ป้อมร่อนจม.แจงตั้งรบ. เศรษฐายัน-พท.ไม่มีดีล อู๊ดด้า-มาร์คฟิตเดินสาย
‘บิ๊กตู่’ เข้าวัดไตรมิตรฯ สวดนพเคราะห์เสริมบุญรับดาวพฤหัสย้ายราศี เตรียมนำทีม รทสช.หาเสียงเยาวราชวันนี้ ‘บิ๊กป้อม’ โพสต์จดหมายฉบับ 9 แจงจับมือใครตั้งรัฐบาล อยู่ที่เงื่อนไขเฉพาะหน้าและมติพรรค นำพปชร.ไหว้ขอพรหลวงพ่อโสธร ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยอ้อนคนแปดริ้ว เทคะแนนให้ ‘จุรินทร์’ ฟิตลงพื้นที่วันเดียว 3 จังหวัด ‘เศรษฐา’ ย้ำไม่จับมือใครทั้งในที่สว่าง-ที่มืด ก้าวไกลยันถ้าพท.ดีลพปชร.ก็ไม่ร่วมวงพรรคทหารจำแลง สมุทรปราการดุ รถหาเสียงเพื่อไทยถูกปาระเบิด กกต.เผยครบ 70 พรรคยื่นรายละเอียดนโยบายหาเสียง เร่งเช็กความถูกต้อง
‘บิ๊กตู่’สวดนพเคราะห์เสริมบุญ
เมื่อวันที่ 19 เม.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เข้าปฏิบัติหน้าที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่เวลา 09.39 น. โดยไม่กำหนดการประชุมอย่างเป็นทางการ
เวลา 17.35 น. ที่วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร พล.อ.ประยุทธ์เข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์นพเคราะห์ เนื่องด้วยดาวพฤหัสบดีย้ายราศี ซึ่งกำหนดจัดโดยสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (สมเด็จธงชัย) ที่มณฑลพิธีพระอุโบสถวัดไตรมิตรวิทยาราม เขตสัมพันธวงศ์ กทม. โดยนายกฯ สวมเสื้อ ผ้าไหมสีขาว เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวทะเบียน ญค 1881 กรุงเทพมหานคร เมื่อมาถึงได้เข้าไปห้องรับรอง
ก่อนเริ่มพิธี สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ผู้ช่วย เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เดินนำ พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมผู้เข้าร่วมพิธี อาทิ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ประธานกรรมการ บริษัท เจียไต๋ เอนเทอร์ไพรซ์ อินเตอร์แนชั่น แนล จำกัด เข้าไปร่วมพิธีในพระอุโบสถ เพื่อเป็นการเสริมบุญ
โดยพล.อ.ประยุทธ์ได้ออกมาทำพิธีสักการบูชาดาวพฤหัส บริเวณโต๊ะเครื่องสักการะหน้าพระอุโบสถ ขณะเดินปักธูปรอบโต๊ะ พล.อ.ประยุทธ์มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสทักทายผู้ร่วมพิธีคนอื่นๆ ระหว่างนี้มีประชาชนเข้ามาทักทาย พร้อมส่งเสียงเชียร์ “ลุงตู่ ลุงตู่ สองสองค่ะ” พร้อมชูสัญลักษณ์เบอร์ 22 ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์อมยิ้ม พร้อมรับไหว้ ก่อน เดินกลับเข้าไปทำพิธีในพระอุโบสถ
สำหรับกิจกรรมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ นพเคราะห์นี้ มีบุคคลสำคัญในแวดวงต่างๆ รวมถึงประชาชนทั่วไปเข้าร่วมจำนวนมาก ส่วนใหญ่สวมเสื้อสีขาวหรือสีอ่อนมาร่วมพิธี

สายมู – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์นพเคราะห์ ดาวพฤหัสบดีย้ายราศี จัดโดยสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (สมเด็จธงชัย) ที่วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร กทม. เมื่อวันที่ 19 เม.ย.
เผยดวงราชาโชค-มีโอกาสใหม่ๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในทางโหราศาสตร์ ดาวพฤหัสบดีแสดงถึงการขยายตัว ความโชคดี และการเรียนรู้ที่สูงขึ้น เกี่ยวข้องกับความโชคดี การเดินทางไกล ปรัชญา และความเมตตากรุณา ดาวพฤหัสบดียังให้มุมมองที่กว้าง และมองโลกในแง่ดีพร้อมกับอารมณ์ขัน ดาวพฤหัสที่ถือเป็นดาวใหญ่กำลังจะย้ายเข้าสู่ราศีเมษ ในวันที่ 19 เม.ย.2566 และอยู่ในราศีเป็นเวลาประมาณ 1 ปี (ตามปฏิทินโหราศาสตร์สุริยยาตร์ วันที่ 19 เม.ย.2566 ตั้งแต่เวลา 21.02 น. วันพุธที่ 19 เม.ย.เวลา 21.02 น. ถึงวันอังคาร 30 เม.ย.2567 (378 วัน) ถือเป็นการวนกลับมาครบอีกหนึ่งรอบ และก้าวขึ้นสู่ รอบใหม่
การเปลี่ยนวงโคจรของดวงดาว เป็นความเชื่อตามแต่วิจารณญาณ ซึ่งผู้มีความเชื่อจะร่วมทำพิธีเสริมบุญรับมือความโชคดีก่อนย้ายเข้า 12 ราศี ในวันที่ 19 เม.ย.2566 น. ตั้งแต่เวลา 21.02 น.
ดวงของชาวราศีมีน ซึ่งตรงกับดวงของ พล.อ.ประยุทธ์ (เกิด 21 มี.ค.2497) ดาวพฤหัสดาวประจำตัวขึ้นไปเป็นราชาโชคในเรือนการเงิน จะมีโอกาสใหม่ๆ ต่างๆ เป็นปีที่จะมีรายได้ที่ดีมาก การงานจะดีมาก ผู้ใหญ่อุปถัมภ์ เกิดความก้าวหน้า เริ่มเห็นผลกำไร ลงทุนอะไรจะเห็นผลได้ดี ควรเริ่มทำธุรกิจ ควรขยับขยาย ถือว่าเป็นปีที่ดีมาก แต่ต้องระวังเรื่องการวางแผนด้านการเงินให้ดี
ปฏิเสธ‘มูเตลู’-แค่มาทำบุญ
เวลา 20.40 น. พล.อ.ประยุทธ์เปิดเผยถึงการขอพรในการร่วมพิธีวันนี้ว่า อธิษฐานถึงชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และประชาชน ไม่เคยมีอธิษฐานเรื่องอื่น มีแค่นี้ และขอให้ครอบครัวมีความสุขเท่านั้นเอง ผู้สื่อข่าวถามถึงความเห็นที่วันนี้ดาวพฤหัสบดีย้ายราศี พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนไม่รู้ทางนั้น เราไม่ทราบ ต่อข้อถามว่าเป็นการมูเตลูก่อนเลือกตั้งใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ไม่ใช่ๆ เป็นการมาทำบุญหลังสงกรานต์ ทำให้ชาติ ศาสน์ กษัตริย์และประชาชน มันผิดตรงไหน ทำไมต้องมองเป็นเรื่องนั้นทั้งหมดล่ะจ้ะ ไม่ใช่หรอก”
ผู้สื่อข่าวถามว่าได้ขอพรเกี่ยวกับการเลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ขอสิ่งดีๆ ให้ประเทศชาติ ตัวเอง และส่วนรวมนั่นแหละ มันก็กลับมาหาตัวผมเองนั่นแหละ” ต่อข้อถามว่าดีใจหรือไม่ที่การร่วมพิธีวันนี้มีประชาชนมาให้กำลังใจตลอด พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ไม่ดีใจก็บ้าแล้วมั้ง” เมื่อถามว่าเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ร่วมพิธีด้วยได้พูดคุย ปรึกษาอะไรกันหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ท่านมาทำบุญของท่าน แล้วมาเจอกันที่นี่ ไม่ได้นัดกันมาก่อน อย่ามองให้เป็นเรื่อง”
ก่อนกลับ พล.อ.ประยุทธ์ได้ไหว้มหามณฑปวัดไตรมิตรฯ ระหว่างนี้มีประชาชนมาขอถ่ายรูปและให้กำลังใจ โดยกล่าวว่า “ลุงตู่สู้ๆ เบอร์ 22 ลุงตู่ ได้แน่นอน, ให้ลุงตู่ชนะทุกอย่างทุกสิ่งเลย, ให้เป็นผู้ชนะตลอดกาล”
เยือนเยาวราช-ปรับกลยุทธ์โค้งท้าย
สำหรับโปรแกรมการหาเสียง วันที่ 20 เม.ย. พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค จะลงพื้นที่หาเสียงย่านเยาวราช กทม. พร้อมด้วยแกนนำพรรคและผู้สมัคร ส.ส.กทม. ในช่วงบ่ายถึงช่วงเย็น
วันที่ 21 เม.ย. เวลา 07.00 น. พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นประธานในการประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทางศาสนาพุทธและพิธีบวงสรวงสังเวยตามพิธีพราหมณ์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาองค์พระหลักเมืองประจำปี 2566 เสร็จแล้วลงพื้นที่จ.เชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์ฝุ่น pm 2.5
วันที่ 23 เม.ย. จะลงพื้นที่หาเสียงและไหว้พระ ที่จ.พิษณุโลก ส่วนสัปดาห์ต่อไปลงพื้นที่หาเสียงและขึ้นเวทีปราศรัยต่อในพื้นที่ภาคใต้ และปิดท้ายเวทีปราศรัยที่พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กทม. ในวันที่ 12 พ.ค.
ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง รทสช.จะมีการปรับกลยุทธ์ โดยเปิดแคมเปญและนโยบายใหม่ ควบคู่กับการปล่อยคลิปนโยบายสั้นๆ ผ่านทางโซเชี่ยล นอกจากนี้จะจัดเวทีปราศรัยให้ พล.อ.ประยุทธ์ ในจังหวัดใหญ่ๆ พร้อมเน้นกลยุทธ์ให้พล.อ.ประยุทธ์เดินหาเสียงในตลาดชุมชนต่างๆ และขึ้นรถแห่ด้วย
สำหรับกำหนดการปราศรัยและลงพื้นที่หาเสียงของ พล.อ.ประยุทธ์จะมีไปจนถึงก่อนวันเลือกตั้ง 1 วัน ซึ่งขณะนี้ทางพรรคได้เคาะกำหนดการทั้งหมดแล้ว แต่ยังไม่มีการแจ้งอย่างเป็นทางการ คาดว่าส่วนหนึ่งไม่ต้องการให้มีการไปต่อต้าน พล.อ.ประยุทธ์ระหว่างการหาเสียง
ปล่อยคลิป‘มือยาว’โชว์วิชั่น
วันเดียวกัน รทสช.ยิงคลิป “มือยาว” โชว์วิสัยทัศน์ด้านเศรษฐกิจของพรรค “มือยาว” แสดงให้เห็นถึงจุดเด่นของนโยบายเศรษฐกิจของรทสช. ที่เน้นการหารายได้จากการค้า การลงทุน การท่องเที่ยวจากต่างประเทศ เพื่อนำมาสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจ สร้างงาน ยกระดับรายได้ สร้างคุณภาพชีวิตของคนไทย แตกต่างจากนโยบายเศรษฐกิจของพรรคอื่นๆ ที่ล้วงกระเป๋าซ้ายไปจ่ายกระเป๋าขวา คือ ใช้เงินภาษี หรือเกลี่ยงบประมาณที่มีจำกัดอยู่แล้ว ไปทำโครงการซึ่งพรรคหาเสียงไว้
ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ แคนดิเดตนายกฯ และทีมเศรษฐกิจรทสช. ได้สร้างปัจจัยสนับสนุนการสร้างรายได้ ดึงการลงทุนจาก ต่างประเทศ คือ การลงทุนด้านโครงสร้าง พื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ โครงสร้างดิจิทัล การให้วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน 10 ปี แก่คนต่างชาติที่มีศักยภาพสูงมาพำนักระยะยาว การลงทุนด้านพลังงานสะอาดเพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศเป็นกลางทางคาร์บอน
“มือยาว” เป็นคลิปแรกในชุดทีมเศรษฐกิจรทสช. และเตรียมจะปล่อยคลิปต่อไปคือ “แคชเลสโซซ้ายตี้” และ “รถบรรทุก” ภายใต้สโลแกน “หาเงินได้ ใช้เงินเป็น”
‘วิทยา’โวยป้ายในอีสานถูกพังอื้อ
นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้ารทสช. รับผิดชอบภาคอีสาน ให้สัมภาษณ์ว่า ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคว่า ป้ายหาเสียงของผู้สมัคร ส.ส.ภาคอีสานถูกทำลายเกือบทุกพื้นที่ ล่าสุดในวันที่ 19 เม.ย.ที่จ.อุบลราชธานี เขตเลือกตั้งเดียวป้ายถูกทำลายกว่า 200 ป้าย โดยเฉพาะป้ายที่มีรูปหน้าพล.อ.ประยุทธ์ ถูกทำลายแบบตั้งใจจำนวนมาก
ถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้สมัครเพราะ 1 ป้าย ต้องใช้เงินหลายร้อยบาท ทำให้ผู้สมัครเดือดร้อน ดังนั้นจะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ จะเรียกร้องผ่านคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คงไม่มีกำลัง จึงขอแจ้งไปยังตำรวจในพื้นที่อย่านิ่งเฉย ตนได้เน้นย้ำแล้วเขตเลือกตั้งใดถ้ามีการทำลายป้ายแบบผิดปกติ ผู้สมัคร ทุกคนต้องไปร้องทุกข์ไว้กับพนักงานสอบสวนในสถานีที่เกิดเหตุ และขอส่งสัญญาณไปยัง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ด้วย การทำลายป้ายถือเป็นความผิดทางอาญา แม้จะยอมความกันได้ แต่ตำรวจต้องติดตามตัวคนทำลายมาให้ได้ จะปล่อยให้เกิดสภาพแบบนี้ไม่ได้ ถ้าจับได้ว่าเป็นคนของพรรคใดพรรคหนึ่งทำลาย ตำรวจต้องส่งเรื่องให้ กกต.เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
‘บิ๊กป้อม’โพสต์จม.ฉบับ 9
เพจเฟซบุ๊ก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสต์ว่า จะ “จัดตั้งรัฐบาล” อย่างไร ดูจะยังเป็นประเด็นสับสน เกิดการพูดต่อๆ กันไปมากว่า “พลังประชารัฐ” คิดอย่างไรกับการ “จัดตั้งรัฐบาล” ต้องเริ่มจาก “ผลการเลือกตั้ง” แต่ละพรรคมี ส.ส.ได้รับเลือกเข้ามากี่คน แล้วมาสู่ขั้นตอนเปิดประชุมรัฐสภาเลือกนายกฯ
ขั้นตอนอย่างเป็นทางการเริ่มต้นอย่างนั้น แต่ในทางปฏิบัติจริงมีประเด็นที่ต้องมาพิจารณาซับซ้อนกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นความชอบธรรมของพรรคที่ได้ ส.ส.มากที่สุด มีสิทธิเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก่อน พรรคต่างๆ จะแบ่งขั้วแบ่งฝ่ายกันอย่างไร ร่วมกับใครแล้วได้รับการตอบสนองข้อเสนอดีกว่า ใครคือ ผู้กุมอำนาจที่แท้จริง ระหว่างอำนาจของ ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้ง กับอำนาจที่ซ่อนอยู่ในกลไกตามรัฐธรรมนูญ อันไหนมีอิทธิพล หรือกำหนดการจัดตั้งรัฐบาลได้มากกว่า และอื่นๆ อีกมากมาย
หลายเรื่องมีความสำคัญต่อการตัดสินใจ เป็นเงื่อนไขที่ยังไม่เกิดขึ้นเสียด้วยซํ้า คนที่มีประสบการณ์การเมืองจะรู้ว่าการจัดตั้งรัฐบาลทุกครั้งที่ผ่านมา ล้วนมีเรื่องราวที่แปรเปลี่ยนไป ไม่เป็นไปอย่างที่ประกาศไว้ช่วงหาเสียง มีข้อมูลที่จะพูดถึงการปรับเปลี่ยนของพรรคเพื่อประโยชน์กับประเทศชาติ และประชาชนมากที่สุดเสมอ
ตัวอย่างล่าสุดในการเลือกตั้งปี 2562 ผู้นำหลายพรรคประกาศตัวไว้อย่างหนึ่ง แต่พอถึงการจัดตั้งรัฐบาลจริง ต้องเข้าร่วมด้วยเหตุผลอีกอย่างหนึ่ง เช่น พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) หัวหน้าพรรค นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศไม่ยอมให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ต่อ แต่พอถึงเวลาจัดตั้งรัฐบาล ปชป.เข้าร่วมโดยหัวหน้าพรรคคนใหม่ แค่ให้นายอภิสิทธิ์ลาออกไป โดยมีประโยชน์ของประชาชนมากมายมาใช้อ้าง

คุยสูงวัย – นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พูดคุยกับกลุ่มผู้สูงวัย ซึ่งมาออกกำลังกาย ระหว่างออกหาเสียงช่วย น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ผู้สมัครส.ส.กทม. เขต 2 ที่สมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย เขตสาทร กทม. เมื่อวันที่ 19 เม.ย.
จับมือใครอยู่ที่เงื่อนไขเฉพาะหน้า
เช่นเดียวกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ให้สัมภาษณ์ลงข่าว 8 มี.ค.2562 ไม่เห็นด้วยที่ให้ ส.ว.เลือกนายกฯ ลั่นอยู่คนละขั้วกับทหาร-พปชร. และให้สัมภาษณ์อีกครั้งในข่าว 10 ก.ย.2565 ว่าเฉลยแล้วปี 2562 จับมือ พปชร.ตั้งรัฐบาล เพราะผมไม่อยากอยู่กับระบบ คสช. ไม่เว้นแม้แต่พปชร. ที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เคยประกาศไว้ว่าจะไม่รับตำแหน่งหากได้เป็นรัฐบาล แต่สุดท้ายก็รับตำแหน่งเป็นรมว.อุตสาหกรรม
ไม่ใช่เรื่องผิดหรือแปลกประหลาดอะไร นี่คือความปกติของการเมืองไทย แม้ว่าสื่อและสังคมไทยจะไม่ยอมรับ การเมืองไทยทุกเรื่องจึงขึ้นอยู่กับการเจรจาตามเงื่อนไขเฉพาะหน้า โดยเฉพาะเรื่องสำคัญระดับ “จะจัดตั้งรัฐบาลอย่างไร จะร่วมรัฐบาลกับใคร” จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรอขั้นตอนที่เหมาะสม การตัดสินใจประกาศว่าต้องอย่างนั้นอย่างนี้ รู้กันว่าเป็นแค่การหาเสียง ที่เป็นจริงคือการเจรจาด้วยเหตุผลเฉพาะหน้า ทุกคนในพรรคต้องร่วมกันประเมินอย่างรอบคอบ แล้วดำเนินการตามที่เรียกว่า “มติพรรค” ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่งจะมาทุบโต๊ะว่าพรรคต้องจัดการอย่างนั้นอย่างนี้
ดังนั้น คำถามตอบว่า “พปชร.จะจัดตั้งรัฐบาลแบบไหน อย่างไร จะร่วมกับใคร พรรคไหน” จึงเป็นเรื่องที่ต้องรอให้ตาม ขั้นตอนที่เหมาะสม ด้วยเงื่อนไขเฉพาะหน้า ซึ่งขึ้นอยู่กับการเจรจาอย่างรอบคอบ และต้องเป็นไปในนาม “มติพรรค”
นำทีมไหว้ขอพรหลวงพ่อโสธร
ช่วงเย็นวันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร พร้อมผู้บริหารพรรค นำผู้สมัครส.ส.ฉะเชิงเทรา ทั้ง 4 เขต สักการะหลวงพ่อโสธร ที่วัดโสธรวราราม อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา โดยพล.อ.ประวิตรถวายพวงมาลัย และสวดคาถาบูชาหลวงพ่อโสธร เป็นเวลาค่อนข้างนาน ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าตรงกับฤกษ์วันดาวพฤหัส ย้ายเข้าประทับดวงเมือง จากนั้นพล.อ.ประวิตรกราบนมัสการพระราชภาวนาพิธาน เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร
ผู้สื่อข่าวถามว่าวันนี้วันดี ดาวพฤหัสย้าย ได้ขอพรอะไรบ้าง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ขอพรให้ฉันดีก็แล้วกัน ให้ฉันปลอดภัย สุขภาพแข็งแรง” ต่อข้อถามว่าได้ขอพรให้การเลือกตั้งครั้งนี้ ประสบความสำเร็จหรือไม่ พล.อ.ประวิตรปฏิเสธตอบคำถาม
เวลา 17.45 น. ที่ลานข้างวัดสมานรัตนาราม อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา พล.อ.ประวิตรนำผู้บริหารพปชร. ปราศรัยนโยบายของ พรรคพร้อมแนะนำผู้สมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทรา 4 เขต มีประชาชนร่วมฟังปราศรัยเกือบ 5,000 คน
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ประธานยุทธศาสตร์การเมือง พปชร.ปราศรัยว่า ขณะนี้สื่อหลายแห่งคาดการณ์ว่าพปชร.มีโอกาสจะเป็นรัฐบาลมากที่สุด แต่ไม่ว่าฝ่ายไหนชนะการเลือกนี้ ก็ไม่เป็นรัฐบาลเด็ดขาด แต่เป็นรัฐบาลผสมแน่นอน ส่วนพปชร.ยืนยันชัดเจนว่าไม่เป็นศัตรูกับใคร แต่จะเป็นกาวใจเชื่อมประสานทุกพรรค เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี หลังการเลือกตั้งไม่ตีกันและไม่ขัดแย้ง แม้คิดต่าง แต่ต้องรักกัน สำหรับพล.อ.ประวิตร เป็นบุคคลที่มีบารมีสูงที่สุดในขณะนี้ และสามารถประสานงานได้ทุกฝ่ายเหมาะเป็น นายกฯที่สุด

เยือนแปดริ้ว – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ขึ้นเวทีหาเสียงช่วยผู้สมัครส.ส.ฉะเชิงเทรา ท่ามกลางประชาชนหลายพันคนร่วมฟังปราศรัย ที่ลานข้างวัดสมานรัตนาราม จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 19 เม.ย.
อ้อนคนแปดริ้วเทคะแนน
พล.อ.ประวิตรปราศรัยว่า ตนและพปชร.พร้อมแล้วที่จะทำงานรับใช้ชาวฉะเชิงเทรา ให้เจริญรุ่งเรือง โปรดเลือกผู้สมัครทั้ง 4 เขตของพปชร. และขอให้เลือกหมายเลข 37 ด้วย ที่ผ่านมาประเทศพัฒนาได้ยาก พปชร.จึงนำเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากมาย ทั้งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เพิ่มเป็น 700 บาทต่อเดือน ลดราคาน้ำมันเบนซินให้เหลือลิตรละ 18 บาท น้ำมันดีเซลลดลิตรละ 6.30 บาท ซึ่งจะทำทันทีที่ พปชร. ได้เข้ามาเป็นรัฐบาล ลดราคาแก๊ส ให้เหลือ 250 บาทต่อถัง ที่สำคัญ คือ ลดค่าไฟฟ้าครัวเรือนให้เหลือ 2.50 บาทต่อหน่วย และลดค่าไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมเหลือ 2.70 บาทต่อหน่วย เพื่อมอบความสุขให้ประชาชนด้วยความจริงใจ พปชร.จะทำทุกอย่างเพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดีขึ้น
“ผมพูดไม่เก่ง แต่ทำงานและประสานประโยชน์ได้ทุกฝ่าย จะนำคนเก่งๆ มาร่วมมือกันทำงาน เราจะก้าวข้ามความยากจนและความขัดแย้งไปด้วยกัน ทำให้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศมีความเป็นหนึ่งเดียว รักใคร่สามัคคีกัน ขอให้เชื่อมั่นใน พปชร. ขอประกาศกับพี่น้องว่าเราทำได้ พร้อมจะรับใช้ประชาชนให้มีความสุขต่อไป”
พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ถึงความมั่นใจในพื้นที่จ.ฉะเชิงเทราว่า ก็คาดหวัง จังหวัดนี้ตนมาทั้งทีจะไม่ได้ ได้อย่างไร ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าจะสู้กับอดีตส.ส.พปชร. ที่ย้ายไปอยู่พรรคอื่นได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ใครจะย้ายก็ย้ายไป แต่บอกแล้วว่าเราสู้ได้

เยือนแปดริ้ว – นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมแกนนำพรรค เปิดปราศรัยใหญ่ช่วยนายเฉลิง จูจำรัส ผู้สมัครส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 1 ประกาศกลยุทธ์ช่วง โค้งสุดท้ายเดินเคาะประตูทุกบ้าน ที่สามแยกบางขวัญ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 19 เม.ย.
กั๊กดีลตั้งรัฐบาล-รอผลเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่โพสต์เฟซบุ๊ก จดหมายฉบับที่ 9 เรื่องการจัดตั้งรัฐบาล พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า สื่อก็อ่านดู อ่านแล้วว่าอย่างไร ไม่มีอะไรหรอก ต่อข้อถามว่า เนื้อหาในจดหมายระบุว่า การเมืองไม่มีสัจจะก่อนเลือกตั้งพูดอย่าง หลังเลือกตั้งพูดอย่าง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “แล้วแต่คน แต่ผมมีสัจจะ จะมา บอกว่าเป็นทุกคนได้อย่างไร พูดอย่างนี้ไม่ได้ เพราะดูถูกคน”
ต่อข้อถามว่า เนื้อหาในจดหมายระบุชื่อนายสุริยะ นายอนุทิน และนายอภิสิทธิ์ ที่ก่อนเลือกตั้งเป็นแบบหนึ่ง หลังเลือกตั้งปฏิบัติอีกอย่าง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “เขาอยากไปเอง ไม่เป็นไรหรอก ผมไม่เคยต่อว่าใคร ใครอยากจะไปอยู่ที่ไหนก็ไป คนไทยด้วยกัน เรารักกันทุกคน อยากให้ก้าวข้ามความขัดแย้ง”
เมื่อถามว่า ไม่ใช่เป็นการส่งสัญญาณให้กับพรรคใดพรรคหนึ่งใช่หรือไม่ เพราะบางพรรคให้สัมภาษณ์ว่า จะไม่จับมือกับพรรคที่ทำรัฐประหาร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ผมไม่ได้ทำ จะเป็นอะไร ผมไม่ได้ทำ ผมมาช่วยพล.อ.ประยุทธ์ ”
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าพล.อ.ประวิตร ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขการทำรัฐประหารใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่าไม่มี

ล่องเรือ – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำผู้บริหารพรรค ลงเรือล่องคลองช่วยผู้สมัครส.ส.ราชบุรีหาเสียง ท่ามกลางนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ ให้ความสนใจเป็นจำนวนมากที่ตลาดน้ำดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 19 เม.ย.
‘อู๊ดด้า’เดินสาย 3 จังหวัด
วันเดียวกัน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าปชป. น.ส.รัศมี ทองสิริไพรศรี รองโฆษกพรรค พร้อมคณะ ลงพื้นที่ขอคะแนนเสียงสนับสนุนให้ นายธนากร เลี้ยงฤทัย ผู้สมัคร ส.ส.ราชบุรี เขต 4 เบอร์ 4 ที่บริเวณหอนาฬิกาบ้านโป่ง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี
นายจุรินทร์กล่าวว่า เชื่อว่าคะแนนที่ จ.ราชบุรี เราจะได้ดีมาก เราสู้ทั้ง 5 เขตผู้สมัครทุกคนล้วนมีคุณสมบัติที่ดี มีศักยภาพสูง สู้กับคู่แข่งของพรรคการเมืองอื่นได้ ขอฝากทั้งคนทั้งพรรค และขอฝากสมาชิกพรรคทุกคนที่เป็นฐานกำลังสำคัญที่ราชบุรี ช่วยกันหนักแน่นมั่นคง ยืนหยัดอยู่กับพรรค แล้วช่วยกันหาเสียงพาคนใหม่ๆ มาช่วยกันลงคะแนนให้กับพรรคด้วย
ส่วนช่วงบ่ายนายจุรินทร์หาเสียงตลาดน้ำดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี จากนั้นไปตลาดแม่กลอง จ.สมุทรสงคราม เย็นปราศรัยย่อยบ้านโตนดน้อย ต.หนองขนาน อ.เมือง จ.เพชรบุรี
‘มาร์ค’บุกจันท์-เลือดสีฟ้าเข้มข้น
เวลา 14.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าปชป. และอดีตนายกฯ น.ส. จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร รองเลขาธิการพรรค และ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่เดินหาเสียงช่วยนายเชิดสกุล พลารักษ์ ผู้สมัคร ส.ส.จันทบุรี เขต 3 เบอร์ 8 โดยพบปะพ่อค้า แม่ค้า และ พี่น้องประชาชนในชุมชนขลุง อ.ขลุง จากนั้นเดินทางต่อไปยังตลาดพลิ้ว อ.แหลมสิงห์ เพื่อขอคะแนนเสียงให้กับ ทพ.อิทธิพล จังสิริมงคล หรือหมอตี๋ ผู้สมัคร ส.ส.จันทบุรี เขต 1 เบอร์ 8
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ถึงแม้ว่าตนจะไม่ได้มีตำแหน่งในปชป. ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจ เราเป็นเลือดสีฟ้า เป็นเลือดที่เข้มข้น จะไม่ยอมทิ้งกันอย่างแน่นอน ขอให้สบายใจได้ ปชป.ยังมีความสามัคคีกลมเกลียวกันอย่างเหนียวแน่น ตนในฐานะสมาชิกพรรคคนหนึ่ง ถือว่าทำประโยชน์ให้พรรคได้ และพร้อมสนับสนุนผู้สมัครส.ส.ทั้ง 3 เขตเพื่อพัฒนาจ.จันทบุรีและภาคตะวันออกของเราให้ก้าวไปข้างหน้าในทิศทางเดียวกันได้อย่างมั่นใจ
‘เกียรติ’กระทุ้งพท.แจงเป๋าดิจิทัล
นายเกียรติ สิทธีอมร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ คณะทำงานด้านเศรษฐกิจ ปชป. ให้สัมภาษณ์กรณีนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดต นายกฯ พรรคเพื่อไทย (พท.) ชี้แจงนโยบายแจกเงินดิจิทัลสามารถใช้เงินจากงบประมาณได้ว่า เป็นไปไม่ได้ เขาชี้แจงนโยบายนี้ไม่ชัดเจน ถามว่าจะเอางบมาจากไหน เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ อาจมีผลกระทบมากมายกับเศรษฐกิจทั้งประเทศ จึงขอเรียกร้องให้มีความชัดเจน เมื่อกล้าทำ ก็ต้องกล้าอธิบาย
ผู้สื่อข่าวถามว่านโยบายแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท ถือเป็นประชานิยมสุดโต่งหรือไม่ นายเกียรติกล่าวว่า ผลที่ตามมาคือสร้างความเหลื่อมล้ำแน่นอน ทำไมคนที่มีอันจะกินยังได้รับเงินตรงนี้ และดีอย่างไรกับประเทศ นักวิชาการทุกคนออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ากระตุ้นอย่างนี้ได้ผลระยะสั้น เอาเงิน 5 แสนกว่าล้านบาท มากระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นอย่างนั้นหรือ และทุกคนพูดตรงกันหมดว่านึกอย่างไรก็นึกไม่ออกว่าจะเอาเงินมาจากไหน
ถ้าเอาคนที่ไม่มีเงินในบัญชีเลยแม้บาทเดียว หรือคนที่มีเงินในบัญชีไม่ถึง 1 หมื่นบาท ก็ยินดีให้เขาได้เลย เพราะถือว่าตรงเป้า ลดความเหลื่อมล้ำได้ทันที ใช้เงินน้อยกว่า กระตุ้นเศรษฐกิจได้เหมือนกัน ยังมีคำถามว่าคนที่มีรายได้เยอะอยู่แล้ว ถ้าได้รับเงินอีก 1 หมื่นบาท ต้องเสียภาษีด้วยหรือไม่ ก็ยังไม่มีความชัดเจน เข้าใจว่านโยบายนี้ทำให้ พท. ได้คะแนน แต่ต้องซื่อสัตย์ต่อประชาชนว่า ภายใต้นโยบายที่น่าสนใจนั้นมีความเสี่ยง หรือไม่ ต้องตอบให้ได้ และกกต.ต้องเป็น ผู้อนุมัติสิ่งที่เขาชี้แจงว่าในที่สุดนโยบายนั้นใช้ได้หรือไม่
“พอผมบอกว่านโยบายนี้เกี่ยวข้องกับบริษัทเอกชน ท่านก็บอกไม่มี แต่จะใช้ใครทำก็ไม่บอก พอถามว่าเงิน 5 แสนกว่าล้านบาท มาจากไหนท่านก็บอกว่าจะไปจัดหามา ซึ่งพูดไม่ชัด และเดิมบอกว่าเป็นเงินสกุลดิจิทัล ซึ่งคำพูดนี้ชัดเจน แต่ต่อมาบอกว่าเป็นดิจิทัลวอลเล็ต มันเปลี่ยนไปเรื่อย ต้องเอาให้นิ่งว่าที่นำเสนอคืออะไร ซึ่งเรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบของ กกต.” นายเกียรติกล่าว
‘เด็กตู่’สับนโยบายขายฝัน
นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ รองหัวหน้าพรรคและประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้ รทสช. กล่าวกรณีนายเศรษฐาวิจารณ์การบริหารงาน 8 ปีรัฐบาล รายได้ประชาชนตกต่ำว่า ยืนยันไม่เป็นความจริง นโยบายภายใต้การบริหารของพล.อ.ประยุทธ์ ทำให้ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนดีขึ้น และประเทศมีความก้าวหน้า โดยมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ก่อนที่จะวิจารณ์นโยบายการบริหารรัฐบาล อยากให้นายเศรษฐากลับไปดูนโยบายแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท ของพท.ก่อน เพราะวันนี้ไม่ใช่แค่ประชาชนสับสน แม้กระทั่งผู้สมัคร แกนนำพท.บางส่วนเองก็ยังงงๆ ว่าตกลงเป็นอย่างไรกันแน่
“วันนี้ยังไม่รู้ว่าพท.จะเอาเงินมาจากไหน ตกลงรูปแบบเป็นดิจิทัลเป็นเหรียญแบบคูปอง หรือแบบไหน และอยากฝาก กกต. ให้พิจารณาให้ดี ควรคำนึงถึงผลกระทบด้านต่างๆ ภาระงบประมาณที่จะตามมา อย่าปล่อยให้นโยบายขายฝันแบบนี้ออกมาทำลายระบบการเงินการคลัง” นายธนกรกล่าว

ย่างไก่ – นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดต นายกฯ พรรคเพื่อไทย แวะกินไก่ย่าง ระหว่างเดินสายหาเสียงที่ อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น โดยจะส่งเสริมไก่ย่างเขาสวนกวางเป็นซอฟต์เพาเวอร์ส่งขายต่างประเทศ เมื่อวันที่ 19 เม.ย.
‘เสี่ยนิด’ลุยขอนแก่น-เชียร์นั่งนายก
เมื่อเวลา 08.30 น. นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พท. และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รองหัวหน้าพรรค นายปานปรีย์ พหิทธานุกร ที่ปรึกษาคณะกรรมการเศรษฐกิจ พานายชัชวาล พรอมรธรรม ผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น เขต 1 เบอร์ 6 เดินหาเสียงในพื้นที่ตลาดบางลำภู อ.เมือง จ.ขอนแก่น บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก มีแม่ค้าอาหารทะเลสดตะโกน “อยากกอดนายกฯ จังเลย” ก่อนโผกอดและขอเซลฟี่ โดยนายเศรษฐา กล่าวตอบรับว่า “ฝากเบอร์ 6 และเบอร์ 29 ด้วยนะครับ”
เวลา 10.50 น. ที่ลานตลาดนัดน้ำพอง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น พท.จัดเวทีปราศรัยใหญ่ นำโดย นายเศรษฐา พร้อมผู้สมัคร ส.ส. ขอนแก่น พท.ทั้ง 11 เขต
นายเศรษฐา ปราศรัยย้ำนโยบายพรรค ทั้งการแก้กฎหมายยึดทรัพย์ยาเสพติด เรียนฟรี ต้องมีรถรับส่ง มีอาหารกลางวัน โดยเฉพาะนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ถ้าพท.เป็นรัฐบาล พี่น้องจะได้เงิน 1 หมื่นบาทเข้ากระเป๋าแน่นอน ถ้าพท.เป็นรัฐบาล รายได้สุทธิ 4 ปีจะโตขึ้น 3 เท่าตัว 14 พ.ค.นี้หวังว่าพี่น้องจะเข้าคูหากา พท.ทั้งคนทั้งพรรค จ.ขอนแก่นต้องยกทั้ง 11 เขต ไม่อย่างนั้นรัฐบาล พท. ไม่สามารถผลักดันนโยบายได้ ตนอยากกลับมาในอีก 6 เดือนเพื่อเห็นรอยยิ้มของพี่น้อง และอย่าให้ใครมาบอกว่าเรามีพรรคพี่พรรคน้อง เรามีพรรคเดียวคือ พท.

ขอยกจังหวัด – นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรคและผู้สมัครส.ส. เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ขอให้เลือกเพื่อไทยยกจังหวัด ที่ลานตลาดนัดน้ำพอง จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 19 เม.ย.
ยันไม่จับมือใครทั้งที่สว่าง-มืด
นายเศรษฐา ให้สัมภาษณ์กรณีที่ปราศรัยเน้นย้ำเรื่องพรรคพี่พรรคน้อง แสดงว่ามีการแอบอ้างชื่อพท.ในการหาเสียงและมีผล ต่อคะแนนของพท.ใช่หรือไม่ว่า ไม่ทราบว่ามีผลหรือไม่ แต่มีการแอบอ้างแน่นอน ตรงนี้ขอให้ชัดเจนว่าเราไม่มีพรรคพี่พรรคน้อง ซึ่งตนพูดชัดเจนว่าไม่มีการจับมือใครทั้งในที่สว่างและที่มืด ต่อข้อถามว่าอยากบอกไปถึงพรรคที่มีการแอบอ้างหรือไม่ เพราะมีการตีกินกระแสของพท. นายเศรษฐากล่าวว่า ไม่ต้อง อย่าให้ราคาเลย เขารู้อยู่แล้วว่าเขาทำอะไรอยู่ และเราก็รู้อยู่แล้วว่าเราทำอะไรอยู่ เราก็เดินหน้าต่อไป
ต่อข้อถามถึงทีมเศรษฐกิจปชป. ระบุว่าไม่เชื่อนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัลของพท.จะทำได้เพราะงบประมาณต้องเอาไปใช้ทำอย่างอื่นที่จำเป็น นายเศรษฐากล่าวว่า “ผมว่าเขาเริ่มไปกันใหญ่แล้ว ครั้งก่อนบอกว่าของเราเป็นคริปโต วันนี้มาเรื่องนี้แล้ว ผมว่าอย่าเลย ท่านมีนโยบายของท่านก็เสนอมา ผมมีนโยบายของผม ผมก็เดินหน้าเสนอให้ประชาชน” เมื่อถามว่าจะชี้แจงอย่างไรให้เขาเข้าใจ เพราะล่าสุดพปชร. แถลงก็เป็นเรื่องของสกุลเงิน นายเศรษฐากล่าวว่า “ถามมาผมก็ตอบไป ยิ้มแย้มแจ่มใสตอบไปได้เรื่อยๆ คงไม่มีอะไรที่ต้องให้ราคา”
เวลา 17.30 น. ที่จ.อุดรธานี แกนนำพท. นำโดยนายเศรษฐา พร้อมผู้สมัครส.ส.อุดรธานี พท.ทั้ง 10 เขต ขึ้นรถแห่พบปะทักทายพี่น้องประชาชน รอบอำเภอเมือง โดยประชาชนตลอด 2 ข้างทางโบกมือทักทาย บางคนวิ่งออกจากบ้านมาให้กำลังใจ ขณะที่รถบางคันขับมาใกล้ๆ ขบวนแล้วลดกระจกทักทาย ส่งมินิฮาร์ทให้นายเศรษฐา และคณะ บางคันจอดรถเข้าข้างทางเพื่อถ่ายภาพนายเศรษฐา และคณะด้วย

ปาระเบิด – เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระสมุทรเจดีย์ เข้าตรวจสอบหลักฐานในที่ เกิดเหตุ หลังรับแจ้งรถหาเสียงของนายประชา ประสพดี ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขต 7 พรรคเพื่อไทย ถูกปาระเบิดใส่ ในซอยร่มเย็นนิเวศน์ จ.สมุทรปราการ
รถหาเสียงพท.ถูกปาระเบิด
วันเดียวกัน นายประชา ประสพดี ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขต 7 พท. ได้รับแจ้งจากพนักงานขับรถประชาสัมพันธ์หาเสียงว่า ขณะขับรถหาเสียงตระเวนไปบริเวณซอยร่มเย็นนิเวศน์ ได้ยินเสียงคล้ายวัตถุระเบิดปาเข้ามายังรถหาเสียง จนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว จึงได้หยุดรถและรีบวิ่งหลบหนีไปยังจุดปลอดภัย ระหว่างนั้นเห็นชายคนหนึ่งวิ่งเข้าไปหลบซ่อนบ้านพักหลังหนึ่งในบริเวณนั้น จึงได้แจ้งตำรวจ สภ.พระสมุทรเจดีย์
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระสมุทรเจดีย์ สามารถจับกุมคนร้ายได้ที่บ้านพัก พร้อมนำตัวไปสอบสวน ทราบชื่อบุคคล ต้องสงสัยก่อเหตุ ชื่อนายสมชาติ ห้องดอกไม้ อายุ 46 ปี พร้อมเอกสารบัตรประชาชน ใบขับขี่รถยนต์ ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ ยารักษาโรค ใบนัดพบแพทย์สถาบันจิตเวชศาสตร์ เมื่อเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน สภ.พระสมุทรเจดีย์ ลงพื้นที่เพื่อเก็บหลักฐาน พบว่าผู้ก่อเหตุมีความพยายามทำลายหลักฐาน โดยกวาดเศษระเบิดลงท่อระบายน้ำ และ สืบทราบว่าวัตถุดังกล่าวเป็นระเบิดปิงปองแบบไทยประดิษฐ์
พนักงานสอบสวน สภ.พระสมุทรเจดีย์ ให้ข้อมูลว่าผู้ก่อเหตุให้การยอมรับกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเป็นหัวคะแนนให้กับพรรคการเมืองหนึ่ง และมีความตั้งใจที่จะ ปาระเบิดรถหาเสียงของตน เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าว 5 ข้อกล่าวหา ได้แก่ ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว ทำให้เสียทรัพย์ พยายามทำร้ายร่างกาย ทำให้เกิดเสียงอื้ออึงในที่สาธารณะ และอาจมีการแจ้งข้อกล่าวหาพยายามทำลายหลักฐานเพิ่มเติมหากมีพยานหลักฐานที่ชัดเจนเพียงพอ หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวแล้วเสร็จ จะประสานไปยังกกต.ต่อไป

ตักบาตร – พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ นำคณะพรรคประชาชาติ ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์ 10 รูป สามเณร 55 รูป โดยมีศาสนิกชนในพื้นที่ร่วมทำบุญที่หน้าศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว จ.ยะลา เมื่อวันที่ 19 เม.ย.
ก.ก.ย้ำไม่จับมือพรรคทหารจำแลง
นายพิจารณ์ เชาวพัฒนพงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงจดหมายฉบับที่ 9 ของ พล.อ.ประวิตร ที่ระบุว่า การเมืองพูดอะไรไว้ตอนนี้ สุดท้ายต้องดูที่การจับมือหลังเลือกตั้งว่า เป็นความธรรมดาของการเมืองเก่า ซึ่งก.ก.ไม่ได้มองเป็นความปกติ ความปกติคือนักการเมืองหรือหัวหน้าพรรคต้องพูดให้ชัด ก่อนที่ประชาชนจะเข้าคูหาเลือกตั้ง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าก.ก. พูดชัดเสมอว่าจะไม่จับมือกับพรรคทหารจำแลง ไม่ร่วมคณะรัฐมนตรี ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ตนมองว่าเป็นจุดยืนที่ชัดที่สุดสำหรับแคนดิเดตนายกฯ และการประกาศจุดยืนชัดแบบนี้ เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนเลือกก.ก.
“หากพท.จับมือกับพปชร. ก.ก.ก็จะไม่สามารถอยู่ในสมการนี้ได้ แต่หากพท.ได้เสียงข้างมาก ก.ก.ก็พร้อมจับมือด้วย เพราะเป็นสมการที่ดีที่สุดของการเมือง และหากพท. จับมือกับพปชร.จริง ก.ก.พร้อมไปเป็นฝ่ายค้านแน่นอน” นายพิจารณ์กล่าว
‘สมชัย’ร้องกกต.เชือดรทสช.
ที่สำนักงานกกต. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบาย พรรคเสรีรวมไทย (สร.) นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น (คปต.) ยื่นหนังสือถึง กกต. กรณีร้องเรียนรทสช. ในวันเปิดตัว พล.อ.ประยุทธ์ เป็น แคนดิเดตนายกฯ ผิดกฎหมายการเลือกตั้ง
นายสมชัยกล่าวว่า ตนมาร้องเรียนเป็น ครั้งที่ 2 เรื่องเดิม เนื่องจากวันเปิดตัวพล.อ.ประยุทธ์ มีการขนคนมาฟังปราศรัย มีมหรสพ แจกเสื้อ แจกหมวก และกล่าวคำปราศรัยพาดพิงสถาบัน ซึ่งถูกปัดตกคำร้อง เพราะกกต.มองว่า 1.ยังไม่มี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง 2.ยังไม่มีผู้สมัคร 3.ผู้ยื่นคำร้องไม่ใช่ผู้เสียหาย วันนี้เงื่อนไขต่างๆ มีความครบถ้วนแล้ว เพียงพอในการยื่นหลักฐานการกระทำความผิดจึงนำเรื่องเดิมนี้มายื่นอีกครั้ง
ยืนยันสามารถยื่นย้อนหลังได้เพราะกฎหมายการเลือกตั้ง ส.ส.เขียนชัดเจนหากก่อนหน้าการประกาศผล หาก กกต.พบมีการกระทำผิดใดๆ ที่ไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม กกต.สามารถสั่งเพิกถอนสิทธิ์ 1 ปีได้ หรือแปลว่าได้ใบส้ม หากคนทำผิดเป็นคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ก็จะไปไกลถึงขั้นถอนสิทธิการเลือกตั้งอาจตลอดชีวิต รวมถึงขั้นยุบพรรคได้ หากกกต.ปัดตกอีก เท่ากับกกต.ใช้วิสัยทัศน์อย่างไม่เหมาะสม รอหลังเลือกตั้ง ทุกเรื่องที่กกต.ดำเนินการแล้วเป็นปัญหา ส่อละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เราจะใช้สิทธิดำเนินคดีกับกกต.
ย้ำ‘6เสือ’ทัวร์นอกไม่เหมาะ
นายสมชัยกล่าวกรณี กกต.ไปตรวจติดตามการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรว่า เรื่องนี้เป็นภารกิจหนึ่งของกกต.อยู่แล้ว เพียงแต่จำนวนคณะกรรมการที่ต้องกระจายไปประเทศต่างๆ สังคมอาจมองว่าไม่ค่อยเหมาะสมนัก รวมถึงการเลือกประเทศ ตนรับได้ที่กกต.ไปดูงาน ที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เนื่องจากเป็นประเทศที่เคยมีปัญหาการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร หรือสหรัฐ เพราะมีคนไทยอาศัยอยู่รวม 4 แสนคน แต่เส้นทางในยุโรป 2 ประเทศ คือสวิตเซอร์แลนด์และเยอรมนี กกต. ไม่ควรไปตรวจซ้ำ ส่วนฮังการีและสโลวะเกียมีคนไทย 2 ประเทศรวมกัน 8 พันกว่าคน ซึ่งน้อยมาก ไม่ควรเลือกเป็นประเทศไปตรวจติดตาม
“ยังมีประเทศอื่นที่สำคัญมากกว่าเช่น ไต้หวัน มีคนไทยอยู่ 8 หมื่นคน เกาหลีใต้มีคนไทยหลายหมื่นคนมาเลเซียเคยมีปัญหาการจัดการในอดีต ทำไมไม่ไป ส่วนประธานกกต.ที่ไปแอฟริกาใต้ เคนยา และโมร็อกโก ต้องชมว่าได้ใช้ความอุตสาหะเต็มที่ แต่ยังไม่คิดว่าเป็นจุดที่จะมีคนไทยอยู่มากเพียงพอ โมร็อกโกและเคนยามีคนไทยแค่หลักร้อยคน นอกจากนี้ เคนยาที่เป็นเจ้าภาพส่งบัตรกลับมาไทยมีคนลงทะเบียนแค่ 171 คน ทั้ง 3 ประเทศเป็นประเทศที่มีผลกระทบน้อย อียิปต์คนไทยอยู่เยอะกว่าลำดับต้นๆในทวีปแอฟริกา ท่านควรจะไปแต่ไม่ได้ไป” นายสมชัยกล่าว
‘พี่ศรี’ยื่นปปช.ฟันจริยธรรม
นายสมชัยยังเรียกร้องให้กกต.เปิดเผยงบ ค่าใช้จ่ายที่ใช้เดินทางไปดูงานการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรทั้งหมด แต่ละเส้นทางเป็นจำนวนเท่าไร รวมถึงเสียงครหาเรื่องค่าของที่ระลึก และอยากเรียกร้องให้กระทรวงการต่างประเทศซึ่งบอกมีระบบที่เป็นดิจิทัลแล้ว ช่วยเปิดเผยด้วยว่าวันนี้คนไทยในต่างประเทศมีจำนวนเท่าไหร่กันแน่ และให้เปิดเผยจำนวนคนไทยในต่างประเทศที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักรในแต่ละประเทศ เพื่อความโปร่งใสว่าคะแนนเหล่านั้นมาถึงไทยและบัตรจะถูกนับทั้งหมด
ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องให้ ป.ป.ช. สอบสวน กรณี กกต.ทั้ง 6 คน เดินทางไปต่างประเทศพร้อมกัน ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม เนื่องจากอยู่ในช่วงใกล้เลือกตั้ง และมีประเด็นปัญหาที่ต้องให้ กกต.ร่วมกันวินิจฉัยโดยด่วน รวมทั้งมีการจัดซื้อของชำร่วยไปมอบให้สถานทูตแต่ละประเทศ ใช้เงินไปเกือบ 2 แสนบาท ไปแจกใน 10 ประเทศ ที่คาดว่าเป็นของมีมูลค่าเกิน 3 พันบาท ซึ่งถือว่าขัดระเบียบ ป.ป.ช. และสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ห้ามให้ของเกิน 3 พันบาท ส่วนตัวเชื่อว่า กกต. ควรรับรู้ว่ามีกฎหมายห้าม โดยเฉพาะนายปกรณ์ มหรรณพ กกต. ที่ไปเยอรมนีและสวิส ทั้งที่เคยไปมาแล้วเมื่อการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 และมีคนไทยมีสิทธิเลือกตั้งใน 66 ประเทศทำไมไม่ไป
ที่ กกต.อ้างหากมีปัญหาประชุมทางไกลคอนเฟอเรนซ์ได้ แล้วทำไมไม่คอนเฟอเรนซ์กับทูตในต่างประเทศ การดูการเลือกตั้งใน ต่างประเทศเมื่อปี 2562 ใช้งบราว 12 ล้านบาท ครั้งนี้ไม่น่าจะต่ำกว่า 12 ล้านบาท ประกอบกับผู้ใช้สิทธิในต่างประเทศมีน้อย หรือ กกต.ใช้การตรวจการเลือกตั้งเป็นข้ออ้างเพื่อเที่ยว ใช้ภาษีของประชาชน ถือว่า กกต.ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง จึงต้องร้องขอให้ ป.ป.ช. ไต่สวนสอบสวนเอาผิดว่าเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ รวมทั้งให้ตรวจสอบการใช้งบประมาณเนื่องจากมี เจ้าหน้าที่ กกต.ร่วมคณะไปด้วย
กกต.เร่งเช็กนโยบายพรรค
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานกกต.ได้รับแจ้งรายละเอียดนโยบายหาเสียงตามมาตรา 57 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ครบทั้ง 70 พรรคการเมืองแล้ว โดยทุกพรรคส่ง ในกำหนดเวลา และสำนักงานฯ กำลังดาวน์โหลดข้อมูลนโยบายของทุกพรรคเรียงตามหมายเลขบัญชีรายชื่อของพรรคลงในเว็บไซต์ของสำนักงาน เผยแพร่ให้ประชาชนได้ตรวจสอบ
หลังจากนี้สำนักงานจะตรวจสอบ รายละเอียดการชี้แจงว่าครบ 3 เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดคือ 1.มีการระบุวงเงินที่ต้องใช้และที่มาของเงินที่จะใช้ดำเนินการ 2.ระบุความคุ้มค่าและประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย 3.ระบุผลกระทบและความเสี่ยงในการดำเนินนโยบายหรือไม่ ขณะเดียวกันจะพิจารณาว่านโยบายหาเสียงดังกล่าว มีความเป็นไปได้หรือมีการปกปิดข้อมูลที่ควรจะแจ้งหรือไม่ เพราะจะเข้าข่ายผิดพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.2561 มาตรา 73(5) หลอกลวงให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง