กาฬสินธุ์เศร้า ฟ้าผ่าสตูลดับ2 4ภาคฝนเทอีก
ย้ำเตือน เหนือ-อีสาน-กลาง-ตะวันออก เสี่ยงภัยพายุฤดูร้อนถึง 26 เม.ย. สลดด.ญ.12 ปีสังเวยพายุ ถูกกำแพงบ้านล้มทับเสียชีวิตคาบ้านที่กาฬสินธุ์ ขณะที่โคราช-ขอนแก่น เร่งสำรวจความเสียหาย ชาวบ้านเผยนาทีระทึก พายุควงเหมือนงวงช้าง ก่อนถล่มบ้านเรือนหลังคาปลิวว่อน เด็กเมืองสตูลถูกฟ้าผ่าตายคาต้นไม้สนามบิน หลังชวนกันไปเล่นว่าว เกิดฝนตกหนัก คาดวิ่งไปหลบฝนใต้ต้นไม้จนถูกฟ้าผ่าดับอนาถ ชาวดอกคำใต้ พะเยา โอดพายุถล่มหนักสุดในรอบ 30 ปี ชาวเชียงใหม่เฮ พายุหอบฝุ่นพ้นเมือง มองเห็นดอยสุเทพแล้วในรอบหลายเดือน
กำชับชาวนา-ประมงภัยพายุ
เมื่อวันที่ 24 เม.ย. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากการที่ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเรื่อง พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน เป็นฉบับที่ 4 ลงวันที่ 23 เม.ย. แจ้งเตือนถึงสภาพอากาศที่จะทำให้เกิดพายุฤดูร้อนในหลายจังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออกของไทยระหว่างวันที่ 23-26 เม.ย.2566 ซึ่งปรากฏว่าในวันที่ 23 เม.ย. ได้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกในหลายจังหวัด จึงขอให้ประชาชนระวังอันตราย โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ไม่ควรสวมใส่โลหะและ หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์มือถือขณะเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง สำหรับเกษตรกรให้เตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร รวมถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับสัตว์เลี้ยงได้
ส่วนพื้นที่ภาคใต้ แม้กรมอุตุนิยมวิทยาไม่ได้ระบุให้เป็นพื้นที่เฝ้าระวังพายุฤดูร้อน แต่อิทธิพลของลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และทะเลอันดามัน ซึ่งจะทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น โดยบริเวณอ่าวไทยทะเลมีคลื่นสูง 1 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร จึงขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
ทั้งนี้ ประชาชนติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศได้ที่ เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทรศัพท์สอบถาม ที่โทร.0-2399-4012-13 และ 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือติดตามการแจ้งเตือนภัยพิบัติต่างๆ ผ่านแอพพลิเคชั่น “THAI DISASTER ALERT” หรือแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” ไลน์@1784DDPM หรือโทร.แจ้งสายด่วน 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
ฝุ่นลด-เห็นดอยสุเทพแล้ว
ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่ต่างๆ หลังเกิดพายุฤดูร้อนเมื่อวันที่ 23 เม.ย. ที่จ.เชียงใหม่ วันเดียวกัน ท้องฟ้าแจ่มใส หายใจได้เต็มปอด หลังจากเกิดพายุฤดูร้อนขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ ชาวเชียงใหม่ต่างดีใจเพราะได้เห็นดอยสุเทพ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหารได้ชัดเจน แสดงถึงคุณภาพอากาศดีมาก หลังจมฝุ่นนานเกือบ 3 เดือน ค่าฝุ่น PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานจาก 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนมานาน
ด้านจุดความร้อน (Hotspot) จากไฟป่า จากการรายงานศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จ.เชียงใหม่ พบจุดความร้อน ประจำวันที่ 24 เม.ย. รอบเช้าจำนวน 10 จุด พบในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ อ.แม่ออน 4 จุด, อ.ไชยปราการ 1 จุด และ อ.แม่แจ่ม 1 จุด และพื้นที่ป่าอนุรักษ์ อ.ฝาง 3 จุด และอ.พร้าว 1 จุด หากรวมจุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2566 ถึงปัจจุบัน พบทั้งหมดจำนวน 12,209 จุด
ขณะที่การตรวจวัดคุณภาพของกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เว็บไซต์ http://air4thai.com ช่วงเวลา 08.00 น. วันเดียวกัน มีจำนวน 6 จุด ค่าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ต่ำกว่าค่ามาตรฐานทั้งหมด มีค่า 33-48 มคก./ลบ.ม. เป็นสีเหลือง คุณภาพปานกลาง และสีเขียวคุณภาพดี จุดมากที่สุดเป็นพื้นที่ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว วัดได้ 48 มคก. ส่วนพื้นที่บนดอยสุเทพ ต.สุเทพ อ.เมือง เชียงใหม่ มีค่าพีเอ็ม 2.5 อยู่ที่ 33 มคก. เป็นสีเขียว
พะเยาชี้หนักสุดรอบ 30 ปี
ที่จ.พะเยา ต.ดงสุวรรณ อ.ดอกคำใต้ บ้านเรือนประชาชนถูกพายุพัด สังกะสีและกระเบื้องมุงหลังคา หลุดหายไปกับสายลม มีทั้งบ้านเรือนและฟาร์มวัวกระเบื้องและสังกะสีปลิวว่อนกระจัดกระจายไปทั่วและติดค้างตามต้นไม้ ส่วนที่บ้านสักลอ อ.จุน พายุได้พัดเอาหลังคาโรงจอดรถ รพ.สต.บ้านสักลอ หายไปทั้งแถบ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา เทศบาลตำบล องค์การบริหารส่วนตำบล ได้เข้าตรวจสอบและช่วยเหลือ ซึ่งชาวบ้านต่างระบุว่า เป็นพายุฤดูร้อนลูกใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปี
นายรังสรรค์ ชะนาเนตร รองนายกอบต. ดงสุวรรณ กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงค่ำเมื่อคืนที่ผ่านมาได้เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มในเขตพื้นที่ สร้างความเสียหายไปหลายหมู่บ้าน มีหมู่บ้านที่ 1-2-6-7 กว่า 60 หลังคาเรือนเสียหาย ซึ่งทาง อบต.ดงสุวรรณ ได้ลงพื้นที่สำรวจความ เสียหายและให้การช่วยเหลือต่อไป
ที่ จ.ลำปาง อ.เมือง แม่ทะ เสริมงาม และสบปราบ มีทั้งลมแรง ฝนตกและลูกเห็บตก ทำให้มีบ้านเรือนกระเบื้องมุงหลังคาพัดปลิวแตกเสียหายและกระแสไฟฟ้าดับ
นายย้าย ฮาวคำฟู นายกเทศมนตรี ต.ปงยางคก อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง เปิดเผยว่า เวลา 19.40 น. วันที่ 23 เม.ย. มีพายุลมแรงและฝนตก ในเขตพื้นที่ ต.ปงยางคก เบื้องต้นได้รับแจ้งซุ้มประตูบ้านปงเหนือ หมู่ 8 ได้ล้มลง และได้รับแจ้งจากประชาชนบ้านปงใต้ หมู่ 7 มีต้นไม้ล้มพาดสายไฟ ทับบ้านชาวบ้าน บ้านข่วงแม่ตาลต้นไม้ล้มขวางถนน ได้ประสานทางไฟฟ้ามาตัดกระแสไฟฟ้า รวมทั้งบ้านนางแล ต.ปงยางคก มีกระเบื้องมุงหลังคาบ้านเรือนชาวบ้านถูกลมพัดปลิวเสียหาย รวมแล้วกว่า 30 หลัง จึงได้เข้าช่วยเหลือเบื้องต้นและนำกระเบื้องมาแจกจ่ายโดยมีจิตอาสาชาวบ้านช่วยซ่อมแซมมุงหลังคาบ้านที่ ชาวบ้านได้รับผลกระทบเบื้องต้นแล้ว
ส่วนที่อ.สบปราบ นายโชคชัย ใจอ้าย ผญบ.บ้านไร่ ต.นายาง ร่วมกับ อบต.นายาง อ.สบปราบ ลงพื้นที่สำรวจ เบื้องต้นมีบ้านเรือนเสียหายกว่า 10 หลังคาเรือน ขณะที่ ต.บ้านดง ทราบว่าบ้านเรือนได้รับความ เสียหายกว่า 50 หลังคาเรือน และชาวบ้านได้รับผลกระทบได้รายงานให้ทาง อ.สบปราบ ทราบและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว
ที่จ.พิษณุโลก นางพีรกานต์ ทองเชื้อ นายกอบต.วังพิกุล อ.วังทอง พร้อมเจ้าหน้าที่กองช่าง เร่งสำรวจความเสียหายและช่วยเหลือบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหาย 25 หลังคาเรือน ในพื้นที่หมู่ 4 โดยส่วนใหญ่หลังคาบ้านถูกพายุซัดปลิวหายไป และต้นไม้ ผลไม้หักโค่นเสียหาย
ขณะที่พื้นที่หมู่ 3 ต.บ้านมุง อ.เนินมะปราง และต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก มีบ้านเรือนได้รับความเสียหายกว่า 30 หลังคาเรือน เจ้าหน้าที่เร่งเข้าสำรวจและช่วยเหลือ
ลานกระบือบ้านพัง 121 หลัง
ด้านนายสมเกียรติ ชื่นอยู่ นายอำเภอลานกระบือ จ.กำแพงเพชร พร้อมด้วย น.ส.ฐานภัทร อินเลี้ยง นายกอบต.จันทิมา และกำนันผู้ใหญ่บ้าน ลานกระบือ ลงพื้นที่สำรวความเสียหายจากภัยพายุถล่ม โดยบ้านส่วนใหญ่ถูกลมพายุพัดหลังคาปลิวหายไป และต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่นจนทำให้บ้านเรือนและสถานที่สำคัญของหมู่บ้านได้รับความเสียหายหลายจุด ทั้งรพ.สต.จันทิมา อบต.จันทิมา และวัดจันทิมาด้วย
เบื้องต้นมีบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ 4 ตำบลได้รับความเสียหาย รวม 121 หลังคาเรือน ได้แก่ ต.จันทิมา 79 หลัง, ต.ลานกระบือ 22 หลัง, ต.หนองหลวง 19 หลัง และต.บึงทับแรต 1 หลัง และตำบลหรวม เสียหายทั้งสิ้น 121 หลังคาเรือน และยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ที่ภาคใต้ พ.อ.รณชัย เวียงวงษ์ ผบ.หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 46 สำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย ได้นำกำลังพลชุดปฏิบัติงานช่าง จำนวน 10 นาย และกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน จำนวน 5 นาย เข้าซ่อมแซมหลังคาบ้านเรือนประชาชนผู้ประสบภัยพายุในพื้นที่หมู่ 9 บ้านเวียงประสาน ต.วัดประดู่ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ทั้ง 16 หลัง โดย ทต.วัดประดู่ ได้สนับสนุนกระเบื้องหลังคา รวมทั้งระดมกำลังชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจ ซึ่งจะเร่งดำเนินการให้เสร็จโดยเร็วที่สุดเพื่อให้ชาวบ้านที่ประสบภัยที่ออกไปอาศัยอยู่บ้านญาติชั่วคราวให้กลับเข้ามาอยู่บ้านได้อีกครั้ง
ฟ้าผ่าสตูล-เด็กดับ 2
ที่จ.สตูล ร.ต.ท.เจษฎา นุ่งอาหลี รองสวป.สภ.เมืองสตูล รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่าพบศพชาย 2 คนนอนเสียชีวิตคว่ำหน้าใต้ต้นไม้ จึงรุดไปยังที่เกิดเหตุ บริเวณสนามบินชั่วคราว หมู่ 6 ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล พบศพชายทราบชื่อ นายฤทธิรัญ แซ่แต้ อายุ 17 ปี ชาวบ้านต.พิมาน และด.ช.ปีร์มังกร แซ่เอียบ อายุ 11 ขวบ ชาวบ้านต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล นอนคว่ำหน้าใต้ต้นเสม็ด สภาพข้อศอกแนบกับหน้าผาก ต่อมาแพทย์เวร ร.พ.สตูล พร้อมด้วยชุดพิสูจน์หลักฐานจ.สตูล ได้มาชันสูตรศพ พบมีบาดแผลถลอกเลือดซึมที่หัวเข่าและมีเลือดออกที่หู ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตของทั้งคู่เกิดจากฟ้าผ่า หลังจากนั้นญาติได้ให้พระมาเชิญดวงวิญญาณของทั้งคู่ไปจากที่เกิดเหตุเพื่อกลับบ้าน
สอบถามนายกฤติรักษ์ แก้วสุวรรณ เพื่อนของผู้ตายเล่าให้ฟังว่า ตนพร้อมผู้ตาย รวม 3 คนได้ขับรถมาที่สนามบินเพื่อมาเล่นว่าวกันตั้งแต่ช่วงเที่ยงวันที่ 23 เม.ย. ต่อมาช่วงบ่าย แม่ตนได้โทรศัพท์ตามให้กลับบ้าน ขณะที่เพื่อนที่เสียชีวิตทั้งคู่ขออยู่เล่นว่าวต่อ จึงขอรถกลับเพียงคนเดียว แต่ปรากฏว่าระหว่างทางเกิดฝนตกหนัก จึงตัดสินใจวนรถกลับมารับเพื่อน แต่ไม่พบ มาทราบตอนเช้าพบทั้งคู่กลายเป็นศพก็รู้สึกตกใจและเสียใจมาก คาดว่าตอนฝนตกหนักทั้งสองคนพากันไปหลบฝนใต้ต้นไม้จึงถูกฟ้าผ่าจน เสียชีวิต และบริเวณต้นไม้ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุนั้นมีร่องรอยฉีกขาดจากการถูกฟ้าผ่าด้วย
ระทึกพายุหมุนแบบงวงช้าง
ที่จ.นครราชสีมา ช่วงบริเวณเขาหินกอง ต.เฉลียง อ.ครบุรี ลมพายุได้พัดต้นไม้ใหญ่หักโค่นทับสายไฟฟ้าแรงสูงที่อยู่ริมถนนทางหลวงชนบท หมายเลข 4040 นม. จนทำให้สายไฟฟ้าดึงเอาเสาไฟที่พาดผ่านหักโค่น ล้มเสียหายจำนวน 22 ต้น เป็นผลทำให้กระแสไฟฟ้าในพื้นที่ ต.เฉลียง และ ต.โคกกระชาย ดับไปนานกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอครบุรี จะเร่งเข้ามาแก้ไขและจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ประชาชนได้ใช้ไปก่อน และหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่จะได้เร่งนำอุปกรณ์และเครื่องมือเข้ามาซ่อมแซมเสาไฟฟ้าที่หักโค่นเพื่อให้กลับเข้าสู่สภาพเดิมโดยเร็วที่สุด
ส่วนที่จ.ขอนแก่น นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.ขอนแก่น นำถุงยังชีพของเหล่ากาชาดจังหวัด มอบให้กับนางทองยิ้ม บรรหาลี อายุ 68 ปี บ้านเลขที่ 119 หมู่ 1 บ้านโต้น ต.บ้านโต้น อ.พระยืน หลังถูกพายุฤดูร้อนพัดบ้านจนทำให้หลังคาบ้านถูกพัดหายไปเกือบทั้งหลัง เช่นเดียวกับบ้านของนายประมินต์ ผาพันธ์ อายุ 62 ปี อยู่หมู่ 8 ต.บ้านโต้น ถูกแรงลมจากพายุฤดูร้อนพัดจนหลังคาหลุดออกเกือบทั้งหลัง ทำให้ไม่สามารถที่จะพักอาศัยได้ นอกจากนี้พายุฤดูร้อนยังได้พัดคอกวัวที่อยู่ข้างบ้านได้รับความเสียหายเช่นกัน
ด้านนางวานิช บุญตา อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 77/1 หมู่ 8 ต.บ้านโต้น อ.พระยืน เผยว่า พายุฤดูร้อนได้พัดถล่มได้รับความเสียหายทั้งหลัง หลังคาชั้น 2 ของบ้านปลิวหลุดหายไปกระจายตกตามพื้น ซึ่งในช่วงเกิดเหตุมีทั้งลมทั้งฝนพัดกระหน่ำเข้ามาที่บ้านลักษณะเหมือนกับพายุงวงช้างหมุนตรงดิ่งผ่านตัวบ้านไป 2 รอบ รอบแรกพัดเอาผนังห้องหลานรวมทั้งหลังคาปลิวหลุดหายไป จากนั้นในรอบที่ 2 พัดเข้าที่ห้องของตนเองจนได้รับความเสียหาย โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ที่ผ่านมาครอบครัวประสบเหตุ น้ำท่วมถึง 2 ปีซ้อนปีแรกระดับน้ำสูงเกือบถึงตัวบ้านปีต่อมาระดับน้ำสูงถึงหน้าอกและมาปีนี้ก็เจอพายุพัดถล่มบ้านได้รับความ เสียหายพังทั้งหลัง แต่ยืนยันว่าจะอาศัยอยู่ต่อไปเพราะไม่รู้จะไปที่ไหนเกิดที่นี่ก็ขอตายที่นี่

ฤทธิ์พายุ – สภาพบ้านพักอาศัยของประชาชนในบ้านโต้น ต.บ้านโต้น อ.พระยืน จ.ขอนแก่น ถูกพายุฤดูร้อนพัดถล่มจนทำให้หลังคาบ้านถูกพัดหายไปเกือบทั้งหลัง ทั้งจังหวัดมีหลายอำเภอได้รับความเสียหายจากวาตภัยครั้งนี้ เมื่อวันที่ 24 เม.ย.
ขอนแก่นพังแล้ว 800 หลัง
นายไกรสร ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า ในส่วนของความช่วยเหลือ ได้ให้กำลัง อส. เข้ามาช่วยซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหายทันที จะได้มีที่พักอาศัยหลบแดดหลบฝน หากกำลังเจ้าหน้าที่ไม่พอจะได้มีการประสานไปยังหน่วยทหารให้มาช่วยเหลือเพิ่มเติม ซึ่งอ.พระยืนมีพื้นที่ 4 ตำบล ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน โดยมีบ้านเรือนเสียหายหนัก 30 หลังคาเรือน ส่วนภาพรวมของจังหวัดนั้นอยู่ระหว่างการสำรวจ
เบื้องต้นมีพื้นที่ได้รับความเสียหายจากภัยพายุทั้งหมด 14 อำเภอ 32 ตำบล 66 หมู่บ้าน โดยแบ่งเป็น เสียหายทั้งหลัง 58 หลัง เสียหายบางส่วน 800 หลัง
ด้านนายสรัญ พรานจันทร์ นายอำเภอพระยืน และนายสุรสิทธิ์ ทุมทา นายกทต.บ้านโต้น นำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจความเสียหายเบื้องต้นพบว่า พื้นที่ อ.พระยืน มีบ้านเรือนได้รับความเสียหายทุกตำบลรวมกว่า 250 หลังคาเรือน เสียหายทั้งหลัง 20 หลังคาเรือน โดยทางทต.บ้านโต้น มีงบฉุกเฉินเข้าไปซ่อมแซมหลังคาและส่วนที่ได้รับความเสียหายจากพายุทันที ซึ่งมีงบเพียงพอที่จะให้การช่วยเหลือ
สลดบ้านพัง 12 ขวบดับ
ด้านจ.กาฬสินธุ์ ที่บ้านเลขที่ 160 บ้านเหล่าสูง หมู่ 4 ต.ห้วยโพธิ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งอยู่ท้ายหมู่บ้านด้านทิศตะวันออก เต็มไปด้วยความโศกเศร้า หลังจากน้องเกรซ หรือด.ญ.ขวัญชนก บุญเทียม อายุ 12 ปี นักเรียนโรงเรียนเหล่าสูง เสียชีวิตอย่างอนาถภายในบ้าน หลังจากเกิดเหตุพายุฤดูร้อนพัดถล่ม เมื่อเวลา 21.30 น. คืนวันที่ 23 เม.ย. ท่ามกลางญาติ คณะครู เพื่อน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่เทศบาลห้วยโพธิ์ และชาวบ้านจำนวนมากที่ทราบข่าว เดินทางมาไว้อาลัยและแสดงความเสียใจกับครอบครัวน้องเกรซ
สอบถามนายสำรวย บุญเทียม อายุ 60 ปู่ของน้องเกรซ กล่าวว่า ช่วงที่เกิดเหตุนั้นเป็นเวลาประมาณ 21.30 น. ขณะที่ตนกับภรรยาและน้องเกรซอยู่ในบ้าน ได้เกิดพายุหมุนเข้ามาภายในบริเวณทุ่งนาและหมู่บ้านอย่างรุนแรง โดยมีทั้งฝนตก ฟ้าร้อง และฟ้าผ่า จึงต่างช่วยกันเก็บข้าวเก็บของภายในบ้าน ขณะที่มีเสียงลมและฟ้าร้องดังอื้ออึง ซึ่งบ้านที่ตนอยู่เป็นบ้านปูนตั้งติดพื้น ชั้นเดียว เพื่อป้องกันพายุพัด จากนั้นได้ยินเสียงฟ้าผ่าขึ้นมาอีกครั้งก่อนไฟดับ ได้ยินเสียงดังฟุบทางห้องนอนของน้องเกรซ จึงฉายไฟส่องหาและวิ่งเข้าไปดู พบผนังบ้านซึ่งก่อด้วยอิฐ สูง 3 เมตร ล้มทับร่างของของน้องเกรซที่นอนอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ที่ใช้เป็นเตียงนอน รู้สึกตกใจ รีบเก็บก้อนอิฐออก และตนเองได้รับบาดเจ็บที่บริเวณนิ้วเท้าและขาขวา ก่อนที่จะพบร่างน้องเกรซนอนแน่นิ่งอยู่ใต้ซากกองอิฐบนแคร่ไม้ไผ่ พอตั้งสติได้จึงโทร.แจ้งกู้ภัย ทต.ห้วยโพธิ์เข้ามาช่วยเหลือ และพบว่าน้องเกรซได้เสียชีวิตแล้ว
รำให้ปู่ดู-ชอบ‘ต่าย-อรทัย’
ด้านนายวินัย บุญเทียม อายุ 35 ปี พ่อน้องเกรซ กล่าวว่า ตนหย่าร้างกับภรรยาซึ่งเป็นแม่ของน้องเกรซ จึงไปทำงานส่งของที่กรุงเทพฯ โดยฝากน้องเกรซให้พ่อกับแม่เลี้ยงตั้งแต่แบเบาะ ลูกสาวชอบทำกิจกรรม เป็นดรัมเมเยอร์เป็นเชียร์ลีดเดอร์โรงเรียน ชอบเต้นรำและร้องเพลงมาก โดยมีต่าย อรทัย เป็นศิลปินในดวงใจ มีความใฝ่ฝันอยากเป็นศิลปินนักร้อง หมอลำ ซึ่งตนก็พร้อมให้การสนับสนุน เมื่อวานนี้ปู่บอกน้องเกรซร่าเริงมาก เปิดวิทยุเต้นรำทั้งวัน
“ก่อนเกิดเหตุสลด เมื่อ 3 วันก่อน ปู่น้องเกรซ ได้คุยโทรศัพท์บอกผมว่า ฝันเห็นคนแก่ 2 คนมาหาที่บ้าน 2 คืนซ้อน พอเกิดเหตุครั้งนี้ จึงเชื่อว่าคนแก่ 2 คนนั้น น่าจะเป็น พ่อแม่ของน้องเกรซแต่ปางก่อน จึงมาเอาน้องเกรซไปอยู่ด้วยในภพภูมิสุคติ”
สำหรับงานฌาปนกิจน้องเกรซ กำหนดขึ้นในวันที่ 26 เม.ย. ที่วัดบ้านเหล่าสูง