‘ไอ้กบ’อ้างทำเพื่อชาติ จับแล้ว6ลุยล่าเพิ่มอีก5

‘น้ำเพชร’ยันไม่มีส่วนร่วมอุ้มจีนเทา เพื่อนสาวอดีตนางงามเผยวันเหยื่อหายตัวยังช่วยตามหาและเข้าแจ้งความ ขณะตำรวจรวบแล้ว 6 ‘นพศิลป์ พูลสวัสดิ์’ เผยตรวจกล้องวงจรปิดพบอีก 5 เร่งนำตัวสอบมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ สน.ลุมพินีนำตัว ‘ไอ้กบ’ ฝากขัง ผู้ต้องหาอ้างเฉยทำเพื่อช่วยชาติ ขอให้สอบเส้นทางการเงินด้วย ศาลอนุญาต-ส่งตัวเข้าเรือนจำ

จากกรณี 6 คนร้ายบุกอุ้มนายหวัง ชาวจีนวัย 33 ปี ถูกจับจากอาคารสินธรเรสซิเดนซ์ ถนนวิทยุ เขตปทุมวัน กทม. ยัดกล่องนำไปกักขังที่รีสอร์ต ในจ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเรียกค่าไถ่จากเพื่อนและญาติๆ เป็นเงิน 3.93 ล้านบาท โดยมีนายยูอายุประมาณ 30 ปี เพื่อนผู้เสียหาย เข้าแจ้งความต่อสน.ลุมพินี

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 18 เม.ย. พ.ต.อ.นิมิตร นูโพนทอง ผกก.สน.ลุมพินี กล่าวว่า ขณะนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ ก่อเหตุทั้ง 6 รายได้แล้ว ซึ่งผู้ต้องหาให้การเพียงว่าเป็นบุคคลตามหมายจับ ยังไม่ให้การเกี่ยวกับพฤติการณ์ในคดีแต่อย่างใด และ ผู้ต้องหาบางรายให้การว่า มีการประชุมวางแผนกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้อายัดบัญชีบางส่วน แต่ยังมีเงินอีกจำนวนหนึ่งที่ยังหลงเหลือ โดยเมื่อวานนี้หลังจากสอบปากคำ ผู้เสียหายเพิ่มเติม จึงแจ้งข้อหาเพิ่มกับกลุ่มผู้ต้องหาในข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์, พ.ร.บ.คอมพ์ ส่วนกรณีของน.ส.เพชรลดา หรือน้ำเพชร ขณะนี้ยังไม่ให้การใดๆ แต่เจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานเพียงพอจนสามารถขอศาลอนุมัติหมายจับได้

โดยวันนี้จะนำตัวนายณัฐภัทรหรือกบ สวัสดี อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมรายแรกไปยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอฝากขัง ส่วนผู้ต้องอีก 5 ราย ประกอบด้วย นายณัฐพงศ์ หรือจูน ฆ้องคำอยู่ อายุ 24 ปี, น.ส.เพชรลดา หรือ น้ำเพชร แสงสกุล อายุ 24 ปี, นายศุภพล หรือบอส หรือกาย ฮาลมัน อายุ 24 ปี แฟนหนุ่มของน.ส.น้ำเพชร, น.ส.สริตา ดอนม่วง อายุ 28 ปี เจ้าของบัญชีที่รับโอนเงิน และ นายธนายุทธ หรือโจ พลนาคู อายุ 30 ปี จะสอบปากคำในวันนี้และจะขยายผล จากนั้นจะส่งตัวไปยื่นขอฝากขังยังศาล ขณะนี้ยังไม่มีญาติของผู้ต้องหาคนใดเข้ามาติดต่อเยี่ยมที่สน. ส่วนรายละเอียดทั้งหมดอยู่ในสำนวนการสอบสวน ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากยังเป็นคดีที่อยู่ในระหว่างการสืบสวนขยายผล

สอบน้ำเพชร – ตร.สอบปากคำ ‘น้ำเพชร’ เพชรลดา แสงสกุล อดีตผู้เข้าประกวด มิสแกรนด์ ผู้ต้องหาอุ้มหนุ่มจีนเรียกค่าไถ่ หลังตามจับกุมได้ครบแก๊งรวม 6 คน โดยน้ำเพชรปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับเรื่องนี้ ที่กก.สส.บก.น.5 เมื่อ 18 เม.ย.

ขณะที่พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. กล่าวว่า หลังได้รับแจ้งจากเพื่อน ผู้เสียหายเมื่อวันที่ 16.เม.ย.66 ว่า เพื่อนถูกจับไว้ที่คอนโดฯ แห่งหนึ่งเพื่อเรียกค่าไถ่ เมื่อตำรวจบุกเข้าตรวจค้นพบคนผู้เสียหายชาวจีนถูกขังอยู่ในห้องดังกล่าวจริงๆ พร้อม ผู้ก่อเหตุ 3 ราย ประกอบด้วย นายเว่ย เหวิน เถา สัญชาติจีน, นายเอกราช วงษ์สุวรรณ, นายสุรชัย เลี่ยมมณี ชาวไทย ก่อนนำตัวมาสอบสวนขยายผล ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องอีก 3 ราย ทั้งคนไทยและคนจีน ซึ่งจากการตรวจสอบกล้องหน้ารถยนต์ พบว่าในช่วงที่มีการอุ้มตัวผู้เสียหาย มีผู้ที่อยู่ในพื้นที่ทั้งหมด 11 คน ซึ่งต้องตรวจสอบว่าอีก 5 คน มีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ อย่างไร

พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องเงินที่มีการเรียกค่าไถ่จากการสอบสวนทราบว่า ผู้เสียหายชาวจีนได้มีการโอนเงินค่าไถ่ไปแล้ว 9 แสนบาท และจากการสอบสวนก็พบว่าคดีนี้ยังเป็นคนจีนอุ้มคนจีน โดยมีคนไทยเป็นลูกมือเท่านั้น อย่างไรก็ตามขณะนี้กำลังติดตามตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดมาดำเนินคดี ซึ่งยังไม่พบข้อมูลว่าทั้งหมดเดินทางออกนอกประเทศตามด่านทางการแต่อย่างใด ส่วนเรื่องประวัติการเข้ามาในราชอาณาจักร หรือประวัติอาชญากรรมของทั้ง 2 ฝ่าย ต้องรอการตรวจสอบอีกครั้ง

ต่อมาเวลา 12.30 น. ตำรวจ สน.ลุมพินี คุมตัวนายณัฐภัทร หรือกบ สวัสดี อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาคดีร่วมกันเรียกค่าไถ่โดยขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้ายฯ, ร่วมกันกรรโชกทรัพย์, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ไปฝากขังยังศาลอาญากรุงเทพใต้

โดยนายณัฐภัทรกล่าวว่า ตนยอมรับสารภาพตามข้อกล่าวหาที่ตำรวจแจ้งความไว้ เพียงแต่ทราบว่าผู้เสียหายเป็นคนที่รัฐบาลจีนต้องการตัวเพราะมีหมายจับและเป็นบุคคล สีเทา โดยมีเจตนาอยากช่วยประเทศ แต่บอกไม่ได้ว่าใครเป็นคนสั่งการ และยืนยันว่า น้ำเพชรไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่ทราบว่าการก่อเหตุครั้งนี้มีการใช้ปืนด้วย พร้อมปฏิเสธไม่ทราบว่าจะได้รับเงินจากการก่อเหตุเท่าไหร่ และต้องการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มทุนจีนสีเทาด้วย

ขณะที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ อนุญาตฝากขังได้พร้อมออกหมายขัง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัวผู้ต้องหาไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯต่อไป

ที่ สน.ลุมพินี เพื่อนๆ ของน้ำเพชรพร้อมครอบครัวและทนายความ เดินทางนำอาหารเตรียมเข้าเยี่ยม โดยครอบครัวน้ำเพชรปฏิเสธ ไม่ขอให้ข้อมูลใดกับผู้สื่อข่าว ขณะที่เพื่อนสาวของน้ำเพชรเปิดเผยว่า ไม่เชื่อว่าน้ำเพชรจะทำเรื่องดังกล่าว และในวันเกิดเหตุ น้ำเพชรอยู่กับตน ก่อนจะแยกย้ายกันกลับคอนโดฯ อีกทั้งช่วงเวลาที่นายหวังหายตัวไป น้ำเพชรก็เป็นคนช่วยตามหา และเดินทางเข้าแจ้งความคนหายที่ สน.ลุมพินี แต่ตำรวจไม่รับแจ้งความ เพราะยังไม่ครบ 24 ชั่วโมง

เพื่อนของน้ำเพชรเล่าต่อว่า ทั้งนี้เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. วันที่ 14 เม.ย. น้ำเพชรไปเที่ยวกับรุ่นพี่ที่สยามพารากอน กระทั่งเวลา 01.50 น.ของวันที่ 15 เม.ย. น้ำเพชรโทรศัพท์มาเล่าว่ายังไม่ได้นอนเพราะเพื่อนๆ ของ นายหวังบอกติดต่อกับนายหวังไม่ได้ ทั้งที่ช่วงเย็นนายหวังบอกน้ำเพชรว่าจะไปเที่ยวพัทยา จึงชักชวนตนไปที่คอนโดฯ เพื่อดูกล้องวงจรปิด แต่ทางนิติบุคคลของคอนโดฯ ปฏิเสธ โดยระบุว่าก่อนหน้านี้มีคนจีนมาขอดูกล้องไปแล้วรอบหนึ่ง จากนั้นเวลาประมาณ 02.30 น. นายหวังโทร.มาหาน้ำเพชรอีกครั้ง โดยบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง เพราะอยู่พัทยากับเพื่อนแล้ว จึงแยกย้ายกับน้ำเพชรกลับไป พักผ่อน ก่อนที่ในช่วงเช้าจะไม่สามารถติดต่อนายหวังได้อีก จึงตัดสินใจแจ้งความกับตำรวจ สน.ลุมพินี

เพื่อนของน้ำเพชรเล่าอีกว่า สำหรับนายกายที่หลายคนเข้าใจว่าเป็นกิ๊กของน้ำเพชรนั้น ตามจริงแล้วชื่อบอส ก่อนหน้านี้น้ำเพชรคบหากับนายหวังมาประมาณ 1 ปี โดยรู้จักกันผ่านการทำงาน ไม่ใช่การเกาะผู้ชายกินอย่างที่เข้าใจกัน เพราะน้ำเพชรไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน จนเมื่อช่วงปลายปีที่แล้วน้ำเพชรได้เลิกรากับนายหวัง และเป็นจังหวะเดียวกันที่นายบอสเข้าหาพอดี จึงคบหากับนายบอส เมื่อช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา นายหวังได้ตามมาง้อและน้ำเพชรก็กลับมาคบกัน เชื่อว่านายบอสเกิดความหึงหวง และคาดว่านายบอสจะมีปัญหาเรื่องเงิน จึงอาจวางแผนก่อเหตุ ส่วนที่นายบอสใช้รถยนต์และคีย์การ์ดของ น้ำเพชรก่อเหตุนั้น ปกตินายบอสมักจะใช้รถยนต์ของน้ำเพชรเดินทางไปไหนมาไหนโดยตลอด และคีย์การ์ดห้องก็อยู่ในรถ อยากให้สังคมอย่าเพิ่งตัดสินเพื่อนจากคำให้การของนายบอสเท่านั้น

ด้านทนายความของน้ำเพชรกล่าวว่า วันนี้มาเยี่ยมให้กำลังใจ ซึ่งน้ำเพชรยังมีสภาพจิตใจที่ดีอยู่ และยืนยันไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับคดีที่เกิดขึ้น ส่วนรายละเอียดของคดีขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ทั้งนี้เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 17 เม.ย. พล.ต.ต.นพศิลป์ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. สั่งการให้ พ.ต.ต.สัญญลักษ์ สังขะภักดี สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. จับกุมตัว น.ส.สริตา ดอนม่วง อายุ 28 ปี เจ้าของบัญชีที่นายหวังโอนเงินให้ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.305/2566 ลงวันที่ 17 เม.ย.66 ข้อหา “ร่วมกันเรียกค่าไถ่เอาตัวบุคคลกว่าสิบห้าปีขึ้นไป โดยขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใด หรือหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใด, ร่วมกันกรรโชกทรัพย์, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดๆ ให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายและให้ผู้อื่นนั้นกระทำการใดให้ผู้ถูกกระทำนั้นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ” โดยจับกุมตัวได้ที่ลานจอดรถหลัง สภ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

ขณะที่ พ.ต.อ.สมบูรณ์ สุขศรีดาวเดือน ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. และ พ.ต.ท.ปกรณ์ ทองช่วง รอง ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. นำกำลังเข้าจับกุมนายธนายุทธ หรือโจ พลนาคู อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุอุ้มนายหวังลงจากห้องพัก ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ เลขที่ 303/2566 ลงวันที่ 17 เม.ย. ข้อหาเดียวกัน โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านเลขที่ 48/5 หมู่ 1 ซ.คลองหกตะวันออกสิบ ถ.เลียบคลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

ส่วน น.ส.เพชรลดา แสงสกุล หรือน้ำเพชร อายุ 24 ปี อดีตผู้เข้าประกวดมิสแกรนด์จังหวัดสุพรรณบุรี ปี 2563 และนายศุภพล ฮาลมัน หรือบอส อายุ 24 ปี แฟนหนุ่มชาวไทย จับได้ที่ห้องพักแห่งหนึ่งย่านทองหล่อ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน