ขอรื้อคดี7ปีก่อน ที่‘กำแพงเพชร’ บิ๊กโจ๊กถกภาค7 จ่อหมายจับเพิ่ม พิรุธบัญชีคนตาย
แม่เหยื่อศพที่ 15 เข้าให้ข้อมูลตำรวจ ให้ฟื้นคดี 7 ปีก่อนที่กำแพงเพชร มั่นใจน้องทราย ลูกสาววัย 37 ถูก ‘แอม’ ลวงเหมือนกับเหยื่อรายอื่นๆ เชื่อมั่นรองผบ.ตร.คุมคดีนี้ ลั่นอยากให้รับโทษสูงสุด-ประหารชีวิต ‘บิ๊กโจ๊ก’เรียกประชุมชุดสอบสวน-ตำรวจภาค 7 สรุปคดี แจงออกหมายจับแล้ว 9 คดี คาดวันนี้ออกหมายจับเพิ่มอีก 1 คดี ‘รพี’ ผู้ประสานญาติเหยื่อรุดเมืองกาญจน์ ปูดหลักฐานใหม่ ชี้พบบัญชีเหยื่อเคลื่อนไหวหลายแสนบาททั้งที่ตายไปแล้ว กองปราบฯ ระดมทีมสืบ-สอบหารือกำหนดแนวทางคดี ยันคดี คืบหน้ากว่า 80% แต่พยานหลักฐานยังโยงไปไม่ถึงรองผกก.อดีตสามีแอม โยกมาเข้ากรุไม่ให้จุ้นคดี
เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่กองบังคับการ ปราบปราม พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. เปิดเผยความคืบหน้าคดี นางสรารัตน์ หรือแอม รังสิวุฒาภรณ์ อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาวางยาไซยาไนด์ ฆ่าชิงทรัพย์ น.ส.ศิริพร ขันวงษ์ หรือ ก้อย อายุ 33 ปี เท้าแชร์ชาว จ.กาญจนบุรี ว่า วันเดียวกันมีการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี ที่คืบหน้าไปกว่า 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว เหลือเพียงผลตรวจหลักฐานบางอย่าง อย่างไรก็ตามในคดีของน.ส.ศิริพร จากหลักฐานที่มีอยู่ พบ ผู้ก่อเหตุมีนางสรารัตน์เพียงคนเดียวเท่านั้น ยังไม่พบผู้อื่นร่วมกระทำผิดด้วย ซึ่งจากการสอบปากคำพยานทั้ง 5 คน เมื่อวานที่ผ่านมา ค่อนข้างเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ทำให้มองเห็นทิศทาง รูปแบบการกระทำผิดมากขึ้นกว่าเดิม
พ.ต.อ.เอนกกล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการออกหมายจับคดี นางสรารัตน์ในคดีอื่นๆ ทางตำรวจท้องที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ที่ผ่านมาตั้งแต่เกิดเรื่องทางกองปราบปรามและตำรวจพื้นที่เกิดเหตุมีการประสานข้อมูล พยานหลักฐานร่วมกันมาโดยตลอด จนทำให้คดีคืบหน้าไปมากแล้ว ส่วนข่าวที่ว่า นายตำรวจ รอง ผกก. อดีตสามีของนางสรารัตน์ มีส่วนร่วมกระทำผิดด้วยนั้น เป็นเรื่องที่คาดเดากันไปเอง เพราะจากข้อมูลพยานหลักฐานในตอนนี้ ยังไม่พบข้อมูลการร่วมกระทำผิด
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีปรากฏคลิป รอง ผกก. อดีตสามีนางสรารัตน์ พยายามเจรจากับเหยื่อที่ถูกนางสรารัตน์โกงเงินหวยทิพย์ จนมีการตั้งข้อสงสัยจากสังคมว่า อดีตสามีนั้นรับรู้ถึงพฤติกรรมการกระทำผิดที่ผ่านมาของภรรยา และปกป้องให้การช่วยเหลือจนเกรงจะส่งผลต่อรูปคดี พ.ต.อ.เอนกกล่าวว่า พอรับทราบข้อมูลอยู่บ้าง แต่ต้องขอเวลาตรวจสอบให้แน่ชัด อย่างไรก็ตามขอให้สังคมมั่นใจว่า ไม่ว่าอดีตสามีนางสรารัตน์ จะเป็นใคร ก็ให้การช่วยเหลือทางคดีไม่ได้ เพราะกองปราบปรามยึดหลักการทำงานไปตามหลักฐานและใช้ข้อเท็จจริงเป็นที่ตั้ง
ที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีฯ นางลัดดา ขาวอินทร์ อายุ 64 ปี ชาวกำแพงเพชร แม่ของ น.ส.มณฑาทิพย์ ขาวอินทร์ หรือทราย อายุ 37 ปี ที่เสียชีวิตเมื่อ 7 ปีที่แล้ว เดินทางมาเพื่อให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนชุดของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. ในฐานะผู้ดูแลคดีนางสรารัตน์ ผู้ต้องหาคดีวางยาฆ่าผู้อื่น
นางลัดดา เปิดเผยว่า มาเรียกร้องความยุติธรรมให้ลูกสาว พร้อมอยากให้ นางแอมได้รับโทษสูงสุดคือประหารชีวิต ส่วนตัวเชื่อว่านางแอมลงมือก่อเหตุทำให้ลูกสาวเสียชีวิต แม้ไม่เห็นพฤติกรรมในการก่อเหตุกับใครมาก่อนหรือกระทำกับลูกสาวตน แต่รู้สึกสบายใจที่พล.ต.อ. สุรเชษฐ์รับดูแลคดีลูกสาวแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสอบปากคำเบื้องต้นมีเพียงนางลัดดา แม่น.ส.มณฑาทิพย์ ที่คาดเป็นเหยื่อรายที่ 15 เข้าให้ปากคำ ส่วนในวันที่ 2 พ.ค. พล.ต.อ. สุรเชษฐ์จะเรียกประชุมทีมคลี่คลายคดี เพื่อสรุปคดีทั้งหมดอีกครั้ง หลังจากมอบหมายงานให้สถานีตำรวจแต่ละพื้นที่ไปสอบสวน พร้อมกับรับเรื่องเพิ่มเติมว่าจะมีผู้เสียหายรายอื่นเพิ่มด้วยหรือไม่
ต่อมา เวลา 10.30 น. นายรพี ชำนาญเรือ ผู้ประสานงานญาติผู้เสียชีวิตในคดีแอม ไซยาไนด์ เดินทางเข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติมกับคณะทำงานชุดของ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ รองผบ.ตร. ที่สโมสรตำรวจ
นายรพีกล่าวว่า วันเดียวกันจะเดินทางไปยัง จ.กาญจนบุรี เพื่อไปรับหลักฐานสำคัญ ซึ่งเป็นหลักฐานด้านการเงินของ ผู้เสียชีวิตรายหนึ่ง ที่เชื่อมโยงกับนางแอม เบื้องต้นพบว่าเจ้าของบัญชีดังกล่าวเสียชีวิตไปแล้ว แต่บัญชียังมีความเคลื่อนไหว วงเงินหลายแสนบาท ทั้งยังพบบุคคลที่ทำธุรกรรมไม่ใช่ญาติพี่น้อง เพื่อจะนำมามอบให้กับพนักงานสอบสวนต่อไป
ส่วนคดีของน.ส.ทราย เหยื่อรายที่ 15 หลังตำรวจรับเรื่องร้องทุกข์ ที่มารดาเข้าพบพนักงานสอบสวนที่สโมสรตำรวจ อยากให้ไปติดตามหาหลานสาวของ น.ส.ทราย หลังทราบว่า มีเอกสารบางอย่าง ที่นางแอมลงลายมือไว้ว่าเป็นผู้จัดการมรดก แล้วมีข้อมูลว่าเคยยื่นเอกสารชิ้นนี้ให้กับสามีชาวต่างชาติของน.ส.ทราย ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ต่อข้อมูลและพยานหลักฐาน ในข้อเท็จจริงของคดีนี้
จากนั้น นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญา กรรม ได้เดินทางมามอบกระเช้าและเงินสดจำนวน 50,000 บาทให้กับนายรพี โดยระบุว่า มอบให้เป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เชื่อว่าต้องเดินทางไปอีกหลายที่ และกระเช้ามอบให้เพื่อบำรุงร่างกายในการต่อสู้คดี ซึ่งเงินดังกล่าวเป็นเงินที่รวบรวมจากแฟนคลับในชมรมและเงินส่วนตัวของตน เพื่อเป็นกำลังใจให้บุคคลตัวอย่างที่เก่ง กล้า ไม่เพิกเฉย ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะหากไม่มีนายรพีก็ไม่รู้ว่านางแอมจะไปฆ่าคนอีกจำนวนเท่าไร แต่นายรพีปฏิเสธไม่ขอรับเงิน เนื่องจากกังวลว่าจะผิดต่ออุดมการณ์ ที่เคยประกาศตัวว่าจะอุทิศตัวช่วยเหลือสังคมที่ไม่ได้รับความถูกต้อง พร้อมยืนยันว่า การช่วยเหลือสังคมในวันนี้ตนไม่ใช่ฮีโร่ แต่อยากทำความจริงให้ปรากฏเพื่อให้ความเป็นธรรมเกิดขึ้นในสังคมไทย
ด้านนายวัลลภ นาคบัว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า นางพงษ์สวาท กายอรุณสุทธิ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้สั่งการเร่งให้ความช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความ เดือดร้อนของประชาชน จากกรณีมีข่าวการก่ออาชญากรรม โดยต้องสงสัยว่า ผู้ต้องหาใช้สารไซยาไนด์ในการก่อเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิต และมีญาติผู้เสียหายจำนวนหนึ่งติดใจการเสียชีวิตว่าถูก ผู้ต้องหาใช้สารไซยาไนด์ในการก่อเหตุ เช่นเดียวกันหรือไม่ ทางกระทรวงยุติธรรมได้แจ้งให้สำนักงานยุติธรรมจังหวัดในพื้นที่เกิดเหตุ ลงพื้นที่แจ้งสิทธิ รับคำขอและพิสูจน์สิทธิผู้เสียหายในคดีอาญา โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพจะให้ความช่วยเหลือเยียวยา ตาม พ.ร.บ. ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559 ดังนี้
กรณีเสียชีวิต ค่าตอบแทน 50,000 บาท, ค่าจัดการศพ 20,000 บาท, ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู 40,000 บาท และค่าเสียหายอื่น 40,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 150,000 บาท
ส่วนกรณีบาดเจ็บ ค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 40,000 บาท, ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพฯ เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 20,000 บาท, ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ ให้จ่ายในอัตราค่าจ้าง ขั้นต่ำในท้องที่จังหวัดที่ไม่อาจประกอบการได้ตามปกติ ไม่เกิน 1 ปี และค่าตอบแทนความเสียหายอื่น ไม่เกิน 50,000 บาท
นอกจากนี้ ตาม พ.ร.บ.การให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์ พ.ศ.2559 มาตรา 5(4) ได้เปิดกว้างให้ญาติผู้เสียชีวิตที่ติดใจสาเหตุการตาย สามารถติดต่อขอรับการตรวจชันสูตรซ้ำได้ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น โปร่งใส อำนวยความยุติธรรม และเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงยุติธรรม
ทั้งนี้ จากสถิติการตรวจพบไซยาไนด์ตั้งแต่ ปี 2563 ถึง ปัจจุบัน พบจำนวน 4 คดี ปี 2563 จำนวน 1 คดี, ปี 2564 จำนวน 2 คดี และปี 2565 จำนวน 1 คดี
เวลา 17.00 น. ที่ห้องประชุมสำนักงานตำรวจภาค 7 พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ตำรวจภูธรภาค 7 ที่เกิดเหตุเกี่ยวกับนางแอม พร้อมฝ่ายสืบสวน และ ผู้ที่เกี่ยวข้อง มาประชุมสรุปความคืบหน้าคดีทั้งหมด 12 คดี 5 จังหวัด คดีแรกคือคดีน้องก้อย ที่กองปราบปรามสอบส่วนกลาง ได้ออกหมายจับ ส่วนอีก 12 คดีอยู่ในอำนาจการสอบสวนของตำรวจภาค 7
รายงานข่าวระบุว่า ตำรวจภูธรภาค 7 ได้ขอศาลในแต่พื้นที่ออกหมายจับไปแล้ว 9 หมาย ประกอบด้วย
คดีในพื้นที่ สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี คดีของจุ๋ม-จันทรรัตน์ วงศ์ไกรสิณ 2.สภ.ลูกแก คดี บี-สุรัตน์ ทรพับ, สภ.เมือง จ.กาญจนบุรี คดี ปลา-กานติมา แพสอาด ที่รอดชีวิต
สภ.เมือง จ.สมุทรสาคร คดี รสจรินทร์ นิลห้อย หรือ เจ๊น้อยผัก, สภ.เมืองจ.นครปฐม 3 หมาย ผู้กองนุ้ย ร.ต.อ.หญิง กานดา โตไร่, ครูต่าย นางมณีรัตน์ พจนารถ และสารวัตรปู พ.ต.ต.หญิง นิภา แสนจันทร์ และสภ.โพรงมะเดื่อ จ.นครปฐม คดี นิด-นิตยา แก้วบุปผา และล่าสุด พื้นที่ สภ.ดอนตูม จ.นครปฐม คดี ครูอ๊อด-ผุสดี สามบุญมี
โดยวันที่ 2 พ.ค. คาดว่าจะขอศาลออกหมายจับเพิ่มอีก 1 หมาย ในพื้นที่ สภ.สามพราน
รายงานข่าวระบุว่า วันที่ 2 พ.ค. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ รองผบ.ตร. จะเรียกตำรวจคณะทำงานทุกกองบัญชาการ มาประชุมสรุปภาพรวมอีกครั้ง
ส่วนรองผกก. อดีตสามีนางแอม ทาง ผู้บังคับการจังหวัดราชบุรี ใช้อำนาจการปกครองเพื่อไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน และไม่ให้เกี่ยวข้องในคดีนี้ และเพื่อให้เกิดความยุติธรรมขั้นสูงสุด จึงได้สั่งการให้อดีตสามีแอม มาประจำการที่ ศปก.ราชบุรี และส่งพนักงานสอบสวนเข้าไปรักษาการในตำแหน่งนั้น