ตร.ไซเบอร์บุกจับทหารเกณฑ์คาค่ายกลางกรุง แก๊งคอลหลอกขายซิมม้า เครือข่าย‘ตึกประตูดำ หน้าวัดตาด ปอยเปต’ ขยายผลแก๊งคนร้ายอ้างเป็นพนักงานบริษัทขนส่งสินค้าชื่อดัง หลอกเหยื่อสูญ 145 ล้าน สารภาพขายบัญชีธนาคารให้แก๊งคอล 4 บัญชี ได้เงิน 4 พัน อีกคดีจับโจ๋วัย 17 เปิดร้านมือถือขายซิมม้าสารภาพซื้อซิมมาแล้วโพสต์ขายทางออนไลน์ ขณะเดียวกันจับ ผู้ต้องสงสัย 6 คน สวมรอยธนาคารส่งเอสเอ็มเอสดูดเงินเหยื่อ

จากกรณีตำรวจบช.สอท.เปิดปฏิบัติการทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “แก๊งตึกประตูดํา หน้าวัดตาด ปอยเปต” หลังแก๊งดังกล่าวออกอุบายหลอกลวงอ้างว่าเป็นพนักงานบริษัทขนส่งแห่งหนึ่ง มีพัสดุผิดกฎหมายส่งจากต่างประเทศติดที่กรมศุลกากร และทําผิดฐานฟอกเงิน มีเหยื่อหลายรายหลงเชื่อโอนเงินไปให้ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 145 ล้านบาท ต่อมามีการออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนบัญชีม้า พนักงานโทรศัพท์ ล่ามแปลภาษา ผู้จัดหาพนักงานและสมุดบัญชีธนาคาร และหัวหน้าแก๊งผู้ควบคุมดูแลพนักงานคอลเซ็นเตอร์ รวม 58 หมายจับ และจับกุม ผู้ต้องหาไปได้แล้วบางส่วน ตามที่เสนอข่าวแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 24 พ.ค. พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ต.วิวัฒน์ คําชํานาญ รองผบช.สอท. สั่งการให้พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1 พ.ต.อ.ทำนุรัฐ คงมั่น รองผบก.สอท.1 จับกุมนายวรพรต หมอนทอง อายุ 23 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ข้อหาร่วมกันฉ้อโกง ประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันเป็นซ่องโจร, ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนและร่วมกันฟอกเงิน” โดยจับกุมได้ที่ค่ายทหารแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพฯ

บัญชีม้า – ตํารวจไซเบอร์จับนายวรพรต หมอนทอง อายุ 23 ปี เปิดบัญชีม้า ขายให้‘แก๊งตึกประตูดํา หน้าวัดตาด ปอยเปต’ ซึ่งเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเหยื่อมีพัสดุผิดกฎหมายให้โอนเงินมาตรวจสอบ เมื่อวันที่ 24 พ.ค.

สืบเนื่องจากตำรวจไซเบอร์พยายามติดตามการจับกุมเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ชื่อแก๊ง “ตึกประตูดำ” นี้ให้ได้ทั้งแก๊ง ต่อมาสืบทราบว่า ผู้ต้องหารายนี้ถูกเกณฑ์ทหารอยู่ ตำรวจไซเบอร์ จึงประสานไปที่กองพันต้นสังกัดของพลทหารรายนี้ และได้รับความร่วมมือจากผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดเป็นอย่างดี โดยนำตัวผู้ต้องหามาส่งให้กับชุดสืบสวนตำรวจไซเบอร์ ณ บริเวณหน้ากองพัน จึงจับกุมตามหมายจับดังกล่าว เพื่อนำส่งพนักงานสอบสวนบก.สอท.1

สอบสวนนายวรพรตให้การว่า เคยขายบัญชีธนาคาร พร้อมลงทะเบียนแอพธนาคาร และบัตรเอทีเอ็ม ราคา 1,000 บาทให้กับคนรู้จัก ซึ่งเป็นเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์แก๊งนี้ 4 บัญชี ได้เงิน 4,000 บาท แต่ตนไม่เคยข้ามไปฝั่งเพื่อนบ้าน ที่อยู่ของแก๊งดังกล่าว แต่รู้จักกับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ทําหน้าที่จัดหาคนทํางาน จัดหาบัญชีธนาคาร และซิมโทรศัพท์บางคนจริง

ด้านพ.ต.อ.ทำนุรัฐเปิดเผยว่า ฝากไปยังประชาชนให้พึงระวังการหลอกลวงลักษณะดังกล่าว ต้องรู้เท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพ ควรมีสติก่อนการโอนเงินทุกครั้ง ควรหาข้อมูลให้รอบด้าน อย่าหลงเชื่ออะไรง่ายๆ ควรตรวจสอบให้ดีก่อน ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน การปฏิบัติการของบช.สอท.เร่งดําเนินการปราบปรามจับกุมผู้กระทําความผิดอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง

วันเดียวกัน พล.ต.ท.วรวัฒน์สั่งการให้ พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา ผบก.สอท.5, พ.ต.อ.ชัยพันธุ์ ทัพวงษ์ รองผบก.สอท.5, พ.ต.อ.เอกวีร์ พงศ์สร้อยเพ็ชร รองผบก.สอท.5, พ.ต.อ.บัญชา ศรีสุข รอง ผบก.สอท.5, พ.ต.อ.อรรถพล มีเสียง รองผบก.สอท.5, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองผบก.สอท.5, พ.ต.อ.ศุภกร ธัญญกรรม ผกก.1 บก.สอท.5 ร่วมกันจับกุมตัว ผู้ต้องหานายเอ็ม(นามสมมติ) อายุ 17 ปี บ้านอยู่ในต.เขานิเวศน์ อ.เมือง จ.ระนอง พร้อมของกลาง ซิมการ์ดโทรศัพท์ รวม 703 ซิม โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ตัวอ่านซิมการ์ดโทรศัพท์ 2 อัน

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าตำรวจกก.1 บก.สอท.5 ได้รับแจ้งว่ามีบุคคลลักลอบประกาศและโฆษณาขายซิมโทรศัพท์มือถือผ่านเฟซบุ๊ก ชื่อว่า “นาย’ย เอ็ม’ม” ตำรวจจึงตรวจสอบพบว่าเฟซบุ๊กดังกล่าว ชื่อบัญชี “นาย’ย เอ็ม’ม” โพสต์ประกาศในเพจเฟซบุ๊ก ชื่อว่า “ซื้อขายซิม ไม่ลงทะเบียน และลงทะเบียน AIS DTAC TRUE” ด้วยข้อความว่า “Ais TheOneSIM 39. -100 เบอร์, Dtac 20 ซิม 35.-ลงทะเบียน&ไม่ลงทะเบียน”, Dtac 39 มีเงินในซิม เป็นการขายซิมในราคาต่างๆ ทั้ง 3 เครือข่ายจริง”

เบื้องต้นนายเอ็มให้การว่า ตนประกอบอาชีพขายของออนไลน์ และสั่งซื้อซิมโทรศัพท์มือถือที่ยังไม่ลงทะเบียนมาจากร้านเทเลวิซ สาขาระนอง จากนั้นนำมาโพสต์ขายผ่านเฟซบุ๊กของตน ลงในกลุ่มเฟซบุ๊กซื้อ เมื่อมีลูกค้าสนใจสั่งซื้อซิมโทรศัพท์มือถือ ตนจะลงทะเบียนใช้งานให้ โดยใช้ข้อมูลจากลูกค้าที่เคยซื้อขายซิมโทรศัพท์มือถือจากตน เมื่อลงทะเบียนเสร็จก็จะส่งให้ลูกค้าตามที่สั่ง

เบื้องต้นแจ้งข้อหาเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อ หรือขายเลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งลงทะเบียน ผู้ใช้ บริการในนาม ของบุคคลหนึ่งบุคคลใดแล้ว แต่ไม่สามารถระบุตัว ผู้ใช้บริการได้ จากนั้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.เมืองระนอง เพื่อดำเนินคดี

พล.ต.ท.วรวัฒน์เปิดเผยว่า สั่งการให้พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.3 พ.ต.อ.พงศ์นรินทร์ เหล่าเขตกิจ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 พ.ต.ท.อนุสรณ์ ธีรนุชพงศ์ รองผกก. วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 นำกำลังกวาดล้างจับกุมผู้กระทำผิดตามพ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 โดยเน้นการจับกุมผู้ที่กระทำผิดเกี่ยวกับ ซิมม้า และบัญชีม้า เพื่อปิดกั้นช่องทางการกระทำผิดของคนร้ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในพื้นที่จ.ขอนแก่น

จับซิมม้า – ตำรวจไซเบอร์จับกุมน.ส.ภิญญดา ทองธีรภาพ อายุ 49 ปี ที่บ้านพักในต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น ตรวจยึดซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือค่ายต่างๆ ทั้งหมด 939 ซิม ซึ่งลงทะเบียนโดยบุคคลอื่น โดยผู้ต้องหารับสารภาพขายซิมการ์ดทางออนไลน์ เมื่อวันที่ 24 พ.ค.

โดยจุดแรก เจ้าหน้าที่นำหมายค้นศาลจังหวัดขอนแก่นเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 333 ม.12 ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น จับกุมน.ส.ภิญญดา ทองธีรภาพ อายุ 49 ปี พร้อมตรวจยึดซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือค่ายต่างๆ ทั้งหมด 939 ซิม ซึ่งลงทะเบียนโดยบุคคลอื่น สอบสวนน.ส.ภิญญดาให้การยอมรับว่า เปิดร้านขายซิมการ์ดทางออนไลน์ ผ่านในแพลตฟอร์มดัง มียอดขายเยอะ รายได้ดี

จุดที่สอง เจ้าหน้าที่นำหมายค้นศาลจังหวัดขอนแก่น เข้าตรวจค้นร้านนครปฐมโมบาย เลขที่ 143/36 ม.19 ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น เข้าจับกุมนายธนกฤติ หอมจันทร์ อายุ 42 ปี พร้อมของกลาง ซิมการ์ด โทรศัพท์มือถือซึ่งลงทะเบียนโดยบุคคลอื่น 4 ซิม นายธนกฤติยอมรับว่าซื้อ ซิมการ์ด นำมาขายต่อเพื่อเอากำไร โดยไม่เคยจดรายละเอียดผู้ซื้อซิมการ์ดแม้แต่คนเดียว

จุดที่สาม เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบร้านโทรศัพท์มือถือ ‘รั้น วีไอพี โมบาย’ ภายในห้างโลตัสเอ็กซ์ตร้าขอนแก่น 2 ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น จับกุมน.ส.กัญญาภัค จันทร์ทาศรี อายุ 34 ปี พร้อมของกลาง ซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือ ซึ่งลงทะเบียนโดยบุคคลอื่น 5 ซิม น.ส.กัญญาภัค ให้การยอมรับว่าซื้อซิมการ์ดมาครั้งละประมาณ 50 ซิม แล้วนำมาขายต่อ เอากำไรในราคาซิมละ 200 บาท เนื่องจากเห็นว่ามีกำไรดี โดยไม่เคยจดรายละเอียดผู้ซื้อซิมการ์ด ดังกล่าว เจ้าหน้าที่แจ้ง ผู้ถูกจับกุมทั้ง 3 คน ในความผิด “เป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อหรือขาย หมายเลขโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งลงทะเบียนผู้ใช้บริการในนามของบุคคลหนึ่งบุคคลใดแล้ว แต่ไม่สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการได้” ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน