แก้บน-เจ้าที่สภ. จับตัวคนร้ายได้ ผงะสอบประวัติ ออกจากคุกปี65 ก่อคดีขืนใจ2สาว
หนุ่มหื่นฆ่าหมกเซลส์สาว สารภาพชอบผู้หญิงใส่แว่นตา ตำรวจนำตัวทำแผนฯ เผยพฤติกรรมหื่น วันฆ่าเซลส์สาว คิดลวงพนักงานม่านรูดข่มขืนด้วย แต่สาวไหวตัวทัน สอบประวัติพบก่อคดีหื่นอื้อ 10 เม.ย.เพิ่งใช้มีดจี้ข่มขืนแม่ค้าเด็กวัย 18 ก่อนหน้านี้ปี 61 ใช้ปืนขู่บังคับข่มขืนสาววัย 33 ทั้งๆ ที่เพิ่งพ้นโทษคดีลักทรัพย์ ออกจากคุกปี 65 แม่น้องอ้อมนำหัวหมูมาเซ่นไหว้ศาลพระภูมิหน้าโรงพักสันทราย หลังตำรวจจับตัวมือฆ่าลูกได้ เรียกร้องให้ประหารชีวิตสถานเดียว
จากกรณี นางสาวอ้อม นามสมมติ อายุ 35 ปี เซลส์ขายรถยนต์ยี่ห้อดังโชว์รูมแห่งหนึ่งย่านกาดสามแยก อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ถูกนายณัฐพล ผันผดุงทรัพย์ อายุ 41 ปี ชาวกรุงเทพฯ ทำทีเป็นลูกค้าต้องการซื้อรถยนต์ นัดไปพบที่ร้านกาแฟ ก่อนลวงไปข่มขืนแล้วฆ่านำศพไปทิ้งไว้ในโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งพื้นที่ ต.สันผีเสื้อ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดย เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวนาย ณัฐพลได้ช่วงบ่ายวันที่ 30 เม.ย. และนำไปชี้จุดที่นำศพ น.ส.อ้อมไปทิ้งไว้ในโรงแรมม่านรูด ตามข่าวที่เสนอมานั้น
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 1 พ.ค. พนักงานสอบสวนได้นำตัวนายณัฐพล ผู้ต้องหา มาสอบปากคำอย่างละเอียด โดยนายณัฐพลรับสารภาพว่า เมื่อวันที่ 29 เม.ย. เวลา 13.00 น. ได้ไปเปิดห้องที่โรงแรมแห่งหนึ่ง พื้นที่หมู่ 3 ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย ต่อมา เวลา 15.00 น. ได้นัด น.ส.อ้อมมาพูดคุยเรื่องซื้อรถยนต์ ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ต.สันพระเนตร อ.สันทราย แล้วหลอกให้ขึ้นรถยนต์ บอกว่า เป็นค่าจองรถ จากนั้นได้จอดรถข้างทางแล้วใช้มีดจี้บังคับใช้เชือกมัดมือไว้ แล้วพาไปที่โรงแรมที่จองไว้ใช้กำลังบังคับข่มขืน เมื่อได้ตัดเคเบิลไทร์ออก น.ส.อ้อมต่อสู้ขัดขืนใช้ท้าวถีบ ทำให้ตนเลือดออก จึงโกรธใช้ค้อนที่เตรียมมาทุบที่คอแล้วใช้เชือกรัดจน น.ส.อ้อมหมดสติไป
กระทั่งเวลา 21.00 น. ตนได้นำรถยนต์กระบะ ไปจอดไว้ที่บ้าน น.ส.ปวีณา เรือนพุผิ แฟนสาว ที่หมู่ 3 ต.แม่โบ่ง อ.ดอยสะเก็ด และเวลา 21.30 น. ตนได้โทรศัพท์บอกให้ น.ส.พรรษา โชคชัย บ้านอยู่ หมู่ 15 ต.ต้า อ.ขุนตาน จ.เชียงราย ขับรถเก๋งมารับ และตนขับรถมาจอดให้ น.ส.พรรษาลงที่ร้านสะดวกซื้อ สาขาแยกหนองจ๊อม แล้วกลับเข้าไปที่ห้องพัก นำร่างของน.ส.อ้อมยัดใส่ท้ายรถ ขับไปยังโรงแรมแห่งหนึ่ง ขอเปิดห้องแล้วนำร่างของน.ส.อ้อมเข้าไปไว้ในห้องพัก เสร็จแล้วจึงได้ขับรถมารับน.ส.พรรษา กลับไปนอนที่บ้านพัก ที่ ต.แม่แฝก อ.สันทราย จนเจ้าหน้าที่ติดตามไปที่บ้านพักหลัง ดังกล่าวตนได้วิ่งหลบหนี แล้วได้โทรศัพท์ให้น.ส.ปวีณา มารับ โดยอ้างว่ารถเกิดอุบัติเหตุแล้วกลับไปที่บ้านน.ส.ปวีณา ให้ขับรถมารับ โดยตนได้นำรถยนต์กระบะไปจอดไว้ที่วัดหนองบัว อ.ดอยสะเก็ด ระหว่างนั้นได้ติดต่อไปหา น.ส.พรรษา บอกให้ไปรอที่สนามกีฬาเทศบาลดอยสะเก็ดแล้วจะไปรับ แต่พอรู้ว่ามีเจ้าหน้าที่รอจับตัวอยู่จึงหลบหนีไป แล้ว ให้น.ส.ปวีณาไปส่งตนเอารถจักรยาน ยนต์ ที่บ้านเอื้ออาทรสันกำแพง ขี่รถไปนำร่างน.ส.อ้อมที่เก็บไว้ และจ่ายเงินค่าห้องอีก 1 วัน แล้วขับรถหลบหนีไปในเมืองเชียงใหม่ จอดรถทิ้งไว้จนถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่า นายณัฐพล นั้นชอบผู้หญิงใส่แว่นตา และมีพฤติกรรมโรคจิตคล้ายฆาตกรรมต่อเนื่อง ทางตำรวจได้ตรวจปัสสาวะผู้ต้องหาเมื่อวานเย็นและเช้าวันเดียวกัน ไม่พบสาร เสพติดแต่อย่างใด คนร้ายได้บอกว่า ได้เสพยามาหลายวันแล้ว
นอกจากนี้ นายณัฐพลมีพฤติกรรมหื่นต่อเนื่อง โดยวันเกิดเหตุสังหารน้องอ้อมแล้ว ยังจะล่วงละเมิดทางเพศกับพนักงานสาวโรงแรมม่านรูด โดยพยายามหลอกล่อให้เข้าไปในห้องที่มีศพน้องอ้อม เพื่อจะข่มขืน โดยอ้างว่าทีวีเสีย แต่พนักงานสาวไหวทันไม่เข้าไป และจะไปตามช่างผู้ชายเข้าไปดู คนร้ายเลยยกเลิก จึงรอดมาได้

แก้บน – นางกัญญา คุณยศยิ่ง อายุ 56 ปี แม่น.ส.อ้อม เซลส์ขายรถ นำเครื่องเซ่นไหว้แก้บนที่ขอให้จับคนร้ายฆ่าลูกสาว ที่ศาลพระภูมิสภ.สันทราย จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 1 พ.ค. หลังตำรวจจับกุมนายณัฐพล ผันผดุงทรัพย์ ผู้ก่อเหตุและติดตามจนพบร่างลูกสาว
ที่สภ.สันทราย นางกัญญา คุณยศยิ่ง อายุ 56 ปี แม่ของน.ส.อ้อม พร้อมครอบครัวและญาติ ซึ่งยังอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจ นำหัวหมูต้มเป็นเครื่องเซ่นไหว้แก้บนศาลพระภูมิของสภ.สันทราย หลังจากที่ได้บนบานไว้ว่าขอให้ตำรวจจับกุมคนร้ายได้โดยเร็วและพบตัวของลูกสาว
นางกัญญาเปิดเผยว่า ในเวลานี้ตัวเอง รวมทั้งครอบครัวและญาติทุกคนยังคงเศร้าเสียใจและโกรธแค้นผู้ต้องหาอย่างมากที่ก่อเหตุอย่างเหี้ยมโหดกับนางสาวอ้อม จนเสียชีวิต ซึ่งไม่มีทางให้อภัยผู้ต้องหาอย่างเด็ดขาด และต้องการเรียกร้องให้ลงโทษประหารชีวิตสถานเดียวเท่านั้น
สำหรับลูกสาวเป็นคนจิตใจดี มีมนุษยสัมพันธ์ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น และรักงานบริการตามอาชีพที่ทำอยู่ ส่วน ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุนั้น เชื่อมั่นว่าลูกสาวไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่น่าจะล่อลวงลูกสาวให้หลงเชื่อหรือบีบบังคับ โดยก่อนที่จะเกิดเหตุขึ้นนั้น ไม่ได้พูดคุยกับลูกสาวหรือมีลางบอกเหตุใดๆ ทั้งสิ้น เพราะลูกสาวพักอยู่บ้านสามีอีกพื้นที่หนึ่ง แต่ปกติลูกสาวจะไปเที่ยวหาที่บ้านในอ.สันทราย ทุกวันอาทิตย์ที่เป็นวันหยุดงาน ขณะที่ในส่วนของการจัดพิธีต่างๆ นั้น เตรียมนิมนต์พระสงฆ์ไปทำพิธีสู่ถอนตามความเชื่อล้านนาหรือพิธีเชิญวิญญาณของลูกสาวที่โรงแรมม่านรูดจุดที่พบศพ ส่วนการจัดพิธีศพนั้น จัดขึ้นที่วัดป่าบง ใกล้บ้านพักของลูกสาวที่อยู่กับสามี
ขณะเดียวกันรายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบประวัติ นายณัฐพล พบว่า มีอาชีพขับรถรับส่งพัสดุเอกชน โดยเมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมา เวลา 16.00 น. ได้ขับรถกระบะตอนเดียวตู้ทึบ ทำทีแวะซื้อของที่ร้านค้าแห่งหนึ่งแถวสี่แยกหลุยส์ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ โดยมีน.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี เป็นคนขายของ แต่อยู่ๆ นายณัฐพลได้ใช้มีดปลายแหลมจี้น.ส.เอ ขึ้นรถ แล้วใช้เคเบิลไทร์ล็อกข้อมือไว้ จากนั้นขับรถไปทางแยกแม่กวง โดยแวะป่าละเมาะข้างทางทำการล่วงละเมิดทางเพศผู้เสียหายและได้ถ่ายคลิปไว้ด้วย จากนั้นคนร้ายได้ขับรถต่อไปยังเขื่อนแม่กวง ได้บังคับให้ถอดเสื้อผ้าแล้วใช้กำลังบังคับขืนใจผู้เสียหาย ผู้ปกครองและผู้เสียหายจึงได้ไปแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.ดอยสะเก็ด ให้ดำเนินคดีในข้อหา ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้ายและกักขัง หน่วงเหนี่ยว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรอผลแพทย์เพื่อมาประกอบสำนวนดำเนินคดี
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 31 ม.ค.2561 นายณัฐพล เคยก่อเหตุใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Natanon Love Love” ล่อลวงเหยื่อสาววัย 33 ปี ที่ร้านสะดวกซื้อ ถนนช้างเผือก ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ก่อนขับรถมารับไปกินข้าว แต่พอเหยื่อสาวขึ้นไปนั่งในรถนายณัฐพลก็ทำทีขับรถหลงทาง ก่อนชักปืนพกสั้นจี้บังคับไม่ให้ขัดขืน และยึดโทรศัพท์มือถือ จากนั้นขับรถเลี้ยวเข้าไปในโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง ต.ช้างเผือก แล้วใช้เชือกมัดมือมัดเท้า จับถอดเสื้อผ้า และลงมือใช้กำลังข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ แล้วขังผู้เสียหายไว้ในห้องพัก ก่อนหลบหนีไป
ต่อมาผู้เสียหายดิ้นจนเชือกหลุด จึงขอความช่วยเหลือจากพนักงานโรงแรม พามาแจ้งความที่ สภ.ช้างเผือก และตำรวจรวบรวมพยานหลักฐาน นำไปสู่การขออนุมัติศาลจังหวัดเชียงใหม่ออกหมายจับนายณัฐพล ในความผิดฐานพาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจาร ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย หน่วงเหนี่ยวกักขัง และข่มขืนกระทำชำเรา กระทั่งแกะรอยจับกุมตัวได้ในที่สุด โดยขณะนั้น นายณัฐพลเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนผู้ประกอบการเต็นท์รถมือสองแห่งหนึ่ง อาศัยอยู่ในจ.แม่ฮ่องสอน และเชื่อว่าเคยก่อคดีทำนองนี้มาแล้วหลายครั้ง
ก่อนหน้านี้ เคยหนีหมายศาลธนบุรีคดีชิงทรัพย์แล้วถูกจับกุมตัวได้ เพิ่งพ้นคุกออกมาเมื่อปี 2565
ด้านพล.ต.ต.วีระชน บุญทวี รองผบช.ภาค 5 เผยว่า วันเดียวกัน อาจยังไม่ได้นำตัวไปฝากขังที่ศาล เนื่องจากยังต้องสอบปากคำเพิ่มเติม ผู้ต้องหายังให้การวกวนอยู่ และเตรียมส่งตัวไปตรวจร่างกายเพื่อเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ประกอบสำนวนคดี ส่วนทีมสืบสวนทำคดีก็ยังเร่งเก็บหลักฐาน และสอบพยานเพิ่มเติมเพื่อรวบรวมทำสำนวนคดีส่งฟ้อง โดยในช่วงบ่ายวันเดียวกัน จะประชุมทีมสืบสวนเพื่อติดตามความคืบหน้าคดีอีกครั้ง
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังควบคุมตัวนายณัฐพลไว้ที่ สภ.สันทราย พิมพ์ลายนิ้วมือเพิ่ม ก่อนนำตัวกลับเข้าห้องขังต่อ