กระหน่ำตีด้วยของแข็ง ทิ้งศพขึ้นอืดในลำธาร เหตุสลดเมืองพะโต๊ะ
สลดหนุ่มชุมพรหึงโหด ใช้ของแข็งทุบเมียดับอนาถ ทิ้งศพลำธารป่าต้นน้ำพะโต๊ะ ชุมพร เกิดสำนึกผิด ขี่จยย.กลับมาบ้านกลางดึก เอาเชือกฟางไปผูกคอตายตาม แม่ฝ่ายชายเผยลูกเพิ่งพากันกลับจากสุราษฎร์ฯ บ้านเมีย ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ลูกบอกจะเข้าไปตัดไม้โยงทุเรียนในสวนแล้วหายไปทั้งคู่ เจ้าของสวนที่อยู่ใกล้กันแจ้งเหตุ ผญบ.ได้ยินเสียงทะเลาะกันผู้หญิงร้องลั่น พบร่างทั้งคู่เสียชีวิตอยู่กลางน้ำมีตัวทากเกาะดูดกินเลือดอย่างน่าหดหู่ คาดเกิดจากเหตุหึงหวง ทะเลาะกันแล้วลงมือฆ่าเมียก่อนฆ่าตัวตายตาม
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 15 พ.ค. พ.ต.ท.ฉัตรชัย นวลจริง รอง ผกก.สอบสวน สภ.พะโต๊ะ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร ได้รับแจ้งจาก นายสุริยา เพชรเศรษฐ์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 19 ต.พะโต๊ะ อ.พะโต๊ะ ว่าพบผู้เสียชีวิต 2 ราย อยู่ในคลองยายม่อน จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ รุดตรวจสอบ พร้อม พ.ต.อ.มนต์ศักดิ์ ศรีสุวรรณ ผกก.สภ.พะโต๊ะ พ.ต.ท.พรศักดิ์ มงคล รอง ผกก.สืบสวน สภ.พะโต๊ะ กำลังตำรวจชุดสืบสวน สภ.พะโต๊ะ ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จังหวัดชุมพร แพทย์ ร.พ.พะโต๊ะ และอาสากู้ภัย ร.พ.พะโต๊ะ
จุดที่เกิดเหตุ อยู่ในซอยบ่อน้ำอุ่น ห่างจากตัวอำเภอพะโต๊ะ 5 ก.ม. เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 125 สีแดง-ดำ ไม่ติดป้ายทะเบียน จอดอยู่บนถนนลูกรังซึ่งปกคลุมไปด้วยต้นหญ้า ใกล้กันพบรองเท้าสีดำแบบหูหนีบ 2 คู่ สีดำและสีชมพู กระเด็นอยู่คนละทิศ ละทาง ส่วนผู้เสียชีวิตพบว่าอยู่ในลำธาร ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำของคลองยายม่อน ทราบชื่อ น.ส.ณัฏฐาวรรณ พุ่งพวง อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45/5 หมู่ 3 ต.บางสวรรค์ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี สวมเสื้อยืด แขนสั้นสีเหลือง กางเกงขาสั้นสีครีม สภาพนอนหงายอยู่บนโขดหิน ตามตัวมีตัวทาก เกาะดูดกินเลือดอยู่จำนวนมาก ส่วนอีกราย นายบุญณรงค์ แยกดวง อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11 หมู่ 19 ต.พะโต๊ะ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร สวมเสื้อยืดสีฟ้าแขนสั้น กางเกงวอร์มสีดำ สภาพใช้เชือกฟางสีชมพู ผูกคอตายกับกิ่งไม้ เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมเก็บหลักฐานแล้วนำศพทั้งสอง ขึ้นมาชันสูตรพบว่า ที่ศีรษะตรงหน้าผากและขมับขวาของฝ่ายหญิงเป็นแผลฉกรรจ์ ผมตรงกลางกระหม่อมหลุดขาด คล้ายถูกกระชาก จนหนังศีรษะฉีกเป็นแผล มีมดเกาะกัดกินเนื้ออยู่ ส่วนฝ่ายชายไม่พบ ร่องรอยถูกทำร้ายแต่อย่างใด ซึ่งร่างทั้งสองซีดขาว คาดว่าเสียชีวิตมาไม่ต่ำ 8 ช.ม.

พิษหึง – จนท.กู้ภัยนำศพนายบุญณรงค์ แยกดวง ออกมาจากจุดเกิดเหตุบริเวณคลองยายม่อน อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร หลังทุบหัวฆ่าน.ส.ณัฏฐาวรรณ พุ่งพวง ภรรยาจนเสียชีวิต ก่อนผูกคอตายตามบริเวณใกล้เคียงกัน คาดปมหึงหวง เมื่อวันที่ 15 พ.ค.
สอบถามนายสุริยา ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 19 ทราบว่า เมื่อเช้าได้รับแจ้งจาก นายช้อย อัปสีรำ ลูกบ้านซึ่งเป็นเจ้าของสวนอยู่ด้านบนที่เกิดเหตุว่า ช่วงเย็นที่ผ่านมาได้ยินเสียงผู้หญิงร้องลั่นคล้ายเสียงทะเลาะวิวาทกัน แต่ไม่ได้สนใจ กระทั่งเช้าวันเดียวกัน พบรถจักรยานยนต์จอดอยู่บนถนนเข้าสวน จึงแจ้งมาเพื่อให้เข้าไปตรวจสอบว่าเป็นรถใคร หรือว่าจะเป็นรถของคนร้ายได้ลักขโมยมา ตนจึงไปตรวจสอบ เดินดูตามถนน และสำรวจพื้นที่รอบๆ พอมองลงไปในลำธาร ก็พบผู้เสียชีวิต ทั้งสองราย จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบทันที
ด้านนางชัญญศร แยกดวง อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11 หมู่ 19 ต.พะโต๊ะ แม่ของนายบุญณรงค์ ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ลูกชายเพิ่งกลับมาจาก จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมกับลูกสะใภ้ โดยก่อนหน้านี้ทั้งสองคนจะ ไปๆ มาๆ ระหว่างบ้านที่พะโต๊ะและบ้านที่สุราษฎร์ธานี เนื่องจากลูกสะใภ้ทำงานอยู่ที่นั่น ล่าสุดกลับมาเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พ.ค. แล้วทั้งคู่ได้เข้ามาที่บ้านและได้ กินข้าวก่อนบอกว่าจะเข้าไปตัดไม้ไผ่ เพื่อไปโยงต้นทุเรียนในสวน โดยขี่รถจักรยานยนต์ออกไปกันสองคน จนถึง เที่ยงคืน ได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์ของลูกชายขี่กลับมาบ้าน สักครู่ก็ขี่รถออกไปอีก กระทั่งมาทราบอีกทีว่าลูกชายผูกคอเสียชีวิตอยู่กับภรรยาในคลองยายม่อนแล้ว ซึ่งตนไม่เชื่อว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น เนื่องจากทั้งสองคนตั้งแต่อยู่กินกันมา 6 ปี ไม่เคยมีปากเสียง ไม่เคยทะเลาะกันเลย
ขณะที่ น.ส.นุชนาถ จันทร์แก้ว อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/9 หมู่ 3 ต.สวรรค์ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี เป็นญาติสนิทของ น.ส.ณัฏฐาวรรณ ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า สนิทกับผู้เสียชีวิตทั้งคู่มาก เนื่องจากมัก ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่ จ.สุราษฎร์ธานี โดยฝ่ายหญิงซึ่งไม่ร่ำรวยมาก แต่ก็อยู่ในเกณฑ์มีกินมีใช้ ขณะที่ฝ่ายชายคอยรับส่ง ฝ่ายหญิงไปทำงานบริษัทแห่งหนึ่งแถว อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ พอช่วงหน้าทุเรียนทั้งสองจะใช้วันหยุดกลับมาจัดการสวน ที่ อ.พะโต๊ะ ซึ่งตอนนี้จะมาโยงลูกทุเรียน ประกอบกับต้องมาเลือกตั้งด้วย และ ฝ่ายหญิงต้องกลับมาทำงาน มารู้ว่าทั้งสองคนเสียชีวิตจากแม่ของฝ่ายชายที่โทรศัพท์ มาบอก จึงได้เดินทางมาดู
ด้าน พ.ต.อ.มนต์ศักดิ์ ผกก.สภ.พะโต๊ะ กล่าวว่า จากการชันสูตรพลิกศพ พบว่าฝ่ายหญิงได้ถูกทำร้ายด้วยของแข็งไม่มีคมเข้าบริเวณศีรษะ ส่วนฝ่ายชายไม่มีร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกาย เบื้องต้นสันนิษฐานว่ามีการทะเลาะวิวาทกัน ฝ่ายชายน่าจะเกิดความหึงหวง จึงได้ลงไม้ลงมือกับฝ่ายหญิง เนื่องจากมีการดึงผมจนหนังศีรษะเปิด และศีรษะมีร่องรอยการถูกทำร้ายจน ฝ่ายหญิงแน่นิ่งไป คาดว่าหลังก่อเหตุแล้วฝ่ายชายน่าจะขี่รถกลับมาบ้าน โดยทิ้งศพฝ่ายหญิงไว้ แต่เกิดสำนึกผิด จึงได้เอาเชือกฟางจากที่บ้านมาผูกคอตายกับกิ่งไม้ในลำธารข้างกันกับศพของภรรยา อย่างไรก็ตาม ต้องรอการรวบรวมหลักฐานอีกครั้งเพื่อจะได้คลี่คลายคดีและสาเหตุที่แท้จริงต่อไป