8พรรคเซ็นเอ็มโอยูตั้งรัฐบาล ก้าวไกลลุยเดี่ยวแก้112-นิรโทษ ตู่ฉุนจี้ถามปล่อยสว.ฟรีโหวตพิธา

พิธา-แกนนำ 8 พรรคลงนามเอ็มโอยูเรียบร้อย ปรับแก้ถ้อยคำปมร้อนทั้งสุราก้าวหน้า-สมรส เท่าเทียมตัดทิ้งนิรโทษกรรมนักโทษการเมือง-ประเด็นการแก้มาตรา 112 ปล่อยให้ ก้าวไกลผลักดันต่อในสภา ‘หมอชลน่าน’ ยืนยันครั้งที่ 501 ไม่มีแผนสองแข่งตั้งรัฐบาล แกนนำพท.-ภท.-ปชป.ประสานเสียงโต้ดีลตั้งรัฐบาลที่ฮ่องกง ‘ตู่’ ฉุนถูกจี้ถามปล่อยส.ว.ฟรีโหวตเลือกนายกฯ หรือไม่ บอกไม่ใช่เรื่องของผม ไม่ตอบอะไร ทั้งสิ้น ชี้ตั้งรัฐบาลยังมีขั้นตอนอีกมาก พปชร.ยังไม่ชัดเจนหลังลือหึ่งหัวหน้าป้อมจ่อไขก๊อก ตำรวจระดมคฝ. 450 นาย รับม็อบกดดันส.ว.หน้ารัฐสภา

พท.โต้ดีลตั้งรัฐบาลที่ฮ่องกง
วันที่ 22 พ.ค. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวการจัดตั้งรัฐบาลที่ฮ่องกง โดยประสานเสียงพร้อมกันว่า “ไม่มี ไม่มี” เมื่อถามว่ายืนยันใช่หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า พท.ยืนยัน

ทั้งนี้ ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีการปล่อยข่าวว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีต นายกฯ เดินทางมายังเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ขณะที่มีแกนนำหลายพรรค อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการ ภท. และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) รวมถึงแกนนำผู้สนับสนุนพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้พบปะและรับประทานอาหารร่วมกัน เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ในการจัดตั้งรัฐบาลหากพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะพรรคอันดับ 1 ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ โดยก่อนหน้านี้นายทักษิณทวีตปฏิเสธข่าวระบุ “อยู่ที่ดูไบ ไม่มีแพลนไปฮ่องกง”

‘เสี่ยหนู’โต้ – นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โพสต์ภาพเฟซบุ๊กส่วนตัว ขณะนั่งกินขนมกับหวานใจที่ฮ่องกง โต้ข่าววางแผนตั้งรัฐบาล พร้อมข้อความ ‘แบบนี้เหรอที่มีข่าวแพร่ออกไปว่ามาตั้งร้าบานที่ฮองคอง’ เมื่อวันที่ 22 พ.ค.

หนูโชว์หวานสยบลือบินถกแม้ว
ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าภท. โพสต์เฟซบุ๊กภาพระหว่างไปไหว้พระและพักผ่อนกับครอบครัวที่ฮ่องกง เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเป็นภาพนั่งทานขนมหวานกับหวานใจ “จ๊ะจ๋า” พร้อมระบุ “แบบนี้เหรอที่มีข่าวแพร่ออกไปว่ามาตั้ง ร้าบานที่ฮองคอง”

ปชป.ชี้ตั้งรัฐบาลแข่ง-ข่าวบิดเบือน
เวลา 11.00 น. ที่ทำการ ปชป. นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรค แถลงว่า ที่มีกระแสข่าวสับสนว่าปชป.เจรจาพูดคุยกับพรรคต่างๆ นั้น เป็นข่าวบิดเบือนทั้งสิ้น ที่มีรายงานว่าส่งคนไปเจรจาเพื่อร่วมรัฐบาลเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของปชป. เรามีกฎเกณฑ์กติกาตามระเบียบ ข้อบังคับ ระบุชัดในข้อ 96 ว่าให้ที่ประชุมร่วมกันระหว่าง กก.บห.และส.ส.พิจารณาเพื่อมีมติว่าร่วมหรือไม่ร่วม หรือถอนจากการร่วมรัฐบาล ถ้าบอกมีใครไปเจรจา เพื่อร่วมรัฐบาลเป็นข้อมูลเท็จทั้งสิ้น

ปชป.ซัด – นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โต้ข่าวร่วมรัฐบาล อ้างทุกอย่างต้องเป็นไปตามมติพรรค พร้อมโชว์ร่างกม.ที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พยายามยกเลิก ม.112 มาโดยตลอด ที่พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 22 พ.ค.

ส่วนที่มีสมาชิกพรรคแสดงความเห็นเรื่องการยกมือโหวตให้กับนายพิธา เป็น นายกฯ หรือมีความพยายามให้ไปร่วมกับพรรคนั้นพรรคนี้ เป็นความเห็นส่วนตัว ทั้งสิ้น ตนพูดในนามพรรคที่มีกฎกติกา ระบุไว้ชัดเจนว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามมติพรรค รวมถึงข่าวที่ว่าเราไปจับมือกับพท.ก็ไม่เป็นความจริง

ส่วนการยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา 112 เราจะไม่ไปก้าวล่วง แต่สิ่งที่ปชป.ยืนยันตลอดคืออุดมการณ์ของพรรคข้อที่ 3 เราไม่เห็นด้วยที่จะยกเลิกมาตรา 112 หรือแม้แต่จะแก้ไข

‘ตู่’ฉุนสื่อจี้ถาม-ปล่อยสว.ฟรีโหวต
เวลา 16.30 น. ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ รทสช. เดินทางเข้าพรรค เพื่อร่วมประชุมกก.บห. และติวว่าที่ ส.ส. 36 คน โดยมีแฟนคลับมาให้กำลังใจ

ทั้งนี้ พยายามหลีกเลี่ยงตอบคำถาม กรณีในฐานะตั้ง ส.ว.มาจะบอกอะไรเกี่ยวกับท่าทีการโหวตนายกฯว่า “ไม่ใช่เรื่องของผม เป็นเรื่องของกระบวนการกฎหมายที่จะว่ากันไป จะให้ผมพูดอะไรได้ล่ะ คำถามบางคำถามไม่ควรจะมาถามผม”

เมื่อถามว่าจะให้ส.ว.โหวตเลือกนายกฯได้อย่างอิสระใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอย่างฉุนเฉียวว่า “ผมไม่ตอบอะไรทั้งนั้น จำไว้นะผม ไม่ได้มีคำตอบอะไรทั้งสิ้นกับคำถามที่ถามกันมาในวันนี้”

ก่อนที่พล.อ.ประยุทธ์จะเดินขึ้นลิฟต์ไปยังห้องประชุมชั้น 5 โดยมีแฟนคลับมาสวมกอดให้กำลังใจพร้อมร้องไห้ และระบุว่า ให้พล.อ.ประยุทธ์อดทนอย่าท้อ” ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “อย่าไปอ่าน โซเชี่ยลมากอาจทำให้ไม่สบายใจ”

เวลา 16.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ เข้าร่วมประชุม กก.บห.โดยมีแฟนคลับมาขอ ถ่ายรูปและขอลายเซ็น 1ในนั้นคือ น.ส. จารุณี สุขสวัสดิ์ อดีตดาราชื่อดัง มาให้กำลังใจด้วย

บุกเชียร์ลุง – จารุณี สุขสวัสดิ์ อดีตนางเอกชื่อดัง เข้าให้กำลังใจพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระหว่างเดินทางเข้าที่ทำการพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยนำผลเมล่อนมามอบให้ด้วย เมื่อวันที่ 22 พ.ค.

ลั่นไม่ยุ่งตั้งรัฐบาล
ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ ส่งสารถึงสมาชิกรทสช.ว่า อยากให้กำลังใจพวกเรา อย่าเพิ่งท้อถอย ขอให้มีกำลังใจ เดินหน้าขอบคุณให้มากหลังเลือกตั้ง เร่งสรุปบทเรียนและเตรียมความพร้อมเพื่อความสำเร็จในคราวถัดไป อย่าท้อ แต่ขอให้มุ่งมั่นทำต่อ วิธีการแบบเดิมอาจจะได้ผลไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ต้องพยายามหาวิธีใหม่ๆ เพื่อเป้าหมายแห่งชัยชนะด้วยกัน

พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์อีกครั้งหลังประชุมพรรคถึงการจับขั้วรัฐบาลว่า เราวิจารณ์ไม่ได้ เพราะเป็นพรรคที่ได้คะแนนเสียงไม่ได้มากมายอะไร เป็นเรื่องของพรรคใหญ่ที่จะว่ากันในวันข้างหน้า เมื่อถามว่าโผครม.ใหม่ที่หลุดออกมา คิดว่าหน้าตาเป็นอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่รู้เหมือนกัน จะยอมรับกันได้หรือเปล่าก็ไม่รู้

เมื่อถามว่าที่บอกว่าไปต่อพร้อมสู้ใช่หรือไม่เพราะยังไม่ประกาศวางมือ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอยังไม่พูด ยังไม่ประกาศอะไรทั้งนั้น ตอนนี้ต้องให้เกียรติหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค วันนี้เพียงมาให้กำลังใจคนที่ได้รับการเลือกตั้งและให้จัดระเบียบดีๆในการทำงาน ในฐานะมีคะแนนเสียงไม่มากมายเท่าเขาจะไม่ไปยุ่งกับเขา จัดตั้งรัฐบาลอะไรก็ว่ากันอีกทียังมีหลายขั้นตอน เมื่อถามว่าตอนนี้หุ้นตกตลอด พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของประชาชนเลือกกันมา ก็ดูแล้วกัน ความเชื่อมั่นต่างๆจะเป็นอย่างไรก็ตามต้องดูกันต่อไป ยังไม่จบ เมื่อถามว่าแสดงว่าพล.อ.ประยุทธ์ยังต้องเหนื่อยต่อ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องทำตามหน้าที่

เมื่อถามว่าวันนี้ครบรอบ 9 ปีรัฐประหาร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เขาลืมกันไปแล้ว เมื่อถามจะไม่มีอีกแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เขาลืมไปแล้ว 9 ปีแล้ว ลืมไปแล้ว

เอกนัฏโต้เปลี่ยนหน.-เลขาฯ
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการรทสช. ให้สัมภาษณ์ยืนยัน พล.อ.ประยุทธ์ จะยังคงอยู่กับพรรค เป็นสมาชิกและประธานกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ และยังเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค

เมื่อถามว่าหัวหน้าพรรคและเลขาฯ พรรค ยังเป็นคนเดิมใช่หรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวว่า ยังเป็นคนเดิม ยืนยันว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลง ที่ผ่านมาเรา 2 คน ทั้งหัวหน้าพรรคและเลขาฯ พรรค เรียกว่าเสื่อผืนหมอนใบ ออกมาตั้งพรรค รทสช.ตั้งแต่ยังไม่มีอะไรเลย และทํามาได้จนถึงขนาดนี้ก็ต้องถือว่าทุกที่นั่ง

ทุกคะแนนเสียง สำหรับพรรคที่เกิดใหม่เริ่มจากศูนย์ถือว่าเป็นความสำเร็จของพรรค และการเลือกตั้ง ครั้งแรก คะแนนเสียง 4 ล้าน 6 แสน 7 หมื่นเสียง เป็นต้นทุนที่เราจะต้องนำไปพัฒนาต่อยอด คงจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารในเร็ววันนี้

ไม่โหวตหนุนนายกฯชูแก้ 112
เมื่อถามถึงกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์จะถอยเพื่อให้ รทสช.ได้ร่วมรัฐบาล เป็นไปได้หรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า พรรคไม่มีการพูดคุยเรื่องนี้เลย เราเป็นพรรคที่มี ส.ส.36 ที่นั่ง ต้องการช่วงชิงเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ไม่ใช่ภารกิจของ รทสช. เพราะถ้าได้ 316 เสียงก็ไม่แน่ ต้องตรงไปตรงมา ไม่ใช่ภารกิจของเรา

เมื่อถามว่า มีโอกาสที่จะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยหรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวว่า อย่าไปหวังอย่างนั้น คิดกันไปเอง เป็นไปไม่ได้ วันนี้ไม่อยากพูดมากเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลเพราะไม่ใช่หน้าที่เราที่จะพูด การจัดตั้งรัฐบาลต้องไปฟังอีกฝั่งหนึ่ง เมื่อถามว่าหากอีกฝั่งจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ พร้อมจะเป็นไม้สองหรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวว่า ไม่เห็นอนาคตจะมีไม้สอง

“เรายึดมั่นในจุดยืนของเราแต่แรก ไม่ว่าในกรณีไหน หากรัฐบาลมีวาระที่จะแก้หรือยกเลิกมาตรา 112 เราไม่เอาด้วย และเราก็จะไม่ยกมือโหวตนายกฯ ที่มีเจตนาเข้าไปแก้ไขหรือยกเลิกมาตรา 112 นี่คือจุดยืนสำคัญของเรา

ธนกรไม่ก้าวล่วงตู่วางมือหรือไม่
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญ คงชนะ รองหัวหน้า รทสช. ให้สัมภาษณ์กรณี รทสช.จำเป็นต้องแก้ไขหรือปรับ กก.บห.หรือไม่ว่า ไม่ทราบ แต่มองว่าการรีแบรนดิ้งเป็นสิ่งที่ดี และควรมีการพัฒนา เปลี่ยนแปลงเพื่อให้ดีที่สุด

ส่วนนายกฯ จะยังช่วยงานต่อหรือวางบทบาททางการเมืองนั้น นายธนกรกล่าวว่า ไม่ทราบจริงๆ และไม่ก้าวล่วง เพราะต้องให้เกียรตินายกฯ และตนรวมทั้ง นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ไปอยู่พรรคนี้เพราะนายกฯ จึงอยู่ที่นายกฯ คนเดียว จะพิจารณาอย่างไร เมื่อถามว่าหากนายกฯไม่อยู่ส.ส.บางคนอาจไม่อยู่ รทสช.เช่นกัน นายธนกรกล่าวว่า คงไม่ถึงขั้นนั้น เราต้องให้เกียรติหัวหน้าพรรค ที่ทำงาน ได้ดีแล้วจะเปลี่ยนทำไม ส่วนเลขาฯ พรรค ยังสามารถประสานได้

พปชร.ไม่ชัดเจนหลังหึ่งป้อมไขก๊อก
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวภายใน พปชร. หลังมีกระแสข่าวลือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ จะสละส.ส.บัญชีรายชื่อ และลาออกจากหัวหน้าพรรค เพื่อเปิดทางให้ ส.ส.ย้ายไปอยู่กับพท. ปรากฏว่าพล.อ.ประวิตรมอบหมายนายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรค แถลงชี้แจงเรื่องดังกล่าว โดย เจ้าหน้าที่พปชร.ได้แจ้งกำหนดการแถลงข่าว “ทิศทางการขับเคลื่อนพรรค พปชร. หลังการเลือกตั้งภายใต้การนำของ พล.อ. ประวิตร” วันที่ 23 พ.ค. เวลา 13.00 น. ที่พปชร. โดยมีนายสันติ และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรค ร่วมแถลงข่าว แต่ช่วงค่ำวันเดียวกันได้แจ้งยกเลิกหมายแถลงข่าวดังกล่าว

ตรวจสภา – พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.น.,พ.ต.อ.วิทวัส เข่งคุ้ม ผกก.สน.บางโพ พร้อมผู้บริหารรักษาความปลอดภัยของรัฐสภา ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่โดยรอบเมื่อวันที่ 22 พ.ค. เพื่อวางมาตรการรับมือม็อบที่จะชุมนุมเรียกร้องต่อสมาชิกวุฒิสภาในวันนี้

นครบาลตรวจสภารับม็อบ
ที่รัฐสภา มีความเคลื่อนไหวจากฝ่ายรักษาความปลอดภัยของสภา ภายหลังแกนนำราษฎรและกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ ประกาศนัดชุมนุมหน้ารัฐสภาในวันที่ 23 พ.ค. เวลา 17.00 น. เรียกร้องให้ส.ว.โหวตนายกฯ ตามมติของประชาชน โดยพล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รองผบช.น. พ.ต.อ.วิทวัส เข่งคุ้ม ผกก.บางโพ พร้อม ผู้บริหารของสภาลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ เพื่อวางมาตรการรับมือกับประชาชนที่จะมาชุมนุม

พล.ต.ต.โชคชัยกล่าวว่า วันที่ 23 พ.ค. จะประชุมร่วมกันอีกครั้งเพื่อหาข้อยุติ จะใช้กำลังของสน.บางโพ เป็นหลัก ส่วนกำลังจากหน่วยอื่นหรือไม่ขอดูอีกครั้ง “ไม่น่าจะมีความรุนแรง เพราะเราอยู่ในสถานการณ์ที่เรากำลังจะมีรัฐบาลใหม่ การสร้างสถานการณ์หรือทำอะไรที่ไม่เรียบร้อยไม่เป็นผลดีกับใครเลย”

ระดมคฝ. 450 นายคุมเข้ม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นจะใช้รั้วเหล็กตั้งเป็นแนวกั้นพื้นที่ จำกัดบริเวณการชุมนุมให้อยู่เฉพาะทางเท้าด้านหน้ารัฐสภา และไม่อนุญาตให้เข้าไปยังพื้นที่ด้านใน โดยตำรวจเตรียมหน่วยควบคุมฝูงชน (คฝ.) 450 นาย เพื่อดูแลความเรียบร้อย มีความกังวลว่ากลุ่มผู้ชุมนุมอาจก่อความรุนแรง เช่น ล้อมรถของส.ว. เพราะวัน ดังกล่าวมีการประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญ และมีวาระพิจารณาหลายเรื่อง เวลาอาจล่วงจนถึงช่วงบ่าย และพบว่ากมธ.วุฒิสภานัดประชุม เช่น กมธ.พัฒนาการเมืองของนายเสรี สุวรรณภานนท์ ที่นัดประชุมเวลา 13.30 น. มีวาระหารืออย่างไม่เป็นทางการเกี่ยวกับเอ็มโอยูของก.ก. แต่ได้แจ้งยกเลิกเพราะกังวลต่อสถานการณ์การชุมนุม

ขณะที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์วุฒิสภา แจ้งสื่อมวลชนทราบถึงแนวทางปฏิบัติการทำข่าวว่า ให้ใช้ชั้น 1 อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) สำหรับการสัมภาษณ์หรือทำข่าว เข้าเก็บภาพหรือทำข่าวในห้องประชุมวุฒิสภา ณ ห้องทำข่าวสื่อมวลชน ชั้น 3 ได้ปกติ แต่ไม่อนุญาตให้เข้าบริเวณชั้น 2 อาคารรัฐสภา (ฝั่ง ส.ว.) เด็ดขาด

กก.ถกโควตารมต.หลังเอ็มโอยูนิ่ง
ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรค ก.ก. ก่อนจะมีการลงนามบันทึกข้อตกลงร่วม (MOU) ของพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลในช่วงเย็นนั้น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค เข้าพรรคเพื่อหารือกับคณะทำงาน โดยกล่าวสั้นๆ ด้วยสีหน้ามั่นใจว่า ยังมั่นใจในการเซ็นเอ็มโอยูว่าไม่มีปัญหา

ด้านนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการ ก.ก. กล่าวถึงเอ็มโอยูว่า สาระสำคัญจบเรียบร้อยและเป็นไปด้วยดี การหารือช่วงเช้ามีการเพิ่มเนื้อหาในเอ็มโอยูบางประเด็นตามความเห็นของพรรคร่วม ข้อกังวลของพรรคประชาชาติ (ปช.) เรื่องสุราก้าวหน้า ได้ปรับถ้อยคำในเอ็มโอยูซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นที่ยอมรับกันได้ทุกฝ่าย ตนพูดคุยกับนายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา หัวหน้า ปช.ด้วยตนเอง รวมถึงข้อเสนอการปฏิรูประบบราชการหรือกองทัพ มีการปรับ ทุกความเห็นให้ลงตัว ส่วนการแก้ไขมาตรา 112 ชัดเจนที่จะใช้เวทีในรัฐสภา

นายชัยธวัชย้ำว่า สาระเอ็มโอยูน่าจะนิ่งแล้ว ที่เหลือเป็นรายละเอียดว่าแต่ละพรรคจะมีวาระอะไร “เบื้องต้นที่แจ้งไปคือเอาวาระที่เราเห็นด้วยมาร่วมกันผลักดันก่อน จากนั้นค่อยเป็นการออกแบบว่าการทำงานแต่ละกระทรวง แต่ละกลุ่มแต่ละหน่วยงานมีอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับวาระเหล่านั้น แล้วค่อยมาดูว่าแต่ละพรรคจะรับผิดชอบบริหารกระทรวงไหน”

เซ็นเอ็มโอยู – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคเพื่อไทรวมพลัง และแกนนำพรรคการเมืองรวม 8 พรรค ลงนามข้อตกลงร่วมหรือเอ็มโอยูจัดตั้งรัฐบาล ที่โรงแรมคอนราด กทม. เมื่อวันที่ 22 พ.ค.

แกนนำพรรคร่วมเช็กร่างสุดท้าย
ที่โรงแรมคอนราด กทม. สถานที่แถลงลงนามเอ็มโอยู พรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย (พท.), พรรคประชาชาติ(ปช.), พรรคไทยสร้างไทย(ทสท.) พรรคเสรีรวมไทย (สร.), พรรคเพื่อไทรวมพลัง(พทล.), พรรคเป็นธรรม(ปธ.) และพรรคพลังสังคมใหม่(พ.ส.ม.) ทยอยเดินทางมา โดยมีการหารือกันก่อนเปิดแถลงลงนาม

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าปช. ให้สัมภาษณ์ถึงข้อตกลง 23 ข้อว่า ข้อที่เกี่ยวข้องกับสมรสเท่าเทียมและสุราก้าวหน้ามีการแก้ไขแล้วเรียบร้อย เมื่อถามว่าพอใจแล้วหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า “ครับ”

ด้านนายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าปธ. กล่าวว่า เอ็มโอยูทั้ง 23 ข้อ เป็นกรอบที่ต้องทำความเข้าใจ ปธ.โอเคในตัวเอ็มโอยู ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่พรรคต้องการสร้างเสรีภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่จะผลักดันให้เเกิดความยั่งยืน และยืนยันต้องมี คำว่าปาตานี เพื่อพลิกโฉมการเมืองไทยเป็นการเมืองแบบใหม่ ยืนยันปธ.เซ็น เอ็มโอยูอยู่แน่นอน

นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพทล. ให้สัมภาษณ์ว่า ตนไม่ได้อึดอัดอะไรสำหรับข้อตกลง คิดว่าทุกพรรคคุยและเจรจากันได้ ยอมถอยคนละก้าวสองก้าวเพื่อจะได้ก้าวไปด้วยกัน และเราช่วยกันประคับประคองนายพิธา ให้เป็นนายกฯคนที่ 30 และจัดตั้งรัฐบาลได้

สร.ยังไม่ถูกใจเอ็มโอยู
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าสร. กล่าวว่า เรื่องเอ็มโอยูถ้าพูดจริงๆ ยังไม่ถูกใจ เมื่อถามว่าไม่มีปัญหาอะไรใช่หรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า หลักการมีอยู่ หลักการต้องกว้างๆ ไม่ใช่ลง รายละเอียด เมื่อถามว่าอะไรที่ไม่พอใจ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ก.ก.มีที่ยังไม่พอใจอยู่ เมื่อถามว่า แต่ลงนามแน่ๆใช่หรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า เซ็นอยู่แล้ว เราอยากให้เขาเป็นรัฐบาล

เมื่อถามขณะนี้ได้ติดต่อส.ว.ไปกี่คนแล้ว พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกจากกระเป๋าทำทียื่นให้ดู พร้อมกล่าวว่า เดี๋ยวส่งชื่อให้เขา บางคนก็ไม่รับโทรศัพท์ เดี๋ยวไปถามนายพิธาก่อน

‘หน่อย’ยันไม่ถอนตัว
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้า ทสท. กล่าวว่า สิ่งที่อยู่ในเอ็มโอยู เป็นสิ่งที่คิดว่าจะทำร่วมกัน ส่วนนโยบายของแต่ละพรรคที่ไม่ได้อยู่ในเอ็มโอยู แต่ละพรรคก็มีสิทธิ์ที่จะเสนอ เมื่อถามว่ามาตรา 112 ไม่อยู่ในเอ็มโอยู ทั้งที่ ส.ว.มองว่าเรื่องนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะโหวตเลือกนายพิธาเป็นนายกฯ ถือเป็นอุปสรรคหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า การที่ไม่ได้อยู่ในเอ็มโอยูแปลว่าไม่ได้มีเงื่อนไขแล้วว่าต้องทำ ฉะนั้นเรื่องมาตรา 112 จะเป็นนโยบายแต่ละพรรคที่จะไปผลักดันในสภา ไม่เกี่ยวกับการร่วมรัฐบาล

เมื่อถามว่า หาก ก.ก.แก้ไขมาตรา 112 ในสภาจะไม่เป็นเงื่อนไขถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน หากเป็นกฎหมายที่พรรคใดพรรคหนึ่งอยากผลักดันก็สามารถที่จะเสนอได้ แต่รัฐสภาจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยนั้นตนไม่ทราบ

พิธาแถลง 23 ข้อ 5แนวปฏิบัติ
เวลา 16.50 น. ที่ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมคอนราด กทม. นายพิธา พร้อมหัวหน้าพรรค และแกนนำพรรคอีก 7 พรรคเปิดแถลง

โดยนายพิธาเป็นคนอ่าน บันทึกความเข้าใจร่วม ก่อนมีการลงนามโดยหัวหน้าและตัวแทนพรรคทีละคน

ทั้งนี้ เนื้อหาเอ็มโอยูมี 23 วาระที่เป็นภารกิจของรัฐบาล และ 5 แนวทางปฏิบัติ โดยภารกิจ 23 ข้อ อาทิ การฟื้นฟูประชาธิปไตย จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้ง, เกณฑ์ทหารด้วยระบบสมัครใจ, ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างระบบเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างเป็นธรรม, ยกเลิกการผูกขาดทางการค้า, ปฏิรูปที่ดินทั้งระบบ, ปรับปรุงโครงสร้างการผลิตไฟฟ้า, นำกัญชากลับไปอยู่ในบัญชียาเสพติดให้โทษ, ปฏิรูปการศึกษา

ส่วนแนวปฏิบัติของทุกพรรค 5 ข้อ อาทิ หากมีบุคคลพรรคใดมีพฤติกรรม ทุจริตคอร์รัปชั่นจะยุติการดำรงตำแหน่งของบุคคลนั้นทันที, ทุกพรรคมีสิทธิ์ ผลักดันนโยบายอื่น แต่ไม่ขัดแย้งจากนโยบายในบันทึกข้อตกลงร่วมฉบับนี้
(อ่านรายละเอียดหน้า7)

เผยเนื้อหาปรับแก้
ทั้งนี้ เนื้อหามีการปรับแก้จากร่างเดิมที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้ อาทิ จากที่ระบุ “บันทึกข้อตกลงร่วม” เป็น “บันทึกความเข้าใจร่วม” ช่วงเกริ่นนำแก้เป็น “ทุกพรรคเห็นร่วมกันว่าภารกิจของรัฐบาลที่จะ ผลักดันนั้นไม่กระทบรูปแบบของรัฐ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และดำรงอยู่ในสถานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดละเมิดไม่ได้ขององค์พระมหากษัตริย์”

นอกจากนี้ ประเด็นสมรสเท่าเทียม เพิ่มเนื้อหา “จะไม่บังคับประชาชนที่เห็นว่าขัดแย้งกับหลักการของศาสนาที่ตนเองนับถือ” ส่วนเรื่องไม่บังคับการเกณฑ์ทหารเพิ่มเติม “ยังคงไว้ซึ่งการเกณฑ์ทหารหากมีศึกสงคราม” เรื่องสุราก้าวหน้า มีการระบุให้ชัดว่าพรรคประชาชาติขอสงวนสิทธิ์ไม่เห็นด้วยด้วยเหตุผลด้านศาสนา และตัดทิ้งประเด็นการอำนวยความยุติธรรมคดีที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกทางการเมืองผ่านกลไกของรัฐสภา

พิธาแจงแก้ 112 โดยสภา
นายพิธาตอบคำถามการยื่นแก้ไข มาตรา 112 ยืนยันจะทำอยู่หรือไม่ว่า ยืนยันจะทำอยู่ ก.พ. 2564 ก.ก.ยื่นเข้าสู่สภาแล้วแต่ไม่มีการบรรจุวาระ ครั้งนี้คิดว่าน่าจะประสบความสำเร็จลุล่วงด้วยดี โดยเป็นการดำเนินการของ ก.ก.

เมื่อถามว่าหากใช้สภาแก้มาตรา 112 จะส่งผลกระทบต่อเสียงที่จะสนับสนุน นายพิธาเป็นนายกฯหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า ไม่คิดอย่างนั้น ก.ก.มีทีม มีกรอบในการเจรจาเพื่อคลายความกังวลใจจากวุฒิสภาหลายเรื่อง โดยเจตจำนง เนื้อหากฎหมายตั้งใจทำให้มาตรา 112 ไม่โจมตีทางการเมือง คำอธิบายที่ยื่นไปแล้ว หรือเทียบกับความเป็นสากลก็ดี หรือเอ็มโอยูเขียนชัดเจนว่าองค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันละเมิดมิได้ จะทำให้วุฒิสภาสบายใจมากขึ้น รวมถึงประชาชนจำนวนมาก ยืนยันว่ามาตรา 112 เป็น 1 ใน 45 กฎหมายที่พรรคเตรียมยื่นเข้าสภาเพื่อพูดคุยอย่างมีวุฒิภาวะ เมื่อถามว่าหากผลักดันมาตรา 112 เข้าสภา ท่าทีของอีก 7 พรรคร่วมเป็นอย่างไร นายพิธา กล่าวว่า ทุกพรรคมีเอ็มโอยูตรงกัน แต่ละพรรคมีโอกาสผลักดันนโยบายเพิ่มเติมเพื่อไม่ให้ขัดแย้งจากเอ็มโอยูฉบับนี้ โดยผ่านกลไกรัฐมนตรีในฝ่ายบริหาร และส.ส.ในฝ่ายนิติบัญญัติ

พท.โต้รวมเสียงพปชร.ตั้งรัฐบาล
เมื่อถามถึงกระแสข่าว พท.เตรียมรวมกับ พปชร.ที่จะยุบพรรคแล้วนำส.ส.มาร่วม เป็นไปได้หรือไม่ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายพิธา กล่วว่า พูดในฐานะเป็นผู้นำจัดตั้งรัฐบาล ทำงานด้วยกันมา 4 ปีและที่คุยกันมา 1 สัปดาห์ พรรคร่วมมีความหนักแน่น ไม่ว่าข่าวลือหรือพูดอะไรต่างๆ มาสั่นคลอนยืนยันไม่หวั่นไหว ทุกพรรคทำงานด้วยความเคารพ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่มีความกังวลเรื่องนี้

ด้านนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพท. กล่าวว่า ประเด็นการวิเคราะห์ที่ว่า ยุบพปชร.แล้วมารวมกับพท.ได้ 182 เสียง เป็นเสียงข้างมาก พท.จะจัดตั้งรัฐบาล มีนักวิชาการมาวิเคราะห์ว่า 3 ล้านเปอร์เซ็นยืนยัน พท.ไม่เคยรับรู้รับทราบ ตนในฐานะหัวหน้าพรรคได้ยินข่าวจากการวิเคราะห์ ยังยืนยันเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหลายทั้งปวง พท.ไม่รับรู้ ขอปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ความเป็นไปได้ที่ พท.จะรวมกับ พปชร.ที่ยุบพรรค ตอบตรงนี้ว่าเป็นไปไม่ได้ สำคัญสุดยืนยันครั้งที่ 501 เรายังยึดมั่นเจตนารมณ์ที่ประกาศหนุนนายพิธา เป็นนายกฯคนที่ 30 และร่วมมือกับ ก.ก.จัดตั้งรัฐบาลให้ได้

นิรโทษกรรมวาระแต่ละพรรค
ส่วนกรณีไม่บรรจุประเด็นการอำนวยความยุติธรรมหรือนิรโทษกรรมในเอ็มโอยู แสดงว่าจะผลักดันเป็นวาระเฉพาะ นายพิธา กล่าวว่า การนิรโทษกรรมมีความพยายามที่จะพูดคุยกัน เราตัดสินใจว่าจะเป็นวาระเฉพาะแต่ละพรรค ก.ก.ยืนยันจะดำเนินการตามนโยบายที่หาเสียงไว้ เป็นวาระเฉพาะของพรรค

เมื่อถามกรณีหุ้นไอทีวี ที่ถูกยื่นคำร้องต่อกกต. หากกกต.มีมติและเรื่องถึงศาลรัฐธรรมนูญ มีแผนสำรองอย่างไร มั่นใจแค่ไหน นายพิธา กล่าวว่า ไม่ต้องกังวล ต้องรอคำร้อง กกต.ก่อน ไม่จำเป็นต้องตีตนก่อนไข้ อย่างที่อธิบายหลายครั้งว่าเรามีหลักฐาน หลักกฎหมาย เตรียมตัวชี้แจงไว้แล้ว และอธิบายหน่วยงานเกี่ยวข้องตั้งแต่สมัยอดีตพรรคอนาคตใหม่ไปแล้ว แต่แน่นอนว่าทั้งหมดทั้งปวง คำร้องมีลักษณะแบบไหน ยื่นคำร้องอย่างไร และจะอธิบายให้สังคมเข้าใจ หวังว่าจะคลายความกังวลลงไปได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน