อดีตพระดังยืมมือถือตร.โทรสั่ง นำเงิน76ล้าน-ทอง700บ.ไปซ่อน

ไล่ล่าทรัพย์ ‘สมีคม’ ได้อีก 100 ล้าน พร้อมรวบ 6 ลูกสมุน ร่วมกันลอบนำเงินสด 76 ล้าน ทองหนัก 700 บาทไปซุกก่อนตร.ไปค้นที่วัด สืบจนรู้แอบย้าย เลยจับทั้งหมดเป็นคนขับรถ 1 พระลูกศิษย์อีก 5 พร้อมพาชี้จุดซ่อน รวมยึดมาแล้ว 280 ล้าน เผยพฤติกรรมสมีคม ขอยืมมือถือตร.โทร.สั่งน้องนำยามาให้ แต่ฉวยโทร.สั่งซุกซ่อนทรัพย์สิน

จากกรณีจับกุมพระอาจารย์คม อภิวโร พระชื่อดัง หรือนายคม คงแก้ว อายุ 39 ปี นายวุฒิมา เถาว์หมอ หรือพระหมอ อายุ 38 ปี อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าธรรมคีรี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา และน.ส.จุฑาทิพย์ ภูบดีวโร ชุพันธุ์ อายุ 35 ปี น้องสาวของนายคมที่ ก่อเหตุร่วมกันยักยอกเงินวัดไปกว่า 180 ล้านบาท ก่อนจะถูกนำตัวฝากขังศาลฯ ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ที่บก.ป. พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตรโสภากุล ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ พ.ต.ท.ภาณุมาศ แสงส่ง รอง ผกก.3 บก.ป. ร่วมแถลงผลการจับกุมพระลูกวัด วัดป่าธรรมคีรี จ.นครราชสีมา และฆราวาส ที่ร่วมกระทำผิดยักยอกเงินวัดเพิ่มเติม 6 คน ประกอบด้วย 1.นายบุญส่ง หรือ พระบุญส่ง ผ่านภูวงษ์ อายุ 34 ปี 2.นายบัณฑิต หรือ พระบัณฑิต ย่อยชา อายุ 42 ปี 3.นายณัฐพัช หรือพระณัฐพัช ตั้งใจสนอง อายุ 36 ปี 4.นายบุญเหลือ หรือ พระบุญเหลือ โพธิ์ทอง อายุ 36 ปี 5.นาย ธนกฤต หรือพระธนกฤต ยศสุรินทร์ อายุ 34 ปี และ 6.นายบุญศักดิ์ ภัทรโกศล อายุ 45 ปี คนขับรถ ตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่ 67-72/2566 ลง 9 พ.ค. 66 เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ไปเป็นของตนเองโดยทุจริต, เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และร่วมกันรับของโจร

ทั้งหมดถูกจับพร้อมของกลางเงินสดรวม 76,021,813 บาท ทองคำรูปพรรณ 920 รายการ น้ำหนักประมาณ 100 บาท มูลค่าประมาณ 2.8 ล้านบาท ทองคำแท่ง 46 รายการ น้ำหนักประมาณ 500 บาท มูลค่าประมาณ 16 ล้านบาท ทองคำแผ่น 540 รายการ น้ำหนักประมาณ 100 บาท มูลค่าประมาณ 3.2 ล้านบาท สมุดบัญชี 30 เล่ม หนังสือเดินทาง 3 เล่ม รถยนต์ตู้ 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 11 เครื่อง รวมมูลค่าของกลางทั้งหมดที่ตรวจค้นได้ประมาณ 100 ล้านบาท หากร่วมกับที่จับกุมนายคมและพวกได้ในครั้งแรกก็ประมาณ 280 ล้าน

สมุนสมี – พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. ตรวจสอบเงินสด-ทองคำแท่งของอดีตพระคมนับร้อยล้าน ที่พระวัดป่าธรรมคีรี จ.นครราชสีมา แอบขนย้ายไปซุกซ่อน ซึ่งกองปราบฯ ตามยึดและคุมตัว มาจับสึกดำเนินคดีรวม 6 คน เมื่อวันที่ 9 พ.ค.

พล.ต.ต.มนตรีกล่าวว่า หลังจับกุมนายคม อดีตพระอาจารย์คม อภิวโร, นายวุฒิมา หรือ อดีตพระหมอ และน.ส.จุฑาทิพย์ ที่ร่วมกันยักยอกเงินวัดป่าธรรมคีรีไป 180 กว่าล้านบาท เมื่อวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา กองปราบฯ ยังคงเร่งขยายผลต่อเนื่อง จนทราบข้อมูลสำคัญจากการสอบปากคำนายวุฒิมาว่าเคยนำเงินของวัด 9 ล้านบาทไปซื้อทองคำตามคำสั่งนายคมมาเก็บรักษาไว้ในตู้เซฟภายในกุฏิ เช้าวันที่ 7 พ.ค.จึงเร่งนำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบแต่ไม่พบทองคำดังกล่าวจึงเร่งแกะรอยสืบหาเบาะแส จนทราบว่าก่อนเจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบมีพระลูกวัด 5 รูป และฆราวาสอีก 1 คน ซึ่งเป็นคนขับรถของนายคมช่วยกันขนย้ายทองคำแท่งและเงินสดทรัพย์สินต่างๆ ใส่รถตู้ นำไปจอดไว้ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งห่างจากวัดประมาณ 10 ก.ม. เพื่อเตรียมเคลื่อนย้ายหลบหนี จึงเร่งติดตามนำกลับคืนมา

พ.ต.อ.วิวัฒน์กล่าวว่า จากแนวทางสืบสวนยังพบว่าก่อนที่อดีตนายคม นายวุฒิมา และน.ส.จุฑาทิพย์ จะถูกจับนั้นได้สั่งการให้ผู้ต้องหาทั้ง 6 รายช่วยกันขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากกุฏิของตนให้หมดแล้วนำไปซุกซ่อนไว้ตามสถานที่ต่างๆ ภายในวัด อีกทั้งในช่วงขณะที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่กองปราบฯ นายคมยังออกอุบายขอยืมโทรศัพท์จาก เจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่าขอติดต่อญาติให้นำยาโรคประจำตัวมาให้ แต่แอบโทร.สั่งการให้กลุ่มลูกน้องนี้ช่วยกันขนย้ายเงินสดและทองคำออกไปจากวัดให้หมด ซึ่งมีทรัพย์สินบางส่วนที่ไม่สามารถขนย้ายได้ทันจึงนำไปขุดฝังเอาไว้ที่ภูเขาด้านหลังวัด เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับและเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 6 รายในวันนี้ ส่วนของทรัพย์สินวัดจนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดกลับคืนมาได้แล้วกว่า 280 ล้านบาท

พ.ต.ท.สุริยศักดิ์กล่าวต่อว่า สำหรับวัดป่าธรรมคีรีเดิมมีพระอยู่ 22 รูป ถูกจับกุมและสึกไปแล้ว 9 รูป ส่วนผู้ร่วมขบวนการจากข้อมูลพยานหลักฐานขณะนี้เชื่อว่าส่วนใหญ่จะเป็นพระลูกวัดที่อยู่ภายใต้การควบคุมสั่งการได้ หรือพระลูกวัดที่สนิทและไว้ใจ ขณะนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องเหล่านี้ได้ถูกจับกุมหมดแล้ว ส่วนทรัพย์สินของวัดที่ถูกยักยอกไปยังเชื่อว่าน่าจะมีมากกว่านี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบขยายผลติดตามกลับคืนมาต่อไป

เบื้องต้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 6 รายให้การภาคเสธ ยอมรับเพียงว่าร่วมกันนำทรัพย์สินมีค่าๆ ต่างของวัดไปซุกซ่อนตามสถานที่ต่างๆ รอบวัดจริง แต่เป็นการทำตามคำสั่งของอดีตพระคม ซึ่งไม่ทราบมีเจตนาใดอีกด้วย

วันเดียวกัน พระญาณดิลก (เจ้าคุณแดง) เจ้าอาวาสวัดมกุฏคีรีวัน เขาใหญ่ เจ้าคณะอำเภอปากช่อง (ธรรมยุต) ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและสำรวจทรัพย์สินของวัดป่าธรรมคีรี ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการตรวจสอบทรัพย์สินของวัดป่าธรรมคีรี เพราะเกรงจะเกิดความเสียหายโดยรวม พร้อมเล่าว่า การจัดระเบียบภายในวัดช่วงนี้เคร่งครัดเป็นพิเศษ ห้ามผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปภายในวัดบริเวณที่หวงห้าม เนื่องจากการตรวจสอบทรัพย์สินยังตรวจสอบต่อเนื่องภายในทุกวัน และได้สอบสวนพระภิกษุสงฆ์ภายในวัดที่ยังอาศัยอยู่ภายในประมาณ 20 กว่ารูป และมีอยู่ 5 รูป ที่พอทราบรายละเอียดการซุกซ่อนทรัพย์สินได้นำพาเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นตามจุดต่างๆ และนำตัวไปสึกเพื่อดำเนินคดี ส่วนการจัดระเบียบภายในวัด ได้ถ่ายเอกสารบัตรประจำตัวพระและบุคคลภายในวัดเอาไว้หมด ส่วนจะเข้าจะออกวัดทุกคนและพระทุกรูปต้องขออนุญาต และจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าเวรตลอด 24 ชั่วโมง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน