ติดอุปกรณ์‘สถานีฐาน’สวมรอย-ธนาคารดังส่งลิงก์ปลอมให้เหยื่อ 30นาทีสูญเงิน4แสน กสทช.เร่งสอบต้นตอ

รวบ 6 ผู้ต้องหาแก๊งคอลสวมรอยธนาคารส่งเอสเอ็มเอสแนบลิงก์ปลอม ดูดเงินเหยื่อ สูญ 175 ล้าน เผยนำเครื่องจำลองสถานีฐานใส่รถขับตระเวนไปทั่วกรุงและปริมณฑล ผ่านจุดไหนก็ส่งสัญญาณเข้าโทรศัพท์มือถือ เหยื่อหลงเชื่อกดลิงก์ จะถูกติดตั้งแอพฯ ควบคุมเครื่องระยะไกล สามารถโอนเงินจากบัญชีที่เครื่องโทรศัพท์ แบบโมบาย แบงกิ้ง ผู้ต้องหาสารภาพ คนจ้างอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ได้ค่าจ้าง 8 หมื่น แฉคนร้ายแอบอ้างสรรพากร และการไฟฟ้าด้วย เร่งขยายผล กวาดล้างทั้งขบวนการ

เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ที่กองบัญชาการตํารวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.3 พ.ต.อ.คัมภีร์ พรหมสนธิ รองผบก.สอท.3 พ.ต.อ.มรกต แสงสระคู ผกก.2 บก.สอท.3 พร้อมตัวแทนจากข่ายโทรศัพท์มือถือและสถาบันธนาคารต่างๆ ร่วมกันแถลงข่าวสรุปผลปฏิบัติการตามยุทธการ Shutdown STINGRAY ทลายรังโจรสวมรอยแบงก์ ส่ง SMS หลอกดูดเงินเหยื่อ

แก๊งไฮเทค – พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. แถลงปฏิบัติการตำรวจไซเบอร์ทลายแก๊งดูดเงิน โดยติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณในรถแล้ววิ่งตระเวนหาเหยื่อ ส่งข้อความหลอกกดลิงก์ปลอมธนาคารและหน่วยราชการ ที่บช.สอท. เมื่อ 25 พ.ค.

จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 6 คน ประกอบด้วยนายสุขสันต์ ประดับเสริฐ อายุ 40 ปี นายกัปตัน ทรารมย์ อายุ 33 ปี นายพรเทพ ปริศนา อายุ 34 ปี นายเฉลิมพงษ์ ดำรงค์ศิลป์ อายุ 35 ปี นายศราวุธ ศรีราช อายุ 38 ปี และนายไพฑูรย์ ชืนนะ อายุ 38 ปี

พล.ต.ท.วรวัฒน์กล่าวว่า สืบเนื่องจากมี ผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อจากขบวนการส่ง SMS ในลักษณะลิงก์ปลอม อ้างชื่อเป็นธนาคารกสิกรไทย หลอกดูดเงินผู้เสียหาย ซึ่งขบวนการดังกล่าวกําลังแพร่ระบาดพบข้อมูลระบบการรับแจ้งความออนไลน์ห้วงเดือน มี.ค.-พ.ค. 2566 มีการแจ้งความออนไลน์รวมค่าความเสียหาย 175,159,482 บาท จึงเร่งรัดสืบสวนสอบสวน โดยร่วมสืบสวนและวิเคราะห์ข้อมูลกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อหาตัวกลุ่มขบวนการที่กระทําความผิด กระทั่งพบว่าคนร้ายจะกระทําโดยนําเครื่องจําลองสถานีฐาน (False Base Station) ใส่ไว้ในรถแล้วขับออกไปยังสถานที่ต่างๆ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล หากรถแล่นผ่านไปทางใดก็จะส่งสัญญาณไปยังโทรศัพท์มือถือที่อยู่บริเวณใกล้เคียง แล้วส่ง SMS ในลักษณะลิงก์ปลอม อ้างชื่อเป็นสถาบันการเงิน กรมสรรพากร การไฟฟ้า เป็นต้น

พล.ต.ท.วรวัฒน์กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้อุปกรณ์ดังกล่าวถูกใช้บริเวณชายแดนประเทศเพื่อนบ้านและส่งสัญญาณในประเทศไทย ทำให้ไทยใช้มาตรการควบคุมสัญญาณให้อยู่ในรัศมีวงจำกัด มิจฉาชีพจึงต้องนำเข้าเครื่องดังกล่าวเข้ามาในประเทศโดยตรงแทน อย่างไรก็ตามหากประชาชนหลงเชื่อและกดลิงก์ดังกล่าวก็จะถูกให้ติดตั้งแอพพลิเคชั่นควบคุมเครื่องระยะไกล โดยสามารถโอนเงินจากบัญชีธนาคารที่เครื่องโทรศัพท์นั้นติดตั้งแอพพลิเคชั่นประเภทโมบาย แบงกิ้ง เบื้องต้นตำรวจสามารถจับกุมนายสุขสันต์ อายุ 40 ปี กับพวกรวม 6 คน ขณะที่รถกําลังแล่นออกไปเพื่อส่งสัญญาณ ตรวจยึดรถยนต์ที่ติดตั้งเครื่องจําลองสถานีฐาน จํานวน 4 คัน พร้อมอุปกรณ์ 4 ชุด ผู้ต้องหาสารภาพตลอด ข้อกล่าวหา โดยให้การรับว่าได้รับการติดต่อว่าจ้างจากคนรู้จักที่ทํางานอยู่ประเทศ เพื่อนบ้าน โดยจะได้ค่าจ้างสําหรับการวิ่งส่งสัญญาณเดือนละ 80,000 บาท ซึ่งเครื่องดังกล่าวสามารถส่งสัญญาณไปยังโทรศัพท์ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงได้วันละ 20,000 หมายเลขต่อเครื่อง โดยรับเข้ามา 4 เครื่อง ซึ่งตนเองกับพวกไม่มีความรู้เชิงลึกในการใช้อุปกรณ์ มีหน้าที่เพียงกดเปิดเชื่อมต่อสัญญาณ ไม่จำเป็นต้องมีเบอร์โทรศัพท์ผู้เสียหาย แต่เป็นการใช้วิธีดักสัญญาณจากเสาจริง

ด้านพล.ต.ต.วิวัฒน์เปิดเผยว่า อุปกรณ์ Stingray ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ปลอมเสาสัญญาณและส่งเอสเอ็มเอสให้กับผู้เสียหาย ปกติจะถูกใช้กรณีเกิดภัยพิบัติที่สัญญาณมือถือไม่สามารถใช้การได้ และไว้เป็นช่องทางสื่อสารถึงผู้ประสบภัย หรือใช้ในหน่วยสืบราชการลับของสหรัฐอเมริกาในการดักรับข้อมูล เนื่องจากเป็นเสาสัญญาณที่มีขนาดเล็ก สามารถหลอกให้มือถือในพื้นที่มาเชื่อมต่อกับเสาสัญญาณดังกล่าวได้ อีกทั้งสามารถตั้งค่าชื่อผู้ส่งเป็นหน่วยงานต่างๆ ได้ เมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา เอฟบีไอของสหรัฐประสานตำรวจ บช.สอท.ให้สืบสวนหลังมีข้อมูลว่าอุปกรณ์ชนิดดังกล่าวเข้ามาในประเทศไทยจำนวนมาก และยังพบว่าถูกใช้ในการส่งลิงก์เว็บไซต์พนันออนไลน์ จากนี้จะต้องส่งหนังสือสอบถามไปที่หน่วยงานทหารว่า อุปกรณ์นี้ถูกใช้ในกิจการทหาร หรือเป็นยุทธภัณฑ์หรือไม่ หากเป็นก็จะมีการแจ้งข้อหาผู้ต้องหาเพิ่ม

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า อุปกรณ์ดังกล่าวมีกฎหมายห้ามนำเข้า บุคคลทั่วไปไม่อนุญาตให้ใช้ได้ ไม่ว่ากรณีใด แต่พฤติการณ์ที่ผู้ต้องหาทำ ทางเครือข่ายจะไม่ทราบว่ามีการส่ง SMS ออก เนื่องจาก SMS เหล่านี้ไม่ได้ผ่านเสาสัญญาณเครือข่ายโดยตรง แต่เป็นการส่งออกจากเสาปลอม

ด้านพล.ต.อ.ดํารงศักดิ์กล่าวว่า จากการสืบสวนเบื้องต้นกลุ่มผู้ต้องหาจะมีเพิ่มจากนี้หรือไม่อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลต่อ โดยฐานข้อมูลหลักของกลุ่มนี้อยู่ที่ต่างประเทศ เข้ามาปฏิบัติการเฉพาะอุปกรณ์ซึ่งมีมูลค่าหลักล้านบาทต่อเครื่อง เบื้องต้นแจ้งข้อหา ‘ร่วมกัน ทํา มี ใช้ นําเข้า นําออก หรือค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต ตามมาตรา 6 พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.2498, ร่วมกันตั้งสถานีวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตตามมาตรา 11 พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.2498, ร่วมกันใช้คลื่นความถี่ในการประกอบกิจการโทรคมนาคม โดยไม่ได้รับอนุญาตอันมีลักษณะที่เป็นการประกอบกิจการ โทรคมนาคมแบบที่สาม ตามมาตรา 67(3) ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม, เป็นอั้งยี่ หรือซ่องโจรตามประมวลกฎหมายอาญา

นางพิชชาอร (สงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี ผู้เสียหาย เปิดเผยถึงพฤติการณ์ของแก๊งมิจฉาชีพว่า ขณะที่ตนนั่งทำงานอยู่ มี SMS ส่งมาหาตนเอง ระบุว่า “บัญชีของคุณกำลังมีผู้พยายามทำธุรกรรม” ซึ่งก็มีการแนบลิงก์มาใน SMS ตนกดไปที่ลิงก์ดังกล่าว และระบบได้ระบุให้เพิ่มเพื่อนผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ และเปลี่ยนชื่อลิงก์เป็น K Connect จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ทักมาสอบถามชื่อ และข้อมูลการใช้งานของตนว่าทำธุรกรรมอยู่ที่ จ.เชียงใหม่หรือไม่ ตนได้ปฏิเสธและระบุว่าอยู่ที่กรุงเทพฯ

จากนั้นทางกลุ่มมิจฉาชีพแจ้งข้อมูลว่ามี ผู้พยายามทำธุรกรรมกับบัญชีของตนผ่าน จีเมล์ ซึ่งข้อมูลทุกอย่างที่แจ้งถูกต้องทั้งหมด รวมทั้งยังทราบด้วยว่าตนมีบัญชีเงินฝากทั้งหมด 4 บัญชี จากนั้นก็ยังให้กดแอพพลิเคชั่น ที่ชื่อว่า “เค ซีเคียวริตี้” ที่ระบุว่าแอพฯ นี้จะสามารถตรวจสอบต้นตอได้ว่าบุคคลใดกำลังเข้าระบบบัญชีของตนเองอยู่ แต่ข้อเท็จจริงแล้วการกดเข้าไปคือการรีโมตโทรศัพท์ของตนอยู่ และหลังจากนั้นจะไม่สามารถทำอะไรกับโทรศัพท์ได้ ลักษณะคล้ายโทรศัพท์กำลังอัพเดตอยู่โดยขึ้นเป็นเปอร์เซ็นต์ และเมื่อโทรศัพท์อัพเดตเสร็จสิ้นก็พบว่าเงินถูกโอนออกไปแล้ว จากทั้งหมด 4 บัญชี จำนวนราว 3 แสนกว่าบาท และจากบัญชีบัตรเครดิตที่มิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีของธนาคารไทยพาณิชย์ และเข้าไปเปลี่ยนวงเงินเป็นเงินสดอีกราว 8 หมื่นบาท รวมทั้งหมดเสียหายรวมกว่า 4 แสนบาท ซึ่งรวมเวลา ที่แก๊งมิจฉาชีพใช้ในการหลอกทำธุรกรรม อยู่ที่ราว 30-35 นาที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงข่าววันนี้ เจ้าหน้าที่ทดสอบส่งข้อความให้กับสื่อมวลชนและผู้เสียหายที่มารับฟัง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน