วิปัสสนาจารย์ชื่อดัง กองปราบ-พศ.แถลง จนมุมยกแก๊งทั้ง3คน สมภารคู่ขา-น้องด้วย

ที่แท้ถูกจับสึก ‘พระอาจารย์คม’ วิปัสสนาจารย์ชื่อดัง วัดป่าธรรมคีรี อ.ปากช่อง ร่วมกับอดีต เจ้าอาวาส และน้องสาวทุจริตเงินวัดกว่า 182 ล้าน ผงะค้นบ้านน้องสาวพบซุกเงินสดถึง 51 ล้าน เงินฝากในบัญชีธนาคารอีก 130 ล้าน เจ้าตัวยังยอมรับด้วยว่ามีพฤติกรรมชายรักชาย เสพเมถุนกันเองในกุฏิ มีพระลูกวัดและลูกศิษย์ร่วมด้วย ด้านสำนักพุทธฯ เผยตรวจสอบทางลับสงสัยพระดังกับคู่ขาร่วมทุจริตทั้งเงินวัดและเงินทำบุญ ก่อนประสานให้ตำรวจเข้าจับกุมทันที ส่วนบรรยากาศที่วัดเงียบเหงา ลูกศิษย์ทั้งเศร้าทั้งตกใจไม่คาดคิดพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบที่เคารพนับถือก่อเรื่องฉาวผ้าเหลือง

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 6 พ.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ รองผบก.ป. พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตรโสภณ ผกก.3 บก.ป. พ.ต.ท.ภาณุมาศ แสงส่ง รองผกก.3 บก.ป และนายอินทพร จั่นเอี่ยม รรท.ผอ.สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ร่วมกันแถลงจับกุมนายคม คงแก้ว อายุ 39 ปี หรืออดีตพระอาจารย์คม อภิวโร หรือพระวชิรญาณโกศล วัดป่าธรรมคีรี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา นายวุฒิมา หรือพระหมอ เถาว์หมอ อายุ 38 ปี อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าธรรมคีรี และ น.ส.จุฑาทิพย์ ภูบดีวโรชุพันธุ์ อายุ 35 ปี

ผู้ต้องหาทั้ง 3 ถูกจับตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางที่ 64-66/2566 ตามลำดับ ลงวันที่ 6 พ.ค.66 ข้อหา “เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์โดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์โดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และรับของโจร” โดยจับกุมตัวนายคมได้ในพื้นที่กรุงเทพฯ ส่วนนายวุฒิมาจับกุมได้ที่ จ.นครราชสีมา ส่วน น.ส. จุฑาทิพย์นั้นจับกุมตัวได้ที่บ้านใน จ.นนทบุรี

พล.ต.ต.มนตรีเผยว่า สืบเนื่องจากตัวแทน พศ.เข้าร้องเรียนให้ตรวจสอบพฤติกรรมของพระอาจารย์คม ประธานฝ่ายสงฆ์ของวัดป่าธรรมคีรี หลังสงสัยมีการทุจริตเงินของวัด จึงสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบ จนพบวัดดังกล่าวมีพระอาจารย์คมเป็นพระผู้คอยดูแลการใช้จ่ายเงินต่างๆ ของวัด รวมถึงเงินที่ญาติโยมมีจิตศรัทธาร่วมทำบุญ ได้ร่วมกับพระหมอ เจ้าอาวาส นำเงินดังกล่าวไปใช้จ่ายส่วนตัว รวมถึงยังนำเงินสดไปมอบให้ น.ส.จุฑาทิพย์ น้องสาวของนายคม นำฝากเข้าบัญชีธนาคาร บางส่วนเก็บไว้ในบ้านพัก

เบื้องต้นที่ตรวจสอบได้ในขณะนี้ พบผู้ต้องหาร่วมกันยักยอกเงินของวัดไปแล้วนับร้อยล้านบาท โดยเชื่อว่าน่าจะมีจำนวนมากกว่านี้ เพราะจากการตรวจค้นที่บ้านพักของ น.ส.จุฑาทิพย์ ที่ จ.นนทบุรี พบเงินสดถึง 51 ล้านบาท ถูกเก็บไว้ในลังโฟมและกระเป๋าเดินทาง รวมถึงยังพบเงินที่อยู่ในบัญชีธนาคารอีกกว่า 130 ล้านบาท

“ผมขอย้ำว่าตัวเลขยอดเงินในขณะนี้สูงถึง 180 ล้านบาท เป็นแค่ยอดเท่าที่ตรวจสอบพบในเบื้องต้น ซึ่งอาจจะมีมากกว่านี้ แต่คงต้องรอผลการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งภายในสัปดาห์หน้า” ผบก.ป.กล่าว

จับพระดัง – พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป.พร้อมนาย อินทพร จั่นเอี่ยม รองผอ.สำนักพุทธฯ แถลงจับกุมนายคมหรืออดีตพระวชิรญาณโกศล กับพวกยักยอกเงินวัดป่าธรรมคีรี จ.นครราชสีมา กว่า 182 ล้านบาท และเสพกามกับผู้ชายด้วย เมื่อวันที่ 6 พ.ค.

พล.ต.ต.มนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับ ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ขณะนี้ยังอยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอยู่ระหว่างการขยายผลการสอบสวน เพื่อค้นหาพยาน หลักฐานอื่นๆ เพิ่มเติม ส่วนจะมีการดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับมาตรา 112 ด้วยหรือไม่นั้น จากหลักฐานเท่าที่มีอยู่ยังไม่พบความผิด ดังกล่าว ส่วนการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งสามรับสารภาพว่านำเงินของวัดออกมาจริง นอกจากนี้นายคมยังรับสารภาพด้วยว่า ระหว่างที่ถือสมณเพศนั้น พวกตนยังเสพเมถุนกันภายในกุฏิของวัดด้วย เรื่องนี้ถือเป็นการอาบัติปาราชิกตามข้อบัญญัติทางธรรมวินัย ทาง ผู้ต้องหาจึงสมัครใจที่จะลาสิกขาทันทีอีกด้วย

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า กรณีการเสพเมถุนกันภายในวัดนั้น ทราบว่าเป็นเสพเมถุนระหว่างนายคมกับนายวุฒิมา นอกจากนี้ยังมีพระลูกวัดที่สึกไปแล้ว และลูกศิษย์อีกด้วย

ด้านนายอินทพรกล่าวว่า สำหรับจุดเริ่มต้นของคดีดังกล่าว ก่อนหน้านี้ พศ.ได้รับร้องเรียนทางลับให้ตรวจสอบพฤติกรรมของอดีตพระทั้ง 2 รูป โดยพฤติกรรมแรกเป็นเรื่องเกี่ยวกับการประพฤติผิดพระธรรมวินัย เสพเมถุน ส่วนพฤติกรรมที่ 2 เป็นเรื่องของการบริหารเงินไม่โปร่งใส นำเงินบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ หรือนำเงินวัดไปใช้ส่วนตัว หลังรับเรื่องจึงตรวจสอบข้อเท็จจริง จนพบทั้งคู่มีพฤติกรรมส่อไปในทางดังกล่าวจริงจึงแจ้งไปยังคณะปกครองท้ายที่สุดก็พบมีพฤติกรรมนั้นจริง ส่วนเรื่องยักยอกเงินวัดเป็นเรื่องของคดีอาญา จึงประสานมายังกองปราบฯ ให้ช่วยตรวจสอบ จนนำมาสู่การจับกุมดังกล่าว

วันเดียวกันที่วัดป่าธรรมคีรี (ธรรมยุต) ศูนย์ปฏิบัติธรรมวิปัสสนา ต.ปากช่อง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพทั่วไปเงียบเหงา ไม่พบแม้แต่พระสงฆ์และผู้มาปฏิบัติธรรมกรรมฐานตามที่เคยปรากฏเช่นเมื่อก่อน โดยศิษย์ผู้ใกล้ชิดของพระอาจารย์คมเปิดเผยว่า หลังรู้ข่าวพระอาจารย์ออกจากวัดไปและ ลาสิกขาไปอย่างกะทันหัน ต่างเศร้าว่าเกิดอะไรขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาเป็นพระผู้ตั้งมั่นและเคร่งครัดในแนวทางการสอนวิปัสสนากรรมฐาน เดินตามรอยคำสอนทางพระพุทธศาสนา และมีการพัฒนาด้านปฏิสังขรณ์ เป็นพระหนุ่มที่มากด้วยบารมี จนมีลูกศิษย์เลื่อมใสจากทั่วสารทิศ เป็นพระที่มีอายุเพียง 39 ปี

รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ พระราชวชิราลังการ เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา (ธรรมยุต) ในฐานะรักษาการเจ้าอาวาสวัดป่าธรรมคีรี ลงนามในคำสั่งวัดป่าธรรมคีรี ลงวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา แต่งตั้งคณะกรรมการสำรวจทรัพย์สินของวัดป่าธรรมคีรี โดยมี พระราชวชิราลังการ และพระอุดมธีรคุณ เป็นที่ปรึกษา และพระญาณดิลก (แดง) เจ้าอาวาสวัดมกุฏคีรีวัน เขาใหญ่ เป็นประธานการตรวจสอบต่อไป

ด้านพระครูพิทักษ์มัชฌิมเขต (จิรศักดิ์) เจ้าอาวาสวัดวงศ์เกษตร เจ้าคณะตำบลปากช่อง เขต 4 (ธ) กล่าวว่า ในฐานะพระสังฆาธิการชั้นผู้ใหญ่ และได้รับมอบหมายให้เป็นคณะกรรมการสำรวจทรัพย์สินของวัดป่าธรรมคีรีจะประชุมคณะสงฆ์ เวลา 13.00 น. วันที่ 8 พ.ค.นี้ เพื่อจัดระเบียบภายในวัดให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยมีพระราชวชิราลังการ ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดป่าธรรมคีรี เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการฯ, พระอุดมธีรคุณ (ภาวัต วิสุทเธสโก) เจ้าอาวาสวัดสุทธจินดา เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการ, พระญาณดิลก (ปัญญา สัทธายุตโต) เจ้าอาวาสวัดมกุฏคีรีวัน เป็นประธานคณะกรรมการฯ และนายพรพนา แสนการุณ ผอ.พศ.นครราชสีมาเป็นผู้ช่วย เลขานุการ

“อย่างไรก็ตาม พระราชวชิราลังการ ท่านได้แจ้งว่าการตรวจสอบทรัพย์สินดังกล่าวเสร็จสิ้นไปเกินกว่าครึ่งหนึ่งแล้ว คาดว่าภายหลังการประชุมคณะสงฆ์ที่วัดป่าธรรมคีรีจะสามารถแจ้งรายละเอียดให้ทราบได้ เพื่อให้ทุกอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากตรวจสอบไม่พบความผิดปกติก็เป็นเรื่องดี แต่ถ้าหากตรวจสอบพบความไม่โปร่งใส ต้องดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย สำหรับกรณีพระอาจารย์คม คณะสงฆ์ยังไม่ทราบว่าท่านหายตัวไปที่แห่งใด สำหรับวัดป่าธรรมคีรี มีพระสงฆ์สึกไปแล้ว 4 รูปรวม พระอาจารย์คม และพระมหาวุฒิมา ขณะนี้มีพระลูกวัดเหลือเพียง 20 รูป ทุกรูปยังปฏิบัติศาสนกิจไปตามปกติ ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง” เจ้าคณะตำบลปากช่องกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน