พบหลักฐานโยง อำพรางเป๋าก้อย

ถึงคิว‘ทนายพัช’ อดีตทนายความ ‘แอม ไซยาไนด์’ ผู้ต้องหาคดีวางยาพิษฆาตกรรมต่อเนื่อง ตร.จ่อดำเนินคดีพบหลักฐานทำลาย- ซ่อนเร้นหลักฐาน หลังพบหลักฐานเกี่ยวข้องกับการส่งกระเป๋าแบรนด์เนม ของ ‘ก้อย’ เหยื่อที่ท่าน้ำบ้านโป่งไปให้ ‘แก้ว’ พยานสำคัญ ‘บิ๊กโจ๊ก’ขึ้นศาลอาญาขอหมายจับเอง แต่ศาลแนะให้ออกหมายเรียกก่อน

วันที่ 22 พ.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. เปิดเผยความคืบหน้าคดีนางสรารัตน์ หรือแอม รังสิวุฒาภรณ์ วางยาฆ่าชิงทรัพย์หลายคดีว่า การประชุมคณะกรรมการ ชุดสืบสวนสอบสวนร่วมกันมีมติขอ หน้าศาลออกหมายจับบุคคลที่ใกล้ตัว นางสรารัตน์ ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างขอศาลออกหมายจับ มั่นใจการทำงานในรูปแบบคณะกรรมการฯ ที่นำเสนอหลักฐานต่อศาลเพื่อขอหมายจับ หากหมายจับออกจะเข้าจับกุมทันที

สำหรับความคืบหน้าคดี ในวันที่ 23 พ.ค. จะทราบผลการตรวจพิสูจน์ของกลางครบถ้วนทั้งหมด และวันที่ 24 พ.ค. จะสามารถสรุปเส้นทางการเงินทั้งหมด รวมถึงบัญชีต่างๆ ประมาณ 78 บัญชี หากเชื่อมโยงพบใครผิดก็ต้องถูกดำเนินคดี และวันที่ 25 พ.ค. จะสอบปากคำเจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อไล่เรียงตั้งแต่โรงงาน บริษัท คนรับซื้อ ซึ่งในส่วนของเจ้าหน้าที่กรมโรงงานฯ ต้องตรวจสอบว่าเข้าข่ายผิด ม.157 ด้วยหรือไม่

“ขณะนี้เหลือรายละเอียดปลีกย่อย เพียง 10% เท่านั้น ก็จะพร้อมส่งสำนวนคดีให้อัยการได้ ส่วนที่แอมให้การกลับคำไปมานั้น จะยังไม่แจ้งข้อหาให้การเท็จ เพราะคำให้การของผู้ต้องหา ศาลและ เจ้าหน้าที่ไม่รับฟังอยู่แล้ว แอมจะให้การอย่างไรก็ได้ แต่ตำรวจมีพยานหลักฐาน มัดแน่น ไม่กังวลการเอาผิดกับแอม เหลือเพียงไล่เรียงผู้กระทำความผิดร่วมถือว่าคดีมีความคืบหน้าไปมากและดำเนินการได้เร็วกว่าปกติ” รอง ผบ.ตร.กล่าว

ต่อมาเวลา 15.00 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ยื่นคำร้องขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาซึ่งเป็นบุคคลใกล้ชิดนางสรารัตน์ พร้อมเผยหลังการ ยื่นคำร้องว่า ศาลอาญายกคำร้องขอออกหมายจับ พร้อมแนะนำให้กลับไปออกหมายเรียกแทน เพราะพฤติการณ์ความผิดของบุคคลใกล้ชิดคนนี้มีพฤติการณ์เดียว กับ พ.ต.ท.วิฑูรย์ รังสิวุฒาภรณ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.สวนผึ้ง เพื่อความเป็นธรรม โดยข้อหาที่เตรียมจะออกหมายเรียก คือทำลายพยานหลักฐาน ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.184 ซึ่งจะออกหมายเรียกเลย ผู้ถูกออกหมายเรียกจะต้องเข้ามา รับทราบข้อกล่าวหาที่กองปราบปราม

สำหรับพฤติกรรมของบุคคลใกล้ชิด คนนี้ เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนางสาวศิริพร หรือก้อย ขันวงษ์ ที่เสียชีวิตบริเวณท่าน้ำบ้านโป่ง จ.ราชบุรี มีพฤติกรรมแบบเดียวกับรอง ผกก. ที่เข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานและของกลางในคดี

รายงานข่าวแจ้งว่า บุคคลใกล้ชิดที่เตรียมออกหมายเรียกคือ น.ส.ธันย์นิชา หรือทนายพัช เอกสุวรรณวัฒน์ อดีตทนายความของนางสรารัตน์

วันเดียวกัน พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. เผยว่า วันนี้ได้ติดต่อไปยัง น.ส.ธันย์นิชา ให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.184 ฐานช่วยเหลือผู้อื่นมิให้ต้อง รับโทษ หรือให้รับโทษน้อยลงโดยการทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด

พ.ต.อ.เอนกกล่าวว่า เจ้าหน้าที่พบพยานหลักฐานว่า น.ส.ธันย์นิชามีส่วนเกี่ยวข้องหรืออยู่เบื้องหลังการจัดส่งกระเป๋าแบรนด์เนมและทรัพย์สินของ น.ส.ศิริพร ผู้ตาย ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญไปให้กับ น.ส.แก้ว พยานอีกคน เพื่อเป็นการอำพรางหลักฐานทางคดี พนักงานสอบสวนได้มีการพูดคุยกับ น.ส.ธันย์นิชาในเบื้องต้นแล้ว ทางเจ้าตัวให้ความร่วมมือตอบรับว่าจะเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาในเวลา 19.00 น. ที่บก.ป.

รายงานข่าวแจ้งว่า ต่อมาเวลา 21.00 น. หลังล่วงเลยเวลานัดหมายกับเจ้าหน้าที่ไปแล้ว 2 ชั่วโมง แต่ไม่ปรากฏ น.ส.ธันย์นิชาเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามที่ตอบรับ เจ้าหน้าที่ไว้แต่อย่างใด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน