อ้างประสบการณ์สูง เวทีพท.กระหึ่มฝั่งธน เศรษฐาลั่น-ลดค่าไฟ เริ่มแล้ว-กาล่วงหน้า นอกประเทศ-ถึง5พค.

‘เศรษฐา’ นำเพื่อไทยเปิดปราศรัยใต้สะพานพระราม 8 ลั่นถ้าได้เป็นรัฐบาล ประชุม ครม.นัดแรกลดค่าไฟทันที หอบคณะล่องใต้ 4 จังหวัด 25-27 เม.ย.นี้ ‘ตู่’ ฟิตขึ้นปราศรัย 3 เวทีรวด ปลุกคนอุดรฯ เลือกกัปตันเครื่องบิน แก่แต่มากประสบการณ์ รทสช.ปล่อยคลิปตีปี๊บสร้างรายได้ 4 ล้านล้าน ‘อนุทิน’ ชู 3 นโยบายเร่งด่วน พักหนี้ 3 ปี กู้ฉุกเฉิน 5 หมื่น กองทุนผู้สูงวัย ทำทันที หลังเป็นรัฐบาล ‘จุรินทร์’ หาเสียงกรุงเก่า-สระบุรี ปล่อยปลาไหล ให้คนไทยได้รัฐบาลที่ดี เลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักร เริ่มแล้ว วันนี้ถึง 5 พ.ค. เพื่อไทยจี้ตรวจสอบเอกสารลงรูปผู้สมัครสลับกัน กกต.ยัน แก้ไขแล้ว

เลือกตั้งนอกอาณาจักรเริ่ม25เม.ย.
วันที่ 24 เม.ย. นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ย้ำถึงความพร้อมในกระบวนการจัดการเลือกตั้งที่เหลืออีก 20 วันถึงวันเลือกตั้ง ว่า การดำเนินการยังคงเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ทั้งวันเลือกตั้ง 14 พ.ค. หรือวันเลือกตั้ง ช่วงหน้า 7 พ.ค. รวมถึงวันเลือกตั้งนอก ราชอาณาจักรที่จะเกิดขึ้นที่สถานทูต หรือ สถานกงสุลของแต่ละประเทศ ระหว่างวันที่ 25 เม.ย.- 5 พ.ค.นี้

ส่วนปัญหาและบทเรียนการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรปี 2562 นำมาปรับแก้รับมือ เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยกกต. ไปรษณีย์ กรมการกงสุล บริษัทท่าอากาศยานไทย และการบินไทยจะร่วมมือกัน ทำให้บัตรเลือกตั้งทุกใบมาทันนับคะแนนในวันที่ 14 พ.ค. ซึ่งจะส่งกลับมาไทย และส่งไปยังเขตเลือกตั้งทั้ง 400 เขตภายในวันที่ 9 พ.ค.

“25 เม.ย.ประเทศแรกที่จะเริ่มเลือกตั้ง แล้วแต่สถานทูตและสถานกงสุลจะเป็นผู้กำหนด จะมีปัญหาอยู่บ้างที่ทวีปแอฟริกาใต้ที่ประเทศซูดาน ซึ่งมีภาวะสงครามกลางเมือง ได้รับแจ้งจากกระทรวงการต่างประเทศจะได้ดูแลคนไทย รวมทั้งการบริหารจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรโดยเฉพาะประเทศนี้” นายแสวงกล่าว

ล่องใต้ – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทย พบปะผู้นำศาสนาที่ปัตตานี ใช้เศรษฐกิจนำความไม่สงบ ปรับกฎอัยการศึกและพ.ร.ก.ฉุกเฉิน คืนสันติภาพและความสงบสุขชายแดนใต้ เมื่อวันที่ 24 เม.ย.

แจงเปิดตัวสีบัตรเร็ว-มั่นใจปลอดภัย
เลขาธิการ กกต.อธิบายกระบวนการขนส่ง จัดเก็บบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่จะมาทั้งทางถุงเมล์ทางการทูต และเจ้าหน้าที่ สถานทูตนำมาส่งเองกับมือ เมื่อนำมาถึงจะกระจายไปยัง 400 เขต จะเก็บไว้ในที่ปลอดภัยและนำมานับพร้อมกันในวันที่ 14 พ.ค.

ส่วนการเปิดเผยสีบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อบัตรสีเขียวและบัตรเขตเลือกตั้งเป็น สีม่วง ก็เปิดเหมือนทุกครั้ง แต่ครั้งนี้เร็วขึ้น โดยมั่นใจระบบความปลอดภัยป้องกันการปลอมแปลงบัตร เพราะเป็นกระดาษพิเศษ และมีระบบการตรวจสอบความมั่นคง 3 จุดพิเศษในบัตร ที่ไม่มีใครทราบ จึงเชื่อว่าจะไม่มีใครทำบัตรเลียนแบบได้ และ กกต.สามารถตรวจสอบได้ จึงไม่เป็นที่กังวล

แก้ไขแล้ว-รูปผู้สมัครสลับกัน
นายแสวง กล่าวกรณีประกาศที่ออกโดยเอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน พิมพ์รูป ผู้สมัครส.ส.กทม.เขต 11 สลับรูปกัน ว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นที่อังกฤษก็ต้องยอมรับว่ามีความผิดพลาด แต่เราทราบเรื่องและแก้ไขโดยส่งฉบับที่ถูกให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปแล้ว และได้ตรวจสอบที่สถานทูตอื่น ซึ่งที่อังกฤษจำนวน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเยอะ พอได้รับเอกสารแล้วท่านก็ส่งเลย แต่ที่ประเทศอื่นฉบับที่เราแก้ไขให้ถูกต้องได้ส่งไปถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ลงทะเบียนไว้ โดยไม่ได้ส่งฉบับที่ผิดพลาดรอบแรกไป และเท่าที่ได้ตรวจสอบกับทางสถานทูตและสถานกงสุลมีแค่ที่อังกฤษที่ผิดพลาด

นายแสวง ยังร่วมกับ นายกิตติพงษ์ บริบูรณ์ รองเลขาธิการ กกต. แถลงถึงการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่ทางกองทัพไทยส่งเครื่องบินไปรับคนไทยที่อยู่ซูดานหลังมีการสู้รบกัน ว่า กฎหมายเขียนลักษณะเมื่อ มีเหตุจลาจล อุทกภัย อัคคีภัย เหตุสุดวิสัย สามารถกำหนดวันลงคะแนนใหม่ได้ 2 ครั้ง ถ้ายังเกิดเหตุอยู่ครั้งที่ 3 ก็ให้งดการลงคะแนนได้ เหตุที่ซูดานน่าจะเข้าตามเกณฑ์กฎหมาย และให้ถือว่าผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชฯ ไว้นั้นไม่เป็นผู้เสียสิทธิที่แจ้งเหตุว่าไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ ส่วนเขาจะสใช้สิทธิได้หรือไม่ต้องไปดูช่องทางกฎหมายอีกครั้งหนึ่ง

พท.จี้สอบบัตรผิดพลาด
นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณีเอกสารประกาศ รายชื่อผู้สมัครส.ส.กทม.เขต 11 ซึ่งออกโดยเอกอัคราชทูต ณ กรุงลอนดอน สำหรับการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรผิดพลาด ภาพ ผู้สมัคร ส.ส.พท.สลับพรรคอื่น ว่า ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน อาจนำมาสู่การลงคะแนนผิดได้ ฝ่ายกฎหมาย พท.อยู่ระหว่าง จัดเตรียมเอกสารยื่นต่อ กกต.ให้ตรวจสอบและชี้แจงถึงสาเหตุ และจะมีแนวทางรับผิดชอบอย่างไร เพราะความผิดพลาดก่อให้เกิดความเสียหายกับ พท.เรียบร้อยแล้ว แม้จะมีการแก้ไขเอกสารแล้ว แต่ประชาชนที่รับเอกสารไปก่อนยังเกิดความสับสนอยู่ดี

ความสะเพร่าในการดำเนินงานของ กกต. ทำให้เกิดความกังวลจะมีเอกสารฉบับอื่นในประเทศใดอีกหรือไม่ที่คลาดเคลื่อน จึงขอให้ประชาชนร่วมกันจับตาและตรวจสอบ หากเกิดเหตุพิรุธส่งเรื่องมาที่ พท.ได้ทันที และ ขอให้กกต.รอบคอบให้มากขึ้น อย่าให้ถูกวิจารณ์ได้ว่ามีเจตนาบิดเบือนเสียงประชาชน

ซื้อปลาไหล – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำทีมลุยตลาดเจ้าพรหม จ.พระนครศรีอยุธยา ขอคะแนนเสียงกับประชาชนให้เลือกพรรคและผู้สมัคร ทั้ง 5 เขต โดยได้ซื้อปลาไหลนำไปปล่อยเพื่อเป็นสิริมงคลด้วย เมื่อวันที่ 24 เม.ย.

จุรินทร์บุกกรุงเก่า-ปล่อยปลาไหล
เวลา 11.00 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นำทีม ลุยตลาดเจ้าพรหม จ.พระนครศรีอยุธยา ขอคะแนนให้ผู้สมัครทั้ง 5 คน และเลือกพรรคเบอร์ 26 โดยมีพี่น้องประชาชนและแฟนคลับเข้ามาทักทายอย่างคึกคัก แม่ค้ารายหนึ่งชักชวนให้นายจุรินทร์ซื้อปลาไหล โดยบอกว่าถ้าได้ปล่อยปลาไหล จะทำงานลื่นไหลและจะได้เป็นนายกฯ นายจุรินทร์จึงซื้อปลาไหล นำไปปล่อยเพื่อเป็นศิริมงคลต่อไป

นายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์ย้ำว่า อยุธยาเป็นพื้นที่สำคัญที่นโยบาย ปชป.มีความชัดเจนว่าจะทำให้คนอยุธยา และเกษตรกรทั่วทั้งประเทศได้รับประโยชน์โดยตรง โดยเฉพาะนโยบายประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว นโยบายชาวนารับ 30,000 บาทต่อครัวเรือน นโยบายจัดตั้งธนาคารหมู่บ้าน/ชุมชน แห่งละ 2 ล้านบาท เพื่อเป็นแหล่งเงินออมและแหล่งทุนเพื่อสร้างเงินให้ชาวอยุธยา

เมื่อถามถึงการปล่อยปลาไหล เกี่ยวข้องกับเรื่อง “สายมู” หรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ตนเป็นคนไทยและถือเป็นการทำบุญ เพราะการทำบุญเป็นเรื่องที่ดี ถ้าทุกคนช่วยกันทำบุญก็เท่ากับเป็นการช่วยกันทำในสิ่งที่ดีงาม “ผมไม่ได้ทำบุญให้ตัวเองหรอก ทำบุญให้พี่น้องชาวไทยทุกคน ทำบุญให้ประเทศไทย รวมทั้งพี่น้องชาวอยุธยา เจริญรุ่งเรืองตลอดไป คิด สิ่งใดขอให้สมความปรารถนา ได้รัฐบาลใหม่ที่ดี มีศักยภาพ ซื่อสัตย์ สุจริต ตั้งใจทำงานเพื่อบ้านเมือง และจ.อยุธยาต่อไป”

ผนึกอดิเรกสารมั่นใจปักธงสระบุรี
เวลา 13.00 น. ที่จ.สระบุรี นายจุรินทร์ นำทีม “ประชาธิปัตย์ เบอร์ 26” เดินทางมาที่ ซอยพิชัยณรงค์สงคราม ได้พบกับนายปองพล อดิเรกสาร อดีตนักการเมืองคนดัง ที่ส่งลูกชาย นายปรพล อดิเรกสาร ลงสมัคร ส.ส.เขต 1 ปชป. จากนั้นร่วมกันเดินพบปะ พี่น้องประชาชนที่ตลาดในอ.เมือง ช่วงเย็น นายจุรินทร์ เดินทางเข้ากทม. มาพบปะพี่น้องที่ตลาดนัดผู้ใหญ่อ้วน นาคนิวาส 6 ซอยลาดพร้าว 71 ช่วยหาเสียงให้กับนายแทนคุณ จิตต์อิสระ

โรมฉะเลือกตั้งอย่างมียุทธศาสตร์
นายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล โพสต์คลิปวิดีโอลงแอพพลิเคชั่น Tiktok ส่วนตัว ชี้แจงข่าวลือที่ส่งต่อกันว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ให้เลือกอย่างมียุทธศาสตร์ จนเกิด วาทกรรม “เลือกก้าวไกล ได้ประยุทธ์” ว่า มีคนถามเข้ามามากว่า 14 พ.ค.นี้ ควรเลือกแบบมียุทธศาสตร์หรือไม่ เพราะกลัวว่าหากฝั่งประชาธิปไตยแพ้ ขั้วอำนาจเดิมจะกลับมานั้น กำลังบังคับให้ประชาชนเลือกบุคคลที่ ไม่ชอบ เลือกคนที่ตนเองไม่ได้รักและอาจ ไม่ได้เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนได้

ครั้งหนึ่งการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. มีคำพูดว่า “ไม่เลือกเราเขามาแน่” ทำให้สังคมอยู่ภายใต้ความกลัว ท้ายที่สุดการเลือกตั้งไม่สะท้อนถึงความต้องการของประชาชนที่อยากเห็น การเปลี่ยนแปลง ที่บอกว่าการเลือกตั้งอย่างมียุทธศาสตร์ ต้องดูว่าใครมีโอกาสชนะ จะมั่นใจอย่างไรว่าคนที่เรากำลังเลือกจะมีโอกาสชนะจริงๆ

มันไม่มีการเลือกตั้งอย่างมียุทธศาสตร์ มีแต่การเลือกตั้งที่อยากจะเห็นว่าใครเป็นตัวแทน อยากได้รัฐบาลแบบไหน หากอยากนำเสนอกันเรื่องการเลือกตั้งอย่างมียุทธศาสตร์นั้น ยุทธศาสตร์คืออนาคตประเทศไทยควรเป็นแบบไหน 14 พ.ค. ขอให้กาก้าวไกลทั้ง สองใบ อย่าให้ใครมาสร้างความกลัว

อนุทินบุกระนอง-เปิด3นโยบายด่วน
เวลา 07.10 น. ที่ท่าเทียบเรือสะพานปลาระนอง จ.ระนอง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ลงพื้นที่รับฟังปัญหาประมง พร้อมผู้สมัครส.ส.ระนอง ประกอบการประมงรายหนึ่งบอกว่า ช่วงหลายปีที่ผ่านมาประมงไทยมีปัญหาอย่างหนัก อยากจะฝากถึงรัฐบาลใหม่ที่จะมีขึ้นเร็วๆ นี้ได้มองเห็นและแก้ไขปัญหาประมงให้กับคนไทยด้วย อย่าเอาใจแต่ต่างชาติเพียงอย่างเดียว

นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายที่จะเดินหน้าใน 6 เดือน หลังได้เป็นรัฐบาล ว่า ภท.มองไว้แล้วว่านโยบายไหนควรทำก่อน ทำหลัง โยบายที่ต้องทำทันทีคือ พักหนี้ 3 ปี หยุดต้นปลอดดอกเบี้ย เพราะช่วงสถานการณ์โควิด-19 มีการกู้หนี้ ยืมสิน ต้องไปช่วยให้เขาลืมตาอ้าปาก การเดินหน้านโยบาย รัฐต้องออกพันธบัตร ตั้งกองทุน แล้วไปเจรจากับ เจ้าหนี้ จัดการหนี้สิน และดูแลเรื่องดอกเบี้ย

อีกหนึ่งนโยบายที่ต้องเร่งทำอีกคือ การ ให้กู้ฉุกเฉิน 5 หมื่นบาท ไม่ต้องมีคน ค้ำประกัน และนโยบายกองทุนประกันชีวิต 60 ปีขึ้นไป เมื่อเสียชีวิต ครอบครัวจะได้เงินจากกรมธรรม์ที่รัฐทำให้ จำนวนเงินทั้งสิ้น 1 แสนบาท ผู้สูงวัยยังสามารถกู้เงินตรงนี้มาดูแลตัวเองได้ 2 หมื่นบาท นโยบายพวกนี้ ได้เห็นความคืบหน้าใน 6 เดือนแน่นอน แต่ถ้าเป็นนายกฯ จะเร็วกว่านั้น

ลุยภูเก็ต-เปลี่ยนด้ามขวานเป็นทอง
จากนั้นเดินทางไป จ.สงขลา ที่ยิมเนเซียม บริเวณสะพานหิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ร่วมด้วยแกนนำพรรค นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรค นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรค นางนาที รัชกิจประการ เหรัญญิกพรรค และน.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ ลงช่วยผู้สมัครหาเสียง

นายอนุทินกล่าวว่า เลือกตั้งปี 62 ไม่มีใครคิดว่า ภท.จะมีส.ส.ใต้ได้กว่า 10 ที่นั่ง แต่ มันก็เกิดขึ้น ภท.พัฒนาถนนหนทาง ขยายบริการด้านสาธารณสุข ล่าสุดประสบความสำเร็จผลักดันสะพานเชื่อมพัทลุง-สงขลา และสะพานข้ามเกาะลันตา จ.กระบี่ อนาคตจะ เดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ เชื่อมต่ออ่าวไทยกับทะเลอันดามัน ผ่านชุมพร-ระนอง ภูเก็ต และจะเพิ่มโอกาสด้านการท่องเที่ยวด้วยการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ Medical Hub รอบที่แล้วเรา ปักธงที่ใต้ได้หลายจังหวัด มารอบนี้ขอตอกเสาเข็มเพิ่มที่ภูเก็ตจะได้ไหม พี่น้องมาต้อนรับเราขนาดนี้คิดว่าเราทำได้ หากต้องการเห็นการพัฒนาเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรุณาไว้วางใจ ให้เราได้ทำงานต่อ เราจะเปลี่ยนด้ามขวานไทยให้เป็นด้ามขวานทอง

ตู่ลุยอุดรฯ-ปราศรัย3เวทีรวด
เวลา 07.00 น. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แคนดิเดตนายกฯ และประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พร้อม นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.สำนักนายกฯ รองหัวหน้าพรรค นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนัก นายกฯ รองหัวหน้าพรรค ลาราชการ พร้อมสวมเสื้อยืดสีน้ำเงินมีโลโก้ของ รทสช. ด้านหลังมีหมายเลข 22

ร่วมด้วยนายชัชวาลล์ คงอุดม รองหัวหน้าพรรค นางพิชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ รองเลขาธิการพรรค นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และผู้บริหารพรรค รทสช. เดินทางไป จ.อุดรธานี เพื่อลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครหาเสียง

โดยมีกำหนดขึ้นเวทีปราศรัย 3 เวที ที่ อ.กุดจับ อ.หนองหาน และ อ.เมือง พร้อมพบปะประชาชนและผู้สนับสนุน เป็นที่น่าสังเกตว่าการลงพื้นที่ต่างจังหวัดของพล.อ. ประยุทธ์และ รทสช. ช่วงก่อนโค้งสุดท้าย ไม่ยอมเปิดเผยล่วงหน้า

ทันทีที่เดินทางถึงสนามบิน จ.อุดรธานี มีผู้บริหารพรรค อาทิ นายวิทยา แก้วภราดัย, นายเสกสกล อัตถาวงศ์ รองหัวหน้าพรรค และผู้สมัคร ส.ส.ภาคอีสาน รอต้อนรับ

เว้าอีสานคิดฮอดหลายๆ เด้อ
เวลา 10.50 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางถึงวัดอัมพวันวิทยาราม ต.เมืองเพีย อ.กุดจับ โดยมีกลุ่มมวลชนและแฟนคลับขอถ่ายรูป ตะโกนให้กำลังใจ “ลุงตู่อยู่ต่อ” “ลูงตู่สู้ๆ” จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ไปสักการะหลวงปู่แก้ว เพื่อความเป็นสิริมงคล และกราบนมัสการ เจ้าอาวาสวัดอัมพวันวิทยาราม เจ้าอาวาส ผูกสายสิญจน์และมอบองค์จำลองหลวงปู่แก้ว ระหว่างนั้นชาวบ้านตะโกน “ใครได้หลวงปู่แก้วไปบูชา จะได้เป็นนายกฯ แน่นอน”

ช่วงหนึ่งมีประชาชนสอบถามว่าทำไม ดูไม่แก่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “เป็นเพราะ มีกำลังใจจากพวกเราทุกคน ซึ่งจะดูแลและ แก้ปัญหาไปเรื่อยๆ รวมทั้งเรื่องการเพิ่มรายได้ ขอให้ช่วยลุงหน่อยนะ ดีใจที่ได้มาจ.อุดรฯ และมีประชาชนมาต้อนรับ รู้สึกมีกำลังใจ”

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์มาที่หอประชุม อ.กุดจับ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถนน ปราศรัยช่วย ผู้สมัครส.ส.อุดรฯ มีประชาชนเข้าร่วมฟังปราศรัยจำนวนมาก พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “สบายดีบ่ คิดฮอดหลายๆ เด้อ ขอถือโอกาสเล่าความในใจ อยากกลับมาบ้านเกิดเพราะบ้านเกิดอยู่โคราช แม่เป็นคนชัยภูมิ ฉะนั้นผมเป็นคนอีสาน แล้วทำไมจะไม่คิดถึงชาวอีสาน”

ซาบซึ้งและเห็นถึงน้ำใจไมตรีของทุกคนและต้องขอขอบคุณ ที่ผ่านมาได้ทำงานมาแล้วหลายอย่าง ทำแล้ว ทำอยู่และก็จะทำต่อหากมีโอกาส หลายอย่างได้ทำไปแล้ว มีหลายอย่างที่ต้องทำต่อ เป็นเหตุผลที่ต้องทำงานต่ออีก 2 ปี

กัปตัน‘ตู่’ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกฯ พรรครวมไทยสร้างชาติ ขึ้นเวทีปราศรัยที่อ.กุดจับ จ.อุดรธานี เปรียบตัวเองเป็นกัปตันแก่มีประสบการณ์ขับเครื่องบินประเทศไทย พร้อมนำพาประชาชนให้ปลอดภัย เมื่อวันที่ 24 เม.ย.

โวกัปตันแก่แต่มีประสบการณ์
รทสช.เป็นพรรคตั้งใหม่ ต้องทำทุกอย่างเพื่อลูกหลาน จะทำให้ทุกคนได้รับถึงโอกาสอย่างเท่าเทียม เหมือนกับการเลี้ยงลูกต้องเลี้ยงอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ใช่แจกเงินอย่างเดียว แต่หาเงินไม่เป็น แล้วจะเอาเงินที่ไหนมา

“วันนี้ถ้าเปรียบประเทศไทยเหมือนเครื่องบินลักษณะกลางเก่ากลางใหม่ที่ปลอดภัย นักบินมี 2 คน คนหนึ่งเป็นกัปตัน อีกคนเป็นผู้ช่วยนักบิน ดังนั้นคนเป็นกัปตันต้องเก่งกว่า และกัปตันก็มีแต่คนแก่ๆ เหมือนผม จึงขอถามชาวกุดจับว่าอยากขึ้นเครื่องบินที่มีกัปตันมากประสบการณ์ หรือจะเอาวัยรุ่นมาขับเครื่องบิน ขอให้มั่นใจว่าอย่างไรก็ถึงที่หมาย เพราะกัปตันอย่างผมมีประสบการณ์ รู้ปัญหาทุกอย่าง ถ้าแก้ได้แก้ไขไปหมดแล้ว

วันนี้อายุ 70 ปีแล้ว ถ้าเป็นนักบินก็แก่แล้วแต่ยังมีสมรรถภาพ เป็นนักบินมีประสบการณ์ เวลาเกิดอากาศวิกฤตนักบินที่มีประสบการณ์จะช่วยนำพาเครื่องบินให้ปลอดภัยได้ ถ้าเป็นเด็กอาจตกใจ แต่ผมมีประสบการณ์ขับเครื่องบินลำนี้ได้ ช่วงหาเสียงมีการเสนอว่าจะให้มากมาย ขอให้พิจารณาด้วยว่าหากเป็นรัฐบาลแล้วจะให้ได้อย่างนั้นหรือไม่ หากทำไม่ได้ประชาชนจะว่าอย่างไร เพราะเขาไม่พูดถึง วิธีการหาเงิน พูดแต่เรื่องการให้เงินเพียงอย่างเดียว” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

รับปากดูแลค่าไฟฟ้า
ทั้งนี้ ชาวบ้านตะโกนถาม ขอให้รับปากสัญญาว่าจะสร้างถนน อุดรฯ-สุวรรณคูหา ให้เป็น 4 เลน หากได้เป็นรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า จะรับไปดูให้ว่าอยู่ในแผนหรือไม่ ส่วนเรื่องค่าไฟฟ้าแพงที่ชาวกุดจับสอบถาม ต้องกลับไปดูที่ต้นทุน ต้องหาพลังงานทดแทน สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าไม่ถึง 300 หน่วย รัฐบาลดูแลอยู่ใช้เงินดูแลกว่า 200,000 ล้านบาท ซึ่งรับไว้จะไปแก้ไขปัญหานี้โดยเร็วที่สุด ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับ กกต.เพราะต้องใช้งบกลางเข้ามาดูแล

ส่วนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สัญญาไว้แล้วว่าจะเพิ่มให้ แต่คนที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์จะมีการพิจารณาทบทวน รอบนี้มีผู้ได้สิทธิ์ 14 ล้านคน โครงการคนละครึ่งอีก 25 ล้านคน รัฐบาลไม่ได้ดูแลเฉพาะคนแค่อำเภอกุดจับแต่ต้องดูแลคนทั้งประเทศ หากดูเฉพาะอำเภอเดียวจะพาขึ้นยานอวกาศไปเที่ยวให้หมดเลย

อาสาเป็นนักบินเบอร์ 1 อีกรอบ
เวลา 13.40 น. พล.อ.ประยุทธ์ ถึงสวนสาธารณะสวนไผ่ ต.หนองเม็ด อ.หนองหาน ขึ้นเวทีปราศรัยเวทีที่ 2 กล่าวว่า ตัวจริงเสียงจริงมาเอง สบายดีบ่ คิดฮอดหลายเด้อ ลูกอีสานแท้ๆ วันนี้มายืนยันความเป็นลูกอีสานชัดเจนแน่นอน วันนี้พวกเราจะเข้ามาขับ เครื่องบินของลุงต่อ เปรียบเทียบลุงเหมือนนักบินที่มีความเชี่ยวชาญการบินมา 8 ปี เลือกนายกฯ คนเดียวไม่ได้ต้องเลือกส.ส.ด้วย อย่าลืมเบอร์ 22 เดี๋ยวจะไม่มีนายกฯ

เวลาพูดมันเครียดว่าจะทำได้หรือไม่ เหมือนนักบินที่สะสมชั่วโมงบิน ถึงเจออากาศแปรปรวนก็ยังฟันฝ่ามาได้ วันนี้เราต้องผลิตนักบินใหม่ คนรุ่นใหม่ที่รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพราะนักบินคนนี้ก็แก่แล้ว ต่อไปเครื่องบินก็เปลี่ยนใหม่พอดี เปลี่ยนทั้งนักบิน เปลี่ยนทั้งเครื่องบิน แต่ยังไงก็ต้องมีนักบินมือหนึ่ง มีแต่นักบินเบอร์สองถ้าเจอพายุก็แกว่งไกว “ผมสมัครใจเป็นนักบินเบอร์หนึ่ง ให้อีกรอบหนึ่งในครั้งนี้ ผมรักใครรักจริงเพราะเป็นคนอีสาน ผมเป็นคนรักแรง เพราะเป็นคนอีสาน อย่าทิ้งกันนะ อีสานอย่าทิ้งฉันนะ”

อ้อนอย่าทิ้งลูกข้าวนึ่งคนนี้
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงเรื่องปัญหาค่าไฟแพงอีกครั้งว่า กำลังทำอยู่ กำลังพยายามแก้และวันนี้ก็เป็นรัฐบาลรักษาการ แต่จะพยายามลดทั้งค่าน้ำและค่าไฟให้ได้ ทั้งนี้ต้องสร้าง เม็ดเงินมากพอสมควร แต่ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ใครคนใดทั้งสิ้น

“ขอให้ไว้ใจ ขอให้เชื่อมั่นลุงตู่คนเดิม อย่าลืมลูกข้าวนึ่งคนนี้ด้วย หน้าตาก็พอดูได้ นี่คือหน้าตาคนอีสานที่เป็นผู้นำรัฐบาลตอนนี้ บัตรประชารัฐเขาไม่เรียกบัตรคนจน เขาเรียกบัตรลุงตู่ เราจะดูแลและจะพัฒนาให้ ทำอย่างไรเพื่อนำไปกู้เงินด่วนฉุกเฉิน 10,000 บาท ผมไม่ใช่คนเก่งกาจสามารถอะไร แต่ ก็ประคองเครื่องบินลำนี้มาได้หลายปีแล้ว ไม่ให้มันตก เข้าคูหากาบัตร 2 ใบ หน้าแบบนี้จำหน้าให้ดี อยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ได้อยู่พรรคอื่น” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ปลุกใจ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรค และแคนดิเดตนายกฯ พรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ปราศรัยช่วยผู้สมัครส.ส.เป็นจุดที่ 3 โดยเปิดเพลง ‘รักกันไว้เถิด’ และร้องคลอไปด้วย ที่โรงแรมสยามแกรนด์ จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 24 เม.ย.

เครื่องเก่านักบินแก่เอาตัวรอดได้
เวลา 16.00 น. ที่ห้องสยามมนตรา โรงแรมสยามแกรนด์ อ.เมือง พล.อ.ประยุทธ์ มาจุดที่ 3 ทันทีที่มาถึงมีการเปิดเพลง “รักกันไว้เถิด” โดย พล.อ.ประยุทธ์ ร้องคลอไปด้วย และขึ้นเวทีปราศรัย เน้นย้ำเป็นลูกข้าวเหนียว และย้ำถึงนโยบายของพรรค พร้อมระบุ การมีทหาร มีอาวุธไม่ใช่เพื่อไปรบ แต่มีเพื่อจะได้ไม่ต้องไปรบกับใคร ทหารต้องเข้มแข็ง ตนต้องการใช้อำนาจเพื่อหยุดสงคราม ไม่ให้มีการสู้รบ ถ้าปะทะกันมีอาวุธสู้กันเดี๋ยวก็เลิกแล้วก็เจรจา แต่ถ้าเราสู้เขาไม่ได้วันหน้าแล้วก็เสียไป ต้องหยุดให้ได้เร็วที่สุดจึงจำเป็นที่ต้องมีอาวุธ เพื่อป้องกัน

และย้ำเรื่องนักบินว่า นักบินที่มีความชำนาญกับมีอายุหน่อย อันไหนดีกว่ากัน ตนอาสาเป็นนักบินแก่คนนั้นเอง เครื่องบินเก่านักบินแก่แต่ยังเอาตัวรอดได้ ไม่อยากพาเรือลำนี้เครื่องบินลำนี้ไปโหม่งโลกที่ไหน เราต้องช่วยกัน

ดอกไม้ให้คุณ – นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ นำทีมผู้สมัครส.ส.ชลบุรี เขต 6 ของพรรค หาเสียงที่แหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ประกาศพร้อมทำงานรับใช้ประชาชน เมื่อวันที่ 24 เม.ย.

ปล่อยคลิปโวทำรายได้ 4 ล้านล.
ทั้งนี้ รทสช. ปล่อยคลิป “รถบรรทุก” แจงนโยบายเศรษฐกิจที่แตกต่างชัดเจนจากพรรคอื่นๆ คือ สร้างรายได้เข้าประเทศ 4,000,000 ล้านบาท พรรคอื่นหาเสียงจะให้เงิน เพิ่มสวัสดิการ ลดหนี้ ลดค่าใช้จ่าย แต่ไม่มีพรรคไหนบอกว่าจะหาเงินมาจากไหน หาอย่างไร ถ้าจะมีก็ใช้วิธีตัดงบประมาณของหน่วยงาน โครงการอื่นๆ หรือใช้เงินภาษีแบบ “อัฐยายซื้อขนมยาย” ใช้เงินประชาชนมาหาเสียงกับประชาชน

การยกระดับคุณภาพชีวิตสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน ต้องหาแหล่งรายได้จากต่างประเทศ ทั้งการดึงดูดการลงทุนโดยตรงในอุตสาหกรรมเดิมที่มีความสำคัญ อุตสาหกรรมใหม่ การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ การเปิดสัมพันธ์กับประเทศที่มีกำลังซื้อขนาดใหญ่อย่างซาอุฯ โดยมีเป้าหมายหารายได้เข้าประเทศ 4,000,000 ล้านบาท ในช่วง 2-3 ปีต่อจากนี้ เป้าหมายนี้ไม่ใช่การขายฝัน เป็นนโยบายที่จับต้องได้และเป็นจริงแล้ว เพราะ พล.อ.ประยุทธ์และทีมเศรษฐกิจรทสช. ทำแล้ว ทำอยู่ มีผลงานจริง

ทั้งนี้ คลิปรถบรรทุก เป็นเรื่องต่อเนื่องจากคลิป “มือยาว” ที่เผยแพร่ไปแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องการสร้างความพร้อม หรือ เขี้ยวเล็บของเศรษฐกิจไทย ในการสร้างรายได้จากต่างประเทศ

เศรษฐาหอบคณะล่องใต้ 4 จว.
ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย กล่าวว่า พท.จะเดินหน้าเปิดเวทีปราศรัยในภาคใต้ 4 จังหวัด ตั้งแต่วันที่ 25-27 เม.ย. พร้อมทั้งพบปะพี่น้องประชาชนในตลาด พื้นที่ชุมชน รวมถึงเปิดพื้นที่ให้ประชาชนกลุ่มต่างๆ แสดงความคิดเห็น การลงพื้นที่นำโดย นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ และประธาน ที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นาย จาตุรนต์ ฉายแสง นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ส่วนน.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ ร่วมปราศรัย ผ่านระบบออนไลน์

เริ่มต้นที่จ.ภูเก็ต วันที่ 25 เม.ย. เวลา 16.30 น. ที่อาคารยิมเนเซียมสะพานหิน อ.เมือง ต่อมาเป็นจ.พังงา ที่หน้าที่ว่าการ อ.เมืองพังงาหลังเก่า เวลา 18.00 น.

ปราศรัยใหญ่สงขลา-เมืองคอน
ในวันที่ 26 เม.ย. พบปะผู้ประกอบการประมงและผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ อ.เมืองช่วงบ่ายพบปะกับพี่น้องสวนยางพารา ที่ อ.บางกล่ำ จ.สงขลา เวลา 14.00 น. และ 18.00 น. เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่โรงเรียนเทคโนโลยีหาดใหญ่ จ.สงขลา

และวันที่ 27 เม.ย.ลงพื้นที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เวลา 08.30 น. เพื่อพบปะพี่น้องประชาชน ที่ตลาดสดเทศบาลทุ่งสง เวลา 11.00 น.สักการะพ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ ที่วัดธาตุน้อย อ.ช้างกลาง จ.นครศรีฯ พร้อมพบปะประชาชนที่คลองจันทร์ดี อ.ช้างกลาง สักการะพระบรมธาตุเจดีย์ ที่วัดมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เวลา 15.30 น. เปิดวงเสวนากับผู้ประกอบการ รุ่นใหม่ และเปิดเวทีปราศรัยใหญ่เวลา 18.00 น. ที่สนามหน้าเมือง

เรามั่นใจว่าด้วยแนวนโยบาย ผลงานในอดีต ความมุ่งมั่น และจุดยืนที่ชัดเจนของพรรค แกนนำเชื่อมั่นว่าจะเห็นพท.ปักธงในพื้นที่ภาคใต้มากกว่า 1 จุด

เต้นแจงไม่จับมือพรรค 2 ลุง
นายณัฐวุฒิกล่าวกรณีที่นายเศรษฐาประกาศไม่จับมือ พปชร. และ รทสช. เป็นความคิดเห็นในนามส่วนตัวหรือในนามพรรคว่า นายเศรษฐาพูดในนามแคนดิเดตนายกฯ คนหนึ่ง ก็คิดว่าเป็นท่าทีของพรรคที่ประกาศต่อประชาชน เมื่อ 23 เม.ย. น.ส.แพทองธารก็ให้สัมภาษณ์พร้อมนายเศรษฐา ก็ไม่ได้มี คำตอบที่แตกต่างหรือขัดแย้ง ตั้งแต่นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้า พท. และแกนนำพูดบนเวทีก็ไม่ได้มีคำพูดที่แตกต่าง ยืนยันมาตลอดว่าเป้าหมายคือแลนด์สไลด์

เมื่อถามว่าการที่ประกาศชัดเจนไม่จับมือกับทั้ง 2 พรรค เพราะกลัวคะแนนพรรคก้าวไกล (ก.ก.) จะเพิ่มขึ้น นายณัฐวุฒิกล่าวว่า เรา ไม่ได้กังวลเรื่องนั้น ไม่ได้รู้สึกว่าพรรควมฝ่ายค้านด้วยกันหรือร่วมประชาธิปไตย จะเป็น คู่แข่งที่น่ากลัว การที่คะแนนนิยมพรรคฝ่ายประชาธิปไตยเพิ่มขึ้นทำให้คะแนนนิยมของฝ่ายสืบทอดอำนาจลดลง เป็นสัญญาณบวก

ภูมิธรรมแซะก้าวไกลแค่หาเสียง
เมื่อถามถึงกรณีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้า พท. ทวีตลักษณะแซะ ก.ก.เรื่องนโยบายหลายอย่างที่พูด พท.เคยทำมาแล้ว รวมถึงข้อความเก่งแต่ในโซเชี่ยล นายณัฐวุฒิกล่าวว่า เป็นข้อเท็จจริงในเรื่องนโยบาย ไม่ว่าจะเป็นการเกณฑ์ทหารโดยความสมัครใจ สุราเสรีไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับพท.

ในสนามการเลือกตั้งทุกพรรคแข่งกันเต็มที่เต็มกำลังแบบนี้ถูกต้องแล้ว และแต่ละพรรคมีสิทธิ์ที่จะเสนอแนวทางและยุทธศาสตร์ ของตนเองก็ถือว่าไม่ผิด เราเห็นพรรคฝ่ายประชาธิปไตยทุกพรรคเป็นมิตร ไม่ได้คิด เป็นอื่น ตนเคยพูดว่าหากเราตาสว่างก็อย่าให้หน้ามืด เพราะหน้ามืดบางทีก็ไม่เห็นเลยว่าใครเป็นเพื่อน ใครเป็นศัตรู ใครเป็นคู่ต่อสู้

พท.ฝั่งธนฯ – พรรคเพื่อไทยจัดเวทีปราศรัยใหญ่ นำโดยนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ หาเสียงช่วยผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตฝั่งธนบุรี มีประชาชนมาร่วมรับฟังเต็มพื้นที่ ใต้สะพานพระราม 8 บางพลัด เมื่อวันที่ 24 เม.ย.

ลั่นครม.นัดแรกลดค่าไฟทันที
เวลา 17.00 น. ที่ใต้สะพานพระราม 8 เขตบางพลัด พท. จัดเวทีปราศรัยใหญ่ นำโดย นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯและประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ที่ปรึกษากรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรค นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพฯ โดยมีประชาชนร่วมรับฟังคำปราศรัยจำนวนมาก

นายเศรษฐา ปราศรัยว่า เรื่องค่าไฟ ค่าพลังงานเป็นปัญหาใหญ่ของประชาชน พรรคร่วมรัฐบาลที่หาเสียงมาสัญญาจะลดค่าพลังงานอย่างไร ขอให้อย่าเออออ เพราะเขาเป็นพรรคร่วมรัฐบาลอยู่ในปัจจุบัน ทำได้ ทำไมไม่ทำไปเลย ทำไมต้องรอการเลือกตั้ง ถ้าทำได้ทำไปนานแล้ว สำหรับ พท.ถ้าได้เป็นรัฐบาล การประชุม ครม.ครั้งแรกค่าไฟลดแน่นอน ขอให้เชื่อมั่น พท.คิดใหญ่ ทำเป็น

รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย
ในส่วนการเดินทางที่ลำบากต้องต่อหลายต่อ ยื่นบัตรหลายใบ จ่ายเงินแล้วจ่ายเงินอีก ถ้าเราได้รับความไว้วางใจรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ถ้าต่อรถเมล์ด้วยก็อีก 10 บาท 30 บาทจบเลยขอให้ไว้ใจ พท.

ค่าแรงจะปรับขึ้น 400 บาทปีแรกที่เราได้เป็นรัฐบาล ครอบครัวไหนมีรายได้ไม่ถึง 20,000 บาทต่อเดือนเราจะเติมเต็ม และเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทต่อคน ไม่ต้องกลัวรัฐบาลจะไม่มีเงิน อย่าไปเชื่อคนที่บอกจะทำไม่ได้ ยืนยันทำได้แน่นอน นโยบายเหล่านี้ จะเกิดขึ้นไม่ได้หาก ส.ส.กทม.ไม่ได้รับความไว้วางใจ ขอให้เลือกทั้งคนทั้งเขตของพรรคพท.เข้าสู่สภา

ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ที่ปรึกษากรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พท. ปราศรัยว่า ตนจะไม่พูดก็ไม่ได้ เพราะ ที่อุดรฯ มีคนโทร.มาฟ้องว่าคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าทสท. ไปบอกชาวบ้านว่าเป็นพรรคพี่พรรคน้อง ไม่ใช่ เมื่อก่อนเคย อยู่ด้วยกันแต่ตอนนี้เธอไปแล้ว มาบอกว่าเลือกพท.แต่หัวใจไทยสร้างไทย มันจะเหมือนได้อย่างไร

‘มาร์คพิตบูล’ร้อง-ถูกตม.กักตัว
เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ที่สน.ดุสิต นายณัชพล สุพัฒนะ หรือ มาร์ค พิตบูล ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.พงศพัศ บัวรุ่ง รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ดุสิต เพื่อยื่นหนังสือขอให้มีการตรวจสอบกรณีเดินทางเข้า-ออกต่างประเทศ ของตน ไม่ผ่าน ตม. โดยมีการอ้างว่าได้รับแจ้งว่ามีหมายจับจาก สน.ดุสิต อยู่ในระบบ

นายณัชพลกล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 เม.ย. ตนได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นกับครอบครัว แต่ถูกกักตัวที่สนามบินสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอ้างว่ามีหมายจับค้างเก่าในพื้นที่สน.ดุสิต 3 ข้อหา จากการทำกิจกรรมประท้วงในช่วงการจัดประชุมเมื่อหลายปีก่อน จากนั้นตนก็ใช้ชีวิตตามปกติเรื่อยมาและได้ตรวจสอบกับทนายความว่ามีหมายจับใดติดตัวครั้งเก่าอยู่หรือไม่ ทนายความได้ให้ข้อมูลว่าไม่มีหมายจับใดๆ ตกค้างอยู่ จึงเดินทางไป ต่างประเทศ

“เมื่อวันที่ 13 เม.ย. ได้พูดคุยจนสามารถออกจากประเทศได้ ต่อมาเมื่อเดินทางกลับ ก็ไม่สามารถเดินทางกลับเข้าประเทศได้อีก เพราะยังคงมีข้อมูลการถูกออกหมายจับค้างเก่าอยู่ จึงทำให้ตนเองรู้สึกไม่พอใจและได้ให้ทนายความตรวจสอบข้อมูลหมายจับค้างเก่าทั้งหมด ก็พบว่าตนเองไม่ได้มีหมายจับใดๆ ค้างอยู่ จึงเดินทางมาที่สน.ดุสิต หากหมายจับยังมีอายุความอยู่ก็ให้จับกุมตนเองได้เลย แต่หากหมดอายุไปแล้วจะต้องได้คำตอบว่าเหตุใดจึงไม่นำข้อมูลดังกล่าวออกจากระบบจนทำให้บุคคลอื่นได้รับความเสียหาย และจะนำเรื่องร้องเรียนกับสำนักงานป.ป.ช. ให้ช่วยตรวจสอบว่าการกระทำดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นการกลั่นแกล้งหรือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จนทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนหรือไม่” นายณัชพลกล่าว

จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้เชิญนายณัชพลเข้าไปพูดคุยและตรวจสอบข้อมูลต่างๆ พบว่าหมายจับดังกล่าวได้หมดอายุความไปแล้วและไม่สามารถใช้ดำเนินการจับกุมได้ จึงเตรียมพิจารณาข้อมูลและรายละเอียดหมายจับอื่นๆ ว่ามีหมายจับใดค้างเก่าอยู่หรือไม่และดำเนินการแก้ไขข้อมูลต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน