เมื่อวันที่ 19 เม.ย. สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า (GISTDA) เผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี วานนี้ว่า ไทยพบจุดความร้อน 1,328 จุด ในขณะที่จุดความร้อนเพื่อนบ้าน สปป.ลาว ขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง ที่ 3,410 จุด เมียนมา 3,258 จุด เวียดนาม 553 จุด กัมพูชา 55 จุด, มาเลเซีย 33 จุด
ข้อมูลจากดาวเทียมยังระบุอีกว่า จุดความร้อนในประเทศไทย ยังคงพบในพื้นป่าอนุรักษ์มากที่สุด 501 จุด ตามด้วยป่าสงวนแห่งชาติ 374 จุด พื้นที่เกษตร 248 จุด พื้นที่เขตส.ป.ก. 129 จุด พื้นที่ชุมชนอื่นๆ 64 จุด และพื้นที่ริมทางหลวง 12 จุด สำหรับจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด 3 อันดับ คือ จ.เชียงราย 245 จุด จ.เชียงใหม่ 131 จุด และจ.น่าน 100 จุด
ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ยังคงสูงเกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่ และคาดว่าช่วง 7 วันข้างหน้า วันที่ 18-24 เม.ย. 2566 กทม.และปริมณฑล คุณภาพอากาศมีแนวโน้มปานกลางถึงดี เนื่องจากสภาพอากาศเปิดมากขึ้น ส่วน 17 จังหวัดภาคเหนือ ยังต้องเฝ้าระวัง ซึ่งหากมีค่าฝุ่นเกินตามแนวทางธงเตือนภัยสีแดงผู้ใหญ่บ้านจะแจ้งเตือน 4 ครั้ง/วัน รพ.สต.รายงานสถานการณ์ จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ตรวจสุขภาพประชาชนรักษาเบื้องต้น
“แจ้งงดกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ประสานสถานศึกษางดกิจกรรมกลางแจ้งหรืองดการเรียนการสอนหากจำเป็น นอกจากนี้ยังมีการสนับสนุนกากอนามัยด้วย ซึ่งขณะนี้พบว่าการเฝ้าระวังโรคจากมลพิษทางอากาศ พบว่า มีผู้ป่วยสะสม 2,472,492 ราย เป็นกลุ่มโรคทางเดินหายใจมากสุด รองลงมา กลุ่มโรคผิวหนังอักเสบ และกลุ่มโรคตาอักเสบ แนวโน้มพบกลุ่มอาการระบบตา และหูคอจมูกเพิ่มขึ้น พบกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไปมีอาการเพิ่มขึ้น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะเฝ้าระวังสถานการณ์ต่อไป” นพ.โอภาสกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับการเปิดเผยจากผู้ปกครองเด็กหญิงบี (นามสมมติ) อายุ 5 ขวบ ว่า เนื่องจากสถานการณ์ฝุ่นควันที่เชียงใหม่ยังคงวิกฤตทำให้ลูกสาว วัย 5 ขวบเลือดกำเดาไหลไม่หยุด ต้องพาลูกออกไปอยู่ตามห้างที่มีเครื่องฟอกอากาศ โดยลูกขอให้พาไปเที่ยวพัทยา สักเดือนเพื่อหนีฝุ่นควัน ลูกยังบอกวอนหยุดเผาป่าด้วย