ข่าวสดซีเกมส์ ‘ช้างศึก’ลิ่วชิง
24 ผู้โชคดีตื่นเต้นไปชมวอลเลย์บอลสาวชิงซีเกมส์ที่กัมพูชา หลัง ‘มติชน-ข่าวสด’ จัดแคมเปญเชียร์ติดขอบสนามร่วมกับ ‘กัปตันกิ๊ฟ-กัปตันหน่อง’ ไอดอลวอลเลย์ทีมชาติไทย พร้อมกินเที่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘คู่แฝดสาวราชบุรี’ ผู้โชคดีสุดปลื้มได้ร่วมทริป 2 ไอดอลสาว ขณะที่ทัพนักกีฬาไทยกวาดวันเดียว 18 ทอง ทั้งเปตอง กอล์ฟ มวยสากล ยกน้ำหนัก เรือพาย ยูโด เทควันโด คริกเก็ต ขณะที่มวยเหมา 5 เหรียญทองจาก 6 รุ่นในวันแรก ‘ช้างศึก’ ชนะพม่า ลิ่วชิงบอลชาย ส่วนวันอาทิตย์นี้ชิงอีก 60 ทอง ไทยลุ้นวอลเลย์บอลสาวล่าแชมป์
ทีมเปตองกวาดเพิ่มอีก 2 ทอง
เมื่อวันที่ 13 พ.ค. ผู้สื่อข่าวกีฬา ‘ข่าวสด’ รายงานการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่ประเทศกัมพูชาว่า ทัพนักกีฬาไทยยังคว้าเหรียญทองเพื่อไล่ล่าเจ้าเหรียญทองซีเกมส์อย่างต่อเนื่อง โดยการแข่งขันเปตองซึ่งไทยคว้าไปแล้ว 4 เหรียญทอง และ 4 เหรียญทองแดง วันนี้วันสุดท้ายมีลุ้นเหรียญทองเพิ่ม จากประเภททีมชายและทีมหญิง
ประเภททีมหญิงไทย ประกอบด้วย อัมพวัน สุวรรณพฤกษ์, ลลิตา เชี่ยวชาญ, ปนัดดา จันด้วง และ คันธรส ชูช่วย รอบชิงชนะเลิศชนะสปป.ลาว 13-0 คว้าเหรียญทองที่ 5 ให้ทีมเปตองไทย ส่วนเหรียญทองแดงเป็นของเวียดนามและกัมพูชา
ส่วนทีมชาย ทีมไทยประกอบด้วย จ.อ.ธนากร สังข์แก้ว, อนุพล ภาทันณ์, เจริญวิทย์ เกตุสัตบรรณ และถาวรสิทธิ์ ราชโคตร ทำผลงานยอดเยี่ยม เข้าชิงชนะเลิศกับเจ้าภาพ กัมพูชา ผลทีมไทยชนะ 13-2 คว้าเหรียญทอง เป็นเหรียญทองที่ 6 ให้ทีมเปตองไทย เกินเป้าที่สมาคมกีฬาเปตองฯ ตั้งไว้ที่ 4 เหรียญทอง กัมพูชา ได้เหรียญเงิน ส่วนเวียดนามกับสปป.ลาวได้เหรียญทองแดง
กอล์ฟทีมชาย-หญิงเหมา 2 ทอง
ส่วนกอล์ฟประเภททีม แข่งขันที่การ์เด้น ซิตี้ กอล์ฟ คลับ รอบชิงชนะเลิศ ประเภททีม กอล์ฟทีมชายไทย ประกอบด้วย “ทีเค” รัชชานนท์ ฉันทนานุวัฒน์ วัย 16 ปี, “หิน” อชิตะ เปี่ยมกุลวนิช วัย 20 ปี, “ฟลุค” จิรเดช เชาวรัตน์ จากชลบุรี วัย 21 ปี โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมชนะเวียดนาม 2-1 คู่ คว้าเหรียญทอง ทวงแชมป์ได้สำเร็จ หลังจากครั้งก่อนเสียแชมป์ให้มาเลเซีย
ส่วนกอล์ฟทีมหญิง ไทย แชมป์เก่า ประกอบด้วย “ปริม” ปริม ปราชญ์นคร นักกอล์ฟสาววัย 15 ปี จากกรุงเทพฯ, “แพงกี้” แอลล่า แกลิทสกีย์ นักกอล์ฟสาววัย 17 ปี จากเชียงใหม่ และ “น้ำผึ้ง” นวพร สุนทรียภาส นักกอล์ฟสาววัย 18 ปีจากกรุงเทพฯ ชนะอินโดนีเซีย 2-0 คู่ คว้าเหรียญทอง ป้องกันแชมป์ได้อีกสมัย
สำหรับประเภทบุคคลก่อนหน้านี้ กอล์ฟไทยพลาดเหรียญทองทั้งชายและหญิง โดยได้เพียง 1 เหรียญเงิน จากแอลล่า แกลิทสกีย์ ก่อนทั้งหมดจะร่วมกันแก้ตัวคว้าเหรียญทองได้ในประเภททีมวันนี้
‘ศานิกุณ’คัมแบ๊กคว้าทองยกเหล็ก
ยกน้ำหนัก ‘น้องแนน’ ศานิกุณ ธนสาร หรือ โสภิตา ธนสาร สาวไทยเจ้าของเหรียญทองยกน้ำหนักหญิงโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่ประเทศบราซิล ลงแข่งรุ่น 49 ก.ก.หญิง เป็นการลดรุ่นลงมาจากซีเกมส์ครั้งที่ผ่านมาซึ่งแข่งรุ่น 55 ก.ก. สามารถคว้าเหรียญทองได้ โดยสแนตช์ ยก 86 ก.ก. ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 105 ก.ก. น้ำหนักรวม 191 ก.ก. ส่วนเหรียญเงิน เลิฟลีย์ วิดัล อินาน จากฟิลิปปินส์ สแนตช์ 78 ก.ก. คลีนแอนด์เจิร์ก 100 ก.ก. น้ำหนักรวม 178 ก.ก. เหรียญทองแดง ลูลุก ดิอานา ตรี วิจายานา จากอินโดนีเซีย สแนตช์ 78 ก.ก. คลีนแอนด์เจิร์ก 95 ก.ก. น้ำหนักรวม 173 ก.ก.
ส่วนรุ่น 45 ก.ก.หญิง เขมิกา กำเนิดศรี จอมพลังสาวไทยประเดิมขึ้นเวทีเป็นคนแรก โดยออกมายกท่าสแนตช์ได้ 72 ก.ก. พุ่งขึ้นนำเป็นอันดับ 1 แต่มีอาการบาดเจ็บ และไม่ได้ยกท่าคลีนแอนด์เจิร์ก พลาดคว้าเหรียญรางวัล โดยเหรียญทอง ซิน เมย์ อู จากเมียนมา น้ำหนักรวม 161 ก.ก., เหรียญเงิน แองเจลิน แลนแดก โคโลเนีย จากฟิลิปปินส์ น้ำหนักรวม 148 ก.ก. และเหรียญทองแดง บัวคำ พงศกร จากลาว น้ำหนักรวม 122 ก.ก.
ขณะที่รุ่น 55 ก.ก.ชาย “ดา” ธาดา สมบุญอ้วน เจ้าของ 1 เหรียญเงินชิงแชมป์โลก 2021 ที่อุซเบกิสถาน และเหรียญเงินซีเกมส์ครั้งก่อนที่เวียดนาม ยกท่าสแนตช์ได้ 118 ก.ก., คลีนแอนด์เจิร์ก 130 ก.ก. และน้ำหนักรวม 248 ก.ก. ได้เหรียญเงินซีเกมส์อีกสมัย โดยเหรียญทอง ทรันห์ ลาย จากเวียดนาม น้ำหนักรวม 261 ก.ก. และเหรียญทองแดง มูฮัมหมัด ฮุสนี่ จากอินโดนีเซีย น้ำหนักรวม 233 ก.ก.
เรือพายประเดิม 2 ทอง
เรือพาย วันแรก ทีมเรือพายไทยประเดิมคว้า 2 เหรียญทอง 1 เหรียญทองแดง เริ่มจากประเภทยาวมังกร 12 คนพาย ทั่วไปชาย ระยะ 250 เมตร ทีมเรือพายไทยประกอบด้วย จ่าเอกวัชระ ม่วงคุ้ม (นายหัว), สิบตำรวจโท ศุกล บุญเอ็ม, นายชิษณุพงศ์ สังข์พันธ์, นายภักดี วรรณมณี, จ่าโทสมชาย สังข์เมือง, เรือตรีเกษมสิทธิ์ บริบูรณ์วศิน, พันจ่าเอกนพดล สังข์ถ่วง, พันจ่าเอกสุวรรณ ขวัญทอง, นายพรพรหม คร่ำสุข, นายสุรเดช เฟื่องน้อย, จ่าเอกณัฐพล แก้วศรี และ จ่าเอกพัลลภ จีนชัย (นายท้าย) เข้าเส้นชัยลำแรกเวลา 1.02.857 นาที ส่วนกัมพูชาเข้าที่ 2 เวลา 1.04.579 นาที และเหรียญทองแดง มาเลเซีย 1.04.974 นาที
ส่วนอีกเหรียญทองจากประเภท 12 ฝีพาย ทีมผสมรุ่นอายุไม่เกิน 24 ปี เวลา 2.08.877 นาที ส่วนเหรียญเงิน เมียนมา 2.10.207 นาที และเหรียญทองแดง อินโดนีเซีย 2.10.501 นาที
นอกจากนี้ ทีมไทยยังได้อีก 1 ทองแดง ประเภททีมชาย 5 ฝีพาย รุ่นอายุไม่เกิน 24 ปี เวลา 2.50.045 นาที ส่วนเหรียญทอง เมียนมา 2.18.438 นาที และเหรียญเงิน กัมพูชา 2.22.763 นาที
มวยสากลประเดิมกวาด 5 ทอง
มวยสากลที่ชรอย ชางวาร์ คอนเวนชั่น ฮอลล์จี กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา รอบชิงชนะเลิศ โดยนักชกไทยเข้าชิงถึง 11 รุ่น จาก 12 รุ่นที่ส่งแข่งขัน วันนี้ขึ้นสังเวียนล่าเหรียญทอง 6 รุ่น
ไทยกวาดมาได้ 5 เหรียญทอง จากรุ่น 51 ก.ก. ชาย ธนรัฐ แสงเพชร ชนะโรแกน เซียกา โรดอน คู่ปรับเก่าจากฟิลิปปินส์ 5-0 เสียง รุ่น 63.5 ก.ก.ชาย “บอล” สมชาย วงศ์สุวรรณ์ แชมป์เก่า อาศัยชั้นเชิงและความเร็ว ชนะคะแนน เวน ราธา นักชก เจ้าภาพกัมพูชา ที่โอนสัญชาติมาจากคิวบา 4-1 รุ่น 86 ก.ก.ชาย จักรพงศ์ ยมโคตร ชนะ ไมเคียล โรเบิร์ด มุสกิตา จากอินโดนีเซีย 5-0 รุ่น 54 ก.ก.หญิง “เฟี้ยว” จุฑามาศ จิตรพงศ์ นักชกดีกรีโอลิมปิกเกมส์ ชนะไอริช อาร์เดียนเต แมกโน จากฟิลิปปินส์ 5-0 และรุ่น 75 ก.ก.หญิง ใบสน มณีก้อน โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมชนะอาร์เอสซี ยก 3 ดิดาย ดานา นักชกกัมพูชา
ส่วนรุ่น 71 ก.ก. ชาย อธิชัย เพิ่มทรัพย์ โดน พอก ตุง บุย จากเวียดนาม น็อกตั้งแต่ยก 2 แบบเหลือเชื่อได้เพียงเหรียญเงิน
ด้าน พล.ต.ท.ภานุรัตน์ หลักบุญ ผู้จัดการทีมมวยสากลไทยเผยว่า มวยเราชิง 11 รุ่น วันนี้แข่ง 6 รุ่น ได้ทองมา 5 รุ่น ถือว่าประสบความสำเร็จ ต้องขอบคุณทุกคนที่ทำเพื่อประเทศชาติ ส่วน 1 รุ่นที่พลาดไปเป็นเรื่องของกีฬา อยู่ที่จังหวะ ซึ่งกลับไปก็ต้องให้สต๊าฟโค้ชช่วยกันปรับปรุงกันต่อไป จากนี้ยังเหลืออีก 5 รุ่นให้ลุ้นเหรียญทอง แน่นอนว่าเราหวังทั้งหมด
ตะกร้อชายคว้าทองสมัย 19
ส่วนตะกร้อประเภททีมชุดชาย นัดสุดท้าย ระหว่างทีมตะกร้อหนุ่มทีมชาติไทย แชมป์เก่าและแชมป์ 18 สมัย ที่ชนะมาเลเซีย 2-1 ทีม ลงดวลกับ “เจ้าภาพ” กัมพูชา ที่แพ้มาเลเซีย 0-3 ทีม เกมนี้หากทีมชาติไทยชนะก็จะคว้าเหรียญทองทันที
ผลปรากฏว่า ทีมตะกร้อไทยฟอร์มยอดเยี่ยมชนะกัมพูชา 3-0 ทีม โดยทีมเอชนะ 2-0 เซ็ต 21-14, 21-15 ทีมบีชนะ 2-0 เซ็ต 21-8,21-11 และทีมซี ไทยชนะ 2-0 เซ็ต 21-5, 21-3 คว้าเหรียญทองประเภททีมชุดชายสมัย ที่ 19
ทีมชุดหญิงก็แชมป์
ตะกร้อคู่ทีมชุดหญิง ซึ่งมี 5 ชาติร่วมแข่งขัน ประกอบด้วย กัมพูชา, สปป.ลาว, มาเลเซีย, ติมอร์-เลสเต และไทย แข่งขันแบบพบกันหมดเพื่อหาทีมที่ทำผลงานดีที่สุด โดยทีมตะกร้อสาวไทยคว้าชัย 3 นัดรวด มีโปรแกรมลงสนามพบกับติมอร์-เลสเต แต่คู่แข่งไม่มาแข่งขัน ทำให้ทีมสาวไทยชนะผ่าน 3-0 ทีม เก็บชัย 4 นัดรวด คว้า เหรียญทอง
ทำให้ตะกร้อซีเกมส์ครั้งนี้ทีมตะกร้อคว้าเหรียญทองมาครองได้แล้ว 2 เหรียญทอง จากประเภททีมชุดชาย และตะกร้อคู่ทีมชุดหญิง
‘คริกเก็ตหญิง’ คว้าทอง
คริกเก็ต ที่เอแซด กรุ๊ป คริกเก็ต โอวอล ฮุนเซน บูลลาวาร์ด ประเภททีมหญิง 50 โอเวอร์ สาวไทยผ่านเข้าชิงกับอินโดนีเซีย
แมตช์นี้เป็นสาวไทยทีมเต็งเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม ชนะ 130-37 คว้าเหรียญทอง ส่วนเหรียญทองแดง มาเลเซีย
ยูโดประเดิมทอง
ยูโด วันแรกประเภทท่าทุ่มมาตรฐาน หญิง (จูโน กาตา) ไทยส่ง “ปิ๊กเล้ง” ปิติมา ทวีรัตนศิลป์ กับ “จ๋อมแจ๋ม” สุพัตรา ใจคุ้มเก่า สองสาวมากประสบการณ์ดีกรีเหรียญทองซีเกมส์ปี 2019 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งรอบแรกมีนักกีฬาเข้าร่วมทั้งหมด 6 ชาติ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม โดยสองสาวไทยอยู่กลุ่มเอ ร่วมกับเมียนมา และเจ้าภาพ กัมพูชา แข่งแบบพบกันหมดในกลุ่มเพื่อนำ 2 อันดับแรกของแต่ละกลุ่มเข้าสู่รอบชิงฯ
สาวไทยที่โชว์ฟอร์มเยี่ยมแชมป์กลุ่มเอผ่านเข้าชิง ผลปรากฏว่าปิติมาและสุพัตราทำคะแนนรวม 416 คะแนน คว้าเหรียญทอง ส่วนเหรียญเงินเป็นของคู่สาวจากเวียดนาม 401 คะแนน และเหรียญทองแดงคู่นักกีฬาจากลาว 401 คะแนนเท่ากัน แต่เวียดนามเฉือนชนะด้วยคะแนนดิบจากผู้ตัดสิน ลาวคว้าเหรียญทองแดงร่วมกับกัมพูชา
‘เหมี่ยว-นก’ทองเทควันโด
เทควันโด ที่ชรอย ชางวาร์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ ชิงชัยวันแรก ประเภทต่อสู้ โดยทัพจอมเตะไทยลงชิงเหรียญทองวันนี้ 4 รุ่น รุ่นน้ำหนัก 46 ก.ก. หญิง “เหมี่ยว” จุฬานันท์ ขันติกุลานนท์ ดีกรีเหรียญทองซีเกมส์ 2019 ที่ฟิลิปปินส์ เข้าชิงกับคาเด็ก เฮนี่ ปริกา จากอินโดนีเซีย จุฬานันท์ทักษะเหนือชั้นกว่า โดยเฉพาะช็อตเตะเข้าหัว ชนะ 2-0 ยก 10-3 และ 15-5 คว้าเหรียญทองแรกให้ทัพเทควันโด
รุ่น 57 ก.ก. หญิง “นก” พรรณนภา หาญสุจินต์ ดีกรีแชมป์โลกปี 2019 ที่อังกฤษ รวมทั้ง 3 เหรียญทองซีเกมส์และแชมป์เก่าคราวที่แล้ว ผ่านเข้าชิงกับอลิซา โชอึง นักกีฬาเจ้าภาพ กัมพูชา คู่นี้ออกสูสี ก่อนพรรณนภาใช้ความนิ่งสยบนักกีฬาเจ้าภาพชนะไป 2-0 ยก 3-0 และ 3-3 (ยก 2 ทำแต้มท่ายากมากกว่า) หยิบเหรียญทองที่ 2 ให้แก่ เทควันโดไทย
รุ่น 54 ก.ก. ชาย “จูเนียร์” รามณรงค์ เสวกวิหารี เจ้าของเหรียญทองซีเกมส์ 3 สมัย และรองแชมป์โลกปี 2017 แพ้ ไบรอัน บาร์โบซา จากฟิลิปปินส์ 0-2 ยก 8-11 และ 3-7 ซึ่งยกสุดท้าย รามณรงค์ถูกปรับแพ้หลังถูกตัดคะแนนเกิน 5 ครั้ง ส่งให้หนุ่มไทยได้เพียงเหรียญเงิน
รุ่น 68 ก.ก.ชาย ชายชล โช เจ้าของเหรียญทองซีเกมส์ครั้งที่แล้ว แพ้อาร์เวน อัลคานตาร่า จากฟิลิปปินส์ 0-2 ยก 2-5 และ 7-12 ชายชล โช ได้เหรียญเงิน
วันนี้ชิง 60 ทอง-ลุ้นตบสาว
สำหรับโปรแกรมซีเกมส์ ประจำวันที่ 14 พ.ค. ชิงทั้งหมด 60 เหรียญทอง จากมวยปล้ำ 10 เหรียญทอง มวยสากลสมัครเล่น 8 เหรียญทอง ฟินสวิมมิ่ง 8 เหรียญทอง เทควันโด 6 เหรียญทอง ยูโด 5 เหรียญทอง อาร์นิส 4 เหรียญทอง ยกน้ำหนัก 4 เหรียญทอง เทเบิลเทนนิส 3 เหรียญทอง คิวสปอร์ต 2 เหรียญทอง อีสปอร์ต 2 เหรียญทอง ฟันดาบ 2 เหรียญทอง ยิมนาสติก 2 เหรียญทอง เทนนิส 2 เหรียญทอง หมากรุก 1 เหรียญทอง และ วอลเลย์บอลหญิง 1 เหรียญทอง
ไฮไลต์ทัพนักกีฬาไทย อยู่ที่วอลเลย์บอลหญิง จะล่าแชมป์สมัยที่ 16 กับทีมชาติเวียดนาม ในเวลา 19.30 น. มวยสากลสมัครเล่น ชิงอีก 5 รุ่น รุ่น 48 ก.ก.ชาย นัฐพงษ์ ท้วมเจริญ พบ อินโดนีเซีย, รุ่น 60 ก.ก.ชาย รุตชการญ์ จันทร์ตรง พบ ฟิลิปปินส์, รุ่น 67 ก.ก.ชาย บรรจง สินศิริ พบ ฟิลิปปินส์, รุ่น 80 ก.ก.ชาย วีระพล จงจอหอ พบฟิลิปปินส์ และรุ่น 69 ก.ก. หญิง จันทร์แจ่ม สุวรรณเพ็ง พบ กัมพูชา เริ่มเวลา 14.00 น.
เทควันโด ถึงคิวของ “เทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ จอมเตะเหรียญทองโอลิมปิก โตเกียว 2020 ลงล่าเหรียญทองซีเกมส์ สมัยที่ 4 รุ่น 49 ก.ก.หญิง และมีอีก 3 รุ่นจากศศิกานต์ ทองจันทร์ รุ่น 62 ก.ก.หญิง, ธนกฤต ยอดรักษ์ รุ่น 58 ก.ก.ชาย และ แจ็ค วูดี้ เมอร์เซอร์ รุ่น 74 ก.ก.ชาย
ยกน้ำหนัก มีขึ้นเวที 4 คน รุ่น 55 ก.ก.หญิง โป๊ยเซียน ยอดสาร เวลา 10.00 น., รุ่น 67 ก.ก.ชาย วิษณุ จันทรี เวลา 12.00 น. ,รุ่น 59 ก.ก.หญิง สุรัสวดี ยอดสาร เวลา 14.00 น. และ รุ่น 73 ก.ก.ชาย อนุชา ดวงศรี เวลา 16.00 น.
สำหรับมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 วันนี้ ช่อง T SPORTS 7 และ ช่อง GMM 25 รับหน้าที่ถ่ายทอดสด ตลอดวัน
‘ช้างศึก’ชนะเมียนมา-ลิ่วชิงอินโด
การแข่งขันฟุตบอลชาย ศึกซีเกมส์ รอบรองชนะเลิศ ที่โอลิมปิก สเตเดียม กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อ 13 พ.ค. ทัพช้างศึก ทีมชาติไทย พบกับทีมชาติเมียนมา
เริ่มเกมทีมชาติไทยในฐานะแชมป์กลุ่มบี เป็นฝ่ายเปิดฉากบุกเข้าใส่ทันทีและมีจังหวะลุ้นจากการยิงของยศกร บูรพา บอลพุ่งชนเสา
จากนั้น ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว บอลเหินข้ามคานออกหลัง
นาที 37 ทีมชาติไทยได้ฟรีคิกนอกกรอบเขตโทษ ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว รับหน้าที่บอลไปหน้าปากประตู ธีระศักดิ์ เผยพิมาย กองหน้าตัวเก่งขึ้นโหม่งเต็มหัวส่งบอลตุงตาข่าย ให้ทีมชาติไทยขึ้นนำก่อน 1-0 และเป็นประตูเดียวในครึ่งแรก
ครึ่งหลังเมียนมาต่อบอลบุกใส่อย่างหนัก หวังตีเสมอ ส่วนทีมชาติไทยเน้นตั้งรับและหาโอกาสโต้สวนกลับ
นาที 66 ทีมชาติไทยได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว ยิงติดบล็อกกำแพง นาที 73 ทีมชาติไทยได้ลุ้นจากการยิงไกลจากนอกกรอบเขตโทษของชาญณรงค์ แต่บอลเหินข้ามคานออกหลัง
เมียนมาบุกเป็นระลอก แต่ไทยยังรับเหนียวแน่น นาที 84 ไทยพาบอลขึ้นมาทางริมเส้นด้านขวา ก่อนจ่ายเข้ามาเสาแรก เลออน เจมส์ ตวัดยิงเข้าตุงตาข่าย ให้ไทยนำ 2-0 ช่วงทดเจ็บธีระศักดิ์หลุดไปยิง บนชนคานออกไป
ก่อนที่อนันต์ ยอดสังวาลย์ จะยิงลูกที่ 3 ปิดท้าย หมดเวลา ไทยชนะเมียนมา 3-0 ผ่านเข้าชิงชนะเลิศไปพบกับอินโดนีเซีย ที่รอบรองเฉือนชนะเวียดนาม 2-1 โดยรอบชิงฯ จะเตะในวันที่ 16 พ.ค. เวลา 20.00 น. ที่สนามโอลิมปิก สเตเดียม

เชียร์ลัดฟ้า – ‘กิ๊ฟ’ วิลาวัณย์ และ ‘หน่อง’ ปลื้มจิตร์ นำคณะผู้โชคดีจากกิจกรรม มติชน-ข่าวสด ซีเกมส์ 2023 บินไปเชียร์วอลเลย์บอลหญิง รอบชิงชนะเลิศซีเกมส์ กัมพูชา ที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 13 พ.ค.
24 ผู้โชคดีดูชิงวอลเลย์ซีเกมส์
ผู้สื่อข่าวกีฬา ‘ข่าวสด’ รายงานว่า บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) และบริษัท ข่าวสด จำกัด ผู้นำสื่อออนไลน์และโซเชี่ยลมีเดียที่ได้รับความนิยมสูงสุดในไทย พร้อมด้วย 2 คู่ซี้ไอดอลวงการวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ได้แก่ “กิ๊ฟ” วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์ และ “หน่อง” ปลื้มจิตร์ ถินขาว นำคณะผู้โชคดีจำนวน 24 คน ที่ร่วมสนุกแคมเปญ “MATICHON – KHAOSOD SEA GAMES 2023” : เชียร์ ลัดฟ้า และคูปองเชียร์กระหึ่ม ลุ้นรับโชค” ร่วมส่งแรงใจให้เหล่า Sport Heroes ไทย เดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ไปยังกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เที่ยวบิน PG931 เพื่อเตรียมชมและเชียร์วอลเลย์บอลหญิง รอบชิงชนะเลิศ กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ในวันที่ 14 พ.ค. ซึ่งทีมนักตบลูกยางสาวไทย เจ้าของแชมป์ซีเกมส์รวม 15 สมัย และ 13 สมัยติดต่อกัน จะพบกับสาวเวียดนาม คู่ปรับสำคัญ
คู่นี้ในรอบชิงฯ 11 ครั้งหลังสุดเจอกันมาถึง 10 ครั้ง ยกเว้นปี 2017 ที่ประเทศมาเลเซีย ไทยชิงกับอินโดนีเซีย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเดินทางของคณะทัวร์จากแคมเปญ “MATICHON – KHAOSOD SEA GAMES 2023” : เชียร์ลัดฟ้า และคูปองเชียร์กระหึ่ม ลุ้นรับโชค” เป็นไปอย่างคึกคักและเป็นกันเอง ทั้งหมดเป็นแฟนคลับ ของ “กิ๊ฟ” วิลาวัณย์ และ “หน่อง” ปลื้มจิตร์ จึงพูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนะ และถ่ายรูปกับวิลาวัณย์และปลื้มจิตร์ อย่างเป็นกันเอง
เมื่อเดินทางถึงกรุงพนมเปญ ผู้โชคดี พร้อมคณะทั้งหมดกว่า 40 คนเดินทางไป รับประทานติ่มซำ ที่ Fu Lu Zu The Restaurant โรงแรมโซฟิเทล พนมเปญ โภคีธรา
จากนั้นช่วงบ่ายเดินทางไปอนุสาวรีย์อิสรภาพ และอนุสาวรีย์สมเด็จพระนโรดมสีหนุ เที่ยวชมพระบรมราชวังจตุมุขสิริมงคล ต่อด้วยการชมวัดพนม หนึ่งในวัดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดของกัมพูชา และเดินทางไปรับประทานอาหารเย็นที่ Crocodile Floating Bar & Restaurant และเข้าพักที่โรงแรม Macro Polo Hotel
ด้าน“ใหม่” น.ส.เกศมณี บุญเลิศฟ้า และ “เมย์” น.ส.เกศแก้ว บุญเลิศฟ้า 2 พี่น้องฝาแฝดวัย 30 ปี ชาว อ.บ้านคา จ.ราชบุรี ผู้โชคดี เปิดเผยว่า ส่งคูปองร่วมสนุกเพื่อลุ้นโชคกับเครือมติชนมาหลายสิบใบ ตอนแรกที่ได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ว่าจะได้เดินทางมาร่วมทริป กับพี่กิ๊ฟและพี่หน่อง ดีใจมาก เพราะเป็น แฟนคลับตัวยงของพี่กิ๊ฟกับพี่หน่อง มานานแล้ว ตื่นเต้นที่จะได้ร่วมเที่ยว และทานอาหารกับ พี่กิ๊ฟและพี่หน่อง ตลอด 3 วัน 2 คืน เป็นกิจกรรมที่ดีมาก รู้สึกเอ็กซ์คลูซีฟ นี่คงเป็นครั้งแรกที่จะได้เชียร์วอลเลย์บอลสาวไทยของ พี่กิ๊ฟกับพี่หน่อง เพราะที่ผ่านมาพี่เขาอยู่ในฐานะผู้เล่น และพวกเราตื่นเต้นบอกไม่ถูกที่จะได้เชียร์ทีมลูกยางสาวไทยในรอบชิงชนะเลิศ
“สาเหตุที่ชื่นชอบพี่กิ๊ฟกับพี่หน่อง เพราะพี่เขาเก่งมาก ยิ้มแย้ม เป็นกันเอง เวลาว่าง ก็จะแวะเวียนไปร้านกาแฟเลอแปง ของ พี่กิ๊ฟกับ พี่หน่อง โดยตลอด อยากขอบคุณเครือมติชนที่จัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้ และอยากให้มีอีกในครั้งต่อๆ ไป” คู่แฝดสาวราชบุรีกล่าว
‘กิ๊ฟ-หน่อง’ดีใจพาผู้โชคดีมาทัวร์
“หน่อง” ปลื้มจิตร์กล่าวว่า สนุกที่ได้มา กับกลุ่มแฟนคลับ และผู้โชคดีจากการ จัดกิจกรรมดีๆ ของเครือมติชน ได้เที่ยว ได้ชมสถานที่สำคัญๆ ของกรุงพนมเปญก่อน จะเตรียมตัวเข้าไปให้กำลังใจน้องๆ ทีมวอลเลย์บอลสาวไทยในการลงสนามรอบชิงชนะเลิศ กับ เวียดนาม วันรุ่งขึ้น (14 พ.ค.) ซึ่งเราจะเชียร์น้องๆ ให้เต็มที่เพื่อคว้าเหรียญทองสมัยที่ 16 กลับประเทศไทย
“กิ๊ฟ” วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์ กล่าวว่า แม้สภาพอากาศจะร้อนแต่ก็สนุก และได้ร่วมเดินทางใช้ชีวิตร่วมกับแฟนคลับ และผู้โชคดีเป็นเวลา 2 คืน ซึ่งวันแรกรู้สึกสนุก แม้จะเดินทางไปแข่งขันมาแล้วทั่วโลก แต่ไม่เคยมาที่กรุงพนมเปญเลย นี่เป็นครั้งแรกจึงรู้สึกตื่นเต้นเช่นกัน วันพรุ่งนี้ (14 พ.ค.) เราจะไปเชียร์น้องๆ คว้าแชมป์ซีเกมส์กัน รับรองว่าสนุกแน่นอน
เร่งส่งคูปองข่าวสดซีเกมส์
ขณะเดียวกัน บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) และบริษัท ข่าวสด จำกัด จัดกิจกรรม ‘เชียร์กระหึ่ม ลุ้นรับโชค’ ร่วมเชียร์นักกีฬาไทย ส่งแรงใจศึกซีเกมส์ ลุ้นสนุกกับการทายผล ‘ทีมชาติไทยจะได้เป็นเจ้าเหรียญทองหรือไม่’ พร้อมลุ้นรางวัลใหญ่มากมาย เช่น ทองคํา รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ไอโฟน 14 และของรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย กติกาและเงื่อนไขการร่วมสนุกเพียงตัดคูปองจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด, หนังสือพิมพ์มติชน หรือหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ (ไม่รับคูปองที่ถ่ายสําเนา) ระบุคําตอบที่ท่านคิดว่า “ทีมชาติไทยจะได้เป็นเจ้าเหรียญทองหรือไม่” จากนั้นเขียนชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ส่งมาที่บริษัท ข่าวสด จํากัด 40/10 ถ.เทศบาลนิมิตใต้ ประชานิเวศน์ 1 ลาดยาว จตุจักร กทม. 10900 โดยวงเล็บมุมซอง “ซีเกมส์ 2023” (ส่งได้ไม่จํากัดจํานวน)
เริ่มร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 17 พ.ค.2566 (ถือวันประทับตราไปรษณีย์สิ้นสุดภายใน วันที่ 17 พฤษภาคม 2566 เป็นสําคัญ) ของรางวัลมีดังต่อไปนี้ ทองคํา รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ไอโฟน 14 เป็นต้น
รางวัลที่ 1 ทองคํามูลค่า 500,000 บาท จํานวน 1 รางวัล รางวัลที่ 2 รถจักรยานยนต์ Honda Scoopy Urban จํานวน 4 รางวัล รวมมูลค่า 199,600 บาท
รางวัลที่ 3 โทรศัพท์มือถือไอโฟน 14/128 GB จํานวน 10 รางวัล รวมมูลค่า 329,000 บาท รางวัลที่ 4 ทองคํามูลค่า 10,000 บาท จํานวน 20 รางวัล รวมมูลค่า 200,000 บาท และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย
กำหนดจับรางวัลผู้โชคดีในวันพุธที่ 31 พ.ค. 2566 ที่อาคารข่าวสด 40/10 ถ.เทศบาลนิมิตใต้ ประชานิเวศน์ 1 ลาดยาว จตุจักร กทม. 10900 เวลาประมาณ 14.00 น.เป็นต้นไป และประกาศรายชื่อผู้โชคดีในหนังสือพิมพ์และเว็บไซต์ข่าวสดและมติชน วันพฤหัสบดีที่ 8 มิ.ย. 2566
ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลต้องนําหลักฐานบัตรประจําตัวประชาชน ระบุชื่อ ที่อยู่ ตรงตามที่กรอกไว้ในคูปอง พร้อมสําเนา 1 ชุด มาเป็นหลักฐานในการขอรับรางวัลด้วยตนเองที่บริษัท ข่าวสด จํากัด 40/10 ถ.เทศบาลนิมิตใต้ ประชานิเวศน์ 1 ลาดยาว จตุจักร กทม. 10900 ในวันและเวลาทําการภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ประกาศรายชื่อผู้โชคดี หากเลยกําหนดให้ถือว่าท่านสละสิทธิ์ และผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลมูลค่า 1,000 บาทขึ้นไปจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 5% จากมูลค่าของรางวัลทั้งหมด ตามระเบียบของกรมสรรพากร โดยรางวัลไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดหรือของรางวัลอื่นได้ และในกรณีผู้โชคดีได้รับรางวัลมากกว่า 1 รางวัล ขอสงวนสิทธิ์ในการมอบรางวัลสูงสุดเพียงรางวัลเดียวเท่านั้น