ขณะพาไปเล่นน้ำ เตือนอีกพายุถล่ม

อากาศร้อนเป็นเหตุ พัง ‘แม่น้ำงาม’วัย 53 ปี กระทืบเจ้าของใหม่วัย 60 ปีดับ ขณะนำไปอาบน้ำในลำห้วย ภรรยาเผยเพิ่งซื้อมาได้เดือนเศษราคา 1.5 ล้าน คาดช้างตั้งท้อง 5 เดือนเลยหงุดหงิด เผยทำใจ‘หมอช้างตายเพราะช้าง’ กรมอุตุฯเตือนเกิดพายุฤดูร้อนตั้งแต่ 23-26 เม.ย. เหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก โดนหมด โคราชเจอหนักลมหอบหลังคาปลิวว่อน ส่วนอช.เขาใหญ่ไฟป่ายังลามไม่เลิก ขอนแก่นอลหม่านถึงขั้นต้องหยุดแข่งบอลไทยลีกกลางคัน อุบลฯ ลูกเห็บตก ไฟฟ้าดับ ส่วน‘สระแก้ว’วัดทุ่งพระเสียหาย พระบาดเจ็บต้องส่งร.พ.

เตือนพายุฤดูร้อนถึง 26 เมย.
เวลา 17.00 น. วันที่ 23 เม.ย. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 4 เรื่อง พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน โดยระบุว่าในช่วงวันที่ 23-26 เม.ย. ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด

ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ ซึ่งจะเริ่มมีผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และด้านตะวันออกของภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคอื่นๆ จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป

จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ไม่ควรสวมใส่โลหะและหลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์มือถือขณะเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ส่วนเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรและอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงในช่วงวันและเวลาดังกล่าว

สำหรับลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น ขอให้ประชาชนในบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ส่วนบริเวณอ่าวไทยทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย

เผยทุกภาคยกเว้นใต้โดนหมด
สำหรับจังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนมีดังนี้

วันที่ 23 เม.ย.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ – เลย หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ นครราชสีมา กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ภาคตะวันออก – ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และตราด

วันที่ 24 เม.ย.
ภาคเหนือ – น่าน อุตรดิตถ์ ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ – เลย หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ภาคตะวันออก – ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และตราด

วันที่ 25-26 เม.ย.
ภาคเหนือ – แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ – เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง – นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล

ภาคตะวันออก – นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

โคราชบ้านเรือนเสียหาย
ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง สรุปลักษณะอากาศประจำวันที่ 23 เม.ย. ว่า บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง มีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ทำให้มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่ง บริเวณจ.มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

สำหรับที่จ.นครราชสีมา นอกจากจะเกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มในเขตอ.อเมืองนคราชสีมาแล้ว ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ จ.นครราชสีมา ยังได้รับรายงานจากอ.พระทองคำ ว่า เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มในช่วงเวลา 18.30 น. เย็นวันที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมา ส่งผลให้บ้านเรือนในพื้นที่ต.สระพระ หมู่ 3 ได้รับความเสียหาย 9 ครัวเรือน และต.พังเทียม หมู่ 7 บ้านเรือนได้รับความเสียหาย 4 ครัวเรือน เบื้องต้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) และผู้นำหมู่บ้าน/ชุมชน ได้สำรวจความเสียหายในเบื้องต้นแล้ว เพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบราชการต่อไป

ลมพายุร้อนหอบหลังคาว่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกโซเชี่ยลมี ผู้โพสต์ภาพความรุนแรงของพายุร้อนที่พัดถล่มในครั้งนี้เอาไว้หลายราย อาทิ ครูอาร์ต เหมราช สรวงสมบัติ ผู้ใช้ TikTok รายหนึ่ง บันทึกภาพพายุฤดูร้อนที่พัดถล่มในช่วงเย็นเอาไว้ขณะอยู่ในบ้านพักที่หมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งใน ต.ไชยมงคล อ.เมืองนครราชสีมา โดยความรุนแรงของพายุ ทำให้มีลมกระโชกและฝนตกลงมาอย่างหนัก ต้นไม้-สิ่งของพัดกระจาย บ้านเรือนหลายหลังได้รับความ เสียหาย หลังคา แผ่นกระเบื้องปลิวหลุดกระเด็นแตกกระจาย

ในขณะที่ผู้ใช้ TikTok อีกรายชื่อ iamjingjoe โพสต์คลิปภาพความรุนแรงของพายุเอาไว้เช่นกัน พร้อมระบุว่า “ครั้งแรกกับการยืนมองพายุหอบหลังคาเพื่อนบ้านไปต่อหน้าต่อตา บ้านเราก็ไม่รอดหลังคาหลุด” ซึ่งเป็นภาพนาทีลุ้นระทึกขณะพายุถล่มหมู่บ้านจัดสรรที่ต.ไชยมงคล อ.เมืองนครราชสีมา ทำให้แผ่นกระเบื้องมุงหลังคาปลิวตกลงมาแตกกระจาย โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ ยังมีเต็นท์หลังคากันแดด กระถางต้นไม้ ล้มกระเด็นเสียหายอีกด้วย

ขอนแก่นต้องหยุดแข่งไทยลีก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเย็นวันที่ 22 เม.ย. เกิดพายุฤดูร้อนพัดเข้าสนามกีฬา อบจ.ขอนแก่น ขณะที่มีการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก ฤดูกาล 2022/23 นัดที่ 27 ระหว่างสโมสรขอนแก่น ยูไนเต็ด เปิดสนามกีฬา อบจ.ขอนแก่น พบกับสโมสร ลำพูน วอร์ริเออร์ ในช่วงนาทีที่ 90 ได้เกิดพายุฤดูร้อนได้พัดเข้ากลางสนาม ขณะที่นักเตะทั้งสองทีมและกรรมการอยู่ในสนาม จนทำให้มองเห็นสนาม และยังมีลมหมุนพัดป้ายโฆษณาภายในสนามปลิว จนทำให้ผู้ตัดสินต้องหยุดเกมการแข่งขันชั่วคราว ต่างคนต่างรีบวิ่งเข้ามาใต้สนามเพื่อความปลอดภัย หลังจากนั้นประมาณ 5 นาที ลมพายุได้พัดผ่านทำให้ทั้งสองทีมด้กลับมาแข่งขันกันอีกครั้ง โดยสโมสรขอนแก่นยูไนเต็ด เอาชนะสโมสรลำพูน วอร์ลิเออร์

นอกจากนี้ พายุฤดูร้อนยังสร้างความเสียหายบริเวณตลาดรถไฟขอนแก่น โดยลมพัดเต็นท์จนปลิวได้รับความเสียหาย รวมทั้งคานที่ติดตั้งตาข่ายบังแดดก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน ขณะที่แผ่นหลังคาถูกลมพัดกระจายไปจากจุดที่มีการนำมากองไว้ แผ่นหลังคาบางส่วนได้ลอยไปถูกรถยนต์ของพ่อค้า และยังลอยไปริมถนนด้านหน้าตลาด

ด้านนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่จ.ขอนแก่น เฝ้าระวังพายุฤดูร้อน พายุลูกเห็บ และลมกระโชกแรง ที่จะเกิดขึ้นในระหว่างวันที่ 23-26 เม.ย.นี้ ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ใต้ต้นไม้ขนาดใหญ่ หรือที่โล่งแจ้ง และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง ขณะนี้ได้สั่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เฝ้าระวัง และหากเกิดความเสียหาย ให้เร่งเข้าไปช่วยเหลือประชาชนโดยเร่งด่วนทันที

อุบลฯพายุลูกเห็บถล่มยับ
ส่วนที่ อ.เมืองอุบลราชธานี อ.วารินชำราบ และอีกหลายอำเภอของจังหวัด ถูกพายุลูกเห็บตกใส่บ้านเรือน และบางส่วนก็ถูกพายุลมหมุนพัดหลังคาบ้านพังเสียหายเบื้องต้นกว่า 10 หลังคาเรือน ใน 3 ตำบล และยังมีไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง เจ้าหน้าที่การไฟฟ้า ต้องรีบมาแก้ไฟ เพื่อจ่ายกระแสไฟให้ประชาชนใช้

จากการสอบถามนายเดือน แก้วบัวขาว ชาวบ้านโพธิ์มูล ต.คำน้ำแซบ อ.วารินชำราบ เล่าว่า ขณะกำลังนั่งเล่นอยู่ในบ้านเห็นท้องฟ้าเป็นสีแดง ก่อนได้ยินเสียงพายุหมุนเข้าปะทะกับตัวบ้าน และดึงเอาหลังคาบ้านหลุดออกไป ก่อนมีลูกเห็บตกลงมา และตามด้วยสายฝนเทลงมาอย่างหนักนานกว่า 30 นาที ก่อนพายุจะสงบลง จึงออกสำรวจพบบ้านเรือนในหมู่บ้านเสียหาย 3 หลัง ที่เหลือเป็นโรงเรือนใช้เลี้ยงสัตว์ และใช้เก็บสิ่งของ

ด้านนายอุทิศ ประดิษฐ์ศิลป์ นายก อบต.หนองกินเพล อ.วารินชำราบ เปิดเผยว่า ในตำบลมี 2 หมู่บ้านได้รับผลกระทบจากลมพายุครั้งนี้ ทำให้บ้านเรือนและโรงเผาอิฐเสียหายไปหลายหลัง เมื่อพายุสงบได้เข้าสำรวจและจะรายงานให้อำเภอทราบ ก่อนใช้งบบรรเทาสาธารณภัยเข้าช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผล กระทบอย่างเร่งด่วน เนื่องจากบางหมู่บ้านอยู่ในเขตอุทกภัยน้ำท่วมเมื่อปีที่ผ่านมา และปีนี้ก็มาถูกพายุพัดถล่มซ้ำรอยอีก ซึ่งต.หนองกินเพล ตั้งอยู่ติดแม่น้ำมูน ปีนี้ถูกพายุพัดถล่มเป็นครั้งที่ 2 แล้วด้วย

ศรีสะเกษเสียหายหนัก 2 อำเภอ
นายพีระพงศ์ หมื่นผ่อง หัวหน้า ปภ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า นายสำรวย เกษกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ออกประกาศแจ้งเตือน และสั่งการให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง อำเภอทุกอำเภอ และอปท.ทุกแห่ง เตรียมความพร้อม รับมือกับสถานการณ์ และผลกระทบที่เกิดจากพายุฤดูร้อนในพื้นที่ ตลอดจนการเตรียมความพร้อมของวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือกู้ภัยต่างๆ ให้มีความพร้อม สำหรับเตรียมให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่

ขณะที่อิทธิพลจากพายุฤดูร้อน ทำไห้เกิดฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชน 9 หมู่บ้านในพื้นที่ ต.ทุ่งไชย อ.ทุมพรพิสัย ถูกแรงลมปะทะ จนหลังคาบ้านปลิวว่อนได้รับความเสียหาย 50 หลังคาเรือน เช่นเดียวกันกับในพื้นที่ต.กระแชง อ.กันทรลักษ์ มีบ้านเรือน และไร่ข้าวโพดของเกษตรในพื้นที่ ได้รับความเสียหายจำนวนมาก

พิษร้อน-พังกระทืบควาญดับ
เวลา 11.00 น. ร.ต.อ.มานิตย์ ศิริเวช รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.สตึก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งมีช้างทำร้ายเจ้าของเสียชีวิต ที่บ้านหนองแคน หมู่ 5 ต.สนามชัย อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ จึงประสานหน่วยกู้ชีพ อบต.สนามชัย และหน่วยกู้ภัยวังกรูดสตึก เข้าร่วมตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นฝายน้ำบ้าน หนองแคน หมู่ที่ 5 ต.สนามชัย พบศพนายชาติ โมกหอม อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 192 หมุ่ที่ 1 ต.ศรีณรงค์ อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ เสียชีวิตในลักษณะนอนหงาย ตามลำตัวมีลักษณะโดนกระทืบแขนขาหักร่างกายบอบช้ำทั่วร่าง คาดว่าช้างที่เลี้ยงไว้ทำร้าย

ขณะที่ชาวบ้านในหมู่บ้าน รวมตัวไล่ล่าช้างพัง “แม่น้ำงาม” ช้างเพศเมียอายุ 53 ปี ที่หนีไปหลังทำร้ายเจ้าของจนเสียชีวิต แต่เป็นไปด้วยความลำบาก เนื่องจากพังแม่น้ำงาม ไม่ยอมให้เข้าใกล้ ประกอบกับยังมีอาการหงุดหงิดอยู่ตลอดเวลา

นางพัฒนา โมกหอม อายุ 64 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ช้างตัวนี้เพิ่งซื้อมาจาก จ.เชียงใหม่ได้เดือนเศษ ในราคา 1,500,000 บาท ทุกวันสามีพยายามทำความคุ้นเคย และพาไปอาบน้ำในลำห้วยเป็นประจำ เช่นเดียวกับวันนี้สามีนำช้างออกจากบ้านไปตั้งแต่ 10.00 น. และมาทราบข่าวจากชาวบ้านว่าสามีถูกช้างทำร้าย สาเหตุยังไม่ทราบเพราะยังไม่รู้นิสัยช้างดี คาดว่าน่าจะเกิดจากอากาศร้อนจัดทำให้ช้างหงุดหงิด ยอมรับว่าทำใจได้เพราะ “หมองูตายเพราะงู หมอช้างตายเพราะช้าง”

ด้านนายคมสันต์ ภู่เงิน อายุ 34 ปี ลูกชายผู้เสียชีวิต กล่าวว่า พ่อมีอาชีพเลี้ยงช้าง ลักษณะซื้อมาขายไป ตัวนี้เพิ่งซื้อมาได้ไม่นาน สาเหตุเพราะพ่อไม่มีคนช่วย เพราะไปคนเดียว ต่างจากจ.สุรินทร์มีคนเลี้ยงช้างกันมากกว่า เวลามีเหตุการณ์คนเลี้ยงช้างจะช่วยกันได้ทัน

ร้อนจนคลั่ง – จนท.โครงการคชอาณาจักร จ.สุรินทร์ ช่วยกันไล่จับพังแม่น้ำงาม หลังเกิดคลุ้มคลั่งกระทืบควาญเสียชีวิตขณะพาไปอาบน้ำที่ริมฝาย ในอ.สตึก จ.บุรีรัมย์ คาดสาเหตุจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดจนช้างเครียด เมื่อวันที่ 23 เม.ย.

ระดมควาญช้างสุรินทร์ช่วยจับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด เวลา 12.30 น. ยังไม่สามารถจับตัวพังแม่น้ำงามได้ เพราะได้ตื่นวิ่งหนีไปตามลำห้วย โดยเจ้าหน้าที่สถานพยาบาลช้าง โครงการคชอาณาจักร จ.สุรินทร์ และควาญช้างจาก อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ ได้เดินทางมาร่วมจับพัง ‘แม่น้ำงาม’ การตามจับพังแม่น้ำงาม เป็นไปด้วยความลำบาก เพราะยังอยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง วิ่งไปตามลำห้วย เจ้าหน้าที่สันนิษฐานน่าจะยังมีอาการดุร้าย เพราะโค่นต้นไม้ตามทาง ไกลกว่า 5 ก.ม. ชาวบ้านและควาญช้างรวมกว่า 50 คน ระดมกำลังล้อมและต้อนเพื่อต้องการให้เข้าอยู่ในพื้นที่จำกัด โดยมีนายกันวลินทร์ เมืองแก้ว นายอำเภอสตึก และพ.ต.อ.วชิรวิทย์ วรรธาณี ผกก.สภ.สตึก เข้าร่วมสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด

ต่อมาเจ้าหน้าที่ใช้วิธียิงยาสลบในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อให้ช้างเกิดอาการเชื่องช้า เพราะต้องระวังลูกในท้องที่มีอายุครรภ์ได้ 5 เดือน แต่เจ้าแม่น้ำงามยังดื้อวิ่งไล่ชาวบ้านที่มาคอยสังเกตการณ์ จนต้องวิ่งหนีกันชุลมุน

สุดท้ายยาออกฤทธิ์ ควาญช้างจึงเข้าควบคุมได้สำเร็จ ใช้เวลานานกว่า 5 ช.ม. เจ้าหน้าที่ควบคุมมาขึ้นรถเพื่อนำไปส่งที่บ้านเจ้าของควาญช้างที่จ.สุรินทร์ ซึ่งอยู่เขตติดต่อกันกับจ.บุรีรัมย์

นายสุดใจ ขาวดี อายุ 56 ปี ชาวบ้านในหมู่บ้าน เล่าว่า อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 200 เมตร ตอนแรกเห็นช้างจับหลานเจ้าของช้าง สะบัดตกน้ำก่อน ซึ่งหลานแขนหักวิ่งเข้าไปหมู่บ้าน จากนั้นผู้ตายได้เข้ามาควบคุมต่อ เลยโดนช้างทำร้ายจนเสียชีวิต ส่วนตัวเชื่อว่า ‘เจ้าแม่น้ำงาม’ น่าจะเคยทำร้ายใครมาก่อนแล้ว

ด้านนายกันวลินทร์ เมืองแก้ว นายอำเภอสตึก กล่าวว่าพื้นที่ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ซึ่งมีแนวเขตติดต่อกับหมู่บ้านช้างของจ.สุรินทร์ ในพื้นที่ละแวกนี้จะมีช้างอยู่เป็นจำนวนมาก ที่ผ่านมาเคยมีข่าวช้างทำร้ายคนมาแล้วหลายครั้ง จึงอยากจะขอแจ้งเตือนให้ควาญช้าง หรือเจ้าของช้าง ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เวลาออกไปรับงาน หรือกิจกรรมประจำหมู่บ้าน โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อนต้องมีการควบคุมรอบด้าน เพราะอาจจะเกิดเหตุในลักษณะนี้ขึ้นได้

สระแก้วซัดวัดพัง-พระเจ็บ
หลังสภาพอากาศเกิดภาวะร้อนจัด เมื่อเย็นวันที่ 22 เม.ย. พื้นที่สระแก้วเกิดพายุฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรง พายุลูกเห็บเข้าพัดถล่มบ้านเรือนราษฎรในเขต ต.ท่าเกษม อ.เมือง ศาลากลางจังหวัด, สถานีวิทยุกระจายเสียง, บ้านเรือนราษฎรอีกหลายหลังคาเรือน ซึ่งพายุฝนตกค่อนข้างแรงนานกว่า 1 ชั่วโมง พบหลังคาอาคารศาลากลางจังหวัดตกลงมาหลายจุด มีรถยนต์ที่จอดในบริเวณส่วนราชการได้รับความเสียหาย ต้นไม้รอบบริเวณศูนย์ราชการล้มหักหลายต้น

หลังพายุสงบลง พ.ต.อ.เอกอนันต์ หูแก้ว ผกก.สภ.เมืองสระแก้ว พร้อมด้วย พ.ต.ท.ประเสริฐ ศรีพันนา รอง ผกก.ฯ นำชุดจิตอาสาจำนวน 10 นาย ร่วมกับปลัดอำเภอเมืองสระแก้ว และผู้ใหญ่บ้านได้เข้าสำรวจความเสียหายที่วัดทุ่งพระ (หลวงพ่อสนธิ์) พบพระภิกษุ ณัฐวุฒิ ศิลาฤทธิ์ อายุ 20 ปี ได้รับบาดเจ็บศีรษะแตก, แขนซ้าย, ปาก และบริเวณหน้าท้อง จึงรีบนำส่งร.พ.สระแก้ว

จากการสำรวจพบว่าพื้นที่หมู่ 4 บ้านทุ่งพระเสียหาย 3 หลัง ที่วัดทุ่งพระกุฏิเสียหาย 1 หลัง, หมู่ 6 บ้านโคกสัมพันธ์ 6 หลัง, หมู่ 7 บ้านคลองอุดมสุข 15 หลัง, หมู่ 8 บ้านสุขสำราญ 30 หลัง, หมู่ 11 บ้านหนองพระสระเนตร 7 หลัง, หมู่ 13 บ้านใหม่ไทยพัฒนา 10 หลัง รวม 72 หลัง

อช.เขาใหญ่ชี้ไฟป่ายังระอุ
เวลา 08.00 น. ผู้สื่อข่าวจ.ปราจีนบุรีรายงานความคืบหน้า กรณีอุทยานแห่งชาติ(อช.)เขาใหญ่มรดกโลกมีเหตุไฟไหม้ป่า ตั้งแต่วันที่ 21 เม.ย. เวลาประมาณ 12.00 น. เกิดเหตุไฟไหม้ในเขตอช.เขาใหญ่ บริเวณบ้านซับฟาน หมู่ 19 ต.เนินหอม อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี เจ้าหน้าที่ 16 นาย เข้าดับไฟป่าในครั้งนี้จนถึงมืดยังไม่สามารถควบคุมได้ ล่าสุดยังพบกลุ่มควันไฟจากฝั่งบนยอดเขามดแดงกระจายไปหลายจุด บนภูเขาที่สภาพสูงชัน มองเห็นในระยะไกลกว่า 10 ก.ม.เศษ นายรณรงค์ นครจินดา ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมด้วยนายวีระ ขุนไชยรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) นายสมเกียรติ สุสัณพูลทอง ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจ.ปราจีนบุรี นางมาละนี จินดารัตน์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจ.ปราจีนบุรี และนายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอช.เขาใหญ่ ลงพื้นที่ร่วมวางแผนและบัญชาการเหตุการณ์ดับไฟป่า พร้อมปล่อยกำลังพล ในสังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) (โดย อช.เขาใหญ่, ไฟป่า ปจ., ฐานป้องกันฯ) และสังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา) รวมทั้งสิ้น 100 นาย เพื่อปฏิบัติการดับไฟป่าในเขตอช.เขาใหญ่บริเวณเทือกเขามดแดง ที่หน่วยจัดการต้นน้ำเนินหอม หมู่ที่ 19 ต.เนินหอม อ.เมืองปราจีนบุรี

นายรณรงค์กล่าวว่า ได้มาบูรณาการด้านนำกำลังพลดับไฟป่าบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ สืบเนื่องจากเกิดไฟไหม้ป่าระหว่างวันที่ 21-23 เม.ย.นี้ บนพื้นที่สูงชันบนอุทยานฯ ได้ระดมกำลังทำแนวกันไฟ ไปควบคุม ป้องกันไม่ให้ลุกลาม ได้วางแผนการจัดการด้านบนให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ดูแลไม่ให้ลุกลาม ส่วนพื้นที่ด้านล่างแบ่งให้กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ดูแล ไม่ให้ลุกลามเข้าไปในชุมชน โดยไฟไหม้ป่าในระหว่างพื้นที่รอยต่อชายขอบของอช.เขาใหญ่ 3-4 จุดเขาสูงชัน กับชุมชนเขตเขามดแดงสัก 1-2 วันน่าจะดับได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ให้ระมัดระวังในการดับเพลิงจากสภาพอากาศร้อนไม่ให้เกิดขึ้นกับตัวเอง เชื่อว่าน่าจะควบคุมได้

ด้านนายวีระกล่าวว่า ไฟไหม้ป่ากระจายทั่วไป ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปสกัดทำแนวกันไฟวางจุดป้องกันไฟป่า แนวไฟสัตว์ป่าสัตว์ขนาดใหญ่ไม่อันตราย มีบางชนิดกระทบบ้าง เมื่อคืนวันที่ 22 เม.ย. ส่งกำลังไปทำแนวสกัด 50 คน วันนี้อีกกว่า 100 คน รวมกำลังกว่า 150 คน เชื่อว่าควบคุมได้ ส่วนหากรุนแรง อาจขอเฮลิคอปเตอร์ส่งกำลังบำรุง หรือเสบียงอาหาร

ผู้สื่อข่าวรายงานล่าสุด เวลา 12.30 น.ยังคงพบกลุ่มควันไฟจากบนยอดเขา-ไหล่เขามดแดง กระจายขึ้นเป็นกลุ่มในหลายจุด เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อน และอากาศแห้งช่วงหน้าแล้ง โดยไม่มีพายุฤดูฝนขึ้นตกบนอุทยานฯ

แอบจุดไฟเผาหญ้าลามหนัก
ช่วงสายวันที่ 23 เม.ย. น.ส.กรรณิการ์ พัฒนพีระเดช นายกเทศมนตรีตำบลพิมาย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งเกิดเหตุไฟไหม้หญ้าข้างทาง บ้านส่วยนอก หมู่ที่ 3 ต.ในเมือง อ.พิมาย จึงได้ออกไปตรวจในที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยรถดับเพลิงเทศบาลตำบลพิมาย พบไฟกำลังลุกไหม้หญ้าข้างทางอย่างรุนแรง ระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร และไฟยังลุกลามไหม้ตอหญ้าและตอข้าวในทุ่งนาของชาวบ้าน บริเวณกลางทุ่งนา บ้านส่วยนอก จำนวนกว่า 20 ไร่

ทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงช่วยกันระดมฉีดน้ำดับเพลิง เพื่อไม่ให้ลุกลามไปติดบ้านเรือนของชาวบ้าน ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า น่าจะมีคนแอบลักลอบจุดไฟเผาหญ้าข้างทาง จึงเป็นเหตุทำให้ไฟไหม้หญ้าริมถนน ก่อนลุกลามไหม้หญ้าในทุ่งนาและไหม้ตอข้าวที่อยู่ในทุ่งนา เป็นบริเวณกว้าง เนื่องจากในช่วงเกิดเหตุมีสภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว ส่งผลทำให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนได้รับความเดือดร้อน มองไม่เห็นเส้นทาง ประกอบกับยังสร้างความเดือดร้อนให้กับเด็กและผู้ป่วย ผู้สูงอายุ หลังควันไฟลอยปกคลุมหมู่บ้าน และยังมีฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูงอีกด้วย

‘วราวุธ’ขึ้นฮ.ดูไฟป่าเชียงราย
เวลา 11.30 น. ที่ศาลากลางจ.เชียงราย นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ การแก้ไขปัญหาสถานการณ์ไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ประชุมร่วมกับนายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 2 (เชียงราย) และผอ.ปภ.เชียงราย และเกษตรจังหวัด โดยรมว.ทส.และคณะ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินตรวจสถานการณ์ไฟป่าท้องที่อ.แม่สาย อ.แม่จัน อ.เมือง อ.แม่สรวย ตามแนวเขาขุนน้ำนางนอน ดอยตุง ดอยจระเข้ ท้องที่ ต.แม่ยาว ต.ห้วยชมพู ต.วาวีและ ต.แม่สรวย

นายวราวุธกล่าวว่า ป่าไม้ได้รับความเสียหายมากพอสมควร และทุกครั้งที่เกิดไฟป่าความเสียหายของป่าไม้ เทียบไม่ได้กลับมลภาวะทางอากาศ เพราะ PM 2.5 ค้างอยู่ในอากาศ วันนี้จุดความร้อนหายไปมากแล้ว เพราะฝนตกเมื่อสองวันที่ผ่านมา ควันไฟที่ยังมีคือมาจากประเทศเพื่อนบ้าน แนวทางแก้ปัญหาระยะสั้น จะขอความร่วมมือฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ป่าไม้ของกระทรวงทส. เพิ่มความเฝ้าระวังในหมู่บ้าน ในพื้นที่สุ่มเสี่ยง เพราะได้รับรายงานว่า ช่วงเวลาที่มักจะเกิดจุดความร้อนคือตี 2-ตี 5 แสดงให้เห็นว่ามีคนไม่ดีจงใจเข้าไปจุดไฟเผาป่า และขอความร่วมมือชาวบ้านช่วยเป็นหูเป็นตาให้ด้วย เพราะไม่อยากให้เกิดความเดือดร้อนต่อชีวิตและทรัพย์สิน

นายวราวุธกล่าวว่า จากนี้ไปอีกสองเดือน ในส่วนของป่าอนุรักษ์ขอให้เข้มงวดเรื่องการลาดตระเวน ส่วนป่าสงวน ขอให้ทุกหน่วยงานต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตรา หากพูดคุยกันไม่รู้เรื่องคงต้องเน้นภาคบังคับ ขอให้ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ทส. ไปช่วยกันคิดหาวิธีจะทำอย่างไรไม่ให้เผา เช่นถ้านาใครไม่เผา ขอกู้เพิ่มจากธ.ก.ส.ได้หรือไม่ หรือสหกรณ์จะช่วยอย่างไร ซึ่งขอให้ทางเกษตรจังหวัดไปช่วยคิดหาวิธีด้วย

เตือนระวังฮีตสโตรก
นายสนิท ภูสมหมาย ประธานกลุ่มเกษตรอินทรีย์ ต.นาดี อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ส่งผลให้พืชชนิดต่างๆ ได้รับผลกระทบ และต้องการน้ำในการหล่อเลี้ยง เพื่อดูดซับอาหารและให้ความสดชื่น เนื่องจากในพื้นที่มีการเพาะปลูกข้าวนาปรังบริเวณกว้าง ขณะที่การระบายน้ำของโครงการชลประทานมีปริมาณจำกัด บางช่วงปิดการส่งน้ำ ทำให้พืชที่ปลูกไว้ได้รับน้ำไม่ต่อเนื่อง โชคดีที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.กาฬสินธุ์ จัดงบประมาณขุดบาดาลพลังงานแสงอาทิตย์ให้ จึงมีน้ำบริหารจัดการในแปลงเกษตร รวมทั้งกระจายน้ำให้กับพี่น้องเกษตรกรพื้นที่ใกล้เคียงประมาณ 50 ไร่ บรรเทาความเดือดร้อนได้เป็นอย่างดี

นายสนิทกล่าวอีกว่า อยากวิงวอนหน่วยงานภาครัฐ จัดงบประมาณดำเนินการขุดเจาะบ่อบาดาลให้พี่น้องเกษตรกรชาวจ.กาฬสินธุ์ โดยเฉพาะนอกเขตชลประทานอย่างทั่วถึงด้วย เพื่อจะได้มีผลผลิตออกสู่ผู้บริโภค ตามโครงการกาฬสินธุ์กรีนมาร์เก็ต โดยเฉพาะเกษตรกร ชาวบ้าน ชุมชน มีรายได้ ที่จะเป็นการแก้ไขปัญหาการว่างงานและขจัดความยากจนได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อมีน้ำก็มีงานมีเงิน

ด้านนายมะณี อุทรักษ์ ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยากาฬสินธุ์ กล่าวว่า ในช่วงนี้ต้องเฝ้าระวังเรื่องของสภาพอากาศวิปริตแปรปรวน ที่เรียกกันว่าพายุฤดูร้อน จึงประกาศเตือนประชาชนระวังอันตรายจากกระแสลมกระโชกแรง ฝนตกฟ้าคะนอง และฟ้าผ่า รวมทั้งอาการฮีตสโตรกจากสภาวะอากาศที่ร้อนจัด นอกจากนี้ในส่วนของอาคารบ้านเรือน พืชผลทางการเกษตร ต้องระวังความเสียหายจากพายุลมแรงเช่นกัน ควรตรวจสอบความมั่นคงทั้งตัวบ้าน หลังคา หาวิธีป้องกันก่อนเกิดความเสียหาย และรับฟังข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน