมถึงรับฟังปัญหาในการ ปฏิบัติ และได้ดูเรื่องการส่งบัตรไปสถานทูตต่างๆ และกระบวนการส่งกลับไทย เพื่อถอดบทเรียนว่าสิ่งที่ได้จากการไปดูงาน เรามั่นใจให้บริการการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรอย่างไรบ้าง สิ่งที่เป็นห่วงคือเลือกตั้งผ่านไปรษณีย์ เพราะระบบไปรษณีย์แต่ละประเทศมีประสิทธิภาพไม่เหมือนกัน การดูงานกกต.ไม่ได้ไปพร้อมกันทั้งหมด เป็นช่วง 5-22 เม.ย.สลับกันไป ถ้ามีประเด็นที่ต้องประชุม สามารถประชุมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้
ลั่นไม่มีบัตรเลือกตั้งส่งกลับช้า
ส่วนกรณีถ้าบัตรเลือกตั้งตกค้าง ส่งถึงไทยกระชั้นชิดจนไม่ได้ไปนับคะแนนนั้น นายอิทธิพร กล่าวว่า ครั้งที่แล้วมีปัญหา จึงขอความร่วมมือ กระทรวงการต่างประเทศให้ส่งบัตรภาย 9 พ.ค. ดังนั้นการจะส่งบัตรกะทันหัน หรือส่งมาช้าก่อนกำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้จะไม่เกิดขึ้น และกระทรวงการต่างประเทศจัดเจ้าหน้าที่สถานทูต 13 แห่งที่มีความเสี่ยงเรื่องจุดเปลี่ยนเที่ยวบิน คือประเทศในทวีปแอฟริกา และทวีปอเมริกาใต้ ฉะนั้นกระบวนการส่งตรงบัตรไม่น่าจะมีปัญหา กระทรวงการต่างประเทศ ยังมีระบบ OVMS ติดตามตรวจสอบถุงเมล์ว่าอยู่ที่ใด และได้ส่งบัตรเลือกตั้งไปยังนอกราชอาณาจักรตั้งแต่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมาแล้ว
ศาลรธน.ยืนคำสั่ง‘โอ๋’หยุดรมต.
ศาลรัฐธรรมนูญแจ้งว่ากรณีศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบมาตรา 187 หรือไม่ไว้พิจารณา และมีคำสั่งให้นายศักดิ์สยาม ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ 3 มี.ค.66 จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยนั้น
เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 66 นายศักดิ์สยามได้ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 10 เม.ย. 66 ขอให้เพิกถอน คำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรี ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่ากรณียังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอันเป็นเหตุให้เปลี่ยน แปลงคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เดิม จึงให้ยกคำร้องดังกล่าวและแจ้งให้นายศักดิ์สยามทราบ
สิ้น‘อำนวย วีรวรรณ’
วันที่ 18 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอำนวย วีรวรรณ อดีตรองนายกฯ และหัวหน้าพรรคนำไทย ถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคปอดอักเสบ อายุ 90 ปี กำหนดสวดพระอภิธรรม วันที่ 19-25 เม.ย. ที่ศาลาสิทธิสยามการ วัดธาตุทอง นายอำนวย เกิดเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2475 จบระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนอัสสัมชัญ ปริญญาตรีคณะพาณิชยศาสตรบัณฑิต จุฬาฯ ปริญญาโทบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต และปริญญาเอก ด้านการบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐ จากนั้นรับราชการในกระทรวงการคลัง กระทั่งเป็นปลัดกระทรวงการคลัง เคยดำรงตำแหน่งรองนายกฯ,รมว.คลัง และรมว. ต่างประเทศ สมรสกับคุณหญิงสมรศรี วีรวรรณ มีบุตร 2 คน คือ น.ส.อมรพิมล วีรวรรณ และ นายถกลเกียรติ วีรวรรณ