โต้โกง-แค่โอนย้ายเงิน คุมทั้งแก๊งฝากขังวันนี้ พระผู้ใหญ่-กองปราบ นัดสอบวัดป่าสังกัด

‘สมีคม’ โต้เปล่าโกงเงิน อ้างแค่โอนย้ายจากวัดป่าธรรมคีรี ปากช่อง ไปซุกบัญชีน้องสาว บางส่วนเก็บไว้ที่บ้าน ส่วนพระหมอ อดีตเจ้าอาวาส ก็รับสารภาพ วันนี้กองปราบฯ เตรียมคุมตัวทั้ง 3 ส่งผัดฟ้อง ฝากขังศาลอาญาคดีทุจริต ขณะที่เจ้าคุณแดง ประธานกรรมการสอบทรัพย์สินวัดป่าธรรมคีรี เลื่อนเข้าตรวจสอบทรัพย์สิน-ตู้เซฟวัดออกไปไม่มีกำหนด โดยจะร่วมเปิดเซฟวัดตรวจสอบทรัพย์สิน พร้อมกับนายอำเภอและกองปราบฯ ขณะที่บรรยากาศภายในวัดเงียบเหงา ไร้ญาติโยม มาทำบุญ ผอ.สำนักพุทธฯ ชี้อดีตพระคม รับสารภาพเสพเมถุนถือว่าต้องอาบัติปาราชิก กลับไปบวชไม่ได้แล้ว รวมถึงอดีตพระมหาวุฒิมากับ 2 พระลูกวัดด้วย

จากกรณีกองปราบปรามร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เข้าจับกุมนายคม คงแก้ว หรือ พระอาจารย์คม อภิวโร อายุ 39 ปี อดีตพระอาจารย์ชื่อดัง นายวุฒิมา หรือพระหมอ เถาว์หมอ อายุ 38 ปี อดีต เจ้าอาวาสวัดป่าธรรมคีรี ต.ปากช่อง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา และน.ส.จุฑาทิพย์ ภูบดีวโร ชุพันธุ์ อายุ 35 ปี น้องสาวของนายคม ที่ ร่วมกันยักยอกเงินวัดไปกว่า 180 ล้านบาท ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 7 พ.ค. พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผู้บังคับการกอง ปราบปราม (ผบก.ป.) เปิดเผยว่า ภายหลังการจับกุมทางตัวนายคมและน้องสาว ได้ให้การยอมรับว่า มีการยักย้ายถ่ายโอนเงินของ วัดป่าธรรมคีรีไปเข้าบัญชีธนาคารน้องสาวของนายคมจริง บางส่วนก็ให้นำไปเก็บไว้ ที่บ้าน แต่ยังยืนกรานปฏิเสธตามข้อกล่าวหา เพราะไม่มีเจตนาที่จะโกงเงินวัด ส่วนนายวุฒิมานั้นให้การรับสารภาพ ซึ่งขณะนี้ผู้ต้องหา ทั้งสามยังถูกควบคุมตัวอยู่ที่กองปราบปราม โดยวันที่ 8 พ.ค. จะนำตัวไปผัดฟ้องและ ฝากขังที่ศาลอาญาคดีทุจริตต่อไป

ส่วนความคืบหน้าในการติดตามทรัพย์สินของวัดที่กลุ่มผู้ต้องหายักย้ายถ่ายเทไปนั้น พล.ต.ต.มนตรีกล่าวว่า รวมความเสียหาย เท่าที่ตรวจสอบพบในขณะนี้ยังอยู่ที่ประมาณกว่า 180 ล้านบาท เนื่องจากยังอยู่ในช่วง วันหยุดราชการ ทำให้ตรวจสอบอะไรได้ ไม่มากนัก แต่ภายในสัปดาห์นี้น่าจะมีความคืบหน้ามากกว่านี้ และทราบว่า วันที่ 8 พ.ค. ทางคณะกรรมการตรวจสอบและสำรวจทรัพย์สินวัดป่าธรรมคีรี ที่คณะสงฆ์ มีคำสั่ง แต่งตั้งให้เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง ก็มีกำหนดนัดหมายที่จะร่วมกันเปิดตู้เซฟของ วัดป่าธรรมคีรีเพื่อตรวจสอบดูว่ามีทรัพย์สินอะไรบ้างที่สูญหายไป ซึ่งตนได้สั่งการให้ ทีมสอบสวนของกองปราบปราม เข้าร่วมตรวจสอบด้วย

ต่อมา มีรายงานข่าวระบุว่า ตามกำหนด พระญาณดิลก (เจ้าคุณแดง) เจ้าอาวาสวัดมกุฎคีรีวัน เขาใหญ่ เจ้าคณะอำเภอ (ธรรมยุต) ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบและสำรวจทรัพย์สินของวัดป่าธรรมคีรี จะนำคณะกรรมการ ซึ่งมีคณะสงฆ์ ฝ่ายธรรมยุต ฝ่ายปกครอง และท้องที่ เข้าตรวจสอบทรัพย์สินวัดป่าธรรมคีรี (จันดีอนุสรณ์) ศูนย์ปฏิบัติธรรมวิปัสสนา (ธรรมยุต) ต.ปากช่อง ในวันที่ 8 พ.ค. นั้น ได้ถูกเลื่อนออกไปโดยไม่มีกำหนด

ด้านนายคณัสชนม์ ศรีเจริญ นายอำเภอปากช่อง จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ในฐานะ ผู้ร่วมสังเกตการณ์ ฝ่ายปกครอง กับพ.ต.อ. ฉัตร ณรงค์ ผกก.สภ.ปากช่อง ร่วมกับคณะกรรมการ นำโดยพระญาณดิลก (เจ้าคุณแดง) เจ้าอาวาสวัดมกุฎคีรีวัน เขาใหญ่ เจ้าคณะอำเภอ (ธรรมยุต) ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบและสำรวจทรัพย์สินวัดป่าธรรมคีรี เข้าไปสำรวจตรวจสอบทรัพย์สิน เบื้องต้น เมื่อวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยภายในกุฏิวัด พบพระสงฆ์ยังพักในวัดอยู่ 4-5 รูป แต่พระในวัดไม่ทราบรายละเอียด รวมทั้งการทำบัญชีทรัพย์สินต่างๆ โดยพระญาณดิลกได้ แจ้งให้พระที่ยังจำวัดอยู่ได้เข้าใจ พร้อมทั้งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 3-4 นายผลัดเปลี่ยนเข้าเวรบริเวณวัด ตลอด 24 ชั่วโมง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากพระอาจารย์คมถูกจับกุมตัวในข้อหายักยอกเงินวัดว่า บรรยากาศภายในวัดป่าธรรมคีรี เงียบเหงา ไม่มีพระสงฆ์ และไม่พบผู้ที่เคยมาแสวงบุญ ที่เคยมีจำนวนมาก ทั้งศิษยานุศิษย์ และประชาชน ที่อยู่ใกล้บริเวณวัดป่าธรรมคีรีปากช่อง ต่างตกใจ เมื่อทราบข่าวการยักยอกเงินวัด เนื่องจากที่ผ่านมา พระอาจารย์คมเป็นพระหนุ่มน่าเลื่อมใส ปฏิบัติตนดี สงบเสงี่ยม เคร่งในทางธรรมมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การจัดระเบียบภายในวัดก็เป็นสัดส่วน แบ่งโซนพื้นที่ของพระสงฆ์ ผู้มาปฏิบัติธรรมวิปัสสนา และญาติโยมที่มากราบไหว้ รวมทั้งประชาชนชาวปากช่องที่รู้จักและเคยนิมนต์พระอาจารย์คมไปประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนา ต่างก็ตกใจในเหตุการณ์เกิดขึ้นกับวัดป่าธรรมคีรี

วันเดียวกัน นายอินทพร จั่นเอี่ยม รักษาราชการ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า หลังจากอดีตพระอาจารย์คมรับสารภาพว่ามีการเสพเมถุนภายในวัดนั้น ถือว่าต้องอาบัติปาราชิก ไม่สามารถกลับไปบวชใหม่ได้แล้ว รวมไปถึงพระที่เสพเมถุนร่วมกับอดีตพระอาจารย์คม คือ อดีตพระมหาวุฒิมา และพระลูกวัดอีก 2 รูป ก็ถือว่าต้องอาบัติปาราชิกเช่นกัน และทั้งหมดได้ลาสิกขา หรือสึกไปแล้ว ซึ่งจากข้อมูลพบว่าวัดป่า ธรรมคีรี มีพระสงฆ์อยู่ประจำ 4 รูป คือ อดีตพระอาจารย์คม อดีตพระมหาวุฒิมา และพระลูกวัดอีก 2 รูป ส่วนที่เหลืออีก 20 รูป เป็นพระสงฆ์ที่ไม่ได้อยู่ที่วัดดังกล่าวประจำ ดังนั้นจึงทำให้ขณะนี้วัดป่าธรรมคีรีไม่มีพระสงฆ์ อยู่ประจำแล้ว ต่อไปทางเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา (ธรรมยุต) จะพิจารณาให้พระสงฆ์มาอยู่จำพรรษาที่วัดนี้ต่อไป

นายอินทพรกล่าวต่อไปว่า ส่วนเรื่องการสำรวจทรัพย์สินวัดป่าธรรมคีรีนั้น คณะกรรมการสำรวจทรัพย์สินจะเข้าไปในพื้นที่ อีกครั้ง เพื่อดำเนินการให้แล้วเสร็จ เนื่องจากยังมีในบางพื้นที่ที่ปิดล็อก เช่น กุฏิส่วนตัวของอดีตพระอาจารย์คม และเมื่อสำรวจครบถ้วนแล้วจะรายงานต่อเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมาต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน