‘ก้าวไกล’กระหึ่มเปิดปราศรัยกรุง พปชร.ชูแพ็กเกจลดราคาพลังงาน ปชป.ยันโค้งท้ายโกยคะแนนเพิ่ม
‘เศรษฐา’ นำทีมลุยหาเสียงเพชรบูรณ์-สุโขทัย ยัน ‘อุ๊งอิ๊ง’ เห็นด้วย ประกาศไม่จับมือ 2 พรรคลุง พปชร.-รทสช. เย้ย ‘ตู่’ เป็นรัฐบาลมาตั้งนาน เพิ่งคิดแก้ปัญหาน้ำ-ไฟ ช่วงใกล้เลือกตั้ง ‘ป้อม’ บวงสรวงดาวพฤหัสฯ ยกทัพขึ้นรถไฟลุยโคราช สักการะย่าโมขอปักธงยกจังหวัด เปิดแพ็กเกจลดแหลกราคาพลังงาน โอนตรงเกษตรกรครอบครัวละ 3 หมื่น เชียร์ป.ป.ช.เปิดข้อมูลคดี ‘นาฬิกาเพื่อน’ เมิน ‘เศรษฐา’ ประกาศชัดไม่จับมือ พปชร.ตั้งรัฐบาล บอกตัวเองก็ยังไม่ได้จับขั้วกับใคร ก้าวไกลดาวกระจายบุกกรุง เปิดเวทีกระหึ่มสามย่านมิตรทาวน์ ขอชนะถล่มทลาย ‘จุรินทร์’ ปลื้มผลโพล เรตติ้ง ปชป.ดีขึ้นตามลำดับ เชื่อ 3 สัปดาห์ที่เหลือ พุ่งได้อีก
อนุทินย้ำ-ยังไม่คุยตั้งรัฐบาล
เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 22 เม.ย. ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรค พร้อมด้วยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค แถลงภายหลังการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 พรรคภูมิใจไทย
นายอนุทินกล่าวว่า เพื่อไม่ให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยต่อการเลือกตั้งที่จะมาถึง พรรคยังไม่มีแนวทางเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลจนกว่าจะทราบผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ เราไม่ได้ติดต่อ ทาบทามใคร และไม่ได้รับการติดต่อจากพรรคใด จึงยังไม่มีการพูดถึงการจับขั้วกับพรรคใดทั้งสิ้น ฉะนั้นที่บอกว่ามีขั้วการเมือง สิ่งเหล่านี้ยังไม่เกิดขึ้น
เมื่อทราบผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการหรือมีแนวโน้มที่ดี ภท.ยืนยันว่า จะสนับสนุนพรรคที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนเป็นอันดับ 1 ให้จัดตั้งรัฐบาลก่อน หากประสบปัญหาอุปสรรคตั้งไม่ได้ จึงจะคิดเร่งให้ความร่วมมือจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคอื่นๆ ตามลำดับ ทุกอย่างเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
ลั่นไม่เอานายกฯคนนอก
“ผมขอยืนยันจุดยืนตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ผู้ที่จะเป็นนายกฯ ต้องถูกเสนอชื่อโดยพรรคการเมือง ถือว่าเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย หากประชาชนลงคะแนนให้พรรคนั้นในส่วนบัญชีรายชื่อ ก็ถือว่าเป็นไปตามกระบวนการประชา ธิปไตย เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ แต่ถ้านายกฯ มาจากเส้นทางอื่น เช่น รัฐธรรมนูญมาตรา 272 เสนอชื่อนายกฯ ที่ไม่อยู่ในแคนดิเดตพรรค หรือไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เราจะไม่สนับสนุน เพราะพรรคเคารพการตัดสินใจของประชาชน ดังนั้น นายกฯ ที่พรรคจะสนับสนุนต้องเป็นบุคคลที่มีรายชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคการเมือง เราไม่เอาคนนอกมาเป็น นายกฯ แน่นอน” นายอนุทินกล่าว
นอกจากนี้ ภท.ไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรคที่เริ่มมีกระแสลักษณะนี้ เพราะจะทำให้เกิดความวุ่นวาย ทำลายบรรยากาศการเลือกตั้ง การเลือกตั้งครั้งนี้มีความหมายกับประเทศ ฉะนั้นต้องเป็นไปด้วยความยุติธรรม ไม่มีตัวช่วยให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ ขอให้ประชาชนมั่นใจ และออกมาใช้สิทธิให้เต็มที่ ประชาชนต้องเป็นผู้ตัดสินใจ ไม่ใช่กลุ่มไหนมาตัดสินใจแทนประชาชน
รทสช.แจงคิวตู่ยกทัพหลวงบุกใต้
นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้า และคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ รทสช. กล่าวถึงตารางการลงพื้นที่ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แคนดิเดตนายกฯ รทสช. ว่า รอบสัปดาห์นี้พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่ทางภาคเหนือทั้ง จ.เชียงใหม่ จ.พิษณุโลก จ.แพร่ ซึ่งได้รับการต้อนรับจากประชาชนเป็นอย่างดี สัปดาห์หน้ามีตารางเดินสายไปพื้นที่ทางภาคใต้ 29 เม.ย. ลงพื้นที่ จ.ตรัง จาก นั้นไป จ.พัทลุง เพื่อปราศรัยช่วยผู้สมัครของพรรค แล้วพักค้างคืนที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ส่วน 30 เม.ย.ช่วงเช้าลงพื้นที่ จ.สตูล บ่ายลงพื้นที่ จ.สงขลา ปิดท้ายด้วยการปราศรัยที่หาดใหญ่
ภาคใต้เป็นหัวเมืองสำคัญของ รทสช.กระแสพล.อ.ประยุทธ์มาแรงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้มั่นใจได้ว่าอย่างน้อยจ.ชุมพร จ.นครศรี ธรรมราช และจ.สุราษฎร์ธานี จะกวาดยกจังหวัด
ป.ป.ช.อ้างรอคำสั่งศาลปค.ทางการ
นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวกรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้สำนักงานป.ป.ช.เปิดเผยข้อมูลการไต่สวนสำนวนคดีการปกปิดบัญชีทรัพย์สินของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กรณีถือครองนาฬิกาหรู ให้แก่นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น (คปต.) ภายใน 15 วัน ว่า ป.ป.ช.ยังไม่ได้รับคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการจากศาลปกครองสูงสุด หากส่งมาเมื่อไร สำนักงานป.ป.ช.จะสรุปเรื่องส่งให้ที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่ลงมติ ปกติถ้าเป็นคำพิพากษาศาล ป.ป.ช.ต้องปฏิบัติตามคำสั่งอยู่แล้ว ต้องรอดูข้อมูลว่าให้เปิดเผยข้อมูลเรื่องใด มีประเด็นใดที่เป็นข้อขัดแย้งทางรัฐธรรมนูญที่อาจต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่
ยังตอบไม่ได้ว่าจะเปิดเผยข้อมูลหรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับมติที่ประชุมป.ป.ช.ชุดใหญ่ชี้ขาด แม้พล.อ.ประวิตรจะไม่ขัดข้องให้เปิดเผย แต่ในสำนวนไม่ได้มีแค่ข้อมูล พล.อ.ประวิตรคนเดียว แต่ยังมีคำให้การพยานคนอื่นๆ อีกหลายคน ต้องพิจารณาในเรื่องนี้ด้วย
จุรินทร์นำทีมหาเสียงกทม.
เวลา 10.30 น. ที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ดูแลกทม. พร้อมแกนนำพรรค ลงพื้นที่ ขอคะแนนเสียงให้ นพ.พลวิทย์ เจริญพงศ์ ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขตตลิ่งชัน-ทวีวัฒนา หมายเลข 3 ซึ่งบรรยากาศคึกคัก พ่อค้า แม่ค้ามอบดอกไม้ พี่น้องประชาชนเข้ามาพูดคุยให้กำลังใจ และขอเซลฟี่ นอกจากนี้มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเมื่อทราบว่า นายจุรินทร์ เป็นแคนดิเดตนายกฯ ก็เข้ามาขอถ่ายรูปด้วยเช่นกัน
นายจุรินทร์กล่าวว่า ตอนนี้เราเดินรณรงค์หาเสียงในเขต กทม.ได้เสียงตอบรับดี พี่น้องชาว กทม. ต้อนรับ ปชป.ดีขึ้นมากเป็นลำดับ เชื่อว่าเที่ยวนี้ชาว กทม. จะช่วยสนับสนุนทั้งในเขตฝั่งธนฯและเขตพระนคร หลายคนเดินเข้ามาพบและมาขอโทษที่เลือกตั้งคราวที่แล้วไม่ได้ลงคะแนนให้ แต่เที่ยวนี้จะลงคะแนนให้แน่นอน
ปลื้มผลโพลปชป.ดีขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อถามถึงถึงผลโพลที่ ปชป.มีคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นายจุรินทร์กล่าวว่า เราได้ติดตามผลสำรวจทั้งหมด เป็นเรื่องปกติที่ผลสำรวจแตกต่างกันออกไป แต่ต้องดูโดยรวม ไม่อยากให้ดูภาพลวงตา เพราะเที่ยวนี้ใช้บัตร 2 ใบ ดังนั้นถ้าดูคะแนนนิยม ปชป.ก็ถือว่าอยู่ในระดับดีถึงดีมาก ทำให้มั่นใจว่าสอดคล้องกับที่เราลงพื้นที่มาทั่วประเทศ และเสียงขานรับ ปชป.ดีขึ้นเป็นลำดับด้วย ซึ่งมีเวลาอีก 3 อาทิตย์ ที่ยังเพิ่มเติมความนิยมขึ้นมาได้อีกจากนโยบายที่อยู่บนพื้นฐานความรับผิดชอบ ไม่สร้างภาระหนี้หรือภาษีให้ตกอยู่กับคนไทย
สำหรับการปราศรัยใหญ่ของ ปชป.ที่จะจัดขึ้นที่วงเวียนใหญ่ 23 เม.ย.นั้น นาย จุรินทร์กล่าวว่า ขอให้ติดตามและให้กำลังใจพวกเราชาวประชาธิปัตย์ด้วย โดยเฉพาะทีมปชป.กทม. ที่ถือว่าขณะนี้เป็นทีมที่เข้มแข็งมาก โดย 3 ทัพของหัวหน้าพรรค เลขาฯพรรค และอดีตหัวหน้าพรรค ก็เดินหน้าหาเสียงดาวกระจายทั่วประเทศ

นั่งรถไฟ – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ รับดอกไม้จากประชาชนที่สถานีปากช่อง ระหว่างนั่งรถไฟจากสถานีกลางบางซื่อ กทม. ไปเปิดเวทีปราศรัยหาเสียงที่ตลาดเซฟวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 22 เม.ย.
ป้อมขึ้นรถไฟมุ่งโคราช
เวลา 07.30 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. นำ กก.บห.และแกนนำพรรค นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรค นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ขึ้นรถไฟจากสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ (บางซื่อ) ขบวนรถเร็ว 135 กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ไปลงที่สถานีนครราชสีมา เพื่อปราศรัยใหญ่
พล.อ.ประวิตรมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส อารมณ์ดี แวะทักทายประชาชนที่มาใช้บริการที่สถานีบางซื่อ รวมถึงมีแฟนคลับตะโกนให้กำลังใจว่า “ลุงป้อมสู้ๆ” และเมื่อขึ้นรถไฟ เดินสำรวจภายในขบวน พร้อมพูดคุยกับสื่อมวลชน เมื่อถามว่าร้อนหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ร้อนเลย ขณะที่นายสันติกล่าวว่า “สบายดีครับ”
ตลอดการเดินทาง พล.อ.ประวิตรจะแวะทำกิจกรรมพบปะประชาชนตามสถานีต่างๆ อาทิ ดอนเมือง รังสิต อยุธยา สระบุรี ชุมทางแก่งคอย ปากช่อง และนครราชสีมา เมื่อขบวนแล่นมาถึงสถานีรังสิต ผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี นำประชาชนมอบดอกไม้และให้กำลังใจเชียร์ให้เป็นนายกฯคนที่ 30 ตะโกนเสียงดัง “ลุงป้อมสู้ๆ”
บวงสรวงรับดาวย้ายราศี
ทั้งนี้ในเวลา 06.09 น. พล.อ.ประวิตร นำ กก.บห.พรรค ทำพิธีบวงสรวงสวดคาถาบูชาดาวพฤหัส ที่มีการย้ายราศี ที่ทำการพปชร. ถ.รัชดาภิเษก เพื่อความสิริมงคล เอาฤกษ์เอาชัย ก่อนออกเดินทาง
พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ว่า การนั่งรถไฟในวันนี้เพื่อดูวิถีชีวิตของประชาชน ตามที่ตนบอกเรื่องการพัฒนาภาคอีสาน ทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาห กรรมอื่น เพื่อช่วยทำงานในภาคอีสาน และให้เด็กอาชีวะมีงานทำ การมานั่งรถไฟเพื่อดูระบบตามนโยบายโครงการอีสานประชารัฐของพรรค ทำให้หลายจังหวัดในภาคอีสานมีความเจริญ คนมีงานทำ และถ้าทำได้จริงจะเชื่อมต่อไปที่ภาคตะวันออกและกาญจนบุรี ได้
เมื่อถามว่าตั้งเป้าส.ส.นครราชสีมาอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ต้องถามนายวิรัช รัตนเศรษฐ หัวหน้าทีมภาคอีสาน หัวหน้าพรรคคงไม่ต้องมาดูในระดับพื้นที่ ขณะที่นายสันติกล่าวแทรกว่า อยากได้ส.ส.ทั้ง 16 เขตเลือกตั้ง
เมื่อถามว่า พปชร.อยากปักธงเป็นอันดับหนึ่งในภาคอีสาน ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “อยากสิครับ ไม่น่าถาม อยากได้แต่ไม่รู้ว่าจะได้หรือเปล่า อยากให้พี่น้องชาวอีสานเลือกผมให้ได้ที่ 1” เมื่อถามว่าหากได้ที่ 1 แล้วจะเป็นนายกฯ พล.อ. ประวิตรกล่าวว่า การเป็นนายกฯต้องไปเลือกในสภา ไม่ใช่มาเลือกกันตรงนี้
เมินเศรษฐาไม่จับมือตั้งรัฐบาล
เมื่อถามกรณีที่นายเศรษฐา ทวีสิน ที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย (พท.) ประกาศชัดเจนว่าไม่จับมือกับ พปชร. และ รทสช. พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่เป็นไร ก็ว่ากันไป เพราะตนก็ยังไม่ได้ประกาศว่าจะจับมือกับใคร เมื่อถามว่าที่ระบุจะก้าวข้ามความขัดแย้ง จะทำอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ให้ประชาชนเป็นหนึ่งเดียวกัน ทำงานร่วมกันได้ ส่วนความคิดทางการเมืองใครจะคิดอย่างไรก็คิดไป บังคับใครไม่ได้
เมื่อถามว่าบรรยากาศทางการเมืองขณะนี้ เอื้อให้ทำเรื่องการก้าวข้ามความความขัดแย้งหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เอื้อตลอด ประเทศเพื่อนบ้านที่เขามี 4-5 หลายฝ่าย ก็ยังรวมกันสร้างความเจริญ พัฒนาประเทศได้ แล้วเราไม่ได้แตกแยกขนาดนั้น ต้องทำให้รู้ว่าเป็นคนไทยต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน
หนุนเปิดข้อมูล‘นาฬิกาเพื่อน’
ที่สถานีรังสิต พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์กรณีศาลปกครองพิพากษาให้สำนักงาน ป.ป.ช.เปิดเผยข้อมูลการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีกล่าวหาพล.อ.ประวิตร จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงว่า “ผมอยากให้เปิดจะได้รู้ความจริง จะได้รู้ว่าเป็นอย่างไร อยากให้เปิดนานแล้ว ไม่มีปัญหาเลย ผมไม่ได้ไปเอาของใครมา ผมยืมเขามาก็คืนเขาแล้ว”
เมื่อถามว่าจะมีผลต่อกระแสของพรรคในช่วงเลือกตั้งเวลานี้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มี
กราบย่าโมขอพรชนะเลือกตั้ง
เวลา 11.15 น. ขบวนรถไฟมาถึงสถานีปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยมีมวลชนกว่า 100 คนมารอมอบดอกไม้และให้กำลังใจ โดยพล.อ.ประวิตรฝากให้เลือกพปชร.และผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค
จากนั้นพล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ให้อีกครั้งตลอดเส้นทางที่มีประชาชนให้กำลังใจ ก็รู้สึกดี เมื่อถามว่าหลายคนเชียร์ให้เป็นนายกฯ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็ต้องเลือก ถ้าเลือกก็ได้ ไม่เลือกก็ไม่ได้ พูดเฉยๆ ไม่ได้เป็น
เมื่อถามว่าขบวนรถไฟเที่ยวนี้เหมือนเที่ยวสุดท้ายที่จะส่งไปถึงตําแหน่งนายกฯ หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ใช่ จะนั่งเรื่อยๆ เมื่อถามว่าจุดเด่นพล.อ.ประวิตรคือทำนโยบายได้ทุกเรื่อง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ทําทันที ถ้าได้เป็นรัฐบาลทุกอย่างคิดไว้แล้วว่าจะทำอย่างไร ส่วนโครงการอีสานประชารัฐเรื่องทําทางรถไฟต้องดูการเวนคืนสถานที่ จะทําทันทีได้อย่างไร วางแผนและรับฟังความคิดเห็น สํารวจเส้นทาง
เวลา 13.30 น. ที่วัดศาลาลอย อ.เมือง จ.นครราชสีมา พล.อ.ประวิตรนำคณะ สักการะอัฐิย่าโม ท้าวสุรนารี เพื่อขอพรเอาฤกษ์เอาชัย ขอให้ได้รับชัยชนะทุกเขตในจ.นครราชสีมา ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ที่ตลาดเซฟวันช่วงเย็น
ธรรมนัสแจงคิวป้อมลงใต้ชนตู่
ด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งภาคเหนือ พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการเลือกตั้งภาคเหนือว่า อยากปักหมุดทุกจังหวัด อย่างน้อยขอให้ได้จังหวัด 1-2 เขต ส่วน จ.พะเยา มั่นใจอยู่แล้วจะยกจังหวัด และน่าจะได้ที่ จ.แม่ฮ่องสอน ส่วนที่พล.อ.ประวิตร กับพล.อ.ประยุทธ์ แคนดิเดตนายกฯ รทสช.มีคิวหาเสียงที่ภาคใต้ปลายเม.ย.นี้ พร้อมกันนั้นการลงพื้นที่ภาคใต้พร้อมกันเป็นเรื่องการเมือง อย่าไปมองเป็นประเด็นอื่น เราทำแผนไว้นานแล้ว
จ่อ 100 ที่นั่ง-เป็นรองแค่พท.
เมื่อถามว่าหนักใจหรือไม่ที่ต้องแข่งกับคนของ พปชร.ที่ออกไป ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า น้ำเก่าออกไป เรามีน้ำใหม่ที่มีคุณภาพกว่า มีความมั่นใจว่าเราจะชนะ และจะได้เพิ่มอีกหลายจังหวัด เมื่อถามว่าตามโพล พปชร.จะได้ 70 ที่นั่ง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เกรดเอบวก รวมกันได้เกือบ 100 ที่นั่งแล้ว ดังนั้น ถามว่าพปชร.ในเรื่องของส.ส.แบบแบ่งเขตนั้นเรามีความมั่นใจ พื้นที่เลือกตั้งที่ได้ตอนปี 62 เกือบทุกจังหวัดสามารถรักษาพื้นที่ได้
เมื่อถามว่าแสดงว่าโพลที่ออกมาไม่ใช่ตัวเลขที่ พปชร.คาดการณ์ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า หลายสำนักคาดการณ์ตัวเลข พปชร.กับพรรคที่เคยร่วมรัฐบาลกันมาจะได้สูสี ถ้าเราจะเป็นรองคงเป็นรอง พท. และ ภท. หรืออาจสูสี ภท.กับพรรคอื่นอาจได้มากกว่า
ถาม‘เศรษฐา’เป็นคนตัดสินใจหรือ
เมื่อถามว่ายืนยันการจับมือร่วมรัฐบาลจะเกิดขึ้นหลังเลือกตั้ง ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ยืนยันและพูดมาเสมอต้องรอผลเลือกตั้ง ฉะนั้น หลายพรรคที่ออกมาปฏิเสธไม่จับ มือกับกลุ่มนั้นกลุ่มนี้แล้ววันหนึ่งอยาก เป็นรัฐบาล ผิดคำพูดตัวเองต่อสาธารณะ อยากฝากหลายพรรคที่ออกมาประกาศยังไวเกินไป
เมื่อถามถึงกรณีนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พท. ระบุว่าจะไม่จับมือกับ รทสช. และ พปชร. ปิดประตูแล้ว หรือยัง ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ต้องถามว่าคนที่ออกมาพูดเป็นคนที่มีอำนาจตัดสินใจหรือไม่ “บางคนเวลาไมค์จ่อปากก็พูดเอามัน ลืมไปว่าไม่ได้มีอำนาจในการตัดสินใจ เรื่องของพรรคเป็นเรื่องของกรรมการบริหารพรรคในการตัดสินใจ”
เมื่อถามว่าหลังปิดหีบทุกอย่างจะชัดเจน ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ตนว่าก่อนปิดหีบ 5 โมงเย็นก็รู้แล้วว่าใครจับมือกับใคร
โชว์แพ็จเกจลดราคาพลังงาน
เวลา 18.00 น. ที่ลานจอดรถตลาด เซฟวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา พล.อ. ประวิตร พร้อม นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาฯพรรค นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือ ปราศรัยนำเสนอนโยบายพรรค โดยมีประชาชนร่วมฟังปราศรัยอย่างคึกคัก เต็มพื้นที่ลานจอดรถตลาดเซฟวัน ที่เตรียมเก้าอี้ไว้ประมาณ 2 หมื่นคน
เวลา 17.55 น. พล.อ.ประวิตร ปราศรัยว่า ดีใจที่มาพบชาวโคราช ขอให้เลือก พปชร.ทั้ง 16 เขต พร้อมนำเสนอนโยบาย นอกจากบัตรประชารัฐเป็น 700 บาทแล้ว ยังลดราคาพลังงาน ก๊าซ ไฟฟ้า น้ำมัน จะลดลงทันที่เมื่อตนเป็นนายกฯ ได้เข้ามาบริหารประเทศ และพปชร.เป็นรัฐบาล จะลดราคาเบนซินลง 18 บาท เหลือ 26.66 บาทต่อลิตร ดีเซลลด 6.30 บาท เหลือ 26.64 บาท แก๊สหุงต้มจากถังละ 423 เหลือ 250 บาท ค่าไฟจาก 4.77 ต่อหน่วย เหลือ 2.50 บาทต่อหน่วย และไฟอุตสาหกรรมจาก 5.33 ต่อหน่วย เหลือ 2.70 บาทต่อหน่วย เพปชร.ยินดีแก้ยากจน และความขัดแย้งให้คนไทยรักกันเป็นหนึ่งเดียว
โอนตรงบช.เกษตรกร3หมื่น
ยังมีนโยบายแก้ปัญหาน้ำและที่ดินที่ตนเป็นห่วงมาก และได้เข้ามาดูเรื่องนี้หลายครั้ง และจะยกระดับการขนส่งและคมนาคมด้วยนนโยบายอีสานประชารัฐ สร้างรถไฟทางคู่นิคมอุตสาหกรรม ทำให้คนอีสานอยู่ในพื้นที่ ทำให้เจริญเติบโตทัดเทียมกับจังหวัดอื่น
“ผมพูดไม่เก่งแต่ประสานให้คนเก่งมาทำงานได้ เพื่อสร้างความสุขให้ชาติและประชาชน ขอฝากชาวโคราชและชาวอีสานเลือกพลังประชารัฐและผู้สมัครของพรรคทั้ง 133 เขต และโคราช 16 เขต” พล.อ.ประวิตรกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนโยบายที่ พล.อ.ประวิตร พูดบนเวทีปราศรัย พปชร.ยังมีนโยบายล่าสุดเป็นเรื่องเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร คือ จะดูแลเกษตรกรทั่วประเทศ ทั้งชาวไร่ ชาวนาทั่ว ประมาณ 8 ล้านคนให้มีความเข็มแข็ง ให้มีทุน เพื่อประกอบอาชีพครอบครัวละ 3 หมื่นบาท ไม่ว่าจะปลูกพืชชนิดใดก็ตาม จะได้รับเงินโอนตรงเข้าบัญชีชื่อของเกษตรกรที่อยู่ธนาคารทันที เพื่อนำเงินไปลงทุนสำหรับการเพาะปลูกในฤดูกาลใหม่

รุกเพชรบูรณ์ – นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย พร้อมแกนนำพรรค ปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัคร ส.ส.เพชรบูรณ์ทั้ง 6 เขต ประชาชนร่วมฟังแน่นเต็มพื้นที่ ที่โรงเรียนวิทยานุกูลนารี อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 22 เม.ย.
เศรษฐาบุกเพชรบูรณ์
เวลา 09.55 น. ที่ จ.เพชรบูรณ์ นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย แคนดิเดต นายกฯ พท. พร้อม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายพิชัย นริพทะพันธุ์ กรรมการยุทธศาสตร์พรรค นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรค และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย และมี ผู้สมัครส.ส.เพชรบูรณ์ทั้ง 6 เขต รวมถึง ผู้สมัคร ส.ส.หนองคาย มาร่วมเวทีปราศรัยใหญ่ ที่ร.ร.วิทยานุกูลนารี อ.เมืองเพชรบูรณ์ โดยมีประชาชนร่วมฟังปราศรัยจนเต็มพื้นที่
นายเศรษฐาปราศรัยว่า วันนี้โซเชี่ยลพูดถึงมากเรื่องค่าไฟแพง ทำให้รายจ่ายพี่น้องสูงขึ้นอย่างน่ากลัว พท.รับไม่ได้ ปัญหาเชื้อเพลิงพลังงานเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าเราเป็นรัฐบาล จะบริหารจัดการค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าน้ำมัน ราคาน้ำมันดีเซลต้องต่ำกว่า 30 บาทต่อลิตร พรรคร่วมรัฐบาลหาเสียงมากมายทำอย่างไรให้ราคาพลังงานลด แต่ตอนนี้เป็นรัฐบาลอยู่ถ้าทำเป็น ทำได้ ทำไมไม่ทำ ถึงเวลาแล้วที่ต้องเปลี่ยนแปลง
ยันอิ๊งหนุนไม่จับมือ 2ป.
เราต้องเปลี่ยนแปลงรัฐบาล เปลี่ยน ผู้บริหารประเทศ เพื่อให้พี่น้องอยู่ดีกินดี พท.จะทำให้รายได้สุทธิสูงขึ้นภายใน 4 ปี เพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว เพราะเราคิดใหญ่ ทำเป็น ทำได้ ส่วนนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตที่พรรคคู่แข่งพูดถึงกระแหนะกระแหนว่าเป็นนโยบายที่ทำไม่ได้ ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พลังประชาชน มาจนถึงพท.เรานำเสนอนโยบายอะไร เราทำได้ เช่น 30 บาทรักษาทุกโรค นโยบายนี้เงินถึงมือพี่น้องแน่นอน พร้อมย้ำการแก้ปัญหายาเสพติด เรื่องเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าผู้สมัคร ส.ส.เพชรบูรณ์ของพท.ไม่ได้รับเลือก 14 พ.ค.ขอเลือกทั้งพรรค และผู้สมัคร ให้แลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน
นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์กรณีประกาศไม่จับมือกับ พปชร. และ รทสช. ว่า เป็นความตั้งใจของ พท. เราตั้งใจจะเดินหน้าตั้งรัฐบาลพรรคเดียวเพื่อให้แลนด์สไลด์ โดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยก็เห็นด้วย ผู้ใหญ่หลายคนก็ไม่มีใครท้วงติงอะไร
เป้ารัฐบาลพรรคเดียว-ไม่ย้อนแย้ง
เมื่อถามว่าการประกาศบนเวทีปราศรัยที่ จ.เลย ช้าไปหรือไม่ เพราะมีการถามกันมาโดยตลอด นายเศรษฐากล่าวว่า ตนพูดมาโดยตลอด ไม่ได้ย้อนแย้งหรือช้าอะไร ตนบอกว่าจะตั้งรัฐบาลพรรคเดียวมาโดยตลอด เมื่อมีการจัดตั้งแล้วเราก็จะไปร่วมกับพรรคที่มีจุดยืนเดียวกัน วันนี้เราเผยแพร่นโยบายให้ประชาชนทราบเต็มที่ เพื่อเป็นรัฐบาลพรรคเดียว เมื่อถามว่าหวังว่ากลุ่มคนที่รอความชัดเจนจากเรื่องนี้ จะเทคะแนนมาที่ พท.หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ก็ชัดเจนมานานแล้ว เราแข่งกันที่นโยบาย ล้มล้างความยากจน ความเสมอภาค
เมื่อถามถึงกรณีพล.อ.ประวิตร ระบุว่า พท.ไม่จับมือกับ พปชร.ก็ไม่เป็นไร นายเศรษฐากล่าวว่า ก็ไม่เป็นไร ท่านมีจุดยืนของท่าน และท่านก็มีนโยบายของท่านที่ต้องเดินสายเผยแพร่ เราสู้กันที่นโยบาย และสู้กันว่าใครจะล้มล้างความยากจนของพี่น้องประชาชนได้ดีกว่ากัน
ติงตู่เพิ่งมาคิดแก้ปัญหาน้ำ-ไฟ
เมื่อถามถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์จะไปขออนุญาต กกต.ใช้งบกลาง เพื่อนำมาแก้ปัญหาเรื่องค่าไฟ จะมีผลต่อคะแนนเสียงหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า เรื่องความสง่างามในสังคมก็ต้องมีอยู่บ้าง พี่น้องประชาชนเดือดร้อนค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าพลังงานมานานแล้ว และท่านเป็นรัฐบาลมานานแล้ว คิดว่าพี่น้องประชาชนตัดสินใจกันได้ว่าอะไรเหมาะสม อะไรไม่เหมาะสม ไม่อยากไปวิพากษ์วิจารณ์นโยบายหรือการทำงานของพรรคอื่น เรามีวิธีการทำงานของเรา เราเดินไปข้างหน้า ส่วนตัวไม่ได้ขัดแย้งกับพล.อ.ประยุทธ์
เมื่อถามว่าหาก กกต.อนุมัติจะมีผล ต่อคะแนนเสียงหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า พี่น้องประชาชนเป็นคนตัดสิน ตนคิดว่านโยบายเราไม่ได้ดูที่ระยะสั้น เราดูระยะยาว ดูว่าในภายหน้าอนาคตของเราจะเป็นอย่างไร พท.มั่นใจอย่างยิ่งในเรื่องนโยบายเศรษฐกิจ นโยบายที่เราดูแล ภาคสังคม

ปลุกสุโขทัย – นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พร้อมแกนนำพรรคเพื่อไทย ปราศรัยที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุโขทัย อ.สวรรคโลก โดยมีน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ร่วมปราศรัยผ่านระบบซูม ปลุกชาวสุโขทัยเลือกแลนด์สไลด์ เมื่อวันที่ 22 เม.ย.
ปลุกเลือกพท.ชนะ3ป.-สว.
เวลา 17.30 น. นายเศรษฐาและคณะ ปราศรัยใหญ่ที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุโขทัย อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย โดยมีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรค รวมทั้งผู้สมัครส.ส.สุโขทัย ท่ามกลาง พี่น้องประชาชนร่วมฟังปราศรัยเต็มพื้นที่
นายเศรษฐา ปราศรัยถึงนโยบาย ก่อนย้ำ “ผมพูดชัดเจนไปแล้วว่าเราจะไม่จับมือพรรคพลังประชารัฐและพรรครวมไทยสร้างชาติ ดังนั้นทางเดียวคือเราต้องชนะให้แลนด์สไลด์ เราต้องเลือกให้มียุทธศาสตร์ เลือกเพื่อไทยทั้ง 2 ใบ กาเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรคในวันที่ 14 พ.ค.นี้”
ด้าน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดต นายกฯ พรรคพท.และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ปราศรัยผ่านระบบซูมว่า “ขอคนสุโขทัยลงคะแนนเสียงเลือกตั้งอย่างมียุทธศาสตร์ เลือกเพื่อไทยให้แลนด์สไลด์ ทั้งคนทั้งพรรค แบ่งใจไม่ได้ เอาชนะ ส.ว. เอาชนะระบอบ 3 ป. เอาประชาธิปไตยกลับมา 14 พ.ค.กาเพื่อไทยเบอร์ 29 แล้วมาเปลี่ยนประเทศไปพร้อมกัน”
ก้าวไกลทัวร์กทม.คึก
ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ช่วงเช้า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รวมทั้ง น.ส.พรรณิการ์ วานิช ผู้ช่วยหาเสียง แยกกันลงพื้นที่ดาวกระจายหาเสียงกับ ผู้สมัคร กทม. โดยนายพิธา ไปที่ตลาดบางจาก ซ.สุขุมวิท 95 และตลาดสี่แยกบางนา, นายธนาธร ไปที่ตลาดบางแค ตลาดเช้าวงเวียนใหญ่ และ ชุมชนริมทางรถไฟมักกะสัน ด้านน.ส.พรรณิการ์ ไปที่ตลาด วัดบางพลัด ต่อด้วยตลาดวัดรวก
ช่วงบ่าย ทั้งสามร่วมกันหาเสียงแจกแผ่นพับบริเวณทางลงบีทีเอส สยามสแควร์ เชิญชวนประชาชนรับฟังการปราศรัยใหญ่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ที่สามย่านมิตรทาวน์ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนแสดงความสนใจ เข้ามาทักทายขอถ่ายภาพเซลฟี่อย่างเนืองแน่น โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบจุดยืนและนโยบายพรรค สนับสนุนนายพิธา เป็นนายกฯ

ก้าวไกลคึก – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ขนทัพใหญ่แกนนำพรรค และผู้ช่วยหาเสียง ปราศรัยใหญ่ประกาศเปลี่ยนประเทศอย่างตรงไปตรงมา ท่ามกลางประชาชนคนรุ่นใหม่แห่ฟังจนแน่นขนัด ที่สามย่านมิตรทาวน์ กทม. เมื่อวันที่ 22 เม.ย.
ช่อปลื้มเรตติ้งก้าวไกลแรง
เวลา 16.00 น. ที่สามย่านมิตรทาวน์ ก.ก.จัดปราศรัยใหญ่ “ทัพใหญ่ก้าวไกล ปราศรัยโค้งสุดท้าย” กทม. ภายใต้แนวคิด เปลี่ยนประเทศไทยอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นเวทีที่ 2 ต่อจากการเปิดตัวผู้สมัคร กทม.ทั้ง 33 เขต ซึ่งก่อนหน้านี้ ก.ก.เคยแถลงว่าจะเป็นเวทีทิ้งไพ่ใบสุดท้าย โดยมีกลุ่มแฟนคลับส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น นิสิตจุฬาฯ และชาวบ้านบริเวณสามย่านเข้ามาจับจองที่นั่งจนเต็มอย่างรวดเร็ว
น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า ก.ก.ได้รับเงินบริจาคกว่า 12.5 ล้านบาทในเวลาเพียงแค่ 1 เดือน พรรคกำลังทำให้เห็นว่าการเมืองของประชาชน ออกเงินโดยประชาชน ไม่เกรงใจใครนอกจากประชาชน วันนี้ ก.ก. มาไกลกว่าพรรคอนาคตใหม่(อนค.) พวกเขายุบพรรคเรา ตัดสิทธิ์ธนาธร ปิยบุตร พรรณิการ์ เพื่อจะได้พรรคก้าวไกลที่เติบโตทะลุเพดานยิ่งกว่าสมัยอนาคตใหม่ พวกเรายิ่งทุบยิ่งหวาน ยิ่งทุบยิ่งโต
วันนี้ทุกโพลเฉลี่ยรวมกันเราอยู่ที่ 21-22% วันที่ อนค.ถูกยุบจุดที่สูงที่สุด คะแนนนิยมอยู่ที่ 31% เหลืออีก 22 วัน ขอให้ทุกคนช่วยกันเปลี่ยนคะแนนนิยมจาก 21% ให้ทะลุ 31% วันนี้เรามาเพื่อชนะและเป็นรัฐบาล ไม่ใช่เพื่อให้ 400 คนได้เป็น ส.ส.เขต 100 คนได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่เพื่อพิสูจน์ว่า ก.ก.จำเป็นต้องมีอยู่และจะมีอยู่อย่างยั่งยืนถาวรตลอดกาลในการเมืองไทย
ปลุกเลือกก.ก.ถล่มทลาย
นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค ปราศรัยว่า การทำงานของ ส.ส.พรรค ก.ก. ตลอด 4 ปีประสบความสำเร็จมากเพราะกล้าคิดกล้าฝัน ตนขอให้เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงสามารถเป็นไปได้ และหากต้องการเปลี่ยนแปลงจริงๆ 14 พ.ค. นี้ ขอให้กา ก.ก.ให้ถล่มทลาย
นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาฯคณะก้าวหน้า ผู้ช่วยหาเสียง ก.ก. ปราศรัยว่า คนเดิมๆ แนวทางเดิมๆ พยายามชวนให้ทุกคนคิดว่าแนวทางการทำพรรคแบบ ก.ก.เป็นไปไม่ได้ คิดว่านโยบาย 300 กว่านโยบายเป็นไปไม่ได้ แรงเกินไป สุดโต่งเกินไป ยังไม่ถึงเวลา เข้ามาได้ก็ต้องถูกโค่นล้ม ทั้งหมดนี้คือกรอบคิดจากความทรงจำในอดีต ขอเชิญชวนประชาชนทุกคนสร้างอนาคตใหม่ ใช้อำนาจสูงสุดของประชาชนในวันที่ 14 พ.ค.นี้ เลือกพรรคก้าวไกลให้ถล่มทลาย เพื่อประเทศไทยจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
เพื่อไทยดันพรบ.สมรสเท่าเทียม
นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย โพสต์ถึงการแก้กฎหมายเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ มีเนื้อหาสรุประบุ ในสายตาประชาคมโลก ไทยเปิดกว้างสำหรับ LGBTQIA+ เราเองก็ส่งออกอุตสาหกรรมที่เกี่ยวของกับ LGBTQIA+ ซีรีส์หรือการแพทย์จนทั่วโลกต่างยกย่อง แต่ภายใต้ความ “เปิดกว้าง” ยังมีเรื่อง “ปิดกั้น” กลุ่มคน LGBTQIA+ ยังไม่ได้รับสวัสดิการขั้นพื้นฐานที่เท่าเทียมกัน เหตุเกิดจากกฎหมายที่ไม่ถูกแก้ไขให้เหมาะสม
ในอดีตเห็นความพยายามผลักดัน พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม แต่ผู้นำยุคก่อนไม่ใส่ใจ ซ้ำมีบางกลุ่มคัดค้าน มีข้ออ้างปัจจุบันมี พ.ร.บ.คู่ชีวิตแล้ว ไม่จำเป็นต้องผ่าน พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม แต่รายละเอียดที่แตกต่างในตัวบทกฎหมายทำให้สิทธิหายไป เช่น สวัสดิการข้าราชการ สิทธิการขอสัญชาติในคู่สมรสที่ไม่ใช่ “ชาย-หญิง” เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้ “คู่สมรส” ต้องเป็น “ชาย-หญิง” เท่านั้น, มีการให้เหตุผลว่าสังคมไทยยังมีกลุ่มอนุรักษนิยมอยู่มาก พ.ร.บ.นี้จะนำไปสู่การต่อต้านในสังคมก็ เป็นหน้าที่ของผู้นำที่จะสร้างความเข้าใจ อธิบายเหตุผลและชี้แจง ไม่ใช่ถอยหลังทุกครั้งและอ้างการต่อต้าน
ตนมีเป้าหมายชัดเจนที่จะทำให้สิทธิขั้นพื้นฐานเท่าเทียมกันกับคนทุกกลุ่ม ใน 3 ประการ 1.ตั้งเป้าผลักดัน พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ให้เกิดขึ้นภายใน 6 เดือน หากเพื่อไทยได้จัดตั้งรัฐบาล 2.ศึกษาสิทธิประโยชน์ด้านสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยา การแพทย์ การรักษาโรคที่เกี่ยวข้อง ข้อสุดท้าย จุดประกายห่วงโซ่การเจริญเติบโตที่จะตามมา เริ่มตั้งแต่การสร้าง บรรทัดฐานการยอมรับความหลากหลายในภาคเอกชน ข้าราชการ สู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และทำให้ประเทศไทยกลายเป็น Global Destination ของโลกสำหรับคนทุกกลุ่ม