ปธ.กกต.ชี้เอง จัดตีปี๊บ14พค.
แคมเปญ ‘ไทยโหวต คนไทย พร้อมใช้สิทธิ’กกต.จัด ‘บิ๊กเดย์’ พร้อมกันทุกภาค ปล่อยขบวนรถเชิญชวนคนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ในวันที่ 14 พ.ค.นี้ ‘อิทธิพร’ ประธานกกต. หวังปชช.พร้อมใจใช้สิทธิเลือกตั้ง 80% พร้อมลดยอดบัตรเสีย ย้ำพบปัญหาเร่งแก้ทันที กำชับ จนท. ไม่ให้ซ้ำรอยอีก เผยยอดเรื่อง ร้องเรียน 101 เรื่อง พร้อมสู้ทุกคดีหากโดนฟ้อง มั่นใจทำงานโดยสุจริต ชี้กาล่วงหน้าไม่มีเหตุให้เลือกตั้งเป็นโมฆะ ด้านเลขาฯ กกต.เผยสอบแล้วไม่พบว่าไม่มีการจ่าหน้าซอง ส่งหนังสือด่วนมากย้ำกับผอ.กกต.จังหวัดปฏิบัติหน้าที่เคร่งครัด เข้มงวด อย่าให้เกิดปัญหาแบบการเลือกตั้งล่วงหน้าอีก
กกต.จัดบิ๊กเดย์ชวนเลือกตั้ง
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 9 พ.ค. ที่ลาน คนเมือง ศาลาว่ากรุงเทพมหานคร สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดกิจกรรม Big Day รณรงค์เชิญชวนออกไปใช้สิทธิ เลือกตั้ง ส.ส. เป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566 ในวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค.นี้ ภายใต้แคมเปญ “ไทยโหวต คนไทยพร้อมใช้สิทธิ” ซึ่งจัด ให้มีกิจกรรมรณรงค์พร้อมกันทั่วประเทศ มีนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมดังกล่าว พร้อมด้วย นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. และกกต.เป็นตัวแทนรณรงค์เชิญชวน คนไทยออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 4 ภาค ได้แก่ ภาคกลาง ณ สนามกีฬาจังหวัดจันทบุรี ภาคเหนือที่ห้าแยกหอนาฬิกา จ.ลำปาง ภาคใต้ ที่ริมเขื่อนแม่น้ำตาปี จ.สุราษฎร์ธานี และภาคอีสาน ที่ศาลาว่าการหลังเก่า จ.กาฬสินธุ์ พร้อมมีการปล่อยขบวนรถรณรงค์ชวนคนไทยไปใช้สิทธิ และขบวนรถของสำนักงานเขตกรุงเทพฯ จำนวน 50 คัน
นายอิทธิพรให้สัมภาษณ์ถึงการรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยตั้งเป้าไว้ที่ 80% ขึ้นไป ว่า เป็นตัวเลขที่ตั้งใจและจะประชาสัมพันธ์ให้มากที่สุดในทุกระดับ วันนี้เป็นการเปิดตัวอย่างจริงจัง หวังว่าประชาชนจะพร้อมใจกันออกมาใช้สิทธิ ขอให้ดูกฎ กติกา ให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันไม่ให้บัตรเสีย โดยตั้งเป้าว่าไม่อยากให้บัตรเสียเกิน 2% ซึ่งจะพยายามทำทุกวิถีทาง สร้างความมั่นใจ สร้างความเข้าใจให้ทุกคนได้ทราบก่อนเข้าคูหาเลือกตั้ง
นายอิทธิพรกล่าวว่าส่วนการเลือกตั้ง ล่วงหน้า เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมา เกิดปัญหาหลายเรื่องจะทำอย่างไรไม่ให้วันที่ 14 พ.ค. เกิดเหตุอีกนั้น ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งแล้ว เกิดปัญหาจะต้องตรวจสอบหาสาเหตุและหาวิธีแก้ไขให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้กระทบสิทธิของผู้ที่ใช้สิทธิไปแล้ว นั่นคือเป้าหมายหลัก ไม่อยากให้ทำงานผิดพลาด แต่หากพบข้อ ผิดพลาดประเด็นใดจะพยายามป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก และต้องแก้ไขโดยทันที ซึ่งข้อ ผิดพลาดที่ได้รับรายงานมาจะกำชับสร้างความเข้าใจให้กับผู้ปฏิบัติงานว่าจุดไหนที่ต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดความผิดพลาดอีก
ดีใจมีผู้ช่วยตรวจสอบการทำงาน
เมื่อถามว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเลือกตั้งล่วงหน้า ทำให้ กกต. ตกเป็นเป้าและถูกโจมตีนั้น นายอิทธิพรกล่าวว่า ตนไม่รู้สึกว่าตกเป็นเป้าและถูกถล่ม แต่อีกทางรู้สึกดีใจว่าการทำงานของเรามีคนช่วยตรวจสอบ ทั้งการทำงานของ กกต. และการเลือกตั้งเป็นสิ่งที่ดี ทำให้สามารถแก้ปัญหาได้ทันท่วงทีถ้าไม่มีการตรวจสอบจากภาคประชาชนโดยสื่อมวลชน การทำงานของ กกต.อาจไม่ 100%
เมื่อถามถึงปัญหาการใส่รหัสหน้าซองผิด และการที่ไม่ได้จ่าหน้าซองเลย จะทำอย่างไร ประธาน กกต.กล่าวว่า มีน้อยมาก เพราะ คนที่ลงทะเบียนใช้สิทธิ 2.2 ล้านคน มีข้อ ผิดพลาดแต่ไม่มาก โดยพบว่ามีการกรอกเขตเลือกตั้งผิด ไม่ใช่กรอกรหัสไปรษณีย์ แต่ เมื่อมีการหย่อนบัตรลงไปในหีบเลือกตั้งแล้ว หลัง 17.00 น. ก็จะตรวจสอบแต่ละหน้าซองว่าถูกต้องหรือไม่ และแก้ไขแล้วส่งไปใน จุดหมายที่ควรจะเป็น
ด้านนายแสวงกล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อเกิดปัญหาการจ่าหน้าซองผิด สำนักงาน กกต. ได้แจ้งไปยัง ผอ.เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ ว่าก่อนมอบบัตรให้กับไปรษณีย์ให้ตรวจหน้าซองก่อน เพราะพบข้อผิดพลาด และเมื่อประสานไปทางไปรษณีย์ ก่อนรับให้ตรวจนับว่าหน้าซองมีการกรอกตัวเลขหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบแล้วจนถึงวันนี้ไม่พบว่าไม่มีการจ่าหน้าซอง มีแต่การกรอกเกรดผิดก็ต้องมีกรรมการวินิจฉัย
ยืนยันเลือกตั้งล่วงหน้าไม่โมฆะ
เมื่อถามว่าที่มีคนจะไปฟ้องร้องเอาผิด กกต. ตามมาตรา 157 หรือการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นโมฆะ หรือล้างไพ่ใหม่ นายอิทธิพรกล่าวว่า เป็นแค่กระแสและความคิดของคนที่เห็นว่าการทำงานของ กกต. เป็นอย่างไร ซึ่งเป็นสิทธิที่จะดำเนินการได้ กกต. ไม่ได้อยู่เหนือกฎหมายและต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะเป็นเจ้าหน้าที่เป็นพนักงาน ถ้าเห็นว่าการทำงานของ กกต. บกพร่องและต้องได้รับการพิจารณา ก็เป็นสิทธิ์ที่จะฟ้องได้กับ ผู้ที่มีอำนาจตัดสินการทำหน้าที่ของ กกต.ไม่มีปัญหา ซึ่งทุกครั้งที่มีการฟ้องร้องก็ต้องพร้อมสู้คดี ที่สู้เพราะเราปฏิบัติงานโดยสุจริต ปฏิบัติตามกฎหมาย อีกทั้งตอนนี้ไม่มีปัจจัยที่ต้องเป็นห่วงว่าการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะ และการเลือกตั้ง 14 พ.ค. เสียงลงคะแนนเป็นอย่างไรก็เป็นเช่นนั้น
เมื่อถามถึงความคืบหน้าการร้องเรียน เรื่องซื้อเสียง ที่เขตคลองสามวา กทม. นั้น ประธานกกต.กล่าวว่า ทุกคำร้องที่มีอยู่ระหว่างการตรวจสอบหากมีมูลก็จะรับเป็นคำร้องเข้าสู่การสืบสวนไต่สวนของ กกต. ต่อไป ซึ่งขณะนี้ได้รับรายงานว่ามีเรื่อง ร้องเรียนทั้งหมด 101 เรื่อง โดย 38 เรื่อง เป็นการให้เงินซื้อเสียง อีก 34 เรื่อง เป็นการหลอกลวงใส่ร้าย และอีกเรื่องอื่นๆ ทั้งนี้ หากมีการร้องเรียนที่ใดก็ต้องเข้าไปตรวจสอบ ในเบื้องต้น แล้วรวบรวมข้อเท็จจริง โดย คณะกรรมการประจำจังหวัด มีเวลาภายใน 20 วัน แต่หากยังไม่เสร็จสามารถต่อเวลาได้อีกครั้งละ 15 วัน โดยขอมาทางเลขาฯ กกต. และต้องผ่านคณะอนุกรรมการ กกต. วินิจฉัยอีกครั้ง ถ้ามีเหตุเชื่อได้ว่ามีการทุจริตก็จะรับเป็นคำร้องและดำเนินการตามระเบียบต่อไป ส่วนจะดำเนินการเสร็จก่อนการเลือกตั้ง หรือไม่ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานเพราะหากเป็นคำร้องแล้วการซื้อเสียงถือว่าผิดมาตรา 73 (1) ต้องมีการดำเนินคดีอาญาให้ใบส้มหรือไม่ หรือต้องไปศาล ซึ่งต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ร้องและผู้ถูกร้อง จะเร่งรัดไม่ได้ ให้เป็นไปตามขั้นตอน
จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวัง
วันเดียวกัน ที่สำนักงานคณะกรรมการ การเลือกตั้ง นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวในการแถลงข่าวความร่วมมือการเฝ้าระวังระบบการเลือกตั้งว่า ว่า กกต.ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและตอบสนองภัยคุกคามทางไซเบอร์สำหรับระบบเลือกตั้ง โดยได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ในการเฝ้าระวังและแก้ปัญหาการคุกคามทางไซเบอร์ ประกอบด้วยสำนักงานคณะกรรมการ รักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ, สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล, กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง และบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เพื่อเฝ้าระวังป้องกันความเสี่ยง และรักษาความมั่นคงปลอดภัยทั้งไซเบอร์ ป้องกันการโจมตีกับระบบที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งกกต. เช่น แอพพลิเคชั่น “smart vote” แอพฯ “ตาสับปะรด” เว็บไซต์สำนักงานกกต. และเว็บฯ กกต.จังหวัด ฐานข้อมูลสมาชิกพรรคการเมืองให้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยติดตามตลอด 24 ชั่วโมง จนถึงวันเลือกตั้ง ในวันที่ 14 พ.ค. นี้
นายแสวงกล่าวว่า อยากให้ประชาชนมั่นใจในการเลือกตั้งวันที่ 14 พ.ค.ที่จะถึงนี้ ย้ำว่าหน้าที่ของกกต.คือการธำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งเครื่องมือสำคัญคือการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม เป็นที่ยอมรับ และประชาชนเป็นเจ้าของการเลือกตั้ง ดังนั้นกกต.จึงตั้งความหวังเอาไว้สูงเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ว่าสังคมจะรู้สึกหรือมองเราอย่างไร แต่สิ่งที่เราตั้งใจทำ คือการให้มีสนามแข่งขันที่เป็นธรรมในการเลือกตั้ง มีความเสมอภาคทุกพรรคการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน รายงานผลที่ต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส นี่คือเป้าหมายที่เราอยากให้เกิดขึ้น
กำชับกปน.อย่าให้ผิดพลาดซ้ำ
นายแสวงกล่าวต่อว่าส่วนการเลือกตั้ง ล่วงหน้าเมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา ยอมรับว่ามีข้อผิดพลาด ทางสำนักงานได้รีบแก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีกในวันที่ 14 พ.ค. โดย ได้ส่งหนังสือแจ้งทุกจังหวัดให้ซักซ้อม กับกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ในการทำงานให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย อำนวยความสะดวกกับประชาชน ดูแลการปิดประกาศให้ครบถ้วน ชัดเจน และดูแลรักษาอย่าให้ใครมาทำลาย และนำมาเป็นประเด็น ทำให้เกิดความสับสนว่ากกต.ดูแลไม่ดี หรือทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ ตลอดจนการนับคะแนน การรายงานผล ผอ.ต้องติดตามใกล้ชิด ให้คำแนะนำให้ปฏิบัติและดูแลผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้อย่างถูกต้อง หากเกินกำลัง ให้ส่งมายังกกต.ส่วนกลางซึ่งมีการ ตั้งคลินิกกปน.รองรับในวันนี้
“กกต.ยืนยันว่าจะรักษาคะแนนเสียง ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งไปแล้วเมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา หรือที่จะลงในวันที่ 14 พ.ค. ที่กำลังจะมาถึงนี้ ไม่ว่าท่านลงให้ใคร ให้พรรคไหน คะแนนนั้นก็จะได้กับคนนั้น ผมหวังว่าสถานการณ์ไปจนถึงวันเลือกตั้ง น่าจะเป็นไปด้วยดี เราต้องรักษาสนามประชาธิปไตยไว้” นายแสวงกล่าว
รับไว้พิจารณาเปิดข้อมูลรายเขต
เมื่อถามว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการกำหนดให้ค่าใช้จ่ายของผู้สังเกตการณ์พรรคการเมือง เป็นของพรรคการเมืองต้อง รับผิดชอบ นายแสวงกล่าวว่า เราต้องการ ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วม กกต.ก็อยากเชิญชวนให้ทุกคนมาตรวจสอบการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นองค์กรหรือภาคประชาชนต่างๆ แต่ในส่วนของพรรคการเมืองนั้นมีกฎหมายให้พรรคการเมืองส่งผู้สังเกตการณ์ได้ตามมาตรา 55 โดยพรรคการเมืองที่ประสงค์ส่ง ผู้สังเกตการณ์ให้แจ้งต่อกกต. 15 วัน ก่อนจะมีการเลือกตั้ง ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจะเป็นของพรรคการเมือง หากพรรคการเมืองใช้วงเงิน 44 ล้านบาทหมดไปแล้ว ก็อาจจะอาศัยช่องทางผู้สมัครแบ่งเขตของพรรคการเมืองนั้น ส่งผู้สังเกตการณ์มาดูแลแทน ซึ่งแตกต่างกัน โดยผู้สังเกตการณ์กรณีที่แจ้งกกต.มานั้นจะจัดที่นั่งไว้ให้ด้านใน แต่กรณีที่ส่งมาเองก็จะอยู่ด้านนอก แต่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
เมื่อถามว่าการเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค.นี้ หากเกิดความผิดพลาดขึ้นอีก จะคาดโทษใครหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นวันที่ 7 พ.ค. หรือวันที่ 14 พ.ค. ได้ให้ผอ.ทุกจังหวัดรายงานทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกหน่วย ซึ่งจะมีบันทึกเหตุการณ์เอาไว้อยู่แล้ว ตั้งแต่ 08.00 น. จนถึงการนับคะแนน เช่น หากขานคะแนนผิด แล้วมีข้อทักท้วง ก็จะต้องบันทึกเหตุการณ์ เอาไว้
ส่วนกรณีพรรคก้าวไกลเรียกร้องให้กกต. เปิดเผยข้อมูลผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า จำแนกเป็นรายเขต เพื่อให้พรรคการเมืองต่างๆ สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ รวมถึงให้ จัดทำข้อมูลหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศเป็น ไฟล์ Excel นั้น นายแสวงกล่าวว่า ขอรับไว้พิจารณา
ประยุทธ์โบ้ยกกต.เคลียร์เอง
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกกต.เป็นเป้าโจมตี โดยเฉพาะในการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผ่านมาว่า เรื่องนี้กกต.ก็ต้องตรวจสอบและชี้แจงกันเอง เพราะเป็นเรื่องของกกต. ทั้งนี้ ก็ฟังเหตุฟังผลกันบ้างแล้วกัน ส่วนตัวคิดว่าทุกคนมีความตั้งใจพยายามทำให้ดีที่สุด แต่การทำอะไรเยอะๆ อาจจะมีปัญหาอยู่บ้างก็ต้องแก้ไขกันไป เมื่อถามว่ามีความเห็นอย่างไรกรณี ที่มีข่าวว่า กกต.ไม่ให้ตัวแทนพรรคการเมืองเข้าไปสังเกตการณ์ในการเลือกตั้งเหมือนเดิม พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “มีกติกาอยู่แล้ว ไม่ใช่หรือ เขาเขียนมาแล้ว อะไรเดิมก็คือเดิม ใหม่ก็คือใหม่ และเป็นเรื่องของ กกต.”
เมื่อถามว่าแต่เป็นการปรับเปลี่ยนกติกาใหม่ซึ่งกระชั้นชิดเกินไปหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของกกต. ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นการสร้างเงื่อนไขที่จะทำให้การเลือกตั้งไม่โปร่งใสหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็ต้องไปดู เรื่องที่จะไม่โปร่งใสมันมีหลายอย่าง
“ในเรื่องของการเลือกตั้งขอให้ทุกคน ช่วยกันทำให้บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อยอย่าทะเลาะอย่าตีกันมากนัก เพราะประชาชนเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์ รัฐบาลและคณะรัฐมนตรี ไม่ว่าใครจะเป็นก็ตาม ก็ขอให้ทำให้มั่นคงทำให้ทุกอย่างมีความยั่งยืน ซึ่งในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันเดียวกันนี้ก็ได้มีการรายงานถึงสถานการณ์ภาพรวมทางเศรษฐกิจซึ่งเศรษฐกิจภายนอกก็มีปัญหาค่อนข้างเยอะโดยเฉพาะประเทศคู่ค้าของเรา อย่างสหรัฐ อเมริกาเองก็มีปัญหา หลายประเทศก็มีปัญหา เนื่องจากกำลังซื้อและกำลังขายก็เปลี่ยนไป ซึ่งรัฐบาลเองก็ต้องมองในภาพกว้างและแก้ปัญหาให้ถูกจุด รวมถึงได้มีการพูดคุยกันถึงการพัฒนาด้านการศึกษาซึ่งทุกคนจะต้องได้รับอย่างเท่าเทียมไม่มีอะไรที่จะต้องขัดแย้ง เราขัดแย้งกันไม่ได้อยู่แล้ว” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
กก.ร้องเปิดข้อมูลเลือกตั้งล่วงหน้า
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรค ก้าวไกล ยื่นคำร้องต่อประธานกกต.ในหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง โดย นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ตนเดินทางยื่นคำร้องขอให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จก่อนที่จะเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค. ประเด็นที่ 1.เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 7 พ.ค. ขณะที่แต่ละจังหวัดได้แถลงข้อมูลว่า มีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นจำนวนเท่าไหร่ เดินทางมาใช้สิทธิจริงเป็นจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งบางเขตมีผู้มาใช้สิทธิตั้งแต่ 90% จนถึง 100% แต่ในพื้นที่จ.พระนครศรีอยุธยา มีการเปิดเผยข้อมูลว่ามีผู้เดินทางมาใช้สิทธิเป็นจำนวนเกิน 100% ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะ ออกมาแก้ไขจำนวนผู้มาใช้สิทธิ ที่ถูกต้อง ซึ่งส่วนตัวยอมรับได้ ซึ่งปัญหาหลังการเลือกตั้งล่วงหน้านั้นตนก็ยังไม่รู้ว่ามีผู้เข้ามาใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งในและนอกเขตเป็นจำนวนเท่าไหร่ โดยตนอยากให้กกต.แจ้งรายละเอียดเป็น รายเขต ทั้ง 400 เขตเลือกตั้ง และมีผู้มาใช้สิทธิจริงเป็นจำนวนเท่าไหร่
อีกทั้งกรณีซองไปรษณีย์สำหรับใส่บัตรเลือกตั้งล่วงหน้าก็อยากทราบเหมือนกันว่า เมื่อแยกเป็นเขตแล้วมีจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ อีกทั้งกรณีความ ผิดพลาดในการกรอกข้อมูลต่างๆ ลงบนซองไปรษณีย์นั้นถูกต้องหรือไม่ ซึ่งปัญหาดังกล่าวกกต.ได้ออกมาชี้แจงแล้ว แต่ถ้าไม่ได้จัดทำรายละเอียดตามที่ตนระบุ จะไม่ทราบว่ามี ผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ และมาใช้สิทธิเป็นจำนวนเท่าไหร่ รวมถึงการส่งไปรษณีย์กลับไปนับคะแนนเป็นจำนวนเท่าไหร่ บัตรจะตรงกับผู้ใช้สิทธิหรือไม่ ถ้าไม่ตรงกันเล็กน้อยก็อาจจะเกิดความผิดพลาดที่ไม่มาก แต่ถ้าไม่ตรงกันเป็นจำนวนมากก็จะมีข้อสงสัยต่อการปฏิบัติหน้าที่ของกกต. น่าจะเกิดความไม่เป็นธรรมต่อทุกพรรคการเมือง
แนะทำไฟล์หน่วยเลือกตั้งทั่วปท.
ประเด็นที่ 2 ถ้าดูตามระเบียบของกกต. จะต้องประกาศเรื่องการลงทะเบียนเลือกตั้ง ล่วงหน้าทั้งในนอกเขต และจะต้องประกาศว่าจะนับคะแนนที่ใดไม่น้อยกว่า 10 วันก่อนที่จะเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค. แม้ว่าทางการเมืองจะทราบแล้วว่ากกต.ได้มีการประกาศจำนวนผู้เดินทางมาใช้สิทธิแล้วก่อนหน้านี้ แต่ก็ไม่ได้ประกาศลงในเว็บไซต์ และยัง ตรวจพบว่าการประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นใน บางจังหวัดซึ่งไม่ทั่วถึง ซึ่งจะทำให้ทั้งตัวแทนพรรคการเมือง ผู้มีสิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ภาคประชาชน และผู้สังเกตการณ์จะไม่ทราบเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะเรื่องของการนับบัตรทั้งในและนอกเขตรวมถึงนอกราชอาณาจักร ซึ่งจะทำให้ผู้สังเกตการณ์ไม่สามารถรู้ถึงสถานที่นับคะแนน
ประเด็นที่ 3 ทราบว่าทั้งประเทศมีหน่วยเลือกตั้งเกือบแสนหน่วยตามที่กกต.ได้ประกาศ แต่ไม่มีรายละเอียดที่ลงไว้ในเว็บไซต์ทั้งในส่วนกลางและอีกต่างจังหวัดที่ไม่ได้ลงข้อมูลดังกล่าว ทำให้ประชาชนไม่ทราบว่าหน่วยเลือกตั้งของตนเองอยู่ที่ไหน
โดยทั้ง 3 ประเด็นตนขอให้สำนักงานกกต.ได้จัดทำข้อมูลดังกล่าวเป็นรูปแบบของไมโครซอฟท์ เอ็กเซล เพื่อชี้จุดว่าเลือกตั้งอยู่ที่ไหน รวมถึงหน่วยเลือกตั้งกว่าแสนหน่วยนั้นอยู่ที่ใดบ้าง โดยขอให้กกต.ส่วนกลาง ได้แจ้งพื้นที่ เพื่อประกาศข้อมูลลงไปในเว็บไซต์ทุกจังหวัดเพื่อให้ประชาชนทราบต่อไป
เมื่อถามว่ากรณีความผิดพลาดในการ เลือกตั้งล่วงหน้าที่เกิดขึ้นมีทั้งภาคประชาชน และการเมือง บางส่วนออกมาเรียกร้องว่าให้การเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นโมฆะเพื่อความโปร่งใส นายณัฐวุฒิกล่าวว่า การเลือกตั้ง ล่วงหน้าจะเป็นโมฆะหรือไม่ต้องดูข้อเท็จจริงในหลายปัจจัย ทั้งนี้ อยู่ระหว่างการพิจารณาเกี่ยวกับการร้องเรียนในขั้นตอนต่อไป อย่างไรก็ตาม ความผิดพลาดที่พบ เป็นเพียงความ ผิดพลาดส่วนบุคคล ส่วนตัวมองว่ากรรมการประจำหน่วยอาจจะเกิดความไม่เข้าใจแม้จะมีการอบรม เมื่อกกต.ทราบปัญหาดังกล่าวแล้ว ก็จะควรเร่งทำความเข้าใจ โดยส่วนตัวมาว่าเร็วไปถ้าทำให้การเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นโมฆะ ซึ่งกกต.มีเวลาแก้ไขก่อนที่จะถึงวันเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค. ให้การเลือกตั้งครั้งนี้เดินหน้าไปดีกว่า
หนังสือด่วนที่สุดถึงกกต.จว.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ทำหนังสือด่วนที่สุด ถึงผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด และกรุงเทพมหานคร เรื่องกำชับการปฏิบัติหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้ง ว่าในการเลือกตั้ง ล่วงหน้าเมื่อวันที่ 7 พ.ค.โดยภาพรวมของการจัดการเลือกตั้งจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่ปรากฏข้อมูลตามสื่อต่างๆ พบความผิดพลาดในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการประจำที่เลือกตั้งกลางหลายแห่ง ดังนั้น เพื่อให้การเลือกตั้ง ส.ส.ในวันที่ 14 พ.ค. เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงขอให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้
ในการอบรมคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งให้เน้นย้ำการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปด้วยความรอบคอบและถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ และแนวทางที่ กกต.กำหนด คู่มือปฏิบัติสำหรับเจ้าหน้าที่พนักงาน ผู้ดำเนินการเลือกตั้งอย่างเคร่งครัด หากมีเหตุการณ์ใดให้บันทึกลงในรายงานเหตุการณ์ประจำที่เลือกตั้ง ส.ส.5/6
การดำเนินงานในวันเลือกตั้ง ก่อนเปิดการลงคะแนน ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วน ของป้ายปิดประกาศ และเมื่อเสร็จสิ้นการนับคะแนนให้ดำเนินการรายงานผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการโดยเร็ว
ทำหน้าที่เข้มแข็ง-รับผิดชอบ
กำชับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการประจำเขตเลือกตั้งและผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งให้เป็นไปตามที่กฎหมาย ระเบียบ ประกาศ และแนวทางที่ กกต.กำหนด โดยให้ ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต. ประจำจังหวัดและกรุงเทพ ปฏิบัติหน้าที่ในการอำนวยการจัดการเลือกตั้งด้วยความเข้มแข็งและรับผิดชอบ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งและผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง ในกรณีที่มีปัญหาหรือข้อขัดข้องในการปฏิบัติหน้าที่
ทั้งนี้ในกรณีเกิดเหตุจลาจล อุทกภัย อัคคีภัย เหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นอย่างอื่นในวัน เลือกตั้งและมีผลกระทบต่อการออกเสียง ลงคะแนนหรือการนับคะแนนให้รายงาน เหตุดังกล่าวต่อสำนักงาน กกต.โดยเร็ว
อย่างไรก็ตามในตอนท้ายของหนังสือ ยังระบุว่าได้แจ้งรายชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ของผู้บริหารและฝ่ายที่รับผิดชอบ เพื่อใช้ ในการติดต่อประสานงานและแก้ไขปัญหา ในการปฏิบัติหน้าที่ไปให้กับผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัดด้วย
ตร.เตรียมกำลัง 1.45 แสนดูแล
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. มอบหมาย ศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศลต.ตร.) ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศลต.ตร. ร่วมในภารกิจการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566 ในด้านการรักษาความปลอดภัย การรักษาความสงบเรียบร้อย และการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผบช.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร. ทำหน้าที่ โฆษก ศลต.ตร.เปิดเผยว่า ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วประเทศ ในวันที่ 14 พ.ค.นี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย ศลต.ตร. ได้เตรียมกำลังตำรวจกว่า 145,000 นาย เพื่อดูแลความปลอดภัย สืบสวนหาข่าว รักษาความสงบเรียบร้อย และอำนวยการจราจร โดยที่ประชุมศลต.ตร.ได้สรุปผลการปฏิบัติ ปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ จากการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผ่านมา
“ผบ.ตร. และ ผอ.ศลต.ตร.สั่งการให้นำปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ที่เกิดขึ้นในวันที่ 7 พฤษภาคม2566 มาปรับใช้ในการปฏิบัติใน วันที่ 14 พฤษภาคม 2566 โดยเฉพาะ เรื่องการจัดการจราจรในจุดที่มีประชาชน ไปลงคะแนนเลือกตั้งจำนวนมาก ให้หัวหน้าสถานีตำรวจอำนวยการการบริการจัดการจราจร และประสานงานเรื่องจุดจอดรถ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบโดยทั่วกัน และให้ตรวจสอบสภาพภูมิอากาศในวัน เวลาดังกล่าว เพื่อกำหนดแผนการจราจร การรักษาความปลอดภัย และการอำนวย ความสะดวกแก่ประชาชน โดยให้ประสาน ผู้จัดสถานที่เลือกตั้ง จัดพัดลมระบายอากาศ เพื่อระบายความร้อนให้เพียงพอรองรับสภาพอากาศที่ร้อนจัดด้วย” โฆษก ศลต.ตร.กล่าว
เฝ้าระวังซื้อเสียง-ทำผิดกม.
พล.ต.ท.นิธิธรกล่าวด้วยว่า ศลต.ตร. ได้ติดตามสถานการณ์ต่างๆ ที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อย และการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง อาทิ เฝ้าระวังการซื้อเสียง โดยเฉพาะในคืนวันที่ 13 พฤษภาคม 2566 หรือคืนหมาหอน เร่งประชาสัมพันธ์การ กระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยเฉพาะการถ่ายรูปบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้ว การฉีก ทำลายบัตรเลือกตั้ง รวมทั้งติดตามความเคลื่อนไหวเฝ้าระวังกลุ่มผู้ไม่หวังดีก่อกวนการหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย โดยผบ.ตร.กำชับให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษในพื้นที่ ที่มีการแข่งขันสูง และให้ระดมกวาดล้างอาชญากรรมทั่วประเทศอย่างเข้มข้นช่วง ก่อนเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม ศลต.ตร.ประชุมติดตามสถานการณ์ทั่วประเทศที่กระทบต่อการเลือกตั้งทุกวัน เพื่อให้การดูแลความปลอดภัย รักษาความสงบเรียบร้อยในการจัดการเลือกตั้งเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่พี่น้องประชาชน
ทั้งนี้ หากประชาชนมีเบาะแส ข้อมูล สามารถส่งมาได้ที่เฟซบุ๊กศูนย์โซเชี่ยลมีเดีย ศปก.ตร. หรือสามารถแจ้งตำรวจได้ที่สถานีตำรวจนครบาล สถานีตำรวจภูธร ทุกแห่ง หรือ โทร.191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงหรือแจ้งสายด่วน กกต. 1444