สกัดรบ.ข้างน้อย สาธิตเปิดศึกพิธา ขู่ร้อง-ยุบพรรค ‘ชวน’รับผลโพล ทำปชป.เสียขวัญ

ลั่นพรรคเดียวที่ได้เกินครึ่งคือเพื่อไทย ‘เต้น-ณัฐวุฒิ’ ปลุกกาเพื่อไทยทั้ง 2 ใบให้ชนะขาดเพื่อความชัวร์สกัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ‘สาธิต’ โต้เดือดหลัง ‘พิธา’ นำทัพปราศรัยระยอง ซัดเคลมผลงาน หาเสียงไม่สร้างสรรค์ ขู่ฟ้องเอาผิดฐานปราศรัยใส่ร้าย เข้าข่าย ยุบพรรค ‘จุรินทร์’ เปิดเวทีสตูล-สงขลา ชาวบ้านแห่ให้กำลังใจแน่น ‘ชวน’ รับผลโพลทำปชป.เสียขวัญ ส่งไลน์ปลอบลูกพรรค ‘ประยุทธ์’ หาเสียงปัตตานี-นราธิวาส ประกาศตัวเป็น ‘บังตู่’ จ้อภาษายาวีขอคะแนน ประชาชนแห่มอบดอกไม้ ‘อนุทิน’ ดักคอจับขั้วก่อน เลือกตั้ง

จุรินทร์ปราศรัยสตูลคึกคัก
วันที่ 8 พ.ค. ที่จ.สตูล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ขึ้นเวทีปราศรัยที่ จ.สตูล ช่วยผู้สมัครโดยย้ำแนวทาง “4 ทำ 3 ไม่” ด้วย “ประชาธิปไตย ไม่โกง” 4 ทำคือ 1.ทำประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้เข้มแข็ง ยั่งยืน 2.ทำประชาธิปไตยสุจริต 3.ทำประชาธิปไตยท้องอิ่ม ตามแนวทางสร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ 4.ทำให้ยาเสพติดหมดไปด้วยแนวทางตาต่อตา ฟันต่อฟัน สนับสนุนกัญชาทางการแพทย์แต่ไม่เอากัญชาเสรี สำหรับ 3 ไม่ก็คือ ไม่เลิกมาตรา 112 ไม่เอายาเสพติด และ ไม่เอาทุจริตคอร์รัปชั่น

ขณะที่นายจุรินทร์ปราศรัยบนเวทีมีชาวสตูลหลั่งไหลนำดอกกุหลาบมอบให้เป็นจำนวนมาก นายจุรินทร์จึงลงจากเวทีเพื่อมาเดินพบปะ รับดอกไม้ ร่วมถ่ายรูป พร้อมปราศรัยและพูดคุยไปด้วยอย่างใกล้ชิด

อ้อนปชป.ไม่หวือหวาแต่พึ่งได้
นายจุรินทร์กล่าวว่า ขอให้พี่น้องมั่นใจได้ ใครที่หนักแน่นมั่นคงก็ขอให้หนักแน่นต่อไป อย่าเปลี่ยนเพราะ ปชป.เป็นพรรคของคนบ้านเรา จะอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพี่น้องต่อไป

นายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์ถึงการหาเสียงโค้งสุดท้าย ว่า ปชป.ยังเดินหน้าทำงานเต็มที่ ต้องมีการปราศรัยใหญ่จนถึงวันเกือบสุดท้าย เราจะทำงานหนักไปจนถึงวันเลือกตั้ง จึงขอเสียงคนไทยทั้งประเทศช่วยสนับสนุนพรรคที่เป็นสถาบันการเมืองและเป็นที่พึ่งอย่างยั่งยืนได้ อาจไม่หวือหวาแต่รับผิดชอบ และประชาชนฝากผีฝากไข้ ฝากอนาคตบ้านเมืองไว้ได้

ปชป.สงขลา – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเวที ที่บริเวณคลองร.5 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ปราศรัยหาเสียงช่วย ผู้สมัครส.ส.ทั้ง 9 เขต โดยมีประชาชนเข้าร่วมฟังล้นพื้นที่ เมื่อวันที่ 8 พ.ค.

ปลุกสงขลาเลือกปชป.ยกจังหวัด
จากนั้นเวลา 17.45 น. ที่คลอง ร.5 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายจุรินทร์ ขึ้นปราศรัยช่วยผู้สมัครทั้ง 9 เขต โดยมีชาวสงขลาเข้าร่วมฟังการปราศรัยเต็มจนล้นพื้นที่

นายจุรินทร์กล่าวปราศรัยว่า เลือกตั้งเที่ยวนี้สำคัญมาก ถ้าเลือกผิดก็ต้องอดทนไป 4 ปี ถ้ารัฐบาลสร้างความเสียหายให้บ้านเมืองความ เสียหายก็จะมากเกิน 4 ปี อย่างโครงการรับจำนำข้าวที่สร้างความเสียหาย 6-8 แสนล้านบาท จนวันนี้ต้องเอาเงินภาษีไปชดใช้และยังไม่หมด ถ้าพี่น้องเลือกพรรคที่โกง ก็จะได้รัฐบาลโกง ถ้าพี่น้องเลือกพรรคกัญชา พี่น้องก็จะได้กัญชา ถ้าเลือกพรรคที่สักแต่จะเปลี่ยน สุดท้ายสิ่งดีงามที่เกิดขึ้นในประเทศต้องถูกเปลี่ยน ประชาธิปัตย์ไม่ใช่พรรคโบราณ อะไรที่เปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยน แต่เปลี่ยนอย่างมีวุฒิภาวะ”

สาธิตโต้เดือดหลังพิธาบุกระยอง
เวลา 10.15 น. ที่อาคารกรุงเทพทาวเวอร์ ถ.เพชรบุรี นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้า ปชป. ดูแลภาคกลาง และผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 ระยอง หมายเลข 7 แถลงว่า กรณีพรรค ก้าวไกล (ก.ก.) ที่นำโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร จัดการปราศรัยหาเสียงที่ จ.ระยอง เมื่อ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา กล่าวปราศรัยเข้าข่ายใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เกิดความเข้าใจผิดต่อตัวตนและส.ส.ระยองของปชป. ว่าไม่สนใจทำหน้าที่ 3 เหตุการณ์ 1.การระบาดของ โควิด-19 จากบ่อนการพนันในจ.ระยอง 2.ทหารอียิปต์ที่ติดโควิด-19 เข้ามาในจ.ระยอง และ 3.เหตุการณ์น้ำมันรั่ว ยืนยันว่าตนและส.ส.ระยอง ปชป.ทุกคนช่วยกันแก้ปัญหา ไม่ได้ละเลย

การระบาดของโควิด-19 จากบ่อนพนัน ตนในฐานะรมช.สาธารณสุข (สธ.) เร่งลงพื้นที่ควบคุมจนคลี่คลายได้ภายใน 14 วัน และ ตน นพ.บัญญัติ เจตนจันทร์ และ นายธารา ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง ปชป. ร่วมมือกับภาคประชาชนเรียกร้องให้ปิดบ่อน โยกย้ายตำรวจทุกระดับชั้นที่ปล่อยปละละเลย ขณะเดียวกัน ตนได้ทำจดหมายเปิดผนึกถึงนายกฯ เรียกร้องเรื่องนี้ และนพ.บัญญัติ ตั้งกระทู้ถามสดในสภา จนที่สุดนายกฯ สั่งโยกย้ายครั้งใหญ่ ทั้งผู้ว่าฯ ระยอง ผบช.ภ.2 ผบก.ภ.จว.ระยอง และผู้กำกับ 5 เสือในสภ.เมืองระยอง รวมถึงมีการจับกุมเจ้าของบ่อนใหญ่ พวกเราทำงานเป็นทีมและทำงานติดต่อกันประสบผลสำเร็จ ดังนั้น คนที่จะอวดอ้างผลงานตรงนี้ได้ไม่ใช่ ก.ก. แต่เป็นภาคประชาชนในจ.ระยองที่ร่วมทำงานกับส.ส.ระยอง เต็มกำลัง

แจงยิบผลงานแก้โควิด-น้ำมันรั่ว
กรณีทหารอียิปต์นั้น ทันทีที่ทราบว่าตรวจพบเชื้อและมีประวัติเคยเข้าจ.ระยอง ตนเร่งนำแพทย์และเจ้าหน้าที่ สธ.ลงพื้นที่ตรวจจุดเสี่ยงทั้งหมด นำตัวทหารรายนี้ไปตรวจ นำผู้ใกล้ชิดไปสอบสวนโรค จนควบคุมโรคได้ จากนั้นตนนำข้าราชการ สธ.ที่เป็นแพทย์และผอ.ร.พ.มาจัดสัมมนา และร่วมมือทุกฝ่ายสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนสู่จ.ระยองได้สำเร็จ

เหตุการณ์น้ำมันรั่วในทะเลมาบตาพุด 25 ม.ค.2565 ตนพร้อมนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ขึ้นเฮลิคอปเตอร์เมื่อ 27 ม.ค. บินสำรวจที่เกิดเหตุ สั่งการให้ผู้ว่าฯ การนิคมอุตฯแสดงความรับผิดชอบ เรียกบริษัท SPRC ให้เร่งปฏิบัติตามแผนเพื่อแก้ปัญหา ขอกำลัง ทร.ควบคุมเหตุการณ์ 28 ม.ค.ตนและเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายลงพื้นที่จุดเสี่ยงป้องกันไม่ให้คราบน้ำมันไหลเข้าฝั่ง ประกาศแจ้งเตือนและตั้งศูนย์บัญชาการให้ข้อมูลแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว รวมถึงบังคับให้บริษัท SPRC เยียวยามากที่สุดเท่าที่ทำได้ ซึ่งเขาชดเชยเยียวยาแล้วเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ขาด 3 เปอร์เซ็นต์อยู่ระหว่าง ฟ้องร้อง

ฉะเคลมผลงานตนเอง
“ดังนั้น ถ้าใครจะอวดอ้างผลงานนี้ก็ต้องเป็นคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ คือผมในฐานะที่เป็นรมช.สาธารณสุข และเป็นส.ส.ระยอง ที่ได้ทำงานร่วมกับทุกฝ่ายจนประสบความสำเร็จ ขอฝากบอกถึงคุณพิธาและพรรคก้าวไกลว่าขอให้แยกแยะว่าการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ คือการทำหน้าที่ส.ส.ในสภา ส่วนการทำงานแก้ปัญหาหรือใช้งบลงมือทำ คือทำหน้าที่ของฝ่ายบริหาร ซึ่งคือตัวผมและรัฐมนตรีขณะนั้นได้ทำหน้าที่บริหารและร่วมมือกับประชาชนจนทำสำเร็จ” นายสาธิตกล่าวและว่า คนที่ทำหน้าที่ในฝ่ายนิติบัญญัติควรบอกว่าเขาได้ทำงานในสภาได้อย่างสมบูรณ์ แบบนี้จึงเรียกว่าเป็นการเมืองสร้างสรรค์ และผู้สมัครส.ส.ระยองจากทุกพรรคจับมือทำสัญญาสัตยาบันว่าจะทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ แต่ต้องพังทลายลงด้วยการปราศรัยของหัวหน้า ก.ก. ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะสนุกปากหรือคิดว่ามีกระแสสนับสนุนมาก จึงไม่ย้อนดูข้อเท็จจริง

นายสาธิตเปิดคลิปปิดท้ายที่นายวิโรจน์พูดลักษณะคนระยองไม่เอานายสาธิตแล้ว และกรณีนายพิธาพูดว่าเลือก ส.ส.ระยองที่ตระกูล โดยนายสาธิตกล่าวว่า นายพิธาเข้าใจผิด ในระบอบประชาธิปไตยการตั้งคนในนามสกุลเดียวกันไปเป็นเลขาฯ ที่ปรึกษา หรือผู้ช่วย จะมาตำหนิได้ แต่การส่งคนลงสมัครส.ส.ผ่านการกลั่นกรอง แต่บังเอิญนามสกุลเดียวกันเป็นการคัดเลือกและ คัดสรร ส่วนผู้เลือกคือประชาชน และส่วนตัวเสี่ยงด้วยซ้ำที่เลือกแบบนี้

ขู่ยื่นร้องตร.-กกต.
ตนจะนำข้อมูลทั้งหมดเหล่านี้ไปแจ้งความเพื่อลงบันทึกเป็นหลักฐานที่ สภ.เมืองระยอง ในวันนี้เวลา 14.00 น. การจะได้คะแนนนิยมนั้นไม่จำเป็นต้องสาดโคลนใส่ร้ายกัน ยังมีหลายเรื่องที่นายพิธาไม่เข้าใจ หรือแกล้งไม่เข้าใจในระบอบประชาธิปไตย ขณะที่สังคมกำลังตั้งคำถามถึงพฤติกรรมความไม่น่าเชื่อถือของนายพิธาอีกหลายเรื่อง วันนี้เป็นอีกกรณีที่สะท้อนว่าสิ่งที่นายพิธาพูดกับความเป็นจริงเป็นอย่างไร

เมื่อถามว่าจะยื่นร้องเรียนต่อ กกต.ด้วย หรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า ตนขอสงวนสิทธิ์ทางกฎหมาย และขอรอดูว่า ก.ก.จะแสดงท่าทีหลังจากนี้อย่างไรหรือไม่ ขอรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อพิจารณาอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไร เบื้องต้นเห็นว่าเข้าข่ายกระทำผิดตามมาตรา 73 (5) แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ส่วนจะมีโทษถึงขั้นยุบพรรคได้หรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลของฝ่ายกฎหมาย

จากนั้นเวลา 15.30 น. ตึก TSK ถ.สุขุมวิท ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง นายสาธิตเปิดแถลงอีกครั้ง ชี้แจงทั้ง 3 ประเด็น พร้อมระบุเรื่องแจ้งความ เตรียมให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบ

ชวนรับผลโพลทำปชป.เสียขวัญ
นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้า ปชป. ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ให้สัมภาษณ์รายการ “มุมการเมือง” ทางไทยพีบีเอส ถึงเสียงตอบรับ ปชป.ว่า ดูจากโพลแต่ละสำนัก ปชป.จะได้ที่นั่งส.ส.บัญชีรายชื่อไม่กี่คน หรือไม่ถึง 10 คน ส่วนตัวเสียดายหากบัญชีรายชื่อลำดับถัดไป 11 ถึง 15 หลุดไป จึงพยายามรณรงค์ให้บุคคลเหล่านี้มีโอกาสได้รับเลือก

“ยอมรับว่าผลโพลที่ออกมาทำให้หลายคนขวัญเสีย จึงต้องส่งข้อความผ่านแอพฯไลน์ ว่าให้ทุกคนพยายามทำให้ดีที่สุด อย่าพึ่งท้อแท้กับโพล ต้องทำให้ดีที่สุดจนนาทีสุดท้าย ขณะที่การลงพื้นที่แต่ละจังหวัดก็มีประชาชนมารอให้การต้อนรับ โดยเฉพาะที่แน่นที่สุดคือ 3 จังหวัดใช้แดนภาคใต้”นายชวน กล่าว

เมื่อถามถึงสิ่งที่ ปชป.ต้องปรับช่วงโค้งสุดท้ายให้คะแนนตีตื้น นายชวนกล่าวว่า กก.บห.กำลังดำเนินการ เช่น ออกรายการชี้แจงข้อมูลหรือนโยบาย รวมถึงการชี้ให้เห็นศักยภาพของหัวหน้าพรรค ที่คนทั่วไปอาจยังไม่ทราบว่าในบรรดาผู้นำที่แข่งขันครั้งนี้นายจุรินทร์มีประสบการณ์ทั้งด้านการเมืองและการบริหารสูงสุด ไม่ด้อยกว่าใคร และยังมีนโยบายของ ปชป. ที่ไม่มีพรรคใดกล้าพูด เช่น เรื่องการประกันรายได้ให้เกษตรกร และบางนโยบายที่ประชาชนชื่นชอบนำไปปฏิบัติได้จริง

ลุยตลาดพลู – นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ลงพื้นที่ขอคะแนนเสียงให้ น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 24 ธนบุรี คลองสาน และราษฎร์บูรณะ เบอร์ 11 บัตรสีม่วง ส่วนบัตรสีเขียว เลือกเบอร์ 26 ปชป. ที่ตลาดพลู เขตธนบุรี เมื่อวันที่ 8 พ.ค.

ยังเชื่อไม่น่าจะต่ำขนาดนั้น
เมื่อถามถึงปัจจัยที่ทำให้เรตติ้ง ปชป.เปลี่ยนไป นายชวนกล่าวว่า ต้องให้สื่อประเมิน ช่วงเปลี่ยนหัวหน้าหลังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลาออก อดีตหัวหน้าปชป. 3 คน ก็มองตรงกันว่านายจุรินทร์ มีคุณสมบัติเหมาะสมเหนือกว่าทุกคน แต่ทำไมคนไม่นิยม และการถูกตกปลาในบ่อเพื่อนทำให้อ่อนพลังไปพอสมควร จึงพยายามจะเอาบัญชีรายชื่อ แต่ 100 บัญชีรายชื่อถ้าดูจากโพลเหลือ 40 คนที่จะมาแบ่งหลายพรรค เพราะ 2 พรรคเอาไปหมดแล้ว ตนส่งไลน์ให้ ส.ส.ว่าอย่าท้อแท้เมื่อดูจากผลโพล และหวังว่าเท่าที่สังเกตดูปฏิกิริยาด้วยตัวเองไม่น่าจะลดต่ำไปถึงขนาดนั้น ซึ่งต้องรอดูกันต่อไป

ก้าวไกลเมินขู่แจ้งความ
นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้า ก.ก. กล่าวถึงกรณีนายสาธิตแถลงโต้นายพิธาและนายวิโรจน์ ปราศรัยลักษณะใส่ร้าย พร้อมให้ฝ่ายกฎหมายรวบรวมข้อมูลว่ามีโทษถึงขั้นยุบพรรคได้หรือไม่ และฝากข้อความถึงนายพิธาให้เป็นลูกผู้ชาย ทำการเมืองสร้างสรรค์ ว่า เป็นเรื่องปกติสำหรับพรรคที่กำลังมาเป็นอันดับหนึ่งที่จะถูกหลายกระแสสร้างความ ไม่ชอบธรรมให้พรรค

พร้อมตั้งข้อสังเกตอาจเป็นการตอบสนองของคนที่กำลังจะเพลี่ยงพล้ำในเขตบ้านตัวเองหรือไม่ ขอคนที่สนับสนุน ก.ก.ไม่ต้องหวั่นไหว เหลือเวลาไม่ถึงสัปดาห์ ช่วยกันเผยแพร่นโยบายเชื่อชัยชนะเป็นของก้าวไกล

อนุทินดักคอจับขั้วก่อนเลือกตั้ง
เวลา 12.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงโค้งสุดท้าย ภท.มีหมัดเด็ดหาเสียงอย่างไรว่า เรานำเสนอนโยบายที่มั่นใจว่าเป็นประโยชน์กับประชาชน และพยายามทำให้ประชาชนเห็นว่า ภท.ยึดมั่นการเป็นพรรคที่ไม่เน้นความแตกแยก ไม่แบ่งฝ่าย ตั้งใจทำงาน

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีกระแสข่าวแบ่งแยกและมีขั้วเก่าขั้วใหม่เกิดขึ้น นายอนุทิน กล่าวว่า กระแสมันมีคนสร้างขึ้นมา ถูกสร้างโดยคน คิดว่าประชาชนแยกแยะออก เมื่อถามว่าหากผลเลือกตั้งออกมาเป็นไปตามกระแส จะทำให้ทิศทางของประเทศเปลี่ยนไปหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า กระแสไหน การบอกว่าไม่เอาพรรคนั้นไม่เอาพรรคนี้ หรือต้องการ จับมือกับพรรคนั้นพรรคนี้ ก็ต้องถามว่าพรรคเป็นของคนใดคนหนึ่งหรือเปล่า เข้ามาได้เพราะประชาชนเลือก ดังนั้นพรรคการเมืองเป็นของประชาชน จะพูดอะไรแทนประชาชนขอให้เกรงใจประชาชนบ้าง บอกว่าไม่จับมือกับพรรคนั้นพรรคนี้ ทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองมีอำนาจพูดเช่นนั้นหรือไม่ ถามประชาชนหรือยัง ประชาชนต้องการให้เกิดความแตกแยกอย่างนั้นหรือ บางที คนที่เป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ทำงานภาคเอกชนมามากคิดว่าพรรคเป็นบริษัทสั่งซ้ายหันขวาหันได้ ไม่ใช่

ภท.เมินโพล-เชื่อต่างความเชื่อ
ที่ทำการ ภท. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผอ.การเลือกตั้ง กทม. ภท. กล่าวถึงการ เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคใน กทม.ว่า 12 พ.ค.นี้จะจัดปราศรัยใหญ่บริเวณโชว์ ดีซี พระราม 9 ซึ่งย้ายจากอินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก เพราะเรื่องการจราจร อีกทั้งจำนวนคนที่สนใจที่จะมามีจำนวนมากจนต้องขยายพื้นที่เพิ่ม ไฮไลต์คือนายอนุทินจะขึ้นพูดถึงความพร้อมของพรรค และมีข้อความที่จะสื่อสารว่า ภท.มีความตั้งใจอย่างไรในช่วงโค้งสุดท้าย ช่วงโค้งสุดท้ายเรามีนโยบายและแนวทางแน่นอน เหลืออีก 6 วัน ขอให้รอดูว่าจะมีอะไรที่สื่อสารกับประชาชน

เมื่อถามถึงความมั่นใจในพื้นที่ กทม. นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า ตนลงพื้นที่ทุกวัน ผู้สมัครก็ลงพื้นที่ทุกวัน แต่ถูกปรามาสว่าไม่เคยมีส.ส.ในกทม.เลย เหมือนที่บางโพลบอกว่า ภท. ทั้งประเทศไม่น่าจะได้เกิน 12 ที่นั่ง ส่วนพื้นที่กทม.ก็ไม่เคยมีเลย ไม่เป็นไรตนเชื่อในการทำงานหนักของผู้สมัคร และทีมผู้บริหารของ ภท. โดยเฉพาะนโยบายการแก้ปัญหา “ก็รอดูว่าโพลจะต่างจากความเป็นจริง 14 พ.ค.นี้ มากน้อยแค่ไหน ยืนยันว่าเราฟังเสียงประชาชนเท่านั้น โพลก็คือโพล สำรวจตรงไหนผมก็ไม่ทราบ แต่ในส่วนตัวที่รับผิดชอบพื้นที่กรุงเทพฯ ถือว่าได้รับการตอบรับดี ยังมีความหวัง เชื่อว่าจะได้รับความไว้วางใจจากคนกรุงเทพฯ ให้มีส.ส.ของพรรคภูมิใจไทย แน่นอน”

เต้นปลุกกาพท.สกัดตู่เล่นเกมยื้อ
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุ “สถานการณ์เลือกตั้งครั้งนี้ไว้ใจอะไรไม่ได้เลย กติกาเอาเปรียบ พวกประยุทธ์เตรียมตั้งรัฐบาลข้างน้อยตามที่วิษณุพูดเปิดทาง ส.ว.คอยยกมือหนุน แม้แต่ กกต.ก็ลักลั่นเหมือนเตรียมแตะมือกันโกงตลอดเวลา ถ้าไม่ชนะเด็ดขาดเกมยืดเยื้อแน่ ฝ่ายประยุทธ์จะไม่ยอมให้ตั้งรัฐบาลได้ง่ายๆ ตั้งรัฐบาลแข่ง ดึงเวลารักษาการไปเรื่อยๆ หาจังหวะเพิ่มจำนวน ส.ส.ด้วยกล้วย และผลประโยชน์ทางการเมือง ผลคะแนนออกวันที่ 14 คนส่วนใหญ่คงนอนไม่หลับ กังวลว่าจะตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ ทางข้างหน้าไม่รู้เป็นอย่างไร ปัญหาทั้งหลายก็ไม่ได้แก้

แต่ถ้ามีพรรคหนึ่งเกินครึ่ง ซึ่งเพื่อไทย คือพรรคเดียวที่ทำได้ จะเป็นหลักประกันชัยชนะของประชาชน ส.ว.จำนวนหนึ่งจะไม่กล้าฝืนมติ เกิดรัฐบาลประชาธิปไตย เดินหน้านโยบาย การตัดสินใจเป็นของประชาชน ผมเพียงฉายภาพที่มองเห็นไม่ใช่เลือกด้วยความกลัว แต่เลือกเพื่อความชัวร์ เลือกเพื่อไทยแลนด์สไลด์ ประเทศไทยเปลี่ยนทันที”นายณัฐวุฒิระบุ

กลางฝน – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ตระเวนแห่ หาเสียงรอบเมืองหนองคาย ผ่านย่านเศรษฐกิจและถนนสำคัญ จากนั้นขึ้นเวทีปราศรัยท่ามกลางสายฝน แต่ยังมีประชาชนกางร่มรับฟังจำนวนมาก เมื่อวันที่ 8 พ.ค.

หน่อยลุยหนองคาย
ที่อ.เมือง จ.หนองคาย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) และแคนดิเดตนายกฯ พร้อมผู้สมัคร ส.ส.หนองคาย ขึ้นรถแห่หาเสียงรอบเมืองผ่านย่านเศรษฐกิจและถนนสำคัญ จากนั้นขึ้นเวทีปราศรัยท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมา แต่ยังมีประชาชนสนใจกางร่มรับฟังนโยบาย

คุณหญิงสุดารัตน์ประกาศว่า ความวุ่นวาย ความขัดแย้งทางการเมือง เป็นตัวฉุดรั้งเศรษฐกิจของประเทศ หากใครที่เบื่อความ ขัดแย้ง ไม่เอาลุง ไม่เอาการรัฐประหาร และการเมืองสองขั้ว ให้เลือกทสท.บอร์ 32

กกต.ถกปมงบช่วยค่าไฟ11พ.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังที่ประชุม กกต. ส่งเรื่องที่ ครม.ขอให้ กกต.อนุมัติงบกลางวงเงิน 11,112 ล้านบาท เพื่อช่วยลดภาระ ค่าไฟฟ้าให้ประชาชน กลับให้ ครม.ดำเนินการให้ครบถ้วนตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด และสำนักงานเลขาธิการ ครม.ส่งกลับมายังสำนักงาน กกต.เมื่อ 3 พ.ค. และมีรายงานว่า ฝ่ายกฎหมายของสำนักงานได้ตรวจสอบข้อกฎหมายโดยเฉพาะรัฐธรรมนูญมาตรา 169 และรวบรวมข้อเท็จจริงวิเคราะห์เนื้อหาเหตุผล ความจำเป็นเพื่อประกอบความเห็นนำเสนอให้ที่ประชุม กกต.ได้พิจารณาเสร็จสิ้นแล้วโดยสำนักงานเสนอเพื่อให้บรรจุในวาระการประชุม ที่คาดว่า กกต.จะพิจารณา 11 พ.ค.นี้

รทสช.โวซิวส.ส.มากสุดของใต้
นายธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงกระแสตอบรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรค และแคนดิเดตนายกฯ รทสช. จากการลงพื้นที่หาเสียง จ.กระบี่ และภูเก็ต ว่า ประชาชนตอบรับ เห็นได้จากการมารอต้อนรับและฟังการปราศรัยกว่า 3 หมื่นคน ตอกย้ำกระแสความนิยมในตัว พล.อ.ประยุทธ์ ในพื้นที่ภาคใต้ ยิ่งใกล้วันเลือกตั้งมากเท่าไร กระแสความนิยมในภาคใต้มากขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง มั่นใจภาคใต้ รทสช.กวาดเก้าอี้ ส.ส. มาเป็นอันดับ 1 แน่นอน

ตู่อ้อนขอคะแนนยายวัย 100 ปี
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ลาราชการลงพื้นที่เพื่อช่วยผู้สมัครหาเสียงที่ จ.นราธิวาส และ ปัตตานี โดยเวลา 10.30 น. พล.อ.ประยุทธ์พร้อมแกนนำรทสช. อาทิ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค นายอนุชา บูรพชัยศรี รองหัวหน้าพรรค นายธนกร ออกเดินทางจาก ท่าอากาศยานดอนเมือง ไปยังท่าอากาศยานนราธิวาส

พล.อประยุทธ์ปรับลุกส์ให้ดูอ่อนวัยลงอีกครั้งหลังจาก 7 พ.ค. ปรับการแต่งตัวใหม่จากที่เคยสวมกางเกงสแล็กส์โทนดำ-น้ำเงิน มาเป็นกางเกงสีน้ำตาล วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ใส่กางเกงสีเทาอมเขียวขี้ม้า เสื้อยืดสีน้ำเงินทับด้วยแจ๊กเกตสีขาว รองเท้าผ้าใบลำลองสีน้ำเงินอมฟ้า

พล.อประยุทธ์ได้ทักทายขอคะแนนจากประชาชนที่ท่าอากาศยานอย่างอารมณ์ดี ช่วงหนึ่งถ่ายรูปคู่กับคุณยายวัย 100 ปี ที่มากับลูกสาว โดยกล่าวว่า “ขอบคุณที่เชียร์ลุงตู่ ขอฝากช่วยกันและเชิญชวนให้ทุกคนไปลงคะแนน ก่อนตัดสินใจลงคะแนนขอช่วยกันพิจารณา ผมทำงานเพื่อประเทศชาติของเรา คุณยายอยู่มา 100 ปีแล้วคงจะเห็นและทราบดีว่าประเทศไทยของเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรแล้วบ้าง ขอให้ช่วยกันนะครับ”

ประกาศตัวเป็น‘บังตู่’
เวลา 13.00 น. พล.อ.ประยุทธ์พบปะประชาชนจุดแรกที่อ.เมืองนราธิวาส มีประชาชนมาต้อนรับมอบดอกไม้ให้กำลังใจ พร้อมตะโกน “ลุงตู่สู้ๆ” จากนั้นขึ้นรถแห่หาเสียงรอบเทศบาลเมืองนราธิวาส ช่วย นายวัชระ ยาวอหะซัน ผู้สมัคร ส.ส.นราธิวาส เขต 1

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ประเทศชาติไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง เป็นของพวกเราทุกคน ต้องร่วมมือให้เกิดความรักความสามัคคี อย่าไปขัดแย้งกับใคร วันที่ 14 พ.ค.ต้องเรียกกันมา พากันมา ชวนเพื่อนมา อย่าให้เขาดูถูกเราว่าเป็นพวกช้างป่วย

“ขอประชาชนอย่าเพิ่งเบื่อหน่าย การเลือกตั้งคือเป็นระบอบประชาธิปไตยที่ทุกคนต้องการ เลือกผู้แทนที่เป็นคนดีเข้าสภา ขอให้เลือกทั้งบังยอ เพราะเลือกบังยอแล้วได้บังตู่”

บุกสุไหงโก-ลก
จากนั้นเวลา 14.40 น. ที่อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นรถแห่หาเสียงช่วยนายสารี สะมะแอ ผู้สมัครส.ส.นราธิวาส เขต 2 โดยมีประชาชน 2 ข้างทางโบกมือทักทาย ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ปราศรัยย้ำ ขอเลือกคนดีนายสารีเบอร์ 3 และเลือกคนชื่อ บังตู่ เบอร์ 22 เลือกตั้งเพื่อให้ได้รัฐบาลที่ดี ซื่อสัตย์ ซื่อตรง รัฐบาลที่ทำแล้ว ทำอยู่ และทำต่อ ทุกปัญหาต้องได้รับการแก้ไขและทำต่อเนื่อง อย่าให้ใครมายุยงทำให้แตกแยกได้ ขอบคุณที่ออกมาให้กำลังใจ อย่าลืม บังตู่ 22

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์เดินลงเดินทักทายประชาชนและพ่อค้าแม่ค้า โดยมีประชาชนตะโกนให้กำลังใจ “ลุงตู่สู้ๆ พี่ตู่สู้ๆ ลุงตู่ อยู่ต่อ” พร้อมนำดอกกุหลาบมามอบให้ กำลังใจ และร่วมเซลฟี่ รวมถึงมีชายแต่งชุดกังฟูเข้ามาขอถ่ายภาพและเชียร์ให้เป็นนายกฯ ตลอดกาล โดยทำท่ากังฟู พล.อ.ประยุทธ์จึงทำท่ากังฟูหยอกล้อกลับไป

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และองค์เทพเจ้าภายในศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ ต.สุไหงโก-ลก ซึ่งเป็นที่นับถือของชาวสุไหงโก-ลก โดยมีมังกรคู่สีแดงและสีเขียวเป็นเครื่องสักการระ

ลุยต่อปัตตานี
เวลา 18.00 น. คณะของพล.อ.ประยุทธ์ เดินทางถึงเทศบาลเมืองปัตตานี เข้ากราบ สักการะศาลหลักเมือง เพื่อเอาฤกษ์เอาชัยก่อนขึ้นรถแห่หาเสียงรอบเมืองและปราศรัย โดยมีประชาชนมารอต้อนรับจำนวนมากซึ่งได้นำดอกไม้มามอบให้กับพล.อ.ประยุทธ์ขอถ่ายรูป และตะโกนเชียร์ลุงตู่สู้ๆ เพื่อเป็นกำลังใจ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวระหว่างขึ้นรถแห่ว่า ดีใจที่มาปัตตานี ตนมาตั้งแต่เป็นผบ.ทบ. ตอนนี้เป็นนายกฯ จะได้เป็นต่อหรือไม่ก็อยู่ที่พวกเราทุกคน

จ้อภาษายาวี-รักมากๆ
เวลา 18.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นรถแห่หาเสียงไปยังรอบเทศบาลเมืองปัตตานี พูดทักทายชาวปัตตานีเป็นภาษายาวี แล้วเดินทางมายังวิทยาลัยเทคนิคปัตตานี ซึ่งมีประชาชนมาฟังปราศรัยอย่างคึกคัก

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทราบดีใช่หรือไม่การเลือกตั้งครั้งนี้ชี้ชะตาประเทศ ประเทศเราต้องสงบสุข ทะเลาะกันไม่ได้ ขอให้เลือกส.ส.ปัตตานี รทสช.ทั้ง 5 เขต

“วันนี้ให้ผมเป็นอะไรผมก็เป็น เป็นลุงตู่ เป็นพี่ตู่ และเขาให้เป็นแบยุทธ์ (พี่ชาย) ด้วยในวันนี้ สรุปว่าเรารักกัน ภาษาใต้เขาว่ารักจังฮู้ รักมากๆ กาแนะบาเยาะบาเยาะ คงต้องไปฝึกอีกมาก แต่ผมเก่งที่สุดคือการกินอาหารใต้” จากนั้น เดินทางไปปราศรัยที่อ.หนองจิก เสร็จแล้วเดินทางกลับกทม.

ทั้งนี้ วันอังคารที่ 9 พ.ค.พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานการประชุม ครม.ปกติ จากนั้น 11 พ.ค.ลงพื้นที่หาเสียงที่จ.นครศรีธรรมราช, 12 พ.ค. รทสช.จัดเวทีปราศรัยใหญ่ปิดท้ายที่ศูนย์ฯสิริกิติ์ และ 13 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมแกนนำรทสช. จะขึ้นรถแห่หาเสียงรอบ กทม.ในช่วงเช้า

ป้อมปราศรัยพิษณุโลก
เวลา 16.30 น. ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพรรค สักการะพระพุทธชินราช และสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นสิริมงคล ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ ที่ลานอเนกประสงค์ เทศบาลต.พรหมพิราม อ.พรหมพิราม โดยมีประชาชนมามอบดอกกุหลาบให้กำลังใจ ทันทีที่พล.อ.ประวิตร เดินทางมาถึง

และขณะที่พล.อ.ประวิตร สักการะรูปปั้นสมเด็จพระนเรศวรฯ มีเด็กชายรายหนึ่งวิ่งเข้ามาหา พล.อ.ประวิตร จึงกวักมือเรียกเข้ามาหา และสวมกอดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม และลูบหัวอย่างเอ็นดู พร้อมถามหยอกล้อว่า “เบอร์อะไรลูก” เด็กชายตอบว่า “เบอร์ 1” พล.อ.ประวิตร อมยิ้มบอกว่า “เบอร์ 37 สิ” จากนั้นพล.อ.ประวิตร กราบนมัสการพระสงฆ์ในพระอุโบสถ พระสงฆ์พรมนํ้ามนต์ให้พร

พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงการหาเสียงช่วงโค้งสุดท้าย ว่า ไม่เป็นไร โค้งสุดท้ายก็โค้งท้าย เมื่อถามว่าเวทีปราศรัยปิดท้ายของ พปชร. 12 พ.ค. ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง จะมีเซอร์ไพรส์หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่าไม่มี

ลั่นแข็งแรง-ยังเดินไหว
เวลา 18.30 น. หลังปราศรัย พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงการปราศรัยที่จ.สงขลา 9 พ.ค.นี้ โดยชักชวนผู้สื่อข่าวให้นั่งรถตามไปด้วย เมื่อถามว่า มีความพร้อมขึ้นเวทีสงขลามากแค่ไหน พล.อ.ประวิตร พยักหน้ารับ ไม่ได้ตอบคำถาม

เมื่อถามย้ำถึงความพร้อมปราศรัยปิดเวทีในวันที่ 12 พ.ค.ที่อาคารไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง พล.อ.ประวิตร ย้อนว่า ไม่พร้อมได้อย่างไร เราพร้อมอยู่แล้ว เมื่อถามย้ำว่าไม่สนใจผลโพลใช่หรือไม่ พล.อ.กล่าวว่า ไม่ได้สนใจ แต่สนใจกระแสชาวบ้าน จากการที่ตนลงพื้นที่ทุกจังหวัด

เมื่อถามว่าหลายคนมองว่าแม้เดินไม่ไหวแต่เดินทางไปครบ 77 จังหวัด พล.อ.ประวิตร สวนทันทีว่า “ใครว่าเดินไม่ไหว ผมเดินช้า ไม่ใช่เดินไม่ไหว” เมื่อถามว่า ตัวเบาด้วย หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ตัวเบาสิ เพราะตัวคนเดียว และตอนนี้ร่างกายยัง แข็งแรงปกติเหมือนเดิม”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน