เปิดเบื้องหลังสูญ3ล้าน ตร.ล่าจับแก๊ง12บัญชีม้า

‘ต๋อง ศิษย์ฉ่อย’เตือนภัยแก๊งคอล ลวงโอน 3 ล้าน ตร.ออกหมายจับบัญชีม้า 12 ราย พร้อมอายัดเงินในบัญชีม้าแถวที่ 2-4 เรียกมารายงานตัว 29 พ.ค.นี้ แนะวิธีป้องกันภัยแก๊งคอล ให้ติดต่อคอลเซ็นเตอร์ธนาคารและหน่วยงานที่ถูกอ้างโดยตรง ให้นัดหมายไปพบเจ้าหน้าที่ด้วยตนเอง ถ้ามี วิดีโอคอลให้สังเกตปากกับเสียงตรงกันหรือไม่ พลาดโอนไปให้รีบแจ้งแบงก์และตร.โดยเร็ว

ที่ 23 พ.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. พร้อมด้วยพล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ต.สุระพรรณ นาทวรทัต ผบก.น.4 พ.ต.อ.ก้องกฤษฎา กิตติถิระพงษ์ รอง ผบก. ตรวจสอบ และวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี บช.สอท. พร้อมด้วยคณะทำงาน ร่วมกันแถลงข่าวเตือนภัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหลอกลวงนายวัฒนา ภู่โอบอ้อม หรือ ต๋อง ศิษย์ฉ่อย นักสนุ้กเกอร์ชื่อดังให้โอนเงิน สูญเงินไป 3.2 ล้านบาทเศษ

พล.ต.อ.สมพงษ์กล่าวว่า ในรอบสัปดาห์ ที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 14-20 พ.ค. มีสถิติ การรับแจ้งความคดีออนไลน์มากที่สุดยังเป็นคดีเดิมๆ 5 อันดับ ได้แก่ อันดับ 1.คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 2.คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ 3.คดีหลอกลวงให้กู้เงิน 4.คดีข่มขู่ทางโทรศัพท์ ให้เกิดความกลัวแล้วหลอกให้โอนเงินหรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอก และ 5.คดีหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ สำหรับคดีออนไลน์ที่มิจฉาชีพนำมาหลอกลวงต๋อง ศิษย์ฉ่อย ถือเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนต้องเตือนให้ประชาชนได้รับทราบ จึงเชิญต๋อง ศิษย์ฉ่อย มาร่วมแถลงข่าวครั้งนี้ด้วย

ต๋อง ศิษย์ฉ่อย เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาก็ได้รับรู้ ข่าวสารว่ามีมิจฉาชีพก่อเหตุหลอกลวงประชาชน อย่างต่อเนื่อง พยายามระมัดระวังตัวมาโดยตลอด แต่ก็มาพลาดจนได้ จึงอยากให้ตำรวจติดตามจับกุมมิจฉาชีพคอลเซ็นเตอร์มาลงโทษให้ได้ เพื่อไม่ให้ไปก่อเหตุกับคนอื่นอีก และอยากให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง เป็นกรณีศึกษาเพื่อไม่ให้มีผู้อื่นตกเป็นเหยื่ออีก

ด้านพ.ต.อ.ก้องกฤษฎา กล่าวถึงรายละเอียด ภัยออนไลน์ในรูปแบบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรศัพท์ข่มขู่ ต๋อง ศิษย์ฉ่อยว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและฟอกเงิน โดยมิจฉาชีพคนที่ 1 แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย โทรศัพท์หานายวัฒนา แจ้งว่า ค้างชำระบัตรเครดิตธนาคารกรุงไทย หากไม่ได้ ใช้บัตรเครดิต แสดงว่ามีบุคคลอื่นนำบัตรเครดิตไปใช้ และแนะนำให้ไปแจ้งความที่สภ.เมืองนครสวรรค์ ซึ่งเป็นท้องที่เกิดเหตุ และต่อสายโทรศัพท์ให้คุยกับมิจฉาชีพคนที่ 2 ซึ่งอ้างตนเป็นพ.ต.อ.เสฏฐวุฒิ รอดจันทร์ เนื่องจากเห็นว่าไม่สะดวกเดินทางไปแจ้งความ ระหว่างนั้น มิจฉาชีพคนที่ 3 ใช้บัญชีไลน์ ชื่อ ‘สภ.เมืองนครสวรรค์’ ส่งบัตรประจำตัว พ.ต.อ.เสฏฐวุฒิ รอดจันทร์ มาให้ดูและแจ้งด้วยว่า นายวัฒนาเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดและฟอกเงินพร้อมส่งบัญชีธนาคารของ นายวัฒนามาให้ตรวจสอบและแจ้งว่าได้ขายสมุดบัญชีธนาคารที่ไม่ได้ใช้แล้วให้บุคคลอื่นในราคา 50,000 บาท และมีเงิน 850,000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่ได้จากการขายยาเสพติดโอนเข้ามา ในสมุดบัญชี หากต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ต้องโอนเงินมาตรวจสอบเส้นทางการเงิน หากตรวจสอบแล้วไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดใดๆ จะโอนเงินคืน นายวัฒนาหลงเชื่อ จึงโอนเงินจากบัญชีธนาคาร 5 บัญชี 10 ครั้ง เข้าบัญชีน.ส.สุดารัตน์และน.ส.ชนกานต์ รวมเป็นเงิน 3,202,380.7 บาท ให้มิจฉาชีพไป

จุดสังเกต 1.โทรศัพท์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ สถาบันการเงินต่างๆ แล้วเริ่มบทสนทนาพูดคุย โน้มน้าวให้หลงเชื่อ 2.อ้างสถานที่เกิดเหตุ ไกลจากบ้านหรือที่อยู่ผู้เสียหาย เพื่อให้ผู้เสียหาย ไม่อยากเดินทางไปสถานีตำรวจ และต้องการความสะดวกในการติดต่อทางโทรศัพท์ไลน์ หรือทางอื่น 3.แอบอ้างเจ้าหน้าที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่นๆ ส่งบัตรประจำตัว เจ้าหน้าที่ หรือหนังสือของทางราชการ ข่มขู่เพื่อให้เกิดความกลัว แล้วให้โอนเงินให้คนร้าย ตรวจสอบ 4.มิจฉาชีพใช้บัญชีไลน์ส่วนบุคคล แต่ส่วนราชการหรือหน่วยงานรัฐใช้บัญชีทางการ (Line Official) 5.บัญชีรับโอนเงิน ของมิจฉาชีพเป็นบัญชีส่วนบุคคล แต่บัญชีส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือเอกชน เป็นบัญชีหน่วยงานหรือองค์กร

วิธีป้องกัน 1.ให้ติดต่อคอลเซ็นเตอร์ ของธนาคารเพื่อสอบถามข้อมูลโดยตรง เพราะธนาคารไม่มีนโยบายในการโทรศัพท์แจ้งให้ประชาชนโอนเงินไปตรวจสอบ หรือโหลดแอพพลิเคชั่น 2.กรณีอ้างหน่วยงานของรัฐ ที่เป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ให้โทรศัพท์ สอบถามข้อมูลจากหน่วยงานนั้นๆ โดยตรง 3.ให้นัดหมายไปพบเจ้าหน้าที่เพื่อแจ้งความสอบสวนปากคำ ชี้แจง หรือยื่นพยานเอกสาร พยานวัตถุ ณ สถานที่เกิดเหตุหรือสถานที่ราชการด้วยตนเอง 4.ถ้ามีการสนทนาทาง วิดีโอคอลให้มีสติและสังเกตปากกับเสียง ตรงกันหรือไม่ หรือ ภาพและท่าทางมีความผิด ปกติหรือไม่ ทั้งนี้คนร้ายสามารถใช้โปรแกรมปลอมใบหน้าขณะสนทนาได้

เหยื่อ – พล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. นำ ‘ต๋อง ศิษย์ฉ่อย’ วัฒนา ภู่โอบอ้อม นักสนุ้กเกอร์ดังเปิดแถลงเตือนภัยแก๊งคอลฯ พร้อมแนะวิธีการรับมือ หลังโดนตุ๋นสูญเงินไป 3.2 ล้านบาท ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อ 23 พ.ค.

พล.ต.ต.สุระพรรณกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม จนสามารถ ออกหมายจับผู้ต้องหาบัญชีม้าแถวแรกได้แล้ว และออกหมายเรียกผู้ต้องหาเพิ่มเติม พร้อมทั้งอายัดเงินในบัญชีม้าแถวที่ 2-4 รวมทั้งหมด 11 ราย โดยนัดหมายให้มารายงานตัว ในวันจันทร์ ที่ 29 พ.ค. เวลา 10.00 น. และสอบปากคำ พ.ต.อ.เสฏฐวุฒิ รอดจันทร์ ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ ที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์นำไปกล่าวอ้าง ในการหลอกลวงต๋อง ศิษย์ฉ่อย โดยยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้ติดต่อโทรศัพท์พูดคุยกับผู้เสียหายแต่อย่างใด

พล.ต.ต.สุระพรรณกล่าวอีกว่า สำหรับประชาชนเมื่อถูกหลอกหรือมีเหตุสงสัยว่า ตกเป็นเหยื่อคดีออนไลน์ เช่นกรณีแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนเงินและแอพพลิเคชั่นควบคุมเครื่องโทรศัพท์แล้วโอนเงินออกไป ให้ประชาชนรีบดำเนินการ ดังนี้ 1.แจ้งธนาคาร ทันที ผ่านเบอร์ศูนย์รับแจ้งเหตุฮอตไลน์ หรือที่สาขาเพื่อให้ระงับธุรกรรมชั่วคราว ช่วยตัดตอนเส้นทางการเงิน 2.แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างรวดเร็ว ผ่านระบบแจ้งความออนไลน์ www.thaipoliceonline.com และต้องไปพบพนักงานสอบสวนเพื่อสอบสวนปากคำอีกครั้ง หรือเดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจท้องที่ใดก็ได้เพราะธนาคารระงับธุรกรรมชั่วคราวได้ไม่เกิน 72 ชั่วโมงโดยตำรวจจะแจ้งให้ธนาคาร ทราบเพื่อระงับธุรกรรมต่อไปอีกเพื่อให้รู้เท่าทัน ภัยออนไลน์ในรูปแบบใหม่ สามารถติดตามข้อมูลการแจ้งเตือนภัยออนไลน์ได้จากเว็บไซต์ และเพจ เตือนภัยออนไลน์ หรือโทร.สายด่วน 1441

วันเดียวกัน ที่ บก.สอท.1 ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ นายศุภวัฎ จิระเรืองฤทธิ์ อายุ 33 ปี นักบำบัดด้านสุขภาพ พร้อมกลุ่มผู้เสียหายอีก 6 คน เข้าแจ้งความกับ พ.ต.อ.ทำนุรัฐ คงมั่น รอง ผบก.สอท.1 หลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้อุบายส่งข้อความหลอกมีผู้เข้าระบบธนาคารของคุณจากอุปกรณ์อื่นให้เข้าลิงก์ปลอม โดยกลุ่มผู้เสียหายทั้งหมดสูญเงินคนละหลักแสนไปจนถึงหลักล้านบาท รวมความเสียหายเกือบ 10 ล้านบาท

นายศุภวัฎกล่าวว่า เมื่อช่วงสายของวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา มีเอสเอ็มเอสแจ้งเตือนจากธนาคารเข้ามาในโทรศัพท์มือถือ มีผู้เข้าสู่ระบบธนาคารของคุณจากอุปกรณ์อื่นหากไม่ได้ดำเนินการด้วยตนเองโปรดติดต่อทันที พร้อมกับลิงก์พอกดเข้าไปแล้วเป็นไลน์ของธนาคาร หลังจากนั้นมีทางเจ้าหน้าที่โทร.มาแจ้งว่ากำลังมีคนโอนเงินออกจากบัญชี และได้บล็อกไว้ให้แล้ว เจ้าหน้าที่ให้เปิดระบบป้องกันในเครื่อง ต่อมามีเจ้าหน้าที่แจ้งต่ออีกว่าพบไวรัสฝังตัวอยู่ในเครื่อง ให้รอระบบกำลังบล็อกการโอนเงินและช่วยเหลืออยู่ โดยขณะนั้นเครื่องไม่สามารถกดเมนูอื่นๆ หรือทำรายการได้ ยิ่งทำให้ตนตกใจมากว่ากำลังถูกโอนเงินออกจากบัญชี กระทั่งพบว่ามีเงินออกจากบัญชีของอีกธนาคาร ยอดรวม 1,040,000 บาท จึงรู้ว่าถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ส่งลิงก์ปลอมของธนาคารมาให้กดทำรายการดูดเงินจนเกลี้ยงบัญชี โดยผู้เสียหายแต่ละคนจะถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกในลักษณะเดียวกันทุกคน

วันเดียวกัน ที่ บก.สอท.1 ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ นายศุภวัฎ จิระเรืองฤทธิ์ อายุ 33 ปี นักบำบัดด้านสุขภาพ พร้อมกลุ่มผู้เสียหายอีก 6 คน เข้าแจ้งความกับ พ.ต.อ.ทำนุรัฐ คงมั่น รอง ผบก.สอท.1 หลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ใช้อุบายส่งข้อความหลอกมีผู้เข้าระบบธนาคาร ของคุณจากอุปกรณ์อื่นให้เข้าลิงก์ปลอม โดยกลุ่ม ผู้เสียหายทั้งหมดสูญเงินคนละหลักแสน ไปจนถึงหลักล้านบาท รวมความเสียหายเกือบ 10 ล้านบาท

นายศุภวัฎกล่าวว่า เมื่อช่วงสายของวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา มีเอสเอ็มเอสแจ้งเตือนจากธนาคารเข้ามาในโทรศัพท์มือถือ มีผู้เข้าสู่ระบบ ธนาคารของคุณจากอุปกรณ์อื่นหากไม่ได้ดำเนินการด้วยตนเองโปรดติดต่อทันที พร้อมกับลิงก์พอกดเข้าไปแล้วเป็นไลน์ของธนาคาร หลังจากนั้นมีทางเจ้าหน้าที่โทร.มาแจ้งว่ากำลังมีคนโอนเงินออกจากบัญชี และได้บล็อกไว้ให้แล้ว เจ้าหน้าที่ให้เปิดระบบป้องกันในเครื่อง ต่อมามีเจ้าหน้าที่แจ้งต่ออีกว่าพบไวรัสฝังตัวอยู่ในเครื่อง ให้รอระบบกำลังบล็อกการโอนเงินและช่วยเหลืออยู่ โดยขณะนั้นเครื่องไม่สามารถกดเมนูอื่นๆ หรือทำรายการได้ ยิ่งทำให้ ตนตกใจมากว่ากำลังถูกโอนเงินออกจากบัญชี กระทั่งพบว่ามีเงินออกจากบัญชีของอีกธนาคาร ยอดรวม 1,040,000 บาท จึงรู้ว่าถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ส่งลิงก์ปลอมของธนาคารมาให้กดทำรายการดูดเงินจนเกลี้ยงบัญชี โดยผู้เสียหายแต่ละคนจะถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกในลักษณะเดียวกันทุกคน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน