เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ที่ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง ถนนเลียบรางรถไฟตลิ่งชัน ศาลนัดศาลไต่สวนพยาน คดีหมายเลขดำ อท.166/2565 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายธนเสฏฐ์ หรือ ไพฑูรย์ แช่มเทศ และนายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและเพื่อจะเอา หรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่นเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ ร่วมกันโดยมีอาวุธข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเอง ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวถูกกักขังหรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายนั้นถึงแก่ความตาย ร่วมกันโดยทุจริตหรือเพื่ออำพรางคดีกระทำการใดๆ แก่ศพ หรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป
ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตและร่วมกันเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตและเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
จากกรณีการเสียชีวิตของนายพอละจี หรือ บิลลี่ รักจงเจริญ แกนนำชุมชนกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี
หลังไต่สวนพยานในช่วงเช้า น.ส.พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ทนายความของนางโพเราะจี รักจงเจริญ มารดาของนายบิลลี่ กล่าวภายหลังการเข้าฟังการไต่สวนพยานโดยในช่วงเช้ามีการนำพยานเข้าไต่สวน 2 ปาก คือ น.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ หรือ มึนอ ภรรยาบิลลี่ และนางโพเราะจี รักจงเจริญ มารดาบิลลี่ ในส่วนช่วงบ่ายไต่สวนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำหน้าที่พนักงานสอบสวนก่อนส่งคดีให้ดีเอสไออีก 1 ปาก รวม 3 ปาก ซึ่งตนเชื่อมั่นในหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่คลี่คลายคดีสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นกรมสอบสวนคดีพิเศษ เเละสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งใช้ระยะหนึ่งในการพิสูจน์ทราบเเละดำเนินคดีข้อหาหนัก ทำให้ครอบครัวยังมีความหวัง ศาลที่จำเลยโดนฟ้องเป็นระบบไต่สวนมีลักษณะการให้ผู้พิพากษามีภาระในการสอบถามพยานด้วยตนเอง ตนในฐานะโจทก์ร่วมหรือกระทั่งอัยการก็มีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อให้ปรากฏในสำนวนมาก่อนหน้านี้เเล้วทั้งเรื่องนิติวิทยาศาสตร์เเละประจักษ์พยาน ซึ่งก็จะมีประเด็นพิพาทในเรื่องการค้นพบกระดูกหรือการพิสูจน์ตัวตน สำหรับคดีนี้จำเลยต้องเดินทางมาศาลทุกนัด
ขณะที่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จำเลยในคดีก็ได้เดินทางมารับฟังการพิจารณาคดีในนัดแรกด้วย แต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด