เก๋งพัง-สาวเจ็บคนเร่ร่อนปฏิเสธ
ตร.คุมตัวชายเร่ร่อนต้องสงสัยปาก้อนหินใส่รถชาวบ้านบนสะพานสาทร หลังมีสาวผู้เสียหายแจ้งความถูกปาหินขณะลงสะพานฝั่งธนบุรี จนรถเสียหายกระจกแตก กระเด็นมาบาดหน้าได้รับ บาดเจ็บ ตร.ตรวจสอบวงจรปิดพบชายเร่ร่อนมีประวัติเคยถูกจับคดีปาหินใส่รถเมื่อปี 58 และยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด หลัง รับโทษออกจากคุกก็กลับไปอาศัยหลับนอนใต้สะพานใกล้จุดเกิดเหตุ เค้นสอบยังปฏิเสธอ้างไม่รู้เรื่องด้วย จับตรวจฉี่ไม่พบสาร เสพติดเลยต้องปล่อยตัวไป รอหาหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อขอหมายจับจากศาลต่อไป
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 17 พ.ค. ที่ สน.สำเหร่ พ.ต.อ.ฉัฐกิตติ์ ผดุงจันทร์ธนัย ผกก.สน.สำเหร่ พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ควบคุมตัวนายเอ (นามสมมติ) อายุ 34 ปี ชาวบุรีรัมย์ ผู้ต้องสงสัยปาก้อนหินใส่ขณะผู้เสียหายขับรถลงสะพานสาทรช่วง ขาออก ทำให้รถเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้นำคลิปภาพโพสต์เตือนภัย ในโลกออนไลน์ สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก
ด้าน น.ส.สุวิมล เวธน์วัฒนเดชน์ อายุ 31 ปี ผู้เสียหายและได้รับบาดเจ็บกล่าวว่า วันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา เวลา 20.08 น. หลังเลิกงานนั่งรถมาและจะกลับบ้านโดยผ่านสะพานสาทร มุ่งหน้าแยกตากสินในช่องทางที่ 3 นับจากซ้าย เมื่อถึงบริเวณที่เกิดเหตุมีก้อนหินถูกขว้างมาจากใต้สะพานตากสิน โดนกระจกรถและทะลุเข้ามาอัดที่หัวไหล่ซ้ายเฉียดศีรษะไปนิดเดียว แต่ถูกกระจกที่แตกกระเด็นใส่ใบหน้าได้รับบาดเจ็บ แฟนจึงประคองรถไปจอดด้านซ้าย เพื่อตรวจสอบความเสียหาย ก่อนไปแจ้งความพร้อมกับพาตนไปส่งโรงพยาบาล

ปาหิน – ตำรวจสน.สำเหร่เข้าคุมตัวหนุ่มเร่ร่อน อายุ 34 ปีผู้ต้องสงสัยปาหินใส่รถบนถนนสาทร ทำให้ รถเสียหายหลายคัน มีผู้บาดเจ็บหลายคน ที่บริเวณใต้สะพานสาทรฝั่งธนบุรีใกล้ จุดเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 17 พ.ค.
พ.ต.อ.ฉัฐกิตติ์กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุได้รับแจ้งเมื่อช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. ผู้เสียหายได้เดินทางมาแจ้งความที่โรงพัก จึงจัดเจ้าหน้าที่สายตรวจและสายสืบลง พื้นที่หาข่าว แต่เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุไม่พบตัวผู้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่จึงทำการไล่ภาพ จากกล้องวงจรปิดใกล้เคียงในจุดเกิดเหตุ กระทั่งเมื่อเช้านี้พบผู้ต้องสงสัยเป็นชาย ทราบชื่อต่อมาคือนายเอ นอนอยู่บริเวณใต้สะพานสาทรฝั่งธนบุรีใกล้กับจุดเกิดเหตุ โดยตัวผู้ต้องสงสัยเคยก่อเหตุลักษณะนี้ มาก่อนในปี 2558 ในความผิดลักษณะเดียวกัน โดยหลังจากก่อเหตุและถูกดำเนินคดี กลับมาอยู่ในจุดเดิมจึงควบคุมตัวมา สอบสวน
จากการตรวจสอบประวัติ พบมีความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ยาเสพติดและเสพกัญชา โดยก่อนเกิดเหตุช่วงประมาณเดือนเมษาฯ ที่ผ่านมา ชายดังกล่าวได้มาอยู่บริเวณนี้ จึงเชิญตัวมาสอบปากคำ เบื้องต้นผู้ต้องสงสัยยังให้การปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตรวจหาสารเสพติด แต่ไม่พบ จึงต้องปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยไปก่อน รอรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อรอออกหมายจับและนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป