พิธาพบสภาอุต-ถกค่าแรง ชลน่านเดือดฟาดกลับศิธา ม็อบบุกสภา-จี้สว.ฟังปชช.

‘ป้อม’ ยืนยันหนักแน่น ไม่ทิ้งหัวหน้าพลังประชารัฐ ไม่ยุบรวมเพื่อไทย ‘วิษณุ’ แจงครม.ไทม์ไลน์อย่างเร็วสุด เลือกนายกฯ 3 ส.ค. รัฐบาลประยุทธ์หมดหน้าที่ 11 ส.ค. ‘ตู่’ โนคอมเมนต์เอ็มโอยู 8 พรรค รวมถึงกรณีพลิกขั้วตั้งรัฐบาล ‘พิธา’ ชี้เอ็มโอยูแค่วาระทำงานร่วมขั้นต่ำ ยันเดินหน้าทำตาม 300 นโยบาย นำทีมเศรษฐกิจถกสภาอุตฯ ถกรับค่าแรงขั้นต่ำ-ลดค่าไฟ เตรียมนำพรรคร่วม เดินสายรับฟังความเห็นทุกกลุ่ม ‘ชลน่าน’ ฉะ ‘ศิธา’ ไม่มีมารยาท จี้ 8 พรรคลงนามจับมือถาวรแม้เป็นฝ่ายค้าน ลั่นจุดยืนหนุนก้าวไกล เตือนอย่าหลงกลเกมเสี้ยม

ตู่ขอร้องสื่ออย่าจับจ้อง
วันที่ 23 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีรัฐมนตรีลา 6 คน ใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง โดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กลับออกไปก่อน ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ยังคงใช้เวลาพูดคุยกับพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และรัฐมนตรีคนอื่นอีกพักหนึ่ง

เวลา 11.10 น. พล.อ.ประยุทธ์แถลงข่าว ก่อนเข้าสู่เรื่องวาระการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ติงสื่อมวลชน ขอร้องถึงการจับตาดูความเคลื่อนไหวต่างๆ รวมทั้งกรณีแมสก์เกี่ยวแว่นตาร่วงช่วงเช้า ก่อนประชุมครม. ว่า “รู้สึกจับตาดูทุกอย่าง จะเดินก็ไม่ได้ อะไรหลุดก็ไม่ได้ ทำนองนี้ ขอร้องอย่าจุกจิกอะไรกับฉันมากนักเลย มันไม่ใช่เรื่อง ไม่ใช่ประเด็น ขอร้องแล้วกันช่วงนี้เป็นช่วงรักษาสถานการณ์ให้ปกติมากที่สุด”

ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตั้งรัฐบาลใหม่ เราก็พร้อม และวันนี้ได้ย้ำเตือนผลงานต่างๆ ของรัฐบาลให้เตรียมการไว้ให้ดี มีรายละเอียดอย่างไรบ้าง เพราะวันข้างหน้าก็ต้องส่งต่อให้รัฐบาลใหม่ ใครจะเป็นก็แล้วแต่ ทราบกันดีอยู่แล้วว่ายังอยู่อีกหลายขั้นตอน ช่วงนี้รัฐบาลรักษาการก็มีปัญหาอย่างเดียวคือมาตรา 169 การใช้งบประมาณใหม่

แว่นหลุด – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและแคนดิเดตนายกฯ พรรครวมไทยสร้างชาติ ปั้นหน้ายิ้มโชว์ผู้สื่อข่าว หลังทำหน้ากากหลุด แว่นตาตก ระหว่างเดินไปประชุมครม. ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 23 พ.ค.

ไม่มีความเห็นเอ็มโอยู 8 พรรค
เมื่อถามถึงเอ็มโอยูของพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ที่เซ็นกับพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “no comment” เมื่อถามว่าแล้ว no problem ด้วยหรือไม่ถ้า no comment พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ตอบเธอ ถามอะไรอย่างอื่นที่มันดีกว่านี้ได้ไหม เมื่อถามว่าแฟนคลับหรือผู้สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ ยังหวังอยากเห็น เป็นนายกฯ ถ้าสูตรอื่นไปไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเช่นเดิมว่า “no comment”

เมื่อถามว่าในฐานะทหารเก่าจะสู้แค่นี้ หรือยังจะมีประตูอื่น พล.อ.ประยุทธ์ย้อนว่า สู้อะไรกับใคร กระบวนการประชาธิปไตย ก็เริ่มมาแล้วก็ว่าไปตามนั้น วันนี้เป็นเพียงรัฐบาล รักษาการ ยังเป็นนายกฯ อยู่ก็ต้องทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด คำถามคำตอบไม่เห็นยากเลย อย่าไปสร้างความขัดแย้งอีกเลย

เมื่อถามว่าได้คุยกับ พล.อ.ประวิตร เรื่องอนาคตการเมืองด้วยกันหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ได้คุยเรื่องอื่นแต่คุยเรื่องงานในหน้าที่ มอบความรับผิดชอบไปก็ติดตามทำอะไร ถึงไหน อย่างไร คุยกันเรื่องงาน ต้องทำทุกอย่าง จนถึงเวลาที่รัฐบาลใหม่เข้ามาเท่านั้นเอง อย่าไปตั้งประเด็นทุกเรื่อง ช่วยกันลดปัญหาลงหน่อย

วิษณุแจงไทม์ไลน์ได้รัฐบาลใหม่
นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกฯ โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงว่า ที่ประชุมครม.รับทราบตามที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ชี้แจงไทม์ไลน์หลังการเลือกตั้งว่า เส้นทางการเมืองมีข้อมูลชุดใหม่จะเริ่มหลัง กกต.ประกาศรับรองผล โดยจะประกาศผลหลังเลือกตั้งใหม่ภายใน 60 วัน วันสุดท้ายตามกำหนดคือ 13 ก.ค. จากนั้นป็นขั้นตอนการรายงานตัวของส.ส.ใหม่ วันสุดท้ายคือ 20 ก.ค. จากนั้นเรียกประชุมสภาเพื่อเลือกประธานสภา ช่วง 25 ก.ค.

สัปดาห์แรกของเดือนส.ค.จะเป็นขั้นตอนการเลือกนายกฯ สัปดาห์ที่สองเดือนส.ค.เป็นช่วงครม. และการเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ คาดว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันจะสิ้นสุดการทำงานช่วงกลางส.ค.

รายงานข่าวแจ้งว่า นายวิษณุอธิบายไทม์ไลน์ การจัดตั้งรัฐบาลให้ครม.ฟังว่าไทม์ไลน์ที่พูดวันนี้เป็นไทม์ไลน์อย่างเร็ว เปลี่ยนได้ทุกวัน แต่ไม่มีทางเร็วกว่านี้ โดย 13 ก.ค.จะเป็นวันสุดท้ายที่ กกต.จะรับรองผลเลือกตั้ง หากเกิดความล่าช้าคงเกิดจากการร้องเรียน หลังจากนี้ ครม.จะพิจารณา พ.ร.ฎ.เปิดประชุมสภา 20 ก.ค. จะเป็นวันสุดท้ายที่ให้ส.ส.รายงานตัว จากนั้น 24 ก.ค. จะมีพิธีเปิดประชุมรัฐสภา 25 ก.ค. เลือกประธานสภา 26 ก.ค.จะมีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานสภา ก่อนที่วันที่ 3 ส.ค. จะมีการเลือกนายกฯ ขณะที่วันที่ 10 ส.ค. มีการแต่งตั้งครม. และวันที่ 11 ส.ค. มีการถวายสัตย์ปฏิญาณ ซึ่งเป็นการทำงาน วันสุดท้ายของครม.รักษาการ

ตู่สั่งครม.รวบรวมผลงาน
ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่า มีเวลาทำงาน อีกนานพอสมควรขอให้ตั้งใจทำงาน ทำให้บ่อย พูดให้น้อย ใครจะว่าอะไรก็ว่าไป และขอบคุณ ทุกคน ไม่ต้องเสียใจ พวกเรารักกันตลอดไป หลังจากนี้ให้แต่ละกระทรวงสรุปงานที่ทำมาแล้ว ว่ามีอะไรบ้าง ระหว่างนี้ทำอะไรอยู่ และแผนงาน ในอนาคตมีอะไรให้ไปรวบรวมไว้สำหรับการส่งมอบงาน เพราะผลงานวันนี้เขาอาจไม่เห็นแต่ถ้าเห็นในอนาคตจะได้รู้ว่ามาจากรัฐบาล ชุดไหน

พล.อ.ประยุทธ์ยังพูดถึงแอพติ๊กต็อกว่า เปิดติ๊กต็อกที่ด่าตน จะมีตามเข้ามาอีกเพียบ ทำให้รู้ว่าการทำงานของเอไอ ช่วยเรียนรู้ด้วย เขาบอกว่าเรารุ่นเก่าต้องไปดูว่าเด็กทำกันอย่างไร

ไม่ทิ้งพปชร. – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เดินทางมาประชุมครม.ที่ทำเนียบรัฐบาล ยืนยันไม่ออกจากหัวหน้าพรรค และไม่มีความคิดยุบพรรคเพื่อให้ส.ส.ไปรวมกับพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 23 พ.ค.

ป้อมยันไม่ทิ้งหัวหน้าพปชร.
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพปชร. ให้สัมภาษณ์ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม ถึงกระแสข่าวจะลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้า พปชร.ว่า “โอ้โห ยังไม่ได้ คิดเลย ต้องไปถามคนที่วิเคราะห์ ออกแล้ว จะไปไหน” เมื่อถามว่าจะวางมือถอยทาง การเมืองหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า จะถอย ที่ไหน ยังไม่ได้คิดเลย เมื่อถามว่าจะเป็นหัวหน้า พปชร.ต่อ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “เป็นสิ แล้วผม เป็นอยู่หรือเปล่าล่ะ” เมื่อถามว่ายืนยันจะไม่ลาออก พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ถามเหลือเกิน

เมื่อถามว่ากระแสข่าวยุบพปชร.ไปรวมกับ พรรคเพื่อไทย (พท.) แสดงว่าไม่จริง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ต้องไปถามคนที่คิด มาถามตนทั้งที่ไม่ได้คิด ยังไม่ได้พูดอะไร และอยู่เฉยๆ แท้ๆ

สันติชี้ยุบรวมพท.เฟกนิวส์
ด้านนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงอนาคตเป็นไปได้หรือไม่ที่ พล.อ.ประวิตรจะลาออกจากบัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค นายสันติกล่าวว่า ยืนยันพรรคกลมเกลียวและเข้มแข็ง ส่วนอนาคต เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่พล.อ.ประวิตรจะถอย จากการเมืองเป็นไปไม่ได้ เพราะยังรักพี่น้องประชาชน เมื่อถามว่าพล.อ.ประวิตร ยังเป็นหัวหน้าพปชร.ไปตลอด ไม่มีถอย นายสันติกล่าวว่า ท่านยังมั่นคง ยังมีความคิดที่เฉียบแหลม มีสิ่งที่คนอื่นนึกไม่ถึงเสมอ เมื่อถามถึงกระแสข่าวจะให้คนอื่นเป็นหัวหน้าพรรคแทน นายสันติกล่าวว่า ไม่มีพูดถึง ไม่มีแนวคิดเลย พล.อ.ประวิตรก็ไม่ได้พูดถึงการวางมือ

เมื่อถามว่าไม่จำเป็นถึงขั้นต้องยุบรวม กับพรรคอื่นใช่หรือไม่ นายสันติกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเฟกนิวส์ เป็นข่าวที่มีผู้ไม่หวังดี สร้างขึ้น แต่ใน พปชร.ไม่มี เรามีความเข้มแข็งกลมเกลียว และไม่เคยมีผู้สมัคร หรือส.ส.แม้แต่คนเดียวที่จะคิดอย่างนี้ ไม่รู้ว่าข่าวมาจากไหน เป็นไปไม่ได้เลย

แต่กั๊กจับมือพท.
เมื่อถามว่าข่าวดังกล่าวเป็นการตีกันไม่ให้พปชร.ไปจับมือกับพท.หรือไม่ นายสันติกล่าวว่า เรื่องของการเมืองมีความเป็นไปได้หากสิ่งใดจะทำให้บ้านเมืองเกิดความแข็งแรง บ้านเมืองเกิดการพัฒนา จะเป็นฝ่ายไหนนั้นไม่มีความจำเป็น ทุกอย่างต้องเห็นแก่บ้านเมือง แต่ข่าวที่ออกมาเป็นเฟกนิวส์ ทำให้เกิดแง่ลบมากกว่า “หัวหน้าพรรคยืนยันกับผมจะทำงานเป็นหัวหน้าพรรคอย่างเข้มแข็ง และไม่มีอะไรเลย”

เมื่อถามว่าจะถือว่าปิดประตูตาย ไม่ร่วมกับ พท. นายสันติกล่าวว่า จะมีนโยบายอะไรหรือไปร่วมกับใครได้หรือไม่ได้ต้องเป็นมติพรรค แต่การจะสลายพรรคเพื่อไปทำอะไรกระทบทุกคนและพูดได้เลยว่าเป็นไปไม่ได้ เมื่อถามว่าหาก ก.ก.ตั้งรัฐบาลไม่ได้แล้วพปชร.ต้องไปร่วมกับ พท.ที่มีเงื่อนไขว่าไม่ต้องไม่มีลุง จะร่วมได้หรือไม่ นายสันติกล่าวว่า เป็นเรื่องอนาคตแต่การตั้งเงื่อนไขไม่มีลุง พวกเราจะรับ ได้ไหม คงไม่มีใครบังอาจ เหมือนจะแต่งงานแล้วมาบอกว่าต้องไม่มีพ่อแม่ที่ให้กำเนิดเรา มาร่วมด้วย

ป้อมปลุกใจลูกพรรคสู้ต่อ-ไม่ยุบ
เวลา 15.00 น. พล.อ.ประวิตร ได้เรียกประชุม กก.บห. และว่าที่ส.ส.ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อฯ พูดปลุกใจสร้างความเชื่อมั่น ให้ลูกพรรค แต่ไม่มีการระบุถึงกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ แต่เน้นย้ำให้เดินหน้าขับเคลื่อน การทำงานของพรรคต่อไป ไม่ยุบ ไม่รวมกับพรรคไหน พปชร.ต้องเป็นสถาบันการเมือง เราเคยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล สร้างนายกฯ มาแล้ว 1 คน วันนี้กระแสพรรคจะเป็นอย่างไรก็ยังเป็นพรรค ต้องทำงานดูแลประชาชนต่อไป อย่าให้ใครดูถูกว่าเราเป็นพรรคเฉพาะกิจ เราจะช่วยดูแลกันต่อไป

จากนั้นได้ประชุมร่วมกับว่าที่ส.ส.พปชร. 40 คน โดยพล.อ.ประวิตร ขอให้ช่วยกันดูแลพื้นที่ ส่วนผู้สมัครที่แพ้เลือกตั้งได้คะแนนเป็นอันดับ 2 จะแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยส.ส.ของพรรคต่อไป และกล่าวย้ำว่า “เราจะต้องก้าวข้ามความขัดแย้งในพรรคเราเองด้วย” เรียกเสียงหัวเราะในที่ประชุม

จุรินทร์ไม่ขวางก.ก.ตั้งรัฐบาล
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวจะไปร่วมกับ บางพรรคจัดตั้งรัฐบาล ว่า การจัดตั้งรัฐบาลชัดเจนระดับหนึ่งว่ามี 8 พรรค ส่วนจุดยืน ปชป.มีหน้าที่อะไรต้องทำหน้าที่นั้นให้สมบูรณ์ แบบที่สุด เราเคยทำมาทุกหน้าที่

เมื่อถามว่าถ้าเปลี่ยนเป็นพท.จัดตั้งรัฐบาล ปชป.จะไปร่วมด้วยหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า เรื่องยังไม่เกิด ตอนนี้ ก.ก.ร่วมกับอีก 7 พรรค กำลังจัดตั้งรัฐบาล เราจะไม่ไปเป็นอุปสรรค ปล่อยให้เขาทำหน้าที่ไปและหวังว่าจะทำได้สำเร็จ

อยากเห็นคนรุ่นใหม่นั่งหน.ปชป.
เมื่อถามกรณี ปชป.เตรียมประชุมใหญ่ เพื่อเลือกหัวหน้าและกก.บห.พรรคชุดใหม่ จะลงสมัครแข่งอีกครั้งหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ตนคิดแต่ส่งไม้ต่อให้ กก.บห.ชุดใหม่ว่าจะทำให้ดีที่สุดได้อย่างไร 24 พ.ค.ชุดรักษาการจะประชุมและพูดคุยเพื่อเลือก กก.บห. ชุดใหม่ ส่วนใครจะมาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ เป็นเรื่องที่สมาชิกพรรคต้องคิดร่วมกัน และเป็น ความสมัครใจของผู้ที่ถูกเสนอชื่อด้วย ส่วนตัวอยากให้เป็นคนรุ่นใหม่ได้เข้ามาเป็นกก.บห.เพื่อขับเคลื่อนพรรคโดยไม่ขอพูดถึงตัวบุคคล

เมื่อถามว่าจะพูดคุยกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค จะวางมือด้วยหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ไม่ก้าวล่วง แต่เวลานี้ กก.บห.ทั้งหมด ยังต้องทำหน้าที่รักษาการต่อ และจุดยืนปชป.เหมือนเดิมทุกอย่าง ทั้งเรื่องมาตรา 112 ไม่ว่าพรรคจะอยู่สถานะใดก็ตาม

พิธาขนทีมศก.ถกสภาอุตฯ
ช่วงเช้าวันเดียวกัน ที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) นำทีมเศรษฐกิจพรรคก้าวไกล เช่น น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร เข้าหารือกับ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท. พร้อมผู้บริหาร ได้แก่ นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานส.อ.ท. นายกฤษณ์ อิ่มแสง เลขาธิการส.อ.ท. เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ

เดินสาย – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นำทีมเศรษฐกิจพรรคก้าวไกล เข้าพบผู้บริหารสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) นำนโยบายของรัฐบาลใหม่เข้าแลกเปลี่ยนและรับฟังปัญหาจากภาคอุตสาหกรรม ที่สภาอุตสาหกรรมฯ เมื่อวันที่ 23 พ.ค.

หารือปรับค่าแรง-ลดค่าไฟ
นายพิธา กล่าวหลังนำทีมหารือส.อ.ท. ว่า เรื่องค่าแรงได้คุยกันในภาพรวม เรื่องการขาดแคลนแรง พรรคได้อธิบายให้ ส.อ.ท. สบายใจว่า ไม่ได้มองเหรียญเพียงด้านเดียว ต้องมีมาตรการช่วยผู้ประกอบการด้วย อาทิ การลดภาษีให้ธุรกิจเอสเอ็มอี การให้ธุรกิจ หักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า นาน 2 ปี และมาตรการที่สมัยรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์เคยทำ คือ เพิ่มสภาพคล่องให้เอกชน ส่วนกรอบตัวเลขนั้นยังคงไว้ที่ 450 บาท และต้องหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลซึ่งมีกรอบตัวเลขที่ต่างกัน รวมถึงหารือสภาแรงงาน เอสเอ็มอี ยืนยัน จะไม่ปรับขึ้นแบบกระชากระบบ โดยเห็น ตรงกันว่า ต้องขึ้นตามอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ ประสิทธิภาพของแรงงาน

สำหรับค่าไฟที่ ส.อ.ท.เคยเสนอมาว่า ไม่ควรเกิน 4.72 บาทต่อหน่วยนั้น เป็นเรื่องที่ทำได้ ดูจากแนวโน้มราคาพลังงาน ก๊าซธรรมชาติ และทิศทางการเปลี่ยนสูตรโครงสร้างราคาใหม่

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ได้ขอให้รัฐบาลกิโยตีนกฎหมาย ที่ล้าสมัย ทำกฎหมายใหม่ให้อุตสาหกรรมใหม่ เกิดขึ้น ต่อไปจะมีคณะทำงานร่วมกันระหว่าง ส.อ.ท. กับรัฐบาลแยกรายกลุ่มอุตสาหกรรม เสริมกับการทำงานของกรอ. ซึ่งเป็นภาพใหญ่ ยอมรับว่าที่เคยกังวลกับนโยบายการขึ้นค่าแรงของพรรคร่วมรัฐบาลก็เบาใจลง เพราะนายพิธา รับฟังและจะนำไปหารือ

แจงเดินหน้า 300 นโยบาย
เวลา 14.40 น. ที่ทำการ ก.ก. นายพิธาแถลงเพิ่มเติมภายหลังการลงนามเอ็มโอยูเมื่อ 22 พ.ค. ว่า การทำบันทึกข้อตกลงความเข้าใจของพรรคร่วมเป็นเพียงวาระการทำงานร่วมกัน ขั้นต่ำ ในส่วน ก.ก. 300 นโยบาย ที่เคย หาเสียงไว้พรรคพยายามผลักดันต่อให้สำเร็จ และที่เป็นวาระร่วม 23 ข้อ ขณะเดียวกัน มีวาระเฉพาะของ ก.ก.ที่พยายามผลักดันผ่านกลไกต่างๆ คือ 1.กลไกการบริหาร ในฐานะที่ตนเป็นว่าที่นายกฯ จะมีอำนาจในการบริหาร จัดการให้เกิดผลการเปลี่ยนแปลงให้ได้มากที่สุด 2.อำนาจรัฐมนตรีของพรรคในกระทรวงต่างๆ ผลักดันวาระที่ไม่ได้อยู่ในเอ็มโอยู และ 3.หาก ก.ก.ไม่ได้เป็นเจ้ากระทรวงก็ยังประสานงาน กับรัฐบาลร่วม ให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงผลักดัน

อีกหลายเรื่องเป็นเรื่องของนิติบัญญัติ โดยเฉพาะ 45 กฎหมายที่สัญญากับประชาชนไว้ เรามีส.ส. 152 คน ก็สามารถผ่านกฎหมายให้เกิดการถกเถียง ให้ผ่านเป็นกฎหมาย เช่น พ.ร.บ.น้ำประปาสะอาด พ.ร.บ.รับรองคำหน้าอัตลักษณ์ทางเพศ เป็นต้น

เดินสายแจงขึ้นค่าแรง
นายพิธายังกล่าวกรณีคณะกรรมการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลไปประชุมกับส.อ.ท. หารือหลายเรื่อง พรรคยืนยันการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเพื่อบรรเทาทุกข์ยังจะมีอยู่แน่นอน หนุนที่ 450 บาท/วัน ส่วน พท.หนุนที่ 400/วัน แต่เรต ของเจ้าของธุรกิจ ผู้ประกอบการ ทั้งเรื่องหักภาษี ลดภาษีไม่ได้เสนอผ่านสื่อมวลชนจึงเป็นการสร้างความเข้าใจผิดว่าเมื่อเป็นรัฐบาลผสมค่าแรง 450 อาจทำไม่ได้ทันที ซึ่งไม่เป็นความจริง เรากำลังเดินหน้ารับฟังผู้ที่เกี่ยวข้องให้รอบคอบ แต่ยังยืนยันกับประชาชนว่า ค่าแรงขั้นต่ำมีความจำเป็นต้องขึ้น และต้องขึ้นอย่างสม่ำเสมอโดยอัตโนมัติ เพื่อให้เกิดประโยชน์กันทั้ง 2 ฝั่ง การเสนอ 450 บาท ควบคู่กับมาตรการดูแลผู้ประกอบการไปด้วย ไม่ได้ ขึ้นค่าแรงตามใจตัวเองขึ้นแบบมีหลักการ หลักสากล ตอนนี้ยังมีเวลาก่อน กกต.รับรอง ดังนั้นเวลา 2 เดือนนี้ ต้องเดินสายทำงานให้รอบคอบ

ดึงพรรคร่วมเดินสายคุยทุกกลุ่ม
นายพิธากล่าวกรณีนายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า โต้แย้งบางประเด็น ในเนื้อหาเอ็มโอยูว่า ตนเข้าใจความกังวลใจของนายปิยบุตร แต่ข้อความก็คือข้อความ เนื้อหาในเอ็มโอยูก็สอดคล้องรัฐธรรมนูญ ไม่น่ามีปัญหาอะไร เมื่อถามถึงขั้นตอนต่อไปหลังลงนามเอ็มโอยู นายพิธากล่าวว่า คงต้องเป็นการเดินสาย พบพี่น้องประชาชนกลุ่มต่างๆ ขณะที่คณะกรรมการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลไม่ได้มีเพียงก.ก. ในการพบปะหารือครั้งต่อไป จึงจะเชิญพรรคร่วมรัฐบาลมาฟังปัญหาจาก ผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อจัดทำนโยบายรวมแถลง ต่อรัฐสภาและนำผู้มีความรู้จริงมาบริหารกระทรวงที่เหมาะสม

เมื่อถามว่าจะคืนความมั่นใจของนักลงทุนได้อย่างไรเนื่องจากหลังเลือกตั้งหุ้นต่อเนื่อง นายพิธากล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลตอนนี้ไม่ใช่เรื่องศักยภาพประเทศ แต่เป็นความผันผวนทางการเมือง เพราะที่ผ่านมาเคยมีพรรคที่ชนะเลือกตั้งแต่ไม่ได้เป็นนายกฯ ทำให้เกิดความไม่มั่นใจในระบอบประชาธิปไตยที่ไม่แน่นอน จึงต้องเร่งสร้างความมั่นใจว่าระบบการเมือง มีความแน่นอน สะท้อนเจตจำนงของประชาชน จึงจะสามารถคืนเสถียรภาพของการลงทุนกลับมาได้

ไอติมจี้ส.ว.เคารพเสียงปชช.
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก.ก. กล่าวถึงความไม่มั่นใจของนักลงทุน ต่อการจัดตั้งรัฐบาล ส.ว.ควรออกมายืนยันพร้อมเคารพเสียงข้างมากของประชาชน ก.ก.ไม่ได้ต้องการเรียกร้องให้ ส.ว.ต้องชื่นชอบ ก.ก.เป็นการเฉพาะ แต่ขอเพียงเคารพเสียงประชาชน

ส.ว.เคยโหวตพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ เมื่อปี 2562 เพราะพล.อ.ประยุทธ์ รวบรวมเสียง ได้เกินกึ่งหนึ่งของสภา จึงขอให้ยึดหลักการเดิม ที่ ส.ว.เคยให้ไว้ โดยเลือกนายพิธา เป็นนายกฯ และรัฐบาลผสมที่มี 8 พรรคที่มีก.ก.เป็นแกนนำ

ชลน่านฉะศิธา-ยืนยันหนุนกก.
เวลา 14.00 น. ที่สำนักงานข่าวสด 3 พรรคที่ร่วมเซ็นเอ็มโอยูร่วมพูดคุยในรายการ “อยากมี เรื่องคุย” ทางข่าวสดออนไลน์ นำโดยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้า พท. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ (ปช.)

นพ.ชลน่านกล่าวถึงข้อเสนอจาก น.ต.ศิธา ทิวารี แคนดิเดตนายกฯ ทสท. อยากเห็นเอ็มโอยูแอดวานซ์ให้ 8 พรรคสัญญาจะจับมือกันต่อไปแม้ตั้งรัฐบาลไม่ได้ หรือเป็นฝ่ายค้านร่วมกันว่า ตนไม่สบายใจเท่าไรที่น.ต.ศิธา คาดคั้นอย่างนี้ เป็นพรรคร่วมด้วยคิดว่า เสียมารยาทอย่างยิ่ง ฝากคุณหญิงสุดารัตน์ด้วย

“เราจะจับมือเป็นพรรคฝ่ายค้านร่วมกัน มันเป็นไปไม่ได้ เพราะถือเสียงข้างมากอยู่ ตราบใดเราเกาะเกี่ยวกันอย่างนี้ไม่มีทางเป็นพรรคฝ่ายค้าน ใครจะมาตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย แข่งกับเรา คำถามพุ่งเป้ามาที่พรรคเพื่อไทย ถูกสังคมข่าวสารกระหน่ำซ้ำเติมตลอด ผมตอบ ครั้งที่ 501 เรายืนยันสนับสนุนพรรคก้าวไกล ข่าวที่ออกมาไม่เป็นประเด็น เพื่อไทยบวก กับก้าวไกล 293 เสียงไม่มีทางเป็นฝ่ายค้าน เป็นรัฐบาลได้อย่างเดียว พรรคไหนจะมาแย่งจัด เอาความเป็นจริง อย่ามโน” นพ.ชลน่านกล่าว และว่ายิ่งบวกซีกประชาธิปไตยเกิน 300 เสียง ถือเป็นเจตนารมณ์มุ่งมั่นของประชชน เราต้องยึดเป็นหลัก

ต่อเครื่องดูไบ – นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่เพิ่งไปพักผ่อนที่ฮ่องกง ได้บินไปเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ โพสต์ภาพว่า ไม่วายลองชิมแฮมเบอร์เกอร์ ให้เหมาะกับแฮชแท็กที่ชอบใช้อย่าง #เสี่ยหนูเมนูอร่อย พร้อมแคปชั่นว่า “เดินทางไปเจนีวา ต่อเครื่องที่ดูไบ เพื่อประชุม WHO นี่น่าจะเป็นภารกิจสุดท้ายในฐานะรมว.สาธารณสุข ในการประชุม ต่างประเทศ” เมื่อวันที่ 23 พ.ค.

เตือนอย่าแทงหลังกันเอง
นพ.ชลน่านกล่าวว่า สิ่งที่เขาวิจารณ์หรือ ที่มีข่าวพปชร.จะยุบมารวมกับพท.เพื่อตั้งรัฐบาลนั้น ให้คำมั่นว่าพท.มุ่งมั่นสนับสนุน ก.ก. เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล สนับสนุนนายพิธา เป็นนายกฯ ถึงเรามี 300 เสียงก็ยังยึดมั่น ใครจะมารวมกับเราก็ไม่มีความชอบธรรม ที่จะอ้างว่าเป็นพรรคอันดับ 1 ยืนยัน พท. ไม่ทำเรื่องเหล่านี้ แต่เขาก็หวังว่าจะทำลายฝ่ายประชาธิปไตยให้แยกสลายมากที่สุด

“ไม่ใช่เพื่อไทยเป็นตัวละครที่จะเล่น ในเกมนี้ เราอย่าไปหลงกล อย่าไปเออออห่อหมกเล่นตามเขา เขาจะจัดฉากให้เราแสดงแล้วเราแสดงก็จะเข้าทางเขาหมด เราต้องยึดมั่น เชื่อมั่นใจตัวพวกเรากันเอง ไม่ใช่ว่าเชื่อมั่นแล้วมืออีกข้างหนึ่งถือมีดแทงอยู่ข้างหลัง มันไม่ได้ ไม่เช่นนั้นเราจะตกเป็นเบี้ยล่างเขาอยู่ อย่างนี้” นพ.ชลน่านกล่าว

ด้านคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า น.ต.ศิธา ตั้งใจอยากให้ฝั่งประชาธิปไตยจับมือกันให้แน่น เอาชนะเผด็จการให้ได้ในรอบนี้ มันเป็นโอกาสที่ใกล้ที่สุดที่จะเอาเผด็จการออกไป ถ้าฝ่ายประชาธิปไตยจับมือกันแน่นและยืนสู้ จะยกมือผ่านหรือไม่ผ่านเราก็ยืนสู้แบบนี้ โดยที่มีความมุ่งมั่นแน่วแน่ ไม่ใช่ว่าถึงเวลาแล้วเกิดมีการเปลี่ยนแปลง ท้ายที่สุดเผด็จการกลับมา แม้ไม่ 100 เปอร์เซ็นต์ก็ตาม “ถ้าคำถามเขาทำความไม่สบายใจให้เพื่อไทยก็ขออภัยด้วย แต่เท่าที่พูดคุยมีเจตนาแค่ว่าอยากให้ฝั่งประชาธิปไตยรวมตัวกันให้แน่น อยากให้เราเอาชนะเผด็จการ จบการสืบทอดอำนาจแบบจำแลงแปลงกาย”

ทวีมั่นใจประชาธิปไตยต้องเกิด
ขณะที่ พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ขอให้กำลังใจทั้ง พท.และคุณหญิงสุดารัตน์ แต่ชื่นชม พท.มีสปิริตมาก ในระบอบประชาธิปไตยพรรคเสียงข้างมากต้องจัดตั้งรัฐบาล ฝ่ายที่ไม่อยากให้เราตั้งรัฐบาลใช้เงื่อนไขต่างๆ ทำให้เราแตกแยกกัน แต่เท่าที่อยู่ด้วยกันทั้ง 8 พรรคมีความรักสามัคคีกัน เอ็มโอยูเรายังยอมกันได้ เราคิดว่ากระบวนการประชาธิปไตยจะต้องเกิดขึ้น

กิตติศักดิ์ยืนกรานไม่โหวตพิธา
นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. ย้ำจุดยืนการโหวตนายกฯ ว่า คำไหนคำนั้น เหตุผลที่ไม่ เลือกนายพิธา เพราะมีการแก้ไขมาตรา 112 เมื่อถามว่าการแก้ไขมาตรา 112 ไม่มีในเอ็มโอยู ก็ยังรับไม่ได้ นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า ตนฟังในการ แถลง นายพิธายืนยันแม้ไม่ได้อยู่ในเอ็มโอยูแต่จะยื่นเสนอสภา เป็นปัญหาของนายพิธาและ ก.ก.เพราะไปหาเสียง ไม่ทำก็ไม่ได้ ไม่แก้ ก็ไม่ได้ “เดี๋ยวไม่แก้ เดี๋ยวไม่มีกู” สร้างปัญหาเอง ก็ต้องไปแก้เอง ส่วนตัวยืนยันล้านเปอร์เซ็นต์ กิตติศักดิ์ไม่โหวตให้นายพิธา

ตอนนี้ ส.ว.แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก คือ สนับสนุนนายพิธา ตามระบบกลไกของประชาธิปไตย อีกกลุ่มคืองดออกเสียงซึ่งมีมากกว่า เมื่อถามว่างดออกเสียงเกิน 150 เสียงหรือไม่ นายกิตติศักดิ์กล่าวว่า ไม่บอกตัวเลขดีกว่า เมื่อถามว่ากลุ่มที่ไม่โหวตให้นายพิธา มีเท่าไร นายกิตติศักดิ์กล่าวว่า ไม่มี เมื่อก่อนจะมีเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ และงดออกเสียง แต่ปัจจุบันเหลือแค่สนับสนุนนายพิธา และงดออกเสียง เมื่อถามว่านายกิตติศักดิ์อยู่ในกลุ่มงดออกเสียง นายกิตติศักดิ์ปฏิเสธว่าไม่ เพราะยืนยันแล้วว่าไม่สนับสนุนคือไม่เห็นชอบเพียงคนเดียว ส่วนจะมีคนอื่นตามหรือไม่นั้นไม่ทราบ

วันชัยชี้ส.ว.แบ่ง 3 กลุ่ม
นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ให้สัมภาษณ์ถึงแนวโน้มส.ว.โหวตให้นายพิธา หลังทำเอ็มโอยู กับ 8 พรรคร่วมรัฐบาลแล้วว่า ยังมีเวลาเกือบ 2 เดือน ดังนั้นการหารือกับส.ว.อย่างเป็นทางการยังไม่มี แต่มีการแลกพูดคุยและปรึกษาหารือกัน และยังไม่ถึงขนาดตัดสินใจไปแนวทางใดชัดเจน จากการที่ติดตามและปรึกษาหารือในหลายกลุ่มสรุปแนวทางได้ 3 แนวทาง กลุ่ม 1 เป็นส.ว.ที่ตัดสินใจแล้วว่า จะเลือกหรือไม่เลือกตามข่าว มีจำนวนหนึ่งแต่ไม่มากนัก กลุ่ม 2 เป็นกลุ่มที่ยังไม่ได้ตัดสินใจบอกว่าขอรอเวลาก่อน กลุ่ม 3 อยู่ระหว่างการพิจารณาและจะไปตัดสินใจ วันโหวต ซึ่งกลุ่ม 2, 3 มีจำนวนมาก คงดูสถานการณ์ ดูเหตุการณ์ แล้วค่อยตัดสินใจ วันโหวตเลย แนวทางเท่าที่ดูคือโหวตว่า จะเลือกหรือไม่เลือก กับอีกแนวทางหนึ่งคือการงดออกเสียง ก็อาจป็นไปได้

เมื่อถามว่านายวันชัย อยู่กลุ่มไหน นายวันชัย กล่าวว่า ตนตัดสินใจตั้งแต่ต้นก่อนเลือกตั้งโหวตให้คนรวมเสียงข้างมาก เขาเสนอใครเป็นนายกฯ ตนก็โหวตให้กับคนนั้น

สว.พิสัณห์ชมพิธาเหมาะนั่งนายกฯ
พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก ส.ว. ให้สัมภาษณ์ว่าส่วนตัวได้ดูเอ็มโอยูการเซ็นจัดตั้งรัฐบาลของก.ก.แล้ว พบว่าดี ส่วนตัวไม่ติดขัดอะไร เพียงแต่ห่วงเรื่องการเสนอแก้ไขมาตรา 112 ถ้าไม่มีกรณีดังกล่าวทุกอย่างน่าจะเป็นไปในทิศทางที่ดี ส่วนที่จะมีการแก้ไขกฎหมายกันภายหลังก็เป็นสิทธิของพรรคการเมืองที่ จะดำเนินการ อีกทั้งการแก้ไขกฎหมายต้องได้รับ ความเห็นชอบจากสภาก่อน

เมื่อถามว่าตัดสินใจจะโหวตเลือกนายพิธาเป็นนายกฯ พล.ต.ท.พิสัณห์กล่าวว่า ยังเร็วเกินไป ขอให้รอ กกต.รับรองผลการเลือกตั้งก่อน ยังเหลือเวลาอีกหลายเดือน รวมถึงกรณีการถูกร้องถือหุ้นสื่อไอทีวี อยากให้เคลียร์ตรงนี้ให้จบ ส่วนเสียงส.ว.ที่จะโหวตให้นายพิธามีมากหรือไม่นั้นเห็นว่าก้ำกึ่ง แต่คุณสมบัติของนายพิธาถือว่าเก่งมาก เหมาะสมเป็นผู้นำประเทศได้ สถานการณ์เวลานี้ปรับเปลี่ยนไปได้ตลอด สำหรับตนหากมีข้อมูลครบถ้วนตัดสินใจ วันเดียวก็ได้

สว.ผวาม็อบ-รีบโหวตรีบกลับ
วันเดียวกัน มีการประชุมสมาชิกวุฒิสภา ครั้งที่ 1 สมัยวิสามัญ มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธาน โดยภายหลัง แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมนัดรวมตัว หน้ารัฐสภา เพื่อกดดันส.ว.โหวตเลือกนายกฯ ตามมติประชาชน ในวันนี้ มีการวางกำลังตำรวจ จาก สน.บางโพ และตำรวจรัฐสภา ตั้งแต่จุดบริเวณทางเข้าอาคาร และบริเวณภายในอาคารกันอย่างเข้มงวด มีหน่วยควบคุมฝูงชน 3 กองร้อย กับกองร้อยน้ำหวาน 1 หมวด ทยอยเข้ามาประจำการในช่วงบ่าย รวมทั้งรถน้ำดับเพลิง และรถสุขาเคลื่อนที่ ขณะที่ ส.ว.ต่างรีบทยอยเดินทางกลับ หลังจากการประชุมวุฒิสภาเสร็จสิ้น เมื่อเวลา 13.56 น.

จี้ส.ว. – แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม พร้อมมวลชนหลายกลุ่ม รวมตัวหน้าอาคารรัฐสภาเพื่อ กดดันส.ว.โหวตเลือก นายกฯ ตามมติประชาชน ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยของตำรวจ เมื่อวันที่ 23 พ.ค.

ม็อบบุกสภาตามนัด
เวลา 16.00 น. ที่หน้ารัฐสภา กลุ่มแนวร่วม ธรรมศาสตร์และการชุมนุม เริ่มทยอยเข้าในพื้นที่ โดยมีเจ้าที่รัฐสภาและตำรวจพูดคุยทำความเข้าใจ ด้านแกนนำยืนยันว่ากิจกรรมนี้ จะดำเนินการภายใต้กรอบของกฎหมาย

น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ สมาชิกแคมเปญโหวตเพื่อเปลี่ยน ให้สัมภาษณ์ว่า กิจกรรมนี้ออกแบบมาเพื่อส่งเสียงไปถึง ส.ว.ทั้ง 250 คน ถึงการยกมือเลือกนายกฯ ย้ำเตือนว่าจริงๆแล้วส.ว.ไม่มีอำนาจและพิเคราะห์เสียงจากประชาชนอีกครั้งหนึ่งภายใต้ ดุลพินิจของตนเอง

เมื่อถามว่า หากก.ก.จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ มีมุมมองประเด็นนี้อย่างไร น.ส.ภัสราวลี กล่าวว่า หากมีใครมาขัดขวางเสียงของประชาชน ประชาชนก็พร้อมที่จะออกมาปกป้องเสียงของตัวเองเหมือนกัน เมื่อถามว่าหากก.ก. ไม่เสนอแก้มาตรา 112 น.ส.ภัสราวลี กล่าวว่า มองว่าภายใน 4 ปีนี้ หากก.ก.ได้เป็นรัฐบาลต้องมีเรื่องนี้แน่นอน แต่ถ้ารัฐบาลไม่ผลักดันประชาชนจะผลักดันเรื่องนี้แน่นอน

อ่านแถลงการณ์จี้ 250 ส.ว.
กิจกรรมที่จัดขึ้นบนเวทีนั้น ตัวแทนตัวแทน ผู้จัดชุมนุมระบุการชุมนุมจะเป็นการเสวนา ไม่ต้องการกดดันการลงมติของส.ว.ใดๆ ทั้งสิ้น โดยมีนักวิชาการมาแลกเปลี่ยนพูดคุยกันบนเวที อาทิ นายอนุสรณ์ อุณโณ อาจารย์จากมธ. นายอุเชนทร์ เชียงแสน อาจารย์จากม.วลัยลักษณ์ และนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ (เป่า iLAW) ดำเนินการเสวนา จากนั้นกลุ่มธรรมศาสตร์ฯอ่านจดหมายเปิดผนึกถึงส.ว. เรื่อง ขอให้ส.ว. เคารพเจตนารมณ์ประชาชนในการลงมติเห็นชอบ นายกฯ

เวลา 18.50 น. กลุ่มผู้ชุมนุมางส่วนแสดงความไม่สนใจที่แกนนำจัดเสวนาไม่ได้พูดถึงจุดมุ่งหมายของการมาในวันนี้ ทำให้กลุ่ม ผู้ชุมนุม 3-4 คน วิ่งไปประชิดประตูรั้วรัฐสภาเพื่อแขวนป้ายไวนิลที่มีข้อความด่าทอ ส.ว. เจ้าหน้าที่กลุ่มธรรมศาสตร์ฯเข้าไปห้ามปราม ทำให้มีปากเสียงกัน สักครู่ต่างคนต่างแยกย้ายทำกิจกรรม

ทอ.วืด-สหรัฐไม่ขายเอฟ35ให้ไทย
วันที่ 23 พ.ค. แหล่งข่าวจากกองทัพอากาศ (ทอ.) เผยกรณีสหรัฐอเมริกาไม่ขายเครื่องบินขับไล่ F-35 ให้ทอ.ว่า เมื่อในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาทูตสหรัฐอเมริกาได้เข้าพบ พล.อ.อ.อลงกรณ์ วัณณรถ ผบ.ทอ. เพื่อชี้แจงความคืบหน้าโครงการจัดซื้อ F-35A ของทอ. ที่ร้องขอไปยังสหรัฐอเมริกา

โดยเบื้องต้นได้แจ้งว่ายังไม่ขายให้และขอชะลอการซื้อขายไปก่อน โดยให้เหตุผลว่า ให้ทอ.มีความพร้อมในเรื่องอาคารสถานที่ และการรักษาความปลอดภัย เนื่องจากสหรัฐให้ความสำคัญเรื่องนี้ โดยเฉพาะเรื่องข้อมูลข่าวสารเป็นอันดับแรก เชื่อว่าสหรัฐคงยังกังวลเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีน แต่ไม่พูดบอกเพียงแค่ว่าให้ ทอ.มีความพร้อมก่อนหากพร้อมเมื่อไรก็ให้มาคุยกันใหม่

อย่างไรก็ตาม ทอ.ไม่ได้เสียหายอะไรเพียงแต่ต้องคืนงบ 369 ล้านบาท ตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน