รทสช.วุ่น-ผู้สมัครแห่ทวงเงิน โดนจี้สอบ‘ยิงเลเซอร์’ผิดกม. ‘ตู่’อ้อมแอ้ม-รัฐบาลข้างน้อย

รวมไทยสร้างชาติแจงวุ่น ไม่เกี่ยวยิงเลเซอร์หาเสียงสะพานพระราม 8 โยน ‘ทิพานัน’ ผู้สมัครส.ส.ทำเอง คนเดียว กกต.ชี้หาเสียงอิเล็กทรอนิกส์ไม่ใช่ป้ายหาเสียงที่มีกฎระเบียบกำกับควบคุม แต่พร้อมสอบถ้ามีคนร้อง ผู้ว่าฯ ‘ชัชชาติ’ แจงมีหนังสือขออนุญาตแล้ว กทม.ตรวจคำขอไม่ละเอียดเอง ‘สมชัย’ ฟันธงผิดกฎหมาย ป้ายใหญ่เกินกว่ากำหนด ‘ทักษิณ’ ทวีตย้ำ ขอกลับไทยมาเลี้ยงหลานก่อนวันเกิด 26 ก.ค.นี้ ยันพร้อมเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย ‘ตู่’ บอกอยู่ที่กระบวนการยุติธรรม ยันไม่มีดีลเปิดทาง อ้อมแอ้มปมตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย รทสช.ส่อป่วน ‘ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข’ นำ ผู้สมัครส.ส.เหนือ-อีสาน โวยหัวหน้า-เลขาฯ พรรคไม่ดูแล ‘พิธา’ ชี้ปมหุ้นไอทีวี เรื่องไม่เป็นเรื่อง ยันแจ้งป.ป.ช.นานแล้ว ฉะเกมเตะสกัดก้าวไกล

ตู่เลี่ยงตอบตั้งรัฐบาลเสียงน้อย
วันที่ 9 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ และแคนดิเดตนายกฯ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์กรณีการวิจารณ์เรื่องการตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ว่า แล้วผลการเลือกตั้งมันออกมาหรือยังก็ยัง มีการคุยกันแล้วหรือยังก็ยัง แล้วจะเป็นอย่างนั้นหรือไม่ก็ยังไม่รู้ มันควรจะเป็นในสิ่งที่ควรจะเป็น เป็นยังไงก็เป็นอย่างนั้น

เมื่อถามว่าแสดงว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะไม่ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ผมไม่พูดตรงนี้ เพราะยังไม่ได้คุย ไม่ได้พูดกัน ก็พยายามทำในสิ่งที่ดีและถูกต้อง และการเลือกตั้งขอให้ทำให้บ้านเมืองปลอดภัย ให้สงบเรียบร้อย อย่าทะเลาะกัน อย่าตีกัน มากนัก”

ยิงเลเซอร์ – ภาพการยิงเลเซอร์หาเสียงของผู้สมัครส.ส.พรรครวมไทยสร้างชาติบนสะพานพระราม 8 กทม. จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ โดยกกต.เตรียมสอบสวน ข้อเท็จจริงแล้ว เมื่อวันที่ 9 พ.ค.

รทสช.ไม่รู้-ยิงเลเซอร์หาเสียง
เมื่อถามกรณียิงเลเซอร์ข้อความเชิญชวนให้เลือก รทสช. ที่สะพานพระราม 8 พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า เขากำลังชี้แจงกันอยู่ ต้องไปดูกฎหมายว่าอย่างไร เห็นว่ามีการขออนุญาต แต่ทางพรรคไม่ทราบเรื่องนี้ก่อน คงเป็นความหวังดีของคนทำ

เมื่อถามว่าได้คุยกับ น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ รทสช. ถึงรายละเอียดการดำเนินการหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า มื่อเช้าได้คุยกันไปแล้ว มีอะไรอีก เอาเรื่องดีๆ บ้าง

ทั้งนี้ หลังเกิดประเด็นดังกล่าว น.ส. ทิพานันเข้าร่วมประชุมครม.ปกติ ในฐานะรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ แต่ไม่ได้เข้าร่วมวงในห้องรับรองที่ พล.อ.ประยุทธ์ พูดคุยกับแกนนำหลังประชุม ครม. เพียงแต่ยืนอยู่นอกห้อง และไม่ได้มายืนด้านหลัง พล.อ.ประยุทธ์ ช่วงแถลงข่าวเหมือนเช่นทุกครั้ง โดยมีรายงานว่าผู้ใหญ่ในรทสช. ไม่พอใจอย่างมากที่น.ส. ทิพานัน ทำโดยพลการ ไม่มีการปรึกษาก่อน

ปัดดีล‘แม้ว’กลับไทย
เมื่อถามกรณี นายทักษิณ ชินวัตร ทวีตขอกลับไทยก่อนวันเกิดในเดือนก.ค.นี้ โดยจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ว่า ไม่ได้อ่าน ช่วงนี้ไม่ได้อ่าน เมื่อถามว่าในทางปฏิบัติถ้านายทักษิณกลับมาช่วงเป็นรัฐบาลรักษาการจะดำเนินการอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ต้องดูว่าเขากลับมาด้วยเหตุผลอะไร ก็ต้องว่าไปตามนั้น เมื่อถามว่านายทักษิณประกาศจะกลับเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรม พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า “ก็สุดแล้วแต่ท่าน ก็สุดแล้วแต่กระบวนการยุติธรรม”

เมื่อถามว่าช่วงเวลานั้น พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในช่วงรัฐบาลรักษาการ อาจถูกมองเจตนาเป็น อย่างอื่น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรม ผมไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับศาล”

เมื่อถามว่าไม่ได้มีสัญญาณส่งตรงมาถึงพล.อ.ประยุทธ์ในการจะขอกลับในลักษณะ ดีลกันใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “เขาส่งมาทางไหน มาทางอากาศเหรอ ผมไม่ได้รับคลื่นตรงนี้กลับมา” เมื่อถามว่านายทักษิณมั่นใจว่าจะได้กลับในช่วงนี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรม

เมื่อถามว่ามองเจตนาอย่างไรที่นายทักษิณประกาศก่อนมีเลือกตั้งไม่ถึงสัปดาห์ หรือ แค่ปลุกกระแส พล.อ.ประยุทธ์เดินออกจากโพเดียม ส่งยิ้มกล่าวว่า “ถามเองก็ตอบเอง”

ทักษิณทวีตย้ำขอกลับกรกฎา
วันเดียวกัน นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทวีตระบุ “ผมขออนุญาตอีกครั้ง ผมตัดสินใจแล้วว่าจะกลับบ้านไปเลี้ยงหลานภายในเดือนกรกฎาคมนี้ก่อนวันเกิดผมครับ ขออนุญาตนะครับ เกือบ 17 ปีแล้วที่ต้องพลัดพรากจากครอบครัว ผมก็แก่แล้วครับ

ไม่ต้องกังวลว่าผมจะเป็นภาระพรรคเพื่อไทย ผมจะเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย และวันที่ผมกลับยังเป็นช่วงรัฐบาลรักษาการของ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ ทั้งหมดคือการตัดสินใจของผมเองด้วยความรักผูกพันกับครอบครัว/แผ่นดินเกิดและเจ้านายของเรา”

รทสช.ให้เข้ากระบวนยุติธรรม
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน รองหัวหน้า รทสช. กล่าวกรณีนายทักษิณขอกลับบ้านมาเลี้ยงหลานก่อนวันเกิด 26 ก.ค.นี้ จะเป็นการดึงกระแสหรือไม่ว่า ถือเป็นเรื่องส่วนตัวของนายทักษิณ ท่านคงมั่นใจ พท.จะได้ และสามารถนำพาท่านมา ขอให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจว่าต้องการแบบใด ตนพูดในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่งที่ต้องอยู่ใต้กฎหมายไทย เป็นคนไทยก็กลับได้แต่กลับมาแล้วก็ต้องว่ากัน เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ถามว่าการออกมาประกาศหวังผลทางการเมืองหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า คิดแทนเขาไม่ได้ เป็นเรื่องของครอบครัวเขา ไม่เกี่ยวกับตน และรทสช.

สมชัยชี้ป้ายเลเซอร์รทสช.ผิดกม.
สำหรับประเด็นการยิงเลเซอร์หาเสียงของ รทสช. บนสะพานพระราม 8 นั้น สืบเนื่องจากเมื่อ 8 พ.ค. ทวิตเตอร์ของ น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ และแกนนำ รทสช. ทวีตภาพชุด 5 ชุด เป็นข้อความเชิญชวนให้เลือก รทสช. ด้วยการยิงเลเซอร์บนเสาสะพานพระราม 8 จนโซเชี่ยลตั้งคำถามว่า การใช้ทรัพยากรของรัฐมาหาเสียงทำได้หรือ

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบาย พรรคเสรีรวมไทย (สร.) และอดีต กกต. โพสต์เฟซบุ๊กระบุ “มีคนส่งภาพมาถามว่าผิดกติกาเลือกตั้งหรือไม่ ถ้าเป็นภาพจริงผิดครับ 1.ขนาดป้ายใหญ่เกินกว่าขนาดที่ กกต.กำหนด โดยขนาดป้ายหาเสียงใหญ่สุดคือ 1.30 x 2.45 เมตร 2.สะพานพระราม 8 เป็นทรัพย์สินของราชการ มีหน่วยงานราชการดูแล หากมีคำขอที่ผิดกฎหมายหน่วยราชการไม่สามารถอนุมัติได้ และอาจเข้าข่ายการวางตัวไม่เป็นกลาง และการใช้ทรัพยากรของรัฐเพื่อสนับสนุนพรรค การเมือง 3.หากเป็นการกระทำโดยพลการของเอกชน หน่วยราชการที่ดูแล ต้องแจ้งความดำเนินคดีฐานบุกรุก

4. หาก กกต.เห็นแล้วไม่จัดการใดๆ ถือว่า กกต.ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ใครเดือดร้อนล่ะ งานนี้”

รทสช.โยน‘ทิพานัน’รับผิด
เวลา 11.40 น. รทสช. ออกหนังสือชี้แจง ว่าตามที่ปรากฏข่าวว่ามียิงการเลเซอร์ เชิญชวนให้เลือก รทสช.บนเสาสะพานพระราม 8 เมื่อคืน 8 พ.ค.นั้น พรรคไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการดังกล่าว และได้สั่งการให้ตรวจสอบ ข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน

จากการตรวจสอบพบว่าน.ส.ทิพานันขออนุญาตต่อปลัดกทม.เพื่อดำเนินการดังกล่าวด้วยจดหมายส่วนตัว โดยไม่ได้หารือหรือแจ้งให้พรรคทราบหรือขออนุญาตผู้บริหารพรรค เมื่อพรรคได้ทราบข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้วได้ตำหนิและทำหนังสือตักเตือนพร้อมทั้งสั่งการไปยัง น.ส.ทิพานัน ให้หยุดดำเนินการดังกล่าวโดยทันที พรรครู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและต้องขออภัยอย่างยิ่งมา ณ โอกาสนี้

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการ รทสช. กล่าวว่า พรรคไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง หากบุคคลที่ดำเนินการมีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรค ก็จะดำเนินการตามมาตรการทันที

“พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้กำชับผู้สมัคร ส.ส.ใช้วิธีการประชาสัมพันธ์หาเสียงอย่างเหมาะสม ระมัดระวัง และกำชับให้กระทำตามกฎหมาย และกติกาที่ กกต.กำหนด ที่ผ่านมาหากพบว่ามีการประชาสัมพันธ์ที่เข้าข่าย ไม่เหมาะสม พรรคจะดำเนินการแจ้งเตือนและให้แก้ไขปรับปรุงทันที” นายเอกนัฏกล่าว

กทม.ยันขออนุญาตมาจริง
ที่ศาลาว่าการกทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า น.ส.ทิพานันทำหนังสือถึงนายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกทม.เมื่อ 7 พ.ค. ขออนุญาตใช้สถานที่ลานริมแม่น้ำ สวนหลวงพระราม 8 ตั้งแต่ 8-12 พ.ค. พร้อมแนบเอกสารรายละเอียดการฉายภาพข้อความบนสะพานมาด้วย ยอมรับว่า กทม.ไม่ได้ตรวจเอกสารแนบมาโดยละเอียด จึงเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น หากทราบจะไม่อนุญาตให้ทำเพราะการฉายไฟ ดังกล่าวเหมือนป้ายหาเสียง กทม.ไม่อนุญาตให้ติดป้ายโฆษณาบนตึกอาคาร สิ่งก่อสร้าง ซึ่งได้ทำหนังสือแจ้งให้รทสช.ระงับแล้ว

ไม่มีบทลงโทษใดๆ จาก กทม.เพราะเรื่องดังกล่าวเกิดจากความเข้าใจผิด เจ้าหน้าที่คิดว่าเป็นการขออนุญาตใช้พื้นที่ปราศรัยหาเสียงเท่านั้น ส่วนจะมีความผิดในด้านการเลือกตั้งหรือไม่ อยู่ที่ดุลพินิจของ กกต. โดย กทม.จะทำหนังสือชี้แจงเบื้องต้นไปยังกกต.กทม. ยืนยันว่า กทม.ไม่ได้เลือกปฏิบัติต่อพรรคใดเป็นพิเศษ แต่เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนและไม่ได้ดูรายละเอียด จึงเกิดความผิดพลาด

นายสุพจน์ หล้าจำศิล ผอ.สำนักงานปกครองและทะเบียน กล่าวกรณีวันที่บนเอกสารขออนุญาต ลงวันที่ 8 พ.ค. แต่สำนักงานปกครองฯ ลงรับ 7 พ.ค. ว่า น.ส. ทิพานันยื่นหนังสือช่วงบ่าย 7 พ.ค. จึงประทับตราและเขียนกำกับไว้ 7 พ.ค. แต่ที่เขียน 8 พ.ค. คาดว่าผู้ยื่นต้องการขออนุญาตตามวันและเวลาราชการ จึงเขียนเป็น 8 พ.ค. ยืนยันว่ากระบวนการรับทราบและอนุญาตเป็นไปตามระเบียบราชการ ไม่มีการเอื้อประโยชน์แก่ ฝ่ายใด กทม.พร้อมปฏิบัติด้วยความเป็นกลาง

กกต.พร้อมวินิจฉัยหากมีคนร้อง
ด้านนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ให้สัมภาษณ์กรณีดังกล่าวว่า ปกติการใช้พื้นที่ราชการต้องขออนุญาตก่อน กทม.เจ้าของสถานที่จะเป็นผู้พิจารณา หากตรวจสอบพบว่ามีความผิด ก็จะผิดเรื่องการวางป้ายหาเสียงไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดและจะดำเนินคดีต่อไป ส่วนจะเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือเหมาะสมหรือไม่ ส่วนตัวคิดว่าพรรคนั้นน่าจะเข้าใจเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างดี

ที่สำนักงาน กกต. นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. กล่าวว่า ดูแล้วเป็นการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ตามข้อ7 (7) หาเสียงกึ่งอิเล็กทรอนิกส์ การหาเสียงลักษณะดังกล่าวได้มีหนังสือแจ้งไปยังทุกพรรคว่าไม่อยู่ภายในการบังคับเรื่องป้าย เพียงแต่ว่าขอให้เจ้าของสถานที่เขาอนุญาต ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงาน กระทรวง ทบวง กรม ส่วนที่ กทม.ได้ตรวจสอบแล้ว และอาจให้กกต.กทม.วินิจฉัยนั้นต้องบอกว่าเมื่อมีคนร้องก็ต้องวินิจฉัย

รทสช.ปั่นป่วน-ผู้สมัครโวย
เวลา 10.00 น. ที่ทำการ รทสช. นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ผู้สมัคร ส.ส.เลย เขต 1 นำ ผู้สมัครในพื้นที่ภาคเหนือและอีสานประมาณ 10 คน บุกที่ทำการพรรค ระบุว่า พรรค ไม่ดูแล ไม่รักษาสัญญา ทำให้ผู้สมัครหา เสียงยาก หัวหน้าพรรคไม่คุย เลขาฯ พรรคก็ไม่อ่านไลน์ ตนอยู่วงการเมืองมาไม่เคยเจอการเมืองแบบนี้ โดยเฉพาะ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาฯ พรรค ไม่ทำตามสัญญาที่ ให้ไว้ อยากให้พรรคให้ความเป็นธรรมกับ ผู้สมัครหลายจังหวัด เช่น เลย กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ ที่มอบให้ตนมาเป็นตัวแทนผู้สมัครภาคเหนือและภาคอีสาน ภาคกลางบางส่วน ให้ชี้แจงเพราะการติดต่อประสานงานกับพรรคไม่ได้รับความเป็นธรรม

พรรคบอกว่าจะดูแลตามกฎหมายเลือกตั้ง ที่ผ่านมาดูแลนิดหน่อยแต่ยังไม่ถึงตามที่กฎหมายเลือกตั้งกำหนดไว้ ผู้สมัครบางคนน่าสงสาร เงินค่าน้ำมัน ค่าป้ายโฆษณาก็ไม่มี สุดท้ายถูกพรรคลอยแพ ไม่ได้รับการดูแลเหลียวแลค่าใช้จ่ายเหล่านี้ หลายคนไม่กล้ามาเพราะใจไม่ถึง ตนจึงเป็นตัวแทนมาที่พรรค ยืนยันว่ายังคงเดินหน้าทางการเมืองต่อ ยังสู้ เพียงแต่สิ่งที่รับปากกับประชาชนไว้ไม่สามารถทำได้

หัวหน้าพรรค-เลขาฯไม่ดูแล
เมื่อถามว่าที่ผ่านมาได้ประสานไว้ก่อนหรือไม่ ทำไมช่องทางการสื่อสารถึงถูกตัดไป นายปรีชากล่าวว่า หัวหน้าพรรคยังไม่เคยคุยกับเราเลย เลขาฯ พรรคส่งไลน์ไปก็ไม่อ่าน หมายความว่าอย่างไร เวลาที่ตนบอกว่าจะมาแถลงข่าวก็บอกว่าไม่ต้องมา ยืนยันมาด้วยความอึดอัดใจ แต่ไม่ได้ต้องการทำลายใคร

เมื่อถามว่าการออกมาช่วงโค้งสุดท้ายจะส่งผลเสียต่อพรรคหรือไม่ นายปรีชากล่าวว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับประชาชนที่รู้ดีว่าพวกตนลงพื้นที่อย่างไร ส่วนตัวเป็นนักการเมือง เป็นอดีตรัฐมนตรี 2 กระทรวง ในชีวิตการเมืองไม่เคยเจอการเมืองแบบนี้ ถ้าสัญญาณที่ส่งไปวันนี้ผู้ใหญ่ของพรรคยังคงนิ่งเฉยก็ไม่สนใจแล้ว เพราะสนใจแต่พี่น้องประชาชน อยากส่งกระแสจิตให้ผู้ใหญ่ของพรรคทราบ อาจ หูบอด หรือไม่ได้ยิน ยืนยันพวกเราไม่ได้มาทำลาย แต่มาด้วยใจ หลายคนไม่กล้ามา แต่พวกตนเดนตายไม่กลัวแล้ว โกหกคนอื่นได้แต่โกหกตัวเองไม่ได้

เสธ.หิบุกชี้แจงกลางวง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายปรีชากำลังให้สัมภาษณ์ นายหิมาลัย ผิวพรรณ หรือ เสธ.หิ ผู้ประสานงาน รทสช. เดินผ่าเข้ากลางวงแล้วบอกว่าขออนุญาตในฐานะตัวแทน ผู้ประสานงาน รทสช. ขอสอบถามถึงข้อเรียกร้องที่จะมายื่น แต่นายปรีชากล่าวว่าไม่มี

นายหิมาลัยชี้แจงว่า รทสช.เป็นพรรคที่รวบรวมคนมีอุดมการณ์ มีแนวคิดทางการเมืองเดียวกัน พรรคไม่สามารถหาเงินนอกระบบหรือจากกลุ่มทุนใดๆ ได้ อาจทำให้ ไม่สะดวก หรือไม่เป็นไปในแนวทางที่ท่านต้องการ และจะนำข้อเรียกร้องในวันนี้เรียน ผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคทราบต่อไป

ธนกรโยนประธานภาคเคลียร์
ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้า รทสช. กล่าวกรณี ส.ส.มาเรียกร้องจะกระทบคะแนนเสียงของพรรคช่วงโค้งสุดท้ายหรือไม่ว่า ยอมรับว่าอาจมีปัญหาบ้าง แต่ประธานแต่ละภาคก็ต้องไปทำความเข้าใจ ปัญหาเหล่านี้มันไม่ควรเกิดขึ้น ความจริงพรรคก็ดูแลตามที่กฎหมายกำหนด จึงไม่ควรมีปัญหาและตอนนี้เหลือเวลาอีกไม่นาน ควรมุ่งหาเสียงกัน ดีกว่า กระแสพรรคก็ดีขึ้นมากในทุกพื้นที่

เมื่อถามถึงกรณีนายทักษิณทวีตขออนุญาตกลับมาเลี้ยงหลาน นายธนกรกล่าวว่า เป็นเรื่องของท่าน ไม่มีอะไร บ่นอยากกลับมา 17-18 ครั้งแล้ว จะพูดอีก 20 ครั้งก็ไม่เป็นไร เราไม่ก้าวล่วง ไม่มีผลต่อการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะวันนี้คนไทยตัดสินใจแล้ว

พท.ระดมแกนนำปราศรัยโค้งท้าย
เวลา 11.30 น. ที่ทำการ พท. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค และ น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคและรักษาการโฆษกพรรค พท.แถลงข่าวการจัดปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง

นายประเสริฐกล่าวว่า พท.เตรียมจัดปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้ายภายใต้ชื่องานว่า “เลือกเพื่อไทยแลนด์สไลด์ ประเทศไทยเปลี่ยนทันที” วันที่ 12 พ.ค.นี้ เริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 น.เป็นต้นไปที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ผู้ปราศรัยหลักจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ เริ่มจาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ซึ่งจะปราศรัยในประเด็นอนาคตของประเทศไทยภายใต้รัฐบาล พท. จากนั้นนายเศรษฐา ทวีสิน ปราศรัยถึงทางออกที่จะหลุดพ้นจากความมืดมน สู่ความจริงที่มีความหวังกับ พท. ต่อด้วย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค ปราศรัยประเด็นนโยบายต่างๆ

ยังจะมีผู้ปราศรัยอีกหลายคน อาทิ นาย ดนุพร ปุณณกันต์ ประธานรณรงค์หาเสียงพื้นที่กรุงเทพฯ น.ส.จิราพร สินธุไพร ผู้สมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 5 ปิดท้ายด้วยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย การปราศรัยใหญ่ครั้งนี้จะเป็นการรวมพลคนรักประชาธิปไตยครั้งใหญ่ที่สุด จะแสดงให้ประชาชนเห็นว่าวิกฤตตลอด 8 ปีที่ผ่านหนักหนาสาหัสเพียงใด ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลมืออาชีพ พท.เท่านั้นคือคำตอบ

อิ๊ง-เศรษฐานำคาราวานรณรงค์
สำหรับวันที่ 13 พ.ค. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง พท.เตรียมปล่อยรถคาราวานการรณรงค์ประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งช่วงโค้งสุดท้ายในพื้นที่กทม. 5 จุด เริ่มที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มุ่งหน้าแยกกันไปสู่อาคารรัฐสภา ชุมชนคลองเตย ประตูน้ำสีลม อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และแยกราชประสงค์ตั้งแต่เวลา 09.29 น. สิ้นสุดเวลา 16.00 น. เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งเยอะๆ โดยมีน.ส.แพทองธาร นายเศรษฐา และผู้บริหารของพรรคร่วมขบวนคาราวานด้วย

ด้าน น.ส.ลิณธิภรณ์กล่าวถึงกิจกรรมการลงพื้นที่ปราศรัยในจ.เชียงใหม่ 10-11 พ.ค.นี้ว่า จะยกทัพทีมเศรษฐกิจใหญ่ไปบ้านเกิดของสองอดีตนายกฯ โดยมีเป้าหมายคือการไปกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้เห็นถึงความสำคัญของเศรษฐกิจระดับชุมชน เพื่อยกระดับให้เชียงใหม่กลายเป็นมหานครศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของประเทศอีกแห่งหนึ่ง รองรับการเปิดนโยบายเศรษฐกิจใหม่ที่จะเกิดขึ้นหาก พท.เป็นรัฐบาล จะปราศรัยใจกลางเมืองเชียงใหม่ที่ประตูท่าแพ โดยน.ส.แพทองธารและนายเศรษฐา

นายประเสริฐยังกล่าวกรณีนายทักษิณทวีต จะกลับมาเลี้ยงหลานว่า เป็นเรื่องส่วนตัวของท่าน ไม่เกี่ยวข้องกับ พท. เข้าใจความรู้สึกของคนที่จากบ้านไปเกือบ 20 ปี ย้ำว่าเรื่องนี้เป็นการตัดสินใจของท่าน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ พท.

ชูศักดิ์ยก 4 เหตุผลต้องเลือกพท.
นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพท. โพสต์เฟซบุ๊ก สรุป 4 เหตุผล ทำไมต้องเลือกพท.ให้ชนะแบบถล่มทลาย หรือแลนด์สไลด์ ไม่ใช่เพียงชนะเลือกตั้งเท่านั้นว่า 1.การเลือกตั้งครั้งนี้เขายังมีตัวช่วยจาก ส.ว. 250 คนมาร่วมเลือกนายกฯ กับ ส.ส. 500 คน รวมแล้วหากได้เสียง 376 เสียงของทั้งสองสภา 750 คน ก็เป็นนายกฯ ได้ 2.การตั้งเป้าแลนด์สไลด์ เริ่มต้นคือได้ ส.ส.เกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนฯ คือเกิน 250 เสียง ซึ่งเป็นหลักประกันว่าเป็นเสียงข้างมากของสภา

3.แม้เราจะมีเสียงข้างมากของสภา ถ้าเขายังคิดจะเป็นนายกฯ ให้ได้ ก็อาจผลักดันให้ ส.ว.โหวตให้เป็นนายกฯ แม้จะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย 4.การตั้งเป้าแลนด์สไลด์ไว้ที่ 250 เสียง จึงอาจใช้ไม่ได้กับพวกดันทุรัง เสลดติดคอ พวกยึดติดอำนาจ จึงต้องการชนะให้มากที่สุด โดยตั้งเป้าหมายไว้ที่ 310 เสียง โอกาสที่จะเกิดรัฐบาลเสียงข้างน้อยจะเป็นไปแทบไม่ได้เลย ความคิดเรื่องแลนด์สไลด์จึงไม่ได้เพื่อเอามัน สะใจ อยากชนะ คิดจากบริบททางการเมืองตามสภาพความเป็นจริงของการสืบทอดอำนาจ อันเป็นผลจากรัฐธรรมนูญฉบับโกงเสียเอง

พิธาไม่กังวลปมหุ้นสื่อ
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ แคนดิเดตนายกฯ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) โพสต์เฟซบุ๊ก และทวีตระบุ “ต่อกรณีหุ้น ITV ผมไม่มีความกังวลเพราะไม่ใช่หุ้นของผม เป็นของกองมรดก ผมเพียงมีฐานะเป็นผู้จัดการมรดก และได้ปรึกษาและแจ้งต่อป.ป.ช.ไปนานแล้ว ทีมกฎหมายพร้อมเตรียมการชี้แจงอยู่แล้วเมื่อกกต.ส่งคำร้องมา เรื่องนี้อาจมีเจตนาสกัด #พรรคก้าวไกล ซึ่งไม่ต้องการเห็นการ #ทลายทุนผูกขาด ในประเทศนี้”

นายพิธากล่าวเพิ่มเติมว่า ก.ก.มาแรงที่สุดย่อมเป็นธรรมดาที่จะถูกสกัด แต่ขอให้ผู้สมัคร ทีมงาน หัวคะแนนธรรมชาติ และประชาชนผู้สนับสนุนทุกคน อย่าหวั่นไหว อย่าเสียสมาธิกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ตนขอให้ทุกคนมุ่งหน้าสู่การเลือกตั้งอย่างเต็มที่ ไม่มีอะไรจะมาขัดขวางก้าวไกลเราได้อีกแล้ว

ทั้งนี้ เนื่องจาก นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัครส.ส. พปชร. เตรียมยื่นคำร้องต่อ กกต. ในวันที่ 10 พ.ค. ให้ตรวจสอบการถือหุ้นสื่อมวลชนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98(3) กรณีนายพิธาถือหุ้นไอทีวี

สาธิตชิงสส.เขตครั้งสุดท้าย
เวลา 18.30 น. ที่ลานหน้าทีเอสเค ปาร์ค ถ.สุขุมวิท ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง นายสาธิต ปิตุเตชะ ผู้สมัครส.ส.ระยอง เขต2 ปชป. เบอร์7 ปราศรัยช่วยนายพศิน ปิตุเตชะ ผู้สมัครส.ส.เขต1 เบอร์3 ท่ามกลาง ผู้สนับสนุนเข้าร่วมรับฟังจำนวนหนึ่ง

นายสาธิต กล่าวว่า ส.ว. 250 คน ตนเองคัดค้านมาตลอด ไม่เห็นด้วย เพราะเป็นอุปสรรคต่อประชาธิปไตย ไม่ควรมีสิทธิ์โหวตเลือกนายกฯ และจะขอประกาศเป็นที่แรกว่า ตนจะขอลงส.ส.เขต ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย แต่ไม่ได้เลิกเล่นการเมือง แต่ด้วยอายุสูงขึ้น และต้องการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่มาลงแทน ตนเองจะผันตัวไปลงปาร์ตี้ลิสต์ จะได้มีเวลาทำงานเพื่อประชาชนได้เพิ่มขึ้น ขอฝากพี่น้องชาวระยอง หากต้องการให้สาธิตเป็น ส.ส.ครั้งสุดท้าย ต้องช่วยกันลงคะแนนให้สาธิต

ขอคะแนน – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมแกนนำเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ช่วยผู้สมัครส.ส.สงขลาทั้ง 9 เขต ที่โรงเรียนในเมือง อ.สทิงพระ จ.สงขลา โดยมีประชาชนร่วมฟังเนืองแน่น เมื่อวันที่ 9 พ.ค.

ป้อมลั่นสงลาขอนั่งนายกฯคนที่ 30
ที่โรงเรียนในเมือง อ.สทิงพระ จ.สงขลา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้า พปชร. ให้สัมภาษณ์ก่อนปราศรัยใหญ่ ถึงความพร้อมเสนอตัวเป็นนายกฯว่า “ตอบไปแล้ว พร้อมแล้ว” เมื่อถามว่าช่วงโค้งสุดท้าย บางพรรคมีรูปแบบหาเสียงใหม่ๆ เช่นการฉายเลเซอร์บนสะพานพระราม 8 พปชร.มีกลยุทธ์แบบนี้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “เป็นเรื่องของพรรคเขามาถามอะไรผม คงไม่มีกลยุทธ์อะไร ไม่มี เราไม่เน้นหวือหวา”

จากนั้น พล.อ.ประวิตร และแกนนำพรรค พร้อมผู้สมัคร ส.ส.สงขลาทั้ง 9 เขต ขึ้นปราศรัย มีประชาชนมาร่วมฟังราว 2.5 หมื่นคน

พล.อ.ประวิตร ปราศรัยว่า “รู้หรือไม่ว่าการก้าวข้ามความขัดแย้งคืออะไร ผมจะบอกว่าการประสานงานของผมทำให้รัฐบาลอยู่มาครบ 4 ปี นี่คือการก้าวข้ามความขัดแย้งที่ผมทำมาโดยตลอด ผมอยากให้ชาวสงขลารักกัน ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแน่นอน ขอให้เลือก ส.ส.ของพปชร.เพื่อสนับสนุนผมเป็นนายกฯคนที่ 30 ของประเทศไทย”

หลังปราศรัยเสร็จสิ้นลงฝนตกถล่มเวที จนต้องรีบปิดเวทีปราศรัยในเวลา 18.40 น.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน