เจอกันที่คูหา8โมงเช้า-5โมงเย็น เตรียมแผนรับมือพายุฝนถล่ม ติดตั้งไฟสำรอง-เรือขนหีบบัตร ตร.จับแล้ว3คดี-อึ้งกปน.ซื้อเสียง

เลือกตั้งวันนี้ เปิดหีบ 08.00-17.00 น. กกต.-ตร. ประชาสัมพันธ์ ระวังทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ห้ามถ่ายรูปบัตรลงคะแนน ใส่เสื้อพรรค หรือหมายเลขผู้สมัครเข้าคูหา สั่งเตรียมความพร้อมรับมือพายุถล่ม เชียงใหม่ สั่งพร้อมรถโฟร์วีลส์-เรือ สำหรับขนหีบบัตร ตรังเพิ่มไฟฟ้าสำรอง ยันไม่มีเหตุไฟดับแน่ ขณะที่ศูนย์เลือกตั้งตร. เผยจับแล้ว 3 รายซื้อเสียง มีที่บึงกาฬ พระนครศรีอยุธยา และพิจิตร ที่พิจิตรสุดแสบ สาวซื้อเสียงให้พรรคใหญ่ เป็นถึงกรรมการประจำหน่วย และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน รับสิ้นจ่ายหัวละพัน หาดใหญ่ล็อกหัวคะแนนพรรคดัง พร้อมเงินสด และบัญชีผู้มีสิทธิ์ แต่ปฏิเสธวุ่น

สังเกตการณ์ – ผู้แทนองค์การจัดการเลือกตั้งจากต่างประเทศ สถานทูต และองค์การระหว่างประเทศ ร่วมสังเกตการณ์การตรวจรับวัสดุอุปกรณ์สำหรับการเลือกตั้งส.ส.ในวันที่ 14 พ.ค. ที่สมาคมไหหนำแห่งประเทศไทย เขตบางรัก กทม. เมื่อวันที่ 13 พ.ค.

ส่งหีบบัตรทั่วประเทศคึกคัก
วันที่ 13 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงาน หน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศได้มอบวัสดุอุปกรณ์ประจำหน่วยเลือกตั้ง เพื่อใช้ในการเลือกตั้งทั่วไป ในวันที่ 14 พ.ค.นี้ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

ที่จ.ปราจีนบุรี นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต. เดินทางมาตรวจเยี่ยมการแจกจ่ายวัสดุอุปกรณ์ประจำหน่วยเลือกตั้ง แก่คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ที่หอประชุมอำเภอกบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี โดยมีนายพงษ์สิทธิ์ เนื่องจำนงค์ รอง ผวจ.ปราจีนบุรี ต้อนรับ

โดยนายอิทธิพรกล่าวว่า ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยมอบบัตรเลือกตั้งให้แก่คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง พบเจ้าหน้าที่มารับตรวจรับกันอย่างเข้มงวดและรัดกุมซึ่งมีเจ้าหน้าที่ที่เคยผ่านการเป็นคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเดิมอยู่แล้ว ในวันเลือกตั้งจะมีพายุฤดูฝนเข้ามา ไม่มีผลกระทบกับการเลือกตั้ง กกต.ในภาพรวมทั้งประเทศรับเรื่องร้องเรียน 150 กว่าเรื่อง ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวน ส่วนของจังหวัดปราจีนบุรียังไม่มีรายงานว่ามีการร้องเรียนแต่อย่างใด

เตรียมพร้อม – กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ตรวจสอบบัตรและหีบบัตร พร้อมอุปกรณ์วัสดุต่างๆ สำหรับ ใช้ในการลงคะแนนเลือกตั้งส.ส.วันที่ 14 พ.ค.นี้ มีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ เมื่อวันที่ 13 พ.ค.

ต่อมานายอิทธิพรตรวจเยี่ยมและสังเกตการณ์การส่งมอบและตรวจรับวัสดุอุปกรณ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.สระแก้ว เพื่อเตรียมการเลือกตั้ง ส.ส. วันที่ 14 พ.ค. โดยมีนายภูมิวัชร์ อุดมทรัพย์ รองผู้ว่าฯ สระแก้ว ต้อนรับที่หอประชุมที่ว่าการอําเภอเขาฉกรรจ์

นายอิทธิพรกล่าวถึงคลิปการจับกุมบุคคลพร้อมเงินซื้อเสียงที่จังหวัดบึงกาฬ ว่า พยานหลักฐานเบื้องต้นมีครบ ทางตำรวจดำเนินการแล้ว ส่วนกรรมการ เลือกตั้งประจำจังหวัดได้รับเรื่อง เพราะเป็นความปรากฏ จึงไม่ต้องมีผู้มาร้อง ถือว่าเข้าสู่กระบวนการของ กกต.แล้ว แต่จะถึงขั้นยุบพรรคหรือไม่ ต้องดูก่อนว่าเป็นความผิดส่วนบุคคล หรือเกี่ยวข้องกับพรรคหรือไม่ ถ้าเป็นที่ตัวผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำผิด ก็ต้องพิจารณาลงโทษเฉพาะตัวก่อน เรื่องการยุบพรรคไม่ใช่เรื่องง่าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานกกต.ได้จัดทำอินโฟกราฟิกเน้นย้ำถึงข้อห้ามในวันเลือกตั้ง 8 ข้อ คือ 1.ห้ามถ่ายเซลฟี่ในคูหา หรือถ่ายรูปบัตรเลือกตั้ง 2.ห้ามใส่เสื้อที่มีรูปโลโก้พรรคการเมือง สัญลักษณ์ของ ผู้สมัคร 3.ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในเขตเลือกตั้ง 4.ห้ามนำบัตรเลือกตั้งออกไปจากเขตเลือกตั้ง 5.ห้ามทำเครื่องหมายอันเป็นที่สังเกตในบัตรเลือกตั้ง 6.ห้ามแสดงบัตรเลือกตั้งให้ผู้อื่นเห็น 7.ห้าม ซื้อเสียง เพื่อลงคะแนนหรืองดเว้นไม่ลงคะแนน และ8.ห้ามเล่นพนันเกี่ยวกับผลของการเลือกตั้ง

กำชับแผนรับมือพายุถล่ม
ที่จ.ขอนแก่น ด้านหน้าสำนักงานเทศบาลนครขอนแก่น ศูนย์ประสานงานการเลือกตั้ง ส.ส.ขอนแก่น เขต 1 นายวัชระ สีสาร ผอ.สนง.กกต.จว.ขอนแก่น พร้อมด้วยนายวิทยา ภูโยสาร ผอ.กกต.ขอนแก่น เขต 1 นำเจ้าหน้าที่ประจำ กกต.ขอนแก่นเขต 1 แจกจ่ายอุปกรณ์สำหรับการใช้ในการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. รวมไปถึงบัตรเลือกตั้งและหีบบัตรเลือกตั้งให้กับเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง

นายวัชระกล่าวว่า ฝากถึงประชาชนที่มีสิทธิ์ออกเสียง อ่านในเรื่องของการปฏิบัติตัวจะต้องเตรียมเอกสารต่างๆ ในเรื่องการแสดงตนไม่ว่าจะเป็นบัตรประชาชน ของรัฐออกให้ และมีหมายเลข 13 หลักรวมทั้งเอกสารภาพถ่ายทางอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ที่สามารถนำมาแสดงต่อกรรมการประจำหน่วยในการใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้เช่นกัน

ทั้งนี้ประชาชนที่ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ห้ามสวมใส่เสื้อที่มีสัญลักษณ์ ซึ่งมีหมายเลขที่สอดคล้องกับหมายเลขของ ผู้สมัคร ซึ่งขอความร่วมมือให้ใส่เสื้อปกติธรรมดาที่ไม่มีหมายเลขของผู้สมัคร เพราะอาจจะเข้าข่ายความผิดในการหาเสียงของผู้สมัครในวันเลือกตั้ง ส่วนการนับคะแนนนั้นจะมีการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง คาดว่าตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นต้นไปจะสามารถทราบคะแนนของแต่ละหน่วยได้แล้ว

ที่จ.นครราชสีมา พ.ต.ท.ระพีพงษ์ จิรพัฒนาลักษณ์ ผอ.กกต.นครราชสีมา กล่าวว่า กกต.กำชับไปยังคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งให้ติดตามพยากรณ์อากาศและเฝ้าระวังเกี่ยวกับเรื่องพายุฤดูร้อนที่อาจส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้ง หากหน่วยเลือกตั้งใดได้รับผลกระทบจากพายุ จนไม่สามารถลงคะแนนได้ ให้พิจารณาการหยุดลงคะแนนชั่วคราว หรือในขณะการนับคะแนนให้ทางคณะกรรมการประจำหน่วยพิจารณาเรื่องการย้ายสถานที่การนับคะแนน ทั้งนี้เพื่อป้องกันบัตรเลือกตั้งเสียหายจากพายุฝน

ออนไลน์แฉซื้อเสียงโจ๋งครึ่ม
พ.ต.ท.ระพีพงษ์กล่าวต่อไปว่า สำหรับกรณีการกระทำผิดกฎหมายการเลือกตั้งโดยการใช้เงินซื้อเสียงนั้น ทาง กกต. ได้รับเบาะแสมาว่ามีการใช้เงินซื้อเสียงในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ประมาณ 5-6 เขต ซึ่งเป็นเขตที่มีการแข่งขันค่อนข้างสูง ขณะนี้ได้ส่งชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าไปในพื้นที่เพื่อหาเบาะแสและหลักฐานของการ กระทำผิดกฎหมายการเลือกตั้งแล้ว สำหรับกรณีป้ายการนับคะแนนที่มีการพิมพ์ชื่อพรรคการเมืองซ้อนกันเป็นเหตุที่เกิดขึ้นในเขตเลือกตั้งอำเภอสูงเนิน ซึ่งเกิดจากการพิมพ์ผิด ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งได้แก้ไขให้ถูกต้องแล้ว

ร.ต.อ.พงศ์บัณฑิต ปิ่นสุวรรณ ผอ.กกต.นครสวรรค์ เปิดเผยว่า การร้องเรียนต่างๆ ก็มีเข้ามาต่อเนื่อง ซึ่งส่วนรับเรื่องร้องทุกข์จะได้รวบรวมหลักฐานและนำเรื่องเข้าคณะกรรมการไต่สวนต่อไป และบางส่วน เช่นการทำลายป้ายหาเสียงบรรดาผู้สมัครก็ไปแจ้งความ สภ.ท้องที่ไว้แล้ว ซึ่งหลังเลือกตั้งคณะกรรมการจะได้ตรวจสอบและมีมติต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า ในโลกออนไลน์ มีการแชร์การซื้อเสียงต่อเนื่อง ว่าเขตเลือกตั้งใดบ้างที่มีการซื้อเสียงกัน ตั้งแต่ 300-500 บาท โดยเฉพาะในเขตเทศบาลนครนครสวรรค์ หัวคะแนนเดินเคาะประตูบ้านซื้อเสียงกันคนละ 500 บาท นอกจากนี้ที่เขตเลือกตั้งที่ 6 อำเภอลาดยาว แม่วงก์ อ.แม่เปิน มีซื้อเสียงกันอย่างน้อย 3 พรรคการเมือง หัวละ 500 บาท ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา เช่น เดียวกับเขตเลือกตั้งที่ 3 อำเภอชุมแสง บรรพตพิสัย ก็ซื้อเสียงกันมาก่อนหน้านี้แล้วหัวละ 500 บาทเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีรายงานแจ้งว่ามีการเตรียมคนดักปล้นเงินหัวคะแนนคู่แข่ง หากมีการซื้อเสียงในคืนหมาหอน

ตรังเตรียมไฟฟ้าสำรอง
ที่ จ.เชียงใหม่ นายนพดล สุยะ ผอ.กกต.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า จังหวัดเชียงใหม่มีหน่วยเลือกตั้งรวมทั้งสิ้น 2,605 หน่วย มีหน่วยเลือกตั้งพิเศษที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล พื้นที่ทุรกันดาร พื้นที่สูง พื้นที่เป็นเกาะ 176 หน่วย กระจายอยู่ในพื้นที่ 12 อำเภอ จาก 25 อำเภอ อาทิ อำเภออมก๋อย อำเภอแม่แจ่ม อำเภอดอยเต่า ซึ่งต้องใช้รถโฟร์วีลส์ หรือรถขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งพื้นที่ที่ไกลที่สุดคือ ตำบลนาเกียน อำเภออมก๋อย ต้องใช้เวลาในการเดินทางไป-กลับ ประมาณ 6 ชั่วโมง

แต่ในช่วงนี้มีพายุฤดูร้อน ทำให้มีฝนตกหนัก สภาพถนนเป็นดินโคลน ทำให้ต้องใช้เวลาในการเดินทางมากกว่าเดิม ในจำนวนนี้มีหน่วยเลือกตั้ง 3 หน่วย ใน 3 ตำบลมืดกา และตำบลท่าเดื่อ อำเภอดอยเต่า ที่ต้องใช้เรือข้ามทะเลสาบดอยเต่ามารับอุปกรณ์ที่ที่ว่าการอำเภอดอยเต่า อย่างไรก็ตาม กกต.เชียงใหม่ยืนยันว่าทุกหน่วยเลือกตั้งจะได้รับอุปกรณ์การเลือกตั้งครบทั้งหมด ภายในคืนนี้อย่างแน่นอน

พบว่ามีจากหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 2,605 หน่วย ตั้งอยู่ในอาคาร 2,442 หน่วย และมีหน่วยเลือกตั้งที่เป็นเต็นท์ 163 หน่วย ได้มีการกำชับให้คณะกรรมการประจำหน่วยดูแลสถานที่ให้พร้อมสำหรับการเลือกตั้งเป็นอย่างดี หากจุดไหนได้รับความเสียหายจากพายุฝน ให้รีบปรับปรุงสถานที่ให้กลับคืนสภาพเดิมโดยเร็ว โดยจังหวัดเชียงใหม่มีผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งจำนวน 1,330,004 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกประมาณ 78,000 คน

ที่ จ.ตรัง นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าฯ ตรัง กล่าวว่า แต่ละอำเภอประชุมคณะกรรมการประจำหน่วย และกรรมการในส่วนเกี่ยวข้อง ให้มีความรู้ความเข้าใจ แล้วก็ในเรื่องของแผนเผชิญเหตุ และเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน หรือเหตุการณ์ที่ต้องใช้แผนเผชิญเหตุ ส่วนเรื่องสำคัญเรื่องของไฟฟ้า กรณีที่ไฟฟ้าดับก็มีแผนสำรอง ให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคของจังหวัดตรัง ติดตั้งเครื่องไฟฟ้าสำรอง รวมถึงหน่วยเลือกตั้งที่อยู่บนเกาะ ที่อำเภอปะเหลียน และที่อำเภอกันตัง มีอยู่ประมาณ 10 หน่วย ก็เตรียมเรือสำรองไว้ กรณีเรือที่ทาง กกต.จ้างไว้เกิดมีปัญหา และมีแผนสำรองรวมถึงการจัดตั้งศูนย์ประสานงานสนับสนุนการเลือกตั้งในระดับจังหวัดและในระดับอำเภอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

จับกปน.-ผช.ผญบ.ซื้อเสียง
ที่ จ.พิจิตร ร.ต.อ.สุรัตน์ อ่อนจู พงส.สภ.หนองโสน อ.สามง่าม จ.พิจิตร สอบสวนนางศรีไพร ศรีหะไกร อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30/6 หมู่ที่ 1 ต.หนองโสน อ.สามง่าม จ.พิจิตร กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หน่วยที่ 1 ต.หนองโสน และเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ต.หนองโสน ฐานกระทำความผิดเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.เลือกตั้ง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

โดยมีคลิปเหตุการณ์เป็นหลักฐานสำคัญ รวมถึงบัญชีรายชื่อ และธนบัตรแบ่งเป็นธนบัตรฉบับละ 1 พันบาท 5 ใบ และธนบัตรฉบับละ 5 ร้อยบาทอีก 8 ใบ รวม 9,000 บาท ในการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากพลเมืองดีทนเห็นเหตุการณ์การซื้อสิทธิ์ขายเสียงอย่างโจ๋งครึ่มบริเวณร้านค้าชุมชนที่มีคนพลุกพล่านเดินเข้าออกอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายในพื้นที่หมู่ที่ 1 ต.หนองโสน และกลุ่มพลเมืองดีจึงช่วยกันควบคุมตัวพร้อมหลักฐานส่งตำรวจ เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้นนางศรีไพรยอมรับว่าตนเองได้รับเงินสดดังกล่าวมาจากพรรคการเมืองหนึ่ง เขตเลือกตั้งที่ 1 เพื่อนำมาจ่ายลูกบ้านหัวละ 1,000 บาท ในช่วงขณะที่พลเมืองดีเข้าควบคุมตัวส่งตำรวจนั้น ตนเองกำลังนำเงิน 9 พันบาท พร้อมบัญชีรายชื่อลูกบ้าน จึงถูกพลเมืองดีคุมตัวมาส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.หนองโสน ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รับเป็นคดีในการ กระทำความผิด และจะได้รวบรวม หลักฐานพร้อมกับสำนวนการสอบสวนส่งให้ศาลจังหวัด และคณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ซื้อเสียง – ตำรวจสภ.หนองโสน อ.สามง่าม จ.พิจิตร จับกุมนางศรีไพร ศรีหะไกร ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง พร้อมของกลางแบงก์พันและรายชื่อลูกบ้าน สารภาพรับจ้างผู้สมัครส.ส.พรรคการเมืองหนึ่ง ให้ซื้อเสียง เมื่อวันที่ 13 พ.ค.

หาดใหญ่ล็อกหัวคะแนน
ที่จ.สงขลา เมื่อ 13.00 น. สภ.หาดใหญ่ รับแจ้งจากกลุ่มเครือข่ายประชาชนสังเกตการณ์เลือกตั้ง ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ว่าควบคุมตัวหัวคะแนนที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยว่าเตรียมซื้อเสียง พร้อมยึดโพยรายชื่อและเงินสด 1 แสนบาท รถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ ซึ่งจอดอยู่ในซอยข้างกำแพงเทศบาลเมืองควนลัง อ.หาดใหญ่ ไปตรวจสอบทราบชื่อ นายวินัย (สงวนนามสกุล) อายุ 59 ปี

ภายในรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ พบบัญชีรายชื่อ ซึ่งเป็นแบบฟอร์มรายชื่อผู้เข้าร่วมการตั้งกลุ่ม ผู้รับผิดชอบกลุ่ม เบอร์โทรศัพท์ และรายชื่อประมาณ 100 คน เบอร์โทร.และที่อยู่ เงินสดแบงก์ 1,000 บาท รวม 100,000 บาทอยู่ในซอง ส่วนสติ๊กเกอร์ติดรถหมายเลข ซึ่งติดอยู่ที่ ข้างรถและมีร่องรอยของการลอกออก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ประสานไปยังเจ้าหน้าที่หน่วยเคลื่อนที่เร็วกกต.สงขลา ประจำเขตเลือกตั้งที่ 9 ให้ลงพื้นที่มาตรวจสอบรายละเอียด ในเบื้องต้น นายวินัยอ้างว่าเป็นหัวคะแนนใต้ดินของ ผู้สมัคร ของพรรคการเมืองใหญ่พรรคหนึ่ง จะรวบรวมรายชื่อส่งให้หัวคะแนนอีกที

แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้ซื้อเสียงและไม่มีส่วนรู้เห็นกับเงินสด 1 แสนบาท และโพยบัญชีรายชื่อที่อยู่ในรถ มีทีมงานให้มา ช่วยขับรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์เท่านั้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายวินัย ไปยัง สภ.หาดใหญ่ เพื่อดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงว่าเข้าข่ายซื้อสิทธิ์ขายเสียงหรือไม่

ตร.เตือนทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท. นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการ ประจำสำนักงาน ผบ.ตร. ในฐานะโฆษก ศลต.ตร. เปิดเผยว่า พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เร่งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่จะออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค. 2566 มีความเข้าใจในกฎหมายเลือกตั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

พล.ต.ท.นิธิธรกล่าวว่า ขอแจ้งประชา สัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบถึงการ กระทำที่ต้องงดเว้น ห้ามกระทำ ตามกฎหมายเลือกตั้ง “พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561” ที่ประชาชนพึงหลีกเลี่ยง ซึ่งมักพบการ กระทำความผิด ดังนี้

1. การซื้อสิทธิขายเสียง การกระทำการจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ผู้สมัคร หรือ “การซื้อขายเสียง” เข้าข่ายผิดกฎหมาย ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย โดยผู้ซื้อเสียง มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี ส่วนผู้ขายเสียง เรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด เพื่อลงคะแนนหรืองดเว้นไม่ลงคะแนน ฝ่าฝืนมีโทษ จำคุก 1-5 ปี ปรับ 20,000 – 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี

2.การพนันขันต่อผลการเลือกตั้ง โดยผู้ฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุก 1 ถึง 5 ปี ปรับ 20,000 ถึง 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี

3.การจัดยานพาหนะขนคนไปเลือกตั้ง หากทำเพื่อจูงใจหรือควบคุมให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปลงคะแนนเลือกหรือลงคะแนนไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด มีความผิด มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี

4.การกระทำใด เป็นการขัดขวาง หรือหน่วงเหนี่ยว เพื่อมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถใช้สิทธิได้ มีความผิด ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกำหนด 10 ปี

5.การรื้อ ย้าย ปลด ทำลาย หรือเก็บป้ายหาเสียง ต้องทำโดยเจ้าของ หรือผู้รับมอบอำนาจเท่านั้น ผู้อื่นจะกระทำไม่ได้ ฝ่าฝืนมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มีโทษทั้งจำทั้งปรับ

เผยจับซื้อเสียงแล้ว 3 ราย
สิ่งที่ห้ามทำ หลังเวลา 18.00 น.ของวันที่ 13 พ.ค. 2566 เป็นต้นไป ซึ่งจะเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง

1.ห้ามจำหน่าย จ่ายแจก หรือจัดเลี้ยงสุราในเขตเลือกตั้ง ซึ่งครอบคลุมทั่วประเทศ ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 13 พฤษภาคม 2566 จนถึงเวลา 18.00 น. ของวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ผู้ที่ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2.ห้ามมิให้มีการโฆษณาหาเสียงให้พรรคการเมือง หรือผู้สมัคร ส.ส. ทุกรูปแบบ รวมถึงให้งดเว้นการสวมใส่เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ ฯลฯ ที่มีสัญลักษณ์โลโก้พรรคการเมือง หมายเลขพรรคการเมือง หรือผู้สมัคร (โดยเฉพาะเมื่อเข้าคูหา หรือบริเวณใกล้เคียงหน่วยเลือกตั้ง ) และให้งดเว้นการโพสต์ข้อความ อัพโหลดภาพ หรือคลิปที่มีเนื้อหาลักษณะหาเสียงเลือกตั้ง ลงบนโซเชี่ยลมีเดีย ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 13 พฤษภาคม 2566 เป็นต้นไป ฝ่าฝืนก็จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขณะเดียวกันข้อกฎหมายที่เน้นย้ำ ห้ามทำเมื่อเข้าคูหาเลือกตั้ง

1.นำบัตรเลือกตั้งออกจากหน่วยเลือกตั้ง ฝ่าฝืนมีโทษ จำคุก 1-5 ปี ปรับ 20,000 – 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี

2.ถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ตนเองลงคะแนนแล้ว ฝ่าฝืนมีโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

3.จงใจทำบัตรเลือกตั้งชำรุด เสียหาย หรือจงใจทำบัตรเสียให้เป็นบัตรที่ใช้ได้ ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี

4.นําบัตรที่ลงคะแนนแล้วแสดงต่อผู้อื่น เพื่อให้ทราบว่าตนได้เลือกหรือไม่เลือกผู้ใด ฝ่าฝืนมีโทษ จําคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

5.สวมใส่เสื้อผ้า เครื่องแต่งกายที่มีโลโก้ สัญลักษณ์ หมายเลข ของพรรคการเมือง หรือผู้สมัคร มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน และปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พล.ต.ท.นิธิธรกล่าวย้ำว่า โค้งสุดท้ายการเลือกตั้ง ผบ.ตร.กำชับตำรวจทั่วประเทศ ให้สืบสวนหาข่าว ป้องกันปราบปรามห้ามมิให้มีการซื้อเสียง-ขายเสียงเด็ดขาด ซึ่งทั้งผู้ซื้อเสียง และขายเสียง มีโทษทางอาญาทั้งจำคุก ปรับ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งสูงสุด 20 ปี โดยเฉพาะในคืนวันนี้ หรือที่เรียกว่าคืนหมาหอนตำรวจเพิ่มความเข้มการสืบสวน ป้องกัน จับกุม และตั้งแต่วันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา สามารถจับกุมจับกุมดำเนินคดี ผู้กระทำผิดฐานซื้อเสียง ได้แล้ว 3 ราย ที่ จ.บึงกาฬ จับกุมได้พร้อมของกลางโพยรายชื่อ และเงินสด อีกราย จ.พระนครศรีอยุธยา จับได้พร้อมของกลางเงินสด และอีกรายที่ จ.พิจิตร จับกุมได้พร้อมของกลางเงินสด เช่นกัน อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน