ทั้งที่พบว่าครรภ์เป็นพิษ โร่ร้องปวีณา-จี้สธ.แจง
แม่วัย 32 ร่ำไห้พึ่งมูลนิธิปวีณาฯ ตรวจสอบโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจ.ระยอง ปล่อยปละละเลย ขณะตนไปคลอดบุตร หลังตรวจพบครรภ์เป็นพิษตั้งแต่บ่าย 3 แต่ปล่อยให้รอเวลาถึงตี 4 กว่าจะส่งตัวไปร.พ.ระดับจังหวัด สุดท้ายลูกไร้ชีพจร เสียชีวิตในครรภ์ ขณะที่แม่ก็ย่ำแย่ความดันสูงเกือบเอาชีวิตไม่รอด จี้ชี้แจงขั้นตอนปฏิบัติ เหตุใดให้รอนานขนาดนั้น ด้านนางปวีณาประสานโฆษกสธ.ตรวจสอบแล้ว
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 21 พ.ค. ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ถนนรังสิต-นครนายก ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี น.ส.นินนาท วรรณบวร อายุ 32 ปี เดินทางจากจ.ระยอง เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เพื่อขอความเป็นธรรม หลังติดใจสงสัยโรงพยาบาลอำเภอส่งตัวช้า เมื่อมีปัญหาเด็กไม่กลับหัว และตรวจพบครรภ์เป็นพิษ ตั้งแต่เวลา 15.00 น. แต่ส่งตัวไปโรงพยาบาลจังหวัดตอน 04.00 น. วันรุ่งขึ้น ทิ้งช่วงเวลาถึง 13 ชั่วโมง ทำให้เด็กต้องเสียชีวิตในครรภ์ ขณะที่ตัวแม่ก็หวิดเอาชีวิตไม่รอด ยันจะยังไม่ผาศพลูกจนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม
น.ส.นิดเล่าว่า วันที่ 9 พ.ค. ที่ผ่านมา เวลา 15.00 น. ตนตั้งครรภ์ 9 เดือน ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลอำเภอแห่งหนึ่งในจ.ระยอง ตามนัด แพทย์ตรวจพบแม่มีความดันโลหิตสูงและครรภ์เป็นพิษ ก่อนจะอัลตราซาวด์ พยาบาลบอกว่าตอนนี้เด็กยังไม่กลับหัว ยังหันก้นออก และให้นอนรอคลอดที่โรงพยาบาล

โวยรพ. – แม่วัย 32 ปี จากระยอง เข้าพบนางปวีณา หงสกุล ร้องขอความเป็นธรรม กรณีโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.ระยอง ปล่อย ให้รอคลอดนาน 13 ชั่วโมง ก่อนส่งไป โรงพยาบาลในจังหวัด สุดท้ายลูกน้อยเสียชีวิตในครรภ์
จากนั้นพยาบาลได้ให้ยาเหน็บเร่งคลอด 2 ครั้ง ครั้งแรกตอน 18.00 น. ครั้งที่สอง ตอนเที่ยงคืน พอช่วงตี 2 วันที่ 10 พ.ค. แม่รู้สึกว่ามีอาการน้ำเดิน จึงแจ้งพยาบาล และแพทย์ตรวจภายในพบว่าปากมดลูกเปิด 4 ซ.ม.จะทำคลอด แต่เด็กหันเอาเท้าออกจึงยังคลอดไม่ได้ จะต้องส่งตัวไปผ่าคลอดที่โรงพยาบาลจังหวัด ตนนอนรอจนเกือบตี 4 ถึงได้ถูกส่งตัวไป
ตอนนั้นแพทย์ตรวจพบว่าเด็กยังมีชีพจรอยู่และไปถึงโรงพยาบาลประจำจังหวัดตอนเวลาประมาณ 05.00 น. แพทย์พยาบาลโรงพยาบาลประจำจังหวัดมาตรวจ บอกให้แม่ทำใจเพราะพบว่าเด็กไม่มีชีพจรแล้ว ซึ่งตอนนั้นแม่ใจสลายที่เสียลูกขณะเดียวกันมดลูกก็เปิดเต็มที่ จึงเบ่งคลอดลูกที่ไร้วิญญาณออกมาตามธรรมชาติ และแม่ก็อาการแย่เกือบจะช็อก ความดันโลหิตสูงถึง 170 แต่แพทย์ช่วยไว้ได้ทัน
น.ส.นิดร่ำไห้ กล่าวอีกว่า ปกติเวลาตรวจพบว่าครรภ์เป็นพิษต้องรีบผ่าคลอด เพราะอาจเป็นอันตรายทั้งแม่และเด็ก จึงสงสัยว่า 1.ทำไมโรงพยาบาลอำเภอถึงไม่รีบส่งตัวตั้งแต่ตรวจพบครรภ์เป็นพิษช่วงบ่ายสาม เมื่อรู้ว่าทางโรงพยาบาลผ่าคลอดไม่ได้ ซึ่งลูกหนูอาจจะไม่เสียชีวิตก็ได้ 2.อยากให้โรงพยาบาลชี้แจงสาเหตุและให้ความเป็นธรรมกับลูกหนู
น.ส.นิดย้ำว่า ไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับคนอื่นอีก ไม่มีใครที่ไม่เสียใจ เพราะอุ้มท้องมาถึง 9 เดือน ความรู้สึกคนเป็นแม่ก็แย่ทุกคน แล้วถ้าตนเสียชีวิตไปกับน้องด้วย ใครจะเลี้ยงลูกอีก 2 คนที่ยังเล็ก และกำลังเรียนหนังสือ ยังดีที่โรงพยาบาลจังหวัดช่วยชีวิตหนูไว้ได้ทัน ตอนนี้ตั้งศพลูกไว้ที่วัดป่าหวาย ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง และจะยังไม่เผาศพลูกจนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม จึงมาขอพบนางปวีณา เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับลูกตนด้วย
หลังรับเรื่อง นางปวีณากล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจ และขอแสดงความเสียใจ กับครอบครัวน.ส.นิด เรื่องนี้ต้องให้กระทรวงสาธารณสุข ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ทำไมน.ส.นิดมาโรงพยาบาล และตรวจพบครรภ์เป็นพิษผ่านไป 13 ชั่วโมง ไม่มีใครตัดสินใจที่จะส่งตัวไปโรงพยาบาลจังหวัดก่อนหน้านี้หรือ โดยมูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดให้ได้รับข้อสรุปเพื่อผู้เสียหายได้รับความเป็นธรรมต่อไป
ทั้งนี้ นางปวีณา ประสาน นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ หัวหน้าที่ปรึกษาระดับกระทรวง (นพ.ทรงคุณวุฒิ ระดับ11) และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งนพ.รุ่งเรืองรับปากจะเร่งดำเนินการตรวจสอบและส่งเรื่องให้สาธารณสุขจังหวัดระยองเพื่อให้ผู้เสียหายได้รับความเป็นธรรม โดยมูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามความคืบหน้าเรื่องนี้ต่อไป