เศรษฐาปลุกใหญ่ ไม่เอาลุง-พ่วงภท. ‘ตู่’นำทัพรทสช. ลุยเมืองชลวันนี้ ป้อมชูอีสานเจริญ

‘อุ๊งอิ๊ง’ คลอดลูกชาย ‘น้องธาษิณ’ คุณตา ‘โทนี่-ทักษิณ’ สุดปลื้ม ขอกลับไทยมาเลี้ยงหลาน ‘เศรษฐา’ นำทัพเพื่อไทยหาเสียงวันเดียว 5 เวทีสกลนคร-นครพนม ปลุกไม่เอา ‘ลุง’ รวมถึงภูมิใจไทยด้วย ‘เทพเทือก’ โผล่ปลุกหนุนตู่ ด้าน ‘บิ๊กตู่’ รุกหนักยกทัพบุกชลบุรีวันนี้ จากนั้น 3 พ.ค.ลุยสุราษฎร์ธานี ‘เอกนัฏ’ มั่นใจรทสช.ได้ส.ส.ใต้เกินครึ่ง-ปาร์ตี้ลิสต์ทะลุ 3 ล้าน ‘บิ๊กป้อม’ เดินสายร้อยเอ็ด ตอกย้ำนโยบายอีสานประชารัฐ พาอีสานเจริญ ตร.ร่วมกกต.ใช้กำลังกว่า 1.3 พันนาย ปล่อยขบวนรถขนส่งบัตรเลือกตั้ง

‘บิ๊กตู่’รุกหนักนำทัพหาเสียง
เมื่อวันที่ 1 พ.ค. เวลา 08.01 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมนั้น กล่าวคำปราศรัยผ่านบันทึกวีดิทัศน์ เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2566 จากนั้น เวลา 12.21 น. พล.อ.ประยุทธ์เข้าทำงานทำเนียบรัฐบาลตามปกติ โดยประชุมผ่านระบบ วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่อติดตามงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ส่วนวันที่ 2 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามปกติ โดยสัปดาห์นี้สถานที่ห้อง ประชุมครม. เป็นห้อง 501 ชั้น 5 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากตึกสันติไมตรีมีการจัดเตรียมสถานที่เพื่อจัดงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล ในวันที่ 4 พ.ค. 2566 เวลา 19.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงช่วงโค้งสุดท้ายก่อนมีการเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค.นี้ว่า แต่ละพรรคการเมืองต่างตระเวนลงพื้นที่หาเสียง โดยพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรคการเมือง และแคนดิเดตนายกฯ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ลงพื้นที่หาเสียงจ.ชลบุรี ในวันที่ 2 พ.ค. เริ่ม ตั้งแต่เวลา 15.00 น. ไปตลาดหนองมน ต.แสนสุข ต่อด้วยการหารือพบปะผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี และเวลา 17.30 น. สักการะพระพุทธสิหิงค์มิ่งมงคลสิรินารถ ที่หอพระพุทธสิหิงค์ ศาลากลางจ.ชลบุรี เพื่อความสิริมงคล

เวลา 18.00 น.ขึ้นเวทีปราศรัยที่ลานหน้าศาลากลางจังหวัด โดยมีแกนนำพรรคร่วมขึ้นเวทีปราศรัย อาทิ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค นายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรค ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่เลือกตั้งภาคตะวันออก โดยพล.อ.ประยุทธ์ปราศรัยปิดท้าย ขณะที่วันที่ 3 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่ปราศรัยใหญ่ จ.สุราษฎร์ธานี และวันที่ 5 พ.ค.หาเสียงที่จ.สมุทรปราการ

รทสช.มั่นใจกวาดส.ส.ใต้
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการรทสช. ให้สัมภาษณ์ว่า การลงพื้นที่ภาคใต้ของพล.อ.ประยุทธ์ ระหว่างวันที่ 29-30 เม.ย. นั้น พี่น้องชาวใต้ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นเหมือนที่ผ่านมา ทำให้ยิ่งมั่นใจในกระแสของลุงตู่ หรือพี่ตู่ ของคนภาคใต้สูงกว่าแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคการเมืองอื่น ซึ่งเป็นผลมาจากการทำงานที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการขับเคลื่อนประเทศให้ผ่านวิกฤตโควิด-19 การวางรากฐานระบบเศรษฐกิจไว้ให้มั่นคง ที่สำคัญมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ภาคใต้แบบชนิดพลิกโฉม ไม่ว่าจะเป็น ถนน รถไฟ สนามบิน คลองระบายนํ้า รวมเกือบ 3 แสนล้านบาท ที่อนุมัติเพื่อพัฒนาพื้นที่ภาคใต้

วันนี้การเมืองหากพี่น้องคนใต้ต้องการให้พล.อ.ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง ต้องเลือกรทสช.ทั้งคนและพรรคเท่านั้น เพื่อให้มีส.ส.ทั้งสองระบบมากที่สุดไปยกมือให้พล.อ.ประยุทธ์เป็น นายกฯ อีกสมัย จะไปแยกเลือกให้เฉพาะบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) เบอร์ 22 ไม่ได้ อย่าไปหลงเชื่อผู้สมัครของพรรคอื่นๆที่มาบอกว่าส.ส.บัญชีรายชื่อให้เลือกรทสช. ส่วนส.ส.เขตให้เลือกเขา ซึ่งเป็นเพียง วาทกรรมหลอกลวง พี่น้องคนใต้เลือกรทสช.ทั้งสองใบ

“ผมมั่นใจว่ารทสช.จะได้ส.ส.เขตในภาคใต้เกินครึ่งจากทั้งหมด 58 คน และจะได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ถึง 3 ล้านเสียงในพื้นที่ภาคใต้ หลังจากนี้เราจะเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนที่อาจจะเข้าใจผิดว่าเลือกเบอร์ 22 ได้ลุงตู่ เพราะหากอยากได้ลุงตู่ต้องเลือกรทสช.ทั้งสองบัตรเท่านั้น โดยลุงตู่จะเดินสายทำความเข้าใจด้วย ตัวเอง” นายเอกนัฏกล่าว

‘วิทยา’แจ้งความ‘เต้น’ข้อหาหมิ่น
ที่ สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้ารทสช. พร้อมทนายความได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.มนตรี วรรณคง สว.(สอบสวน) สภ.เมือง ให้ดำเนินคดีกับพรรคเพื่อไทย (พท.) และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.พรรคเพื่อไทย ในข้อกล่าวหาหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และความผิดตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. มาตรา 57 วงเล็บ 5 ในเรื่องการตัดสิทธิ์ทางการเมือง หลังจัดเวทีปราศรัยใหญ่ เมื่อคืนวันที่ 27 เม.ย. ได้ปราศรัยมีข้อความสำคัญที่สร้างความเสียหายและสร้างความเข้าใจผิดให้กับผู้รับฟัง ได้กล่าวในทำนองว่า “มีการฉกฉวยแย่งชิงโครงการถนนสายท่องเที่ยวเขาพลายดำ-ขนอม เป็นผลงานของตัวเอง ทั้งที่ไปล่ารายชื่อชาวบ้านสิชล ขนอมเพื่อคัดค้านโครงการนี้ มี 2 คนคือ นายวิทยา แก้ว ภราดัย และน.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล

นายวิทยากล่าวว่า การปราศรัยของ นายณัฐวุฒิ เป็นการพูดไปเรื่อยตามบทกลอน เพราะเขตขนอม สิชล ที่นาย ณัฐวุฒิเคยไปสมัครแล้วแพ้ มีการพาดพิงเรื่องถนนในเขตนั้นแล้วเอาชื่อตนไปใส่ โดยข้อเท็จจริงไม่เคยไปมีส่วนเกี่ยวข้องเพราะอยู่ห่างไกลกับพื้นที่นั้น “คิดว่ากลอนพาไปไม่ระวังปาก ฉะนั้นต้อง รับผิดชอบ ซึ่งที่ผ่านมาก็เป็นอย่างนี้มาตลอด ปราศรัยโฆษณาใส่ร้ายคนอื่นมาโดยตลอด เมื่อข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนก็ต้อง รับผิดชอบ”

ไม่มีจน – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และแกนนำ เปิดปราศรัยโชว์นโยบาย ‘มีเราไม่มีแล้ง มีน้ำไม่มีจน’ พร้อมแนะนำตัวผู้สมัครส.ส.ร้อยเอ็ดทั้ง 8 เขต ที่สาเกตฮอลล์ จ.ร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 1 พ.ค.

‘บิ๊กป้อม’ลั่นพาอีสานเจริญ
เมื่อเวลา 16.30 น. ที่วัดบูรพาภิราม (วัดพระยืน) ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมแกนนำพรรค สักการะพระพุทธรัตนมงคลมหามุนี หรือหลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปปางประทานพร องค์ยืนที่สูงที่สุดในประเทศไทย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองของชาวจ.ร้อยเอ็ด และกราบนมัสการพระครูปริยัติเจติยาภิบาล ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบูรพาภิรามพระอารามหลวง

จากนั้น ที่หอประชุมสาเกตุฮอลล์ ต.เหนือเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด พล.อ.ประวิตร และแกนนำพรรค เปิดปราศรัยหาเสียงให้ผู้สมัครส.ส.ร้อยเอ็ด ทั้ง 8 เขต มีประชาชนมาฟังอย่างเนืองแน่น

พล.อ.ประวิตรปราศรัยว่า พปชร.พร้อมจะรับใช้ชาวร้อยเอ็ดทุกคน เพราะเราเลือกคนดีและคนเก่ง มาเป็นผู้แทนของประชาชน อยากให้คนไทยรักกัน เป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อที่จะก้าวข้ามความขัดแย้ง และความยากจนไปด้วยกัน พปชร.จะทำทุกอย่างเพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ยกระดับการขนส่งคมนาคม พัฒนาภาคอุตสาหกรรม ควบคู่ไประบบการศึกษาที่สอดคล้องกับการประกอบอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ ด้วยนโยบายอีสานประชารัฐ ยกระดับภาคอีสานให้เป็นแหล่งงาน สร้างรายได้ สร้างเศรษฐกิจ เกิดแรงงานใหม่ให้กับในพื้นที่

ลูกหลานคนอีสานจะได้ไม่ต้องย้ายถิ่นฐานออกไปอยู่ที่อื่นหรือกรุงเทพฯ เพื่อประกอบอาชีพ เพราะเราจะผลักดันนโยบายอีสานประชารัฐสู่การพัฒนา สร้างเมืองอีสานให้มีเศรษฐกิจที่สมบูรณ์ และจะเชื่อมโยงระบบขนส่งคมนาคมที่ครอบคลุมทั้งการโดยสารและขนส่งสินค้า เชื่อมโยงเศรษฐกิจภูมิภาค ต่อไปนี้ชาวอีสานจะ ไม่น้อยหน้าใคร เราจะดึงดูดนักลงทุนมาลงทุนที่นี่ ดังนั้นแรงงานอีสานต้องรวย มีชีวิตที่ดี มีความมั่นคง

พรวันเกิด – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย จัดเวทีปราศรัยใหญ่ ‘นายใหญ่ คือประชาชน’ มีแฟนคลับเข้าอวยพรวันคล้ายวันเกิดขอให้เป็นนายกฯ คนที่ 30 ที่ท่าน้ำนนท์ จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 1 พ.ค.

‘เจ๊หน่อย’เปิดบ้านทำบุญวันเกิด
วันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย(ทสท.) และแคนดิเดตนายกฯ เปิดบ้านลาดปลาเค้า 60 กทม. ทำบุญตักบาตร พระสงฆ์ 9 รูป พร้อมกับผู้บริหารพรรค เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบ 62 ปี

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวเปิดใจชีวิตการเมืองเข้าปีที่ 32 ทิศทาง และภารกิจทางการเมืองว่า ขอขอบคุณผู้ร่วมเดินทางทุกคน การมาสร้างพรรคการเมืองไม่ใช่เรื่องง่าย ภายใต้กติการัฐธรรมนูญ และสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน สงครามการเมืองสองขั้ว สร้างวิกฤตมาอย่างยาวนานกว่า 17 ปี จนเกิดการรัฐประหารถึงสองครั้ง ประชาชนพ่ายแพ้มาโดยตลอด และสงครามครั้งนี้จะเป็น Last War ของทั้งสองขั้วที่จะแพ้ไม่ได้

สุดารัตน์และทีมทสท. จะไม่ยอมให้เกิดการรัฐประหารอีกต่อไป เพราะตลอดชีวิตการเมืองต้องพบเจอการรัฐประหารถึง 3 ครั้ง แต่ครั้งนี้เลวร้ายกว่าทุกครั้ง เพราะมีการสืบทอดอำนาจ อาทิ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี หรือ ส.ว.เลือกนายกฯ การเลือกตั้งครั้งนี้ จะเป็นการใช้เงินและอำนาจ หรือ Money politics มากที่สุด

“วันนี้ สุดารัตน์ และทสท. ยอมเหนื่อย เพื่อให้ประชาชนทุกคนหายเหนื่อย เรามา สร้างชัยชนะกับประชาชน และขอยืนยันว่าทสท.เป็นพรรคประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และไม่เป็นที่เหยียบยืนให้กับเผด็จการ ทสท.พรรคเดียวไม่เกี่ยวกับใคร ไม่เป็นมอนินีของใครเพราะทสท.นายใหญ่คือประชาชน” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว

ตลาดแตก – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นำผู้สมัครส.ส.เชียงใหม่ ออกเดินหาเสียงที่ตลาดเช้า 3 แห่งในจ.เชียงใหม่ โดยมีประชาชนให้กำลังใจและขอถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก เมื่อวันที่ 1 พ.ค.

‘พิธา’ปลื้มคนเชียงใหม่
ช่วงเช้าวันที่ 1 พ.ค. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล(ก.ก.) พร้อม ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ เดินตลาดหาเสียงให้น.ส.การณิก จันทดา ผู้สมัครเขต 2 ที่ตลาดยางเนิ้ง อ.สารภี นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล เขต 3 ที่ตลาดสันกำแพง อ.สันกำแพง และ น.ส.เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู ผู้สมัครเขต 1 ที่ตลาดวโรรส อ.เมือง มีประชาชนต้อนรับ รอถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก พร้อมตะโกนเชียร์ให้นายพิธา เป็นนายกฯ

นายพิธาได้กล่าวว่า ได้เห็นพี่น้องประชาชนมาต้อนรับก็รู้สึกเชื่อมั่นว่าเราสามารถปักธงที่เชียงใหม่ได้ ตนและ ผู้สมัคร ส.ส.ทุกคนพร้อมที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้คนเชียงใหม่ ขอให้พี่น้องชาวเชียงใหม่เชื่อมั่นและขอแรงในวันที่ 14 พ.ค.นี้ ให้ทุกคนหยิบปากกากาก้าวไกลเพื่อให้ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม ให้เชียงใหม่ไม่เหมือนเดิม ให้การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต

จากนั้น นายพิธาเดินทางต่อไป จ.เชียงราย เพื่อขึ้นเวทีปราศรัยเวลา 18.00 น. ที่สำนักงานพรรคก้าวไกล สาขาเชียงราย

คลอดลูกชาย – น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย โพสต์ภาพหลังคลอด ‘น้องธาษิณ’ ด.ช.พฤจ์ธาษิณ สุขสวัสดิ์ ขณะที่นายทักษิณ ชินวัตร ปลื้มได้หลานคนที่ 7 ประกาศขอ กลับไทยมาเลี้ยงหลาน เมื่อวันที่ 1 พ.ค.

‘อิ๊ง’คลอด-‘แม้ว’ขอเลี้ยงหลาน
วันเดียวกัน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ พท. และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย โพสต์รูปภาพการคลอดบุตรผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ระบุข้อความว่า “สวัสดีครับ ผมชื่อเด็กชาย พฤจ์ธาษิณ สุขสวัสดิ์ ชื่อเล่นชื่อ “ธาษิณ” ครับ ขอบคุณทุกกำลังใจนะครับ เดี๋ยวอีกไม่กี่วันนี้ คุณแม่รอแข็งแรงก่อนจะไปพบพี่ๆ สื่อมวลชนครับ #babyThasin #mmdpsbabyboy”

ขณะที่นายทักษิณ ชินวัตร ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ว่า “เช้าวันนี้ผมดีใจมากที่ได้หลานคนที่ 7 เป็นชายชื่อ ธาษิณ จากน้องอิ๊งค์ แพทองธาร หลานทั้ง 7 คน คลอดในขณะที่ผมต้องอยู่ต่างประเทศ ผมคงต้องขออนุญาตกลับไปเลี้ยงหลาน เพราะผมอายุจะ 74 ปี กรกฎานี้แล้ว พบกันเร็วๆ นี้ ครับ”

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โพสต์เฟซบุ๊กว่า ดีใจที่สุด ขอแสดงความยินดีกับหลานอิ๊งและปอที่ในที่สุดก็ได้เห็นหน้าหลาน ธาษิณแล้ว หลังจากรอคอยอุ้มท้องหาเสียงด้วยความอดทนมานาน ขอให้หลานมีสุขภาพกายที่แข็งแรง และจิตใจที่เข้มแข็งเหมือนแม่ และเชื่อว่าคุณตาคงอดใจรอจะอุ้มหลานไม่ไหว ส่วนอาก็รอวันที่จะได้อุ้มหลาน

‘เศรษฐา’เมิน‘เทือก’โผล่หนุนตู่
นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พท. ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ได้ส่งข้อความผ่านไลน์แสดงความยินดีกับ น.ส.แพทองธาร ที่คลอดลูกชายน้องธาษิณ เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ผ่านมา ซึ่งคุณแม่และคุณลูกปลอดภัยดี สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ดีขอให้กำลังใจ หลัง น.ส.แพทองธารแข็งแรงแล้ว ตนคาดว่าอีก 7-8 วัน น่าจะออกเดินสายหาเสียงช่วย พท.ได้ ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งจะเห็นแคนดิเดต นายกฯ ของ พท.ทั้ง 3 คน ปราศรัยหาเสียงกันอีกครั้ง ขอให้ฟังการแถลงข่าวของ น.ส.แพทองธาร ตอนนี้ขอให้พักผ่อนก่อน

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายทักษิณระบุจะกลับมาเลี้ยงหลาน นายเศรษฐากล่าวว่า เป็นสิทธิของนายทักษิณ เป็นเรื่องของท่าน ขณะเดียวกันเข้าใจความเป็นพ่อ ความเป็นคุณตา ต่อข้อถามว่าการทวีตของนายทักษิณช่วยกระชากเรตติ้งให้ พท.ที่กระแสเริ่มนิ่งหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่าไม่ทราบไม่คิดไปก่อน ส่วนที่มีคนตั้งข้อสังเกตว่าการประกาศกลับมาของนายทักษิณเป็นกลยุทธ์หนึ่งในการแลนด์สไลด์ของ พท.นั้น นายเศรษฐากล่าวว่า ไม่ทราบ ตนมุ่งนำเสนอนโยบายอย่างเดียว

ต่อข้อถามว่ามองอย่างไรที่ พล.อ. ประยุทธ์ปราศรัยที่ จ.สงขลา ถามว่าอยากได้นักธุรกิจมาบริหารประเทศหรือ นายเศรษฐากล่าวว่า “ไม่มีคอมเมนต์ครับ ให้ชาวสงขลาเป็นคนตัดสิน เป็นเกียรติที่ท่านกล่าวถึง ก็โอเคครับ ไม่เป็นไรครับ คิดว่าประชาชนที่หวังดีกับประเทศชาติ ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องเกษตรกร นักธุรกิจ ข้าราชการมีสิทธิทุกคน”

เมื่อถามถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ ให้สัมภาษณ์สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะ แคนดิเดตนายกฯ รทสช. เพราะมีศักยภาพในการต่อต้านระบอบทักษิณ ถือเป็นการโจมตี พท.หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า “ผมไม่ทราบ ผมทราบแค่ว่า พท.ยึดโยงประชาชน เราเอาเรื่องของปากท้อง เรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชนเป็นหลัก”

อบอุ่น – นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นระหว่างหาเสียงช่วย ผู้สมัครส.ส.สกลนคร ที่หอประชุม ม.เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร อ.พังโคน จ.สกลนคร เมื่อวันที่ 1 พ.ค.

พท.ปราศรัยสกลนคร-นครพนม
วันเดียวกัน พรรคเพื่อไทย เดินสายปราศรัย 5 เวที ที่จ.สกลนครและนครพนม นำโดยนายเศรษฐา เริ่มเวลา 10.45 น. ปราศรัยเวทีแรก ที่ลานพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 อ.เมือง จ.สกลนคร นำโดยนาย เศรษฐาและคณะ ช่วยผู้สมัคร ส.ส. สกลนครทั้ง 7 เขตหาเสียง มีประชาชนร่วมฟังการปราศรัยเต็มพื้นที่

นายเศรษฐาปราศรัยด้วยเสียงที่ แหบแห้งเนื่องจากเป็นไข้หวัดว่า วันนี้เป็นวันแรงงาน พี่น้องชาวแรงงานเป็นภาคส่วนที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย หากพท.เป็นรัฐบาล ค่าแรงขั้นต่ำจะขึ้นทันที 400 บาทในปีหน้า และภายใน 4 ปี ค่าแรงจะปรับขึ้นเป็น 600 บาท สำหรับเงินเดือนปริญญาตรีจะถูกปรับขึ้น 25,000 บาทภายใน 4 ปี เช่นเดียวกัน

สำหรับราคาพืชผลทางการเกษตร พี่น้องจะได้เพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า รัฐบาลพท.จะให้สิทธิที่ดินทำกิน 50 ล้านไร่ เราคำนึงถึงความยากจนที่พี่น้องถูกรัฐบาลปัจจุบันกดขี่มานาน ครอบครัวไหนรายได้ไม่ถึง 20,000 บาทต่อเดือน จะเติมให้เต็มทันที 20,000 บาท สำหรับนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท นโยบายนี้มีคนบอกว่าเราทำไม่ได้ จะผิดกฎหมาย ขออย่าเชื่อ ขอให้พี่น้องเชื่อใจ เราคิดใหญ่ ทำเป็น

พท.ไม่มีนโยบายยกเลิกบัตรคนจน แต่เรามั่นใจว่าบัตรคนจนจะหมดไปเมื่อพี่น้องร่ำรวยขึ้น ให้พี่น้องเอาบัตรคนจนแปะข้างฝา ให้พล.อ.ประยุทธ์ดูต่างหน้า ว่าเขา ตราหน้าว่าเราเป็นคนจน แต่พท.จะทำให้พี่น้องหลุดพ้นจากความเป็นคนจน ดังนั้นฝากพี่น้องชาวสกลนครเลือกผู้สมัคร ส.ส.สกลนครทั้งคน ทั้งพรรค เพื่อผลักดันนโยบายของพรรคพท.ให้แลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน

แน่นพื้นที่ – นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดต นายกฯ พรรคเพื่อไทย พร้อมแกนนำและผู้สมัคร ส.ส. ขึ้นเวทีปราศรัยท่ามกลางประชาชนมาฟังอย่างเนืองแน่นจนล้นพื้นที่ ที่โรงเรียนนครพนมวิทยาคม จ.นครพนม เมื่อวันที่ 1 พ.ค.

ปลุกไม่เอา‘ลุงตู่’-ต้องไม่เอาภท.
จากนั้นเวลา 11.40 น. นายเศรษฐาปราศรัยต่อเวทีที่ 2 ที่หอประชุม ม.เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร อ.พังโคน จ.สกลนคร ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในรัฐบาลปัจจุบันหมักหมมมา 8 ปี มีพรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาลมา ทั้งพปชร. ทั้งภท. สัญญาว่าค่าไฟจะลด ถ้าเขาทำได้ ทำไมเขาไม่ทำนานแล้ว ตนคิดว่าเราไม่ควรเลือกเขากลับมาใหม่ หากพี่น้องไม่กาพท.ทั้ง 2 ใบ เราอาจไม่ได้เป็นรัฐบาล จนอาจเจอกับ 2 ลุง ตนคิดว่า 2 ลุงควรออกไปได้แล้ว จึงต้องเลือก ส.ส.เพื่อไทยเข้าไปพร้อมกันทั้ง 2 ใบให้แลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน

เวลา 15.30 น. นายเศรษฐาปราศรัยเวทีที่ 3 ที่อ่างเก็บน้ำหนองสังข์ (ดอนตาทอง) อ.นาแก จ.นครพนม ด้วยเสียงที่เริ่มแหบว่า แม้เสียงจะไม่มีแล้ว แต่ยังต้องมานครพนมเพื่อมาบอกนโยบายดีๆ ของพท. และอยากให้พี่น้องเข้าคูหากาทั้ง 2 ใบให้พท. ยืนยันว่าเราไม่เคยตกลงว่าถ้าชนะเลือกตั้งแล้วนายกฯ จะเป็นลุงนั้นลุงนี้ นายกฯ ต้องมาจากพท.เท่านั้น

เวลา 16.30 น. ปราศรัยเวทีที่ 4 ที่โรงเรียนธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนมว่า สำหรับภท.ที่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ นำความล้มเหลวมาสู่พี่น้องประชาชน วันนี้ตนจึงมาขอร้องอ้อนวอนว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ขอให้เลือกพท.ทั้ง 2 ใบ หากพรรคไหนโดยเฉพาะภท. มาบอกว่าให้ยกส.ส.เขตให้ภท. แล้วพรรคให้เลือกพท. เรายอมไม่ได้ เพราะหากเลือกเขาเข้ามา เขาก็เอาลุงตู่กลับมาอีก ถ้าไม่เอาลุงตู่ก็ต้องไม่เอา ภท. เพราะปัญหายาเสพติดเป็นเรื่องใหญ่ ลูกหลานถูกมอมเมา ถ้าพท.เป็นรัฐบาล ผู้เสพจะถูกเปลี่ยนเป็นผู้ป่วย ผู้ค้ายาจะถูกจับโดยเด็ดขาด และจะถูกยึดทรัพย์โดยเร็ว ยาเสพติดเยอะขนาดนี้ ภท.ยังเสนอกัญชาเสรีอีก เรายอมไม่ได้ พท.เชื่อกัญชาทางการแพทย์อย่างเดียว ดังนั้น 14 พ.ค.เข้าคูหากาพท. 2 ใบทั้งแผ่นดิน ช่วงเย็นปราศรัยเวทีที่ 5 ที่โรงเรียนนครพนมวิทยาคม อ.เมือง จ.นครพนม

สร้างคน – คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำผู้สมัครส.ส.นครราชสีมา ทั้ง 16 เขตของพรรคประชาธิปัตย์ กราบอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) ก่อนตั้งเวทีปราศรัยย่อย ข้างลานย่าโม ชูนโยบาย THAI-WAVE คลื่นลูกใหม่ คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก เน้นสร้างคน สร้างงาน เมื่อวันที่ 1 พ.ค.

ปล่อยขบวนรถขนบัตรเลือกตั้ง
ที่ศูนย์ประสานงานการขนส่งบัตร เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็น การทั่วไป พ.ศ.2566 บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รองผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศลต.ตร.) พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ท.วีระ จิรวีระ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด นาย รุจ ธรรมมงคล อธิบดีกรมการกงสุล นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร่วมกันปล่อยขบวนรถขนส่งบัตรเลือกตั้งไปยังเขตเลือกตั้ง ทั่วประเทศ

พล.ต.อ.รอยกล่าวว่า ตร.ได้จัดให้มีตำรวจทางหลวงเป็นผู้อำนวยความสะดวกด้านการจราจร ทำหน้าที่รถนำและรถปิดท้ายขบวน โดยประสานงานกับตำรวจพื้นที่ตลอดเส้นทาง รวมถึงการจัดกำลังตำรวจตระเวนชายแดนเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจํารถขนบัตรเลือกตั้งในแต่ละคัน โดยตำรวจตระเวนชายแดนจะนั่งประจำรถไปกับรถขนบัตรเลือกตั้งตลอดเส้นทางจนถึงจุดเขตเลือกตั้งหลักของแต่ละจังหวัด

ใช้ตร. 1,356 นาย-รถยนต์ 639 คัน
พล.ต.อ.รอยกล่าวว่า จากนั้นชุดรักษาความปลอดภัยบัตรเลือกตั้งของตำรวจภูธรภาค 1-9 จะมาทำการรักษาความปลอดภัยต่อไปยังจุดหมายปลายทางที่กกต.ประจำจังหวัดแต่ละจังหวัดกำหนด โดยตร.ได้จัดทำแผนรองรับการปฏิบัติ และมีความพร้อมในการปฏิบัติทุกขั้นตอนเพื่อสนับสนุนภารกิจการจัดการเลือกตั้ง ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนในจุดพักรถเติมน้ำมันเชื้อเพลิงตลอดเส้นทางจะมีตำรวจภูธรในพื้นที่นั้นๆ ทำการรักษาความปลอดภัย ณ จุดที่รถจอดพัก ตลอดเส้นทางการขนส่งบัตรเลือกตั้ง

สำหรับกำลังตำรวจที่ใช้ในการรักษาความปลอดภัยในการขนส่งบัตรเลือกตั้งในวันที่ 1-4 พ.ค.นี้ ประกอบด้วยข้าราชการตำรวจจากหน่วยต่างๆ ดังนี้ 1.ตำรวจกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน 78 นาย 2.กองบังคับการตำรวจทางหลวง 478 นาย และรถยนต์นำขบวน 239 คัน 3.กำลังพลของตำรวจภูธร ตำรวจนครบาลที่ใช้ในภารกิจนี้ประมาณ 800 นาย รถยนต์ของตำรวจภูธรและนครบาลที่ใช้ในการรักษาความปลอดภัยต่อจากตำรวจทางหลวงอีกประมาณ 400 คัน รวมยอดกำลังพลทั้งสิ้น 1,356 นาย รถยนต์ที่ใช้ทั้งหมด 639 คัน

กกต.พร้อมเลือกตั้งล่วงหน้า
ด้านนายแสวงกล่าวถึงความพร้อม ในการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้ง ในวันที่ 7 พ.ค. เวลา 08.00-17.00 น.ว่ามีความพร้อมใน ทุกด้าน ทั้งวัสดุอุปกรณ์ สถานที่เลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยในหน่วย เลือกตั้ง

ส่วนจํานวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งล่วงหน้ามีจำนวนทั้งสิ้น 2,235,830 คน จำแนกเป็นผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง ล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง 2,216,951 คน และผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง 18,879 คน สถานที่ลงคะแนนเลือกตั้ง ล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง มี 447 แห่ง และสถานที่ลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้งมี 442 แห่ง

การลงคะแนนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าจะเหมือนกับการใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค. เพียงแต่จะเพิ่มขั้นตอนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่จะต้องพับบัตรเลือกตั้งใส่ลงในซองใส่บัตรเลือกตั้งและปิดผนึกให้เรียบร้อยก่อนหย่อนลงไปในบัตรเลือกตั้ง (ซองใส่บัตรเลือกตั้งจะมีการจ่าหน้าซองระบุจังหวัดเขตเลือกตั้ง และรหัสเขตเลือกตั้งของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง) และเมื่อเสร็จสิ้นการลงคะแนนบัตรเลือกตั้งของ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งก็จะถูกส่งไปยังสถานที่นับคะแนนเลือกตั้ง เพื่อนำไปนับคะแนนในวันเลือกตั้งต่อไป

‘ วิษณุ’คาด7วันกกต.ชี้อุ้มค่าไฟ
เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตีกลับเรื่องที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ขออนุมัติงบกลาง 1.1 หมื่นล้านบาท เมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อช่วยบรรเทาเรื่องค่าไฟฟ้าแพงว่า เข้าใจว่าได้ส่งมติครม.แนบรายละเอียดให้กกต.แล้ว โดยการประชุมครม.เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ซึ่งตนไม่ได้อยู่ในที่ประชุมด้วย และทางสำนักเลขาธิการครม.อาจไม่คุ้นชินเรื่องการขอความเห็นชอบจากกกต.เกี่ยวกับการขอใช้งบกลาง ซึ่งกกต.บอกว่าให้ออกเป็นมติครม.ก่อนแล้วค่อยส่งเรื่องมาที่กกต. ครม.จึงดำเนินการแนบมติและระบุหลักการและเหตุผลแล้ว ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไร

ผู้สื่อข่าวถามว่านอกจากขออนุมัติกลางเพื่อใช้ดำเนินการเรื่องค่าไฟแล้ว จะขออนุมัติเรื่องอื่นจากกกต.ด้วยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ถ้าเกี่ยวกับงบกลางไม่มี แต่เรื่องแต่งตั้งข้าราชการมีทุกสัปดาห์ ต่อข้อถามว่าหากกกต.ไม่ให้ความเห็นชอบ รัฐบาลสามารถนำงบกลางไปช่วยเรื่องค่าไฟได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ได้ เพราะตามมาตรา 169 ระบุว่าต้องไม่มีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ไม่ทำอะไรที่ผูกพันรัฐบาลหน้า และ ไม่ใช้งบกลาง ยกเว้นจะได้รับความเห็นชอบจากกกต.และต้องเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน ที่รัฐบาลต้องระบุว่าจำเป็นเร่งด่วนอย่างไร และประชาชนได้รับความเดือดร้อนและ เสียหายอย่างไร เวลานี้ยอมรับว่าอยากให้ช่วยค่าไฟ โดยเริ่มเดือนพ.ค.นี้ แต่มีบางส่วนอยากให้เร็วกว่านั้น

เมื่อถามว่ากรณีที่นายกฯ อยากให้ช่วยเรื่องค่าไฟทันในรอบบิลเดือน พ.ค. ทางกกต.จะอนุมัติได้ทันตามที่รัฐบาลส่งเรื่องไปหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า กกต.คงใช้เวลา ไม่นาน คาดว่าจะใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ แม้บางส่วนจะไปต่างประเทศ ก็ไม่ส่งผล กระทบอะไรเพราะผลัดกันเดินทาง

รัฐบาลเริ่มเกณฑ์ใหม่ช่วยแก้หนี้
เมื่อวันที่ 1 พ.ค. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์โครงการคลินิกแก้หนี้ ให้สามารถช่วยเหลือผู้เป็นหนี้เสียกรณีบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกันได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น ทั้งนี้เกณฑ์ที่ปรับปรุงใหม่นี้จะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 66 เป็นต้นไป โดยกำหนดคุณสมบัติให้ลูกหนี้ที่มีหนี้ค้างชำระมากกว่า 120 วันขึ้นไป สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้ จากเดิมที่จำกัดว่าผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นผู้ที่มีสถานะเป็นหนี้เสียก่อนวันที่ 1 ก.พ. 66 เท่านั้น ซึ่งการปรับเกณฑ์นี้จะทำให้ผู้มีปัญหาการชำระหนี้สามารถเข้าร่วมโครงการได้โดยไม่ถูกจำกัดช่วงเวลาการเกิดหนี้เสียอีกต่อไป

“สำหรับผู้ที่สนใจสามารถ สมัครร่วมโครงการผ่านเว็บไซต์ www.คลินิกแก้หนี้.com หรือสอบถามข้อมูลโครงการเพิ่มเติมที่ LINE Official Account ของโครงการที่ @debtclinicbysam, ทางเฟซบุ๊ก คลินิกแก้หนี้ by SAM หรือสอบคอลเซ็นเตอร์ โทร. 1443 ได้ทุกวัน เวลา 09.00-119.00 น.” น.ส.ไตรศุลีกล่าว

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รายงานข้อมูลภาพรวมการช่วยเหลือลูกหนี้ ณ วันที่ 31 ต.ค. 2565 ในส่วนของการแก้หนี้เดิม จากการให้ความช่วยเหลือผ่านการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ มีจำนวนบัญชีที่ได้รับความช่วยเหลือแล้ว 3.95 ล้านบัญชี ยอดภาระหนี้ที่ได้รับความช่วยเหลือ 2.98 ล้านล้านบาท ส่วนงานที่รับคำปรึกษาและแก้ปัญหา ผ่าน‘หมอหนี้’ ข้อมูล ณ วันที่ 28 ก.พ. 2566 มีจำนวนลูกหนี้ที่ลงทะเบียนรับคำปรึกษา 7,495 ราย และ‘ทางด่วนแก้หนี้’ ข้อมูล ณ วันที่ 31 มี.ค. 2566 จำนวน 281,646 บัญชี “สะท้อนผลสำเร็จและความตั้งใจมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาหนี้ให้กับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน