เพื่อไทยได้กระทรวงเศรษฐกิจ โผครม.คืบหน้ากว่า50%แล้ว 8พรรคนัดถกวงเล็ก-ยุติศึกปธ. ‘พ่อมดดำ’ก็มีชื่อโผล่ชิงด้วย
8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล คืบหน้าแล้วกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ก้าวไกลคุม 2 กระทรวงใหญ่ กลาโหม-มหาดไทย เพื่อไทยได้กระทรวงเศรษฐกิจ สะพัดดึงนายทหารฝั่งประชาธิปไตยเป็นรมช.กลาโหม ขณะที่ ‘พิธา’ นั่งนายกฯ ควบรมว.กลาโหม ‘ชัยธวัช’ ยอมรับทาบ ‘คนนอก’ นั่งรมต.จริง มั่นใจถกทีมเจรจาวงเล็กวันที่ 30 พ.ค.นี้ ตำแหน่งประธานสภาน่าจะจบ ด้าน ‘ประเสริฐ’ เผยสัปดาห์หน้านัดคุยก้าวไกล หวังยุติศึก เชื่อมีทางออก ไม่ถึงขั้นปล่อย ฟรีโหวต ‘พ่อมดดำ’ออกตัวมีคนเชียร์ให้รับตำแหน่ง โยนให้พรรคตัดสินควรเสนอชื่อใคร ปชป.โต้เฟกนิวส์ร่วมก๊วนกอล์ฟวางแผนสองตั้งรัฐบาล
8 พรรคร่วมนัดเจรจาวงเล็ก
เมื่อวันที่ 27 พ.ค. นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการเจรจาผู้รับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ในพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลว่า จะหารือกันในวันที่ 30 พ.ค.นี้ เวลา 14.30 น. ที่พรรคประชาชาติ เชื่อว่าจะมีเวลาสำหรับ การหารือกันภายใน ตามที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ย้ำไว้ว่าขอให้พรรคร่วมไปหารือกันในวงเจรจาวงเล็ก อย่าคุยกันผ่านสื่อ เดี๋ยวเสียงานใหญ่
เลขาธิการพรรคก้าวไกล เห็นว่าหลังจากนี้จะต้องมีวาระที่จะต้องทำก่อน หลังจากที่มีการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ว่าแต่ละวาระจะมีการเตรียมตัวในการทำงานล่วงหน้าอย่างไร และใครจะเป็นผู้รับผิดชอบตรงไหน สำหรับการเตรียมความพร้อมจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างเป็นทางการ
สลับกันเป็นเจ้าภาพถกฟอร์มทีม
นายชัยธวัชกล่าวว่า วันนี้ต้องเดินให้ดีที่สุด ช่วงนี้ได้พูดคุยกับพรรคเพื่อไทย (พท.) เเล้วว่า จะมีการดาวน์เรื่องประธานสภาผู้แทนราษฎรลง คงไม่พูดคุยผ่านสื่อแล้ว คุยกันภายในจะดีกว่า ทั้งนี้ ยังมีเวลาอีกกว่า 1 เดือนที่จะหาข้อยุติ โดยหลังจากเอ็มโอยูผ่านไปแล้ว มีวาระหลักต้องมาลงในรายละเอียดว่า มีอะไรที่ต้องทำอย่างเป็นรูปธรรมบ้าง ใครจะรับผิดชอบตรงไหน ต้องมีการเซ็ตเป็นทีมขึ้นมา ตรงนี้มันก็จะเริ่มลงตัว และหลังจากนี้คงจะสลับกันเป็นเจ้าภาพในแต่ละพรรค ไปที่พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล และพรรคเสรีรวมไทย เพื่อพูดคุยเพื่อลงรายละเอียดเรื่องการทำงานร่วมกันก่อนที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างเป็นทางการ รวมถึงเตรียมความพร้อมในการบริหาร เพราะนโยบายแต่ละเรื่องต้องพูดคุยกัน บางนโยบายต้องใช้งบประมาณ ก็ต้องมานั่งคุยเรื่องการบริหารจัดการ เช่น ประชาชาติ พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล หรือพรรคเป็นธรรม มีวาระเรื่อง 3 จังหวัดชายแดนใต้ ต้องมาพูดคุยรายละเอียดว่าจะทำอะไรก่อนทำอะไรหลัง เป็นต้น
ก้าวไกลทาบคนนอกนั่งรมต.
“สำหรับตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะมีการหารือกันหลังจากนี้ เรายอมรับว่าพรรคก้าวไกล จะทาบทามคนนอกเข้ามากับตำแหน่งฝ่ายบริหารซึ่งเป็นปกติในทุกรัฐบาล ที่จะเชิญคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในการบริหาร โดยไม่ได้มีปัจจัยเรื่องของอายุเพียงอย่างเดียว แต่ตอนนี้ภายในพรรค ยังไม่ได้คุยกันว่าใครจะดำรงตำแหน่งอะไร ขณะเดียวกันเชื่อว่าในพรรคอื่นอีก 7 พรรคก็ยังไม่ได้คุยกันในเรื่องนี้ เพราะอาจจะเร็วเกินไป” นายชัยธวัชกล่าว
โวตั้งรัฐบาลคืบเกิน50เปอร์เซ็นต์
เมื่อถามว่าอยากให้ประเมินความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาล ขณะนี้ในใจลุล่วงไปแล้ว กี่เปอร์เซ็นต์ รวมถึงการจัดสรรเก้าอี้กระทรวงต่างๆ ไปด้วย นายชัยธวัชกล่าวว่า ตนคิดว่าเกิน 50 เปอร์เซ็นต์แล้ว ที่เหลือตอนนี้คือลงรายละเอียด ประเด็นการตั้งรัฐบาลหลักๆ จะอยู่ที่ส.ว. จะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ ตนคิดว่ากลางเดือนมิ.ย. น่าจะประเมินออก เพราะการเดินสายคุยกับส.ว.ก็นัดคุยกันทุกวัน เมื่อถามว่าเห็นว่าขณะนี้มีเสียงส.ว.ประมาณ 20 คน นายชัยธวัชกล่าวว่า เกินอยู่แล้ว
เมื่อถามย้ำว่าเท่าที่เดินสายพูดคุย จำนวน ส.ว.มีมากหรือน้อยกว่าที่น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค แถลงข่าวว่ามี 16-20 คน นายชัยธวัชกล่าวว่า นั่นคือที่แน่นอนแล้ว ซึ่งยังมีอีกหลายคนที่เขาโอเค แต่เขาต้องเก็บตัวก่อน ถ้าออกตัวไปแรงก็เดี๋ยวจะถูกกดดัน ย้ำว่าตอนนี้ยังเร็วไปที่จะสรุปตัวเลขว่า มีส.ว.กี่เปอร์เซ็นต์ที่เห็นด้วย ที่สนับสนุน ก้าวไกล เพราะบางท่านต้องได้พูดคุยกัน ซึ่งส.ว.จำนวนมากก็ไม่อยากจะทำให้การเมือง มันมีปัญหา แม้จะไม่ได้เชียร์ก้าวไกล แต่ก็เคารพเสียงของประชาชนและรักษากติกาไว้

ป้ายแดงฟิต – นายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ ว่าที่ ส.ส.เขต 2 ตาก พรรคก้าวไกล ได้เดินทางมาหารือเพื่อติดตามรับฟังปัญหาที่ดินทำกินจากนายก อปท. ทั้ง 6 แห่งของอ.พบพระ เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาพื้นที่โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกินคีรีราษฎร์ ที่อบต.ช่องแคบ อ.พบพระ จ.ตาก
คาดกลางมิ.ย.แบ่งเค้กชัดเจน
เมื่อถามถึงข่าวลือการเเบ่งเก้าอี้รัฐมนตรี ซึ่งได้เจรจากระทรวงคร่าวๆ แล้วเช่น พรรคก้าวไกล มีกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงแรงงาน ส่วนพรรคเพื่อไทย มีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพลังงาน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัย และนวัตกรรม และกระทรวงการต่างประเทศ เป็นไปตามนี้จริงหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าว่า ยังไม่น่าจะตรงกับข้อเท็จจริง เพราะมันจะชัดเจนหลังจากเรามาดูเรื่องวาระรูปธรรมที่จะผลักดันร่วมกัน แล้วแบ่งความรับผิดชอบ เบื้องต้นเราก็พอจะทราบแล้วว่า แต่ละพรรคมีข้อเสนออะไรบ้าง ยังมีเวลาหาข้อยุติอยู่
ส่วนที่บอกว่าช่วงกลางมิ.ย.บอกว่าน่าจะเห็นเค้าลางการตั้งรัฐบาล ในส่วนเก้าอี้จะต้องหลังจากนี้หรือไม่ที่จะต้องคุยกัน นายชัยธวัชกล่าวว่า จริงๆ ระหว่างนี้คงต้องคุยกันแล้ว เราหมายถึงเตรียมเพื่อให้พร้อมเข้าไปบริหาร ในส่วนความชัดเจนจะมากขึ้นเรื่อยๆ กลางมิ.ย. ตนคิดว่ามันจะประเมินออกว่าส.ว.จะเป็นอย่างไรบ้าง จะเริ่มสะเด็ดน้ำ
ดีเดย์ 30พ.ค.ชี้ขาดเก้าอี้ปธ.สภา
ด้านนายณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีชื่อเป็นแคนดิเดตประธานสภาของพรรคว่า เรื่องนี้พรรคยังไม่ได้พูดคุยกัน การพูดคุยน่าจะเป็นหลังวันที่ 30 พ.ค. ซึ่งจะมีการประชุมร่วมกันของ 8 พรรค ที่พรรคประชาชาติ เพื่อหารือถึงแนวทางและแผนงานการทำงานร่วมกันหลังการลงนามเอ็มโอยู หลังจากนั้นน่าจะมีความชัดเจนในเรื่องตัวประธานสภามากขึ้นว่าจะเป็นของพรรคใด โดยทุกอย่างต้องจบลงที่เวทีการเจรจาและหาทางออกร่วมกัน
สะพัด‘บิ๊กแป๊ะ’นั่งรมช.กลาโหม
รายงานข่าวแจ้งว่า ในการจัดแบ่งกระทรวงนั้น พรรคเพื่อไทยจะรับผิดชอบกระทรวงด้านเศรษฐกิจ ขณะที่พรรคก้าวไกลจะดูแลกระทรวงกลาโหมและกระทรวงมหาดไทย โดยนายพิธา จะเป็นนายกฯ ควบรมว.กลาโหม และจะดึงอดีตนายทหารมานั่งตำแหน่ง รมช.กลาโหม ซึ่งเป็นนายทหารที่มีความใกล้ชิด กับพรรคก้าวไกลและเป็นนายทหารฝั่งประชาธิปไตย ซึ่งเป็นคาดการณ์กันว่าจะเป็น พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก อย่างไรก็ตาม การที่พรรคก้าวไกลต้องการดูแลกระทรวงกลาโหม ก็เพื่อปฏิรูปกองทัพ ส่วนกระทรวงมหาดไทย เพื่อเดินหน้าการกระจายอำนาจและการ เลือกตั้งผู้ว่าฯ ตามที่ได้หาเสียงไว้
พท.จ่อคุยก้าวไกลหาข้อยุติ
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงความคืบหน้าการเจรจาตําแหน่งประธานสภา ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล ว่าจะหารือกันในสัปดาห์หน้า โดยตัวแทนจากทั้ง 2 พรรคจะพูดคุยกันเพื่อหาข้อสรุปในเรื่อง ดังกล่าว ผู้สื่อข่าวถามว่าหากจนสุดทางแล้วยังไม่ลงตัวจะปล่อยให้ฟรีโหวตกันหรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า ไม่อยากให้มองถึง ขั้นนั้น ขอให้คุยกันก่อน เป็นทางที่ดีที่สุด เชื่อว่าเรื่องนี้มีทางออก อย่ามองไปไกลถึงจุดที่ว่าต้องแสดงพลังใส่กัน
เมื่อถามว่าจะกระทบการทํางานร่วมกัน ในอนาคตหรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า ไม่กระทบ เรายินดีสนับสนุนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯ จุดยืนนี้ไม่เปลี่ยน ส่วนที่มี นักวิชาการเสนอแก้ปัญหาด้วยการให้คนจากพรรคที่ 3 ดํารงตําแหน่งประธานสภา นายประเสริฐกล่าวว่า ตนไม่มีความเห็นเรื่องนี้ เป็นความเห็นของนักวิชาการ แต่สิ่งสำคัญคือพรรค พท. กับพรรค ก.ก.ต้องตกลงกันให้ได้เพื่อหาข้อยุติโดยเร็ว ก่อนที่เรื่องดังกล่าวจะบานปลาย
โต้‘สมชัย’ปมต่อรองมท.1
นายประเสริฐกล่าวกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย (สร.) ระบุตำแหน่งประธานสภาเป็นเกมที่พรรคเพื่อไทยต้องการใช้ต่อรองเก้าอี้รมว.มหาดไทยว่า ไม่เป็นความจริง พรรคไม่คิดเอาตำแหน่งประธานสภามาเป็นเงื่อนไขต่อรองเก้าอี้รมว.มหาดไทย เพราะเป็นคนละส่วนกัน เก้าอี้รัฐมนตรีเป็นฝ่ายบริหารที่พรรคร่วมทั้ง 8 พรรคต้องมาหารือตกลงร่วมกัน โดยมีธรรมเนียมเรื่องการนำเก้าอี้ส.ส.ที่แต่ละพรรคได้มาเกลี่ยกันเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย รวมถึงต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของตัวบุคคลในภารกิจนั้นๆ ด้วย ไม่ใช่จะเอาแค่เก้าอี้มาเป็นตัวชี้วัดอย่างเดียว เรื่องนี้พรรคร่วมคงต้องหารือเพื่อให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เพื่อให้การทำงานของรัฐบาลเดินหน้าได้อย่างราบรื่น
“พรรค พท.มีประสบการณ์ ไม่คิดจะเอาตำแหน่งฝ่ายนิติบัญญัติมาเป็นเงื่อนไขต่อรองจนกระทบการทำงานของฝ่ายบริหารแน่ เพราะบ้านเมืองประสบปัญหามานาน เราต้องได้รัฐบาลที่กลมเกลียวไปแก้ปัญหาให้ประชาชน ยืนยันเราไม่คิดที่จะเป็นคนสร้างเงื่อนไขให้การขับเคลื่อนรัฐบาลติดขัดแน่นอน” นายประเสริฐกล่าว
‘พ่อมดดำ’สอนมวยก้าวไกล
นายสุชาติ ตันเจริญ ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. และอดีตรองประธานสภา กล่าวกรณีแถลงการณ์ของพรรคก้าวไกลและคำให้สัมภาษณ์ของแกนนำพรรคก.ก.เกี่ยวกับตำแหน่งประธานสภาอาจทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดได้ว่า ประธานสภา และนายกฯ สามารถใช้ดุลพินิจเกี่ยวกับการตรากฎหมายยิ่งกว่าเจตจำนงของส.ส.ที่เป็นตัวแทนประชาชน และการอ้างว่าเป็นประเพณีที่พรรคที่ได้คะแนนเสียงเป็นอันดับ 1 จะได้รับตำแหน่งประธานสภาก็ไม่ตรงตามข้อเท็จจริงเสียทีเดียว เพราะในประวัติศาสตร์มีหลายครั้งที่ประธานสภาไม่ได้มาจากพรรคที่มีส.ส.มากที่สุด ที่ผ่านมาทุกสมัยประธานสภาจะมาจากการเลือกของส.ส.ในสภา ไม่ใช่พรรคใดพรรคหนึ่งเป็นผู้เลือก
ส่วนการบรรจุวาระการประชุม รวมถึงวาระการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ต่างๆ ประธานสภาไม่มีอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมสภา การจะบรรจุร่างพ.ร.บ.ของพรรคที่ตนเองสังกัดก็ต้องบรรจุตามลำดับ ประธานสภาไม่มีสิทธิ์เลือกบรรจุตามอำเภอใจได้ ไม่มีสิทธิ์เลื่อนร่างพ.ร.บ.ที่บรรจุไปแล้วขึ้นมาพิจารณา ซึ่งเป็นเรื่องของที่ประชุมสภาต้องตกลงกัน

ย่าปูอุ้มหลานแฝด – ‘โอ๊ค’ พานทองแท้ ชินวัตร โพสต์ภาพในอินสตาแกรม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อุ้มน้องโทนี่และน้องทีน่า ลูกชายฝาแฝด พร้อมข้อความว่า ‘ได้เจอคุณย่าปูแล้วครับ’ ซึ่งมีผู้เข้าไปกดหัวใจแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก เมื่อวันที่ 27 พ.ค.
ชี้เป็นเรื่องส.ส.โหวตเลือกปธ.
“เข้าใจว่าขณะนี้มีความพยายามแย่งชิงตำแหน่งประธานสภากันระหว่างพรรคอันดับ 1 และอันดับ 2 ซึ่งเป็นเรื่องการเจรจาต่อรองที่ควรเจรจากันภายใน การที่สมาชิกพรรคก.ก.กล่าวหาสภาในทางเสียหายก็เหมือนกับตำหนิการทำหน้าที่ของตัวเองด้วย จึงอยากให้ระมัดระวังการให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับสภา หรืออำนาจหน้าที่ของประธานสภา ตัวผมก็มีคนเชียร์ว่าจะถูกเสนอชื่อเป็นประธานสภาในสภาชุดนี้ แต่ขึ้นอยู่กับพรรคจะเสนอชื่อใคร และขึ้นอยู่กับที่ประชุมสภาด้วยว่าจะลงมติเลือกหรือไม่ แต่สาระสำคัญไม่ใช่อยู่ที่ว่าใครได้เป็นประธานสภา เพราะความสำคัญอยู่ที่สภาได้เริ่มทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชนที่ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งมาได้เมื่อใดมากกว่า” นายสุชาติระบุ
นายสุชาติกล่าวว่า ส่วนกระแสข่าวหากพรรค พท.ได้โควตาประธานสภาจริงตนอาจได้รับการเสนอชื่อนั้น การลงมติเลือกประธานสภาไม่ใช่เรื่องของพรรคใด แต่เป็นการลงมติร่วมกันของส.ส.ทั้งสภา ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน ส่วนตัวไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง และไม่อยากให้เรื่องนี้เป็นอุปสรรคทำให้การจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า เพราะปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนรอไม่ได้ จึงอยากฝากถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้เร่งพิจารณาประกาศรับรองผลการเลือกตั้งเพื่อให้สภาเดินหน้าการทำงานได้โดยเร็ว
‘อ๋อย’ลั่นพท.ไม่ถอนตัว
นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรค พท. โพสต์ข้อความระบุว่า ตั้งรัฐบาลประชาธิปไตยให้ได้ เพื่อนทะเลาะกันในขณะที่ต้องช่วยกันดับไฟ ก็ต้องดับไฟให้ได้ก่อน ระหว่างดับไฟอาจจะมีทะเลาะกันบ้าง แต่ก็ต้องช่วยกันดับไฟต่อไป เพื่อไทยจะไม่ถอนตัวเพื่อเปิดช่องให้รัฐบาลเผด็จการกลับมา เพราะนี่คือสิ่งที่ประชาชนตัดสินใจเลือกเรามา
ปชป.โต้เฟกนิวส์ก๊วนกอล์ฟ
ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า กรณีมีการพาดพิงว่าพรรค ปชป. ไปร่วมพูดคุยที่สนามกอล์ฟแห่งหนึ่ง โดยเขียน ในภาพข่าวว่า มีการวางแผนที่ 2 โดยให้พรรคก้าวไกล กับพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ไปเป็นฝ่ายค้าน และมีพรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย เป็นฝ่ายรัฐบาล ยืนยันว่าทุกคนในพรรค ปชป. ไม่มีใครไปร่วมกระบวนการคิด การเจรจากับพรรคใดทั้งสิ้น ดังนั้น หากมีกระแสข่าวว่าพรรคได้ประสานร่วมรัฐบาลกับพรรคใด ก็ต้องขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากการเลือกตั้งหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ยังไม่เสร็จสิ้น ซึ่งการร่วมกับพรรคใดจะต้องเป็นมติพรรค
“ยืนยันว่าเราไม่ไปประสานร่วมคิดร่วมทำให้มีการเปลี่ยนแปลง หรือร่วมจัดตั้งรัฐบาล เป็นแค่ข่าวที่บิดเบือนให้เกิดความ เสียหายกับพรรค ส่วนแกนนำพรรคที่ชนะเลือกตั้ง จะมีการประสานหรือหารืออะไรก็เรื่องของแกนนำ เราไม่ก้าวล่วงการจัดตั้งรัฐบาล” นายราเมศกล่าว
ย้ำเดินหน้าค้านแก้ ม.112
โฆษกพรรค ปชป. กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีการพาดพิงการทำงานของนายชวน หลีกภัย อดีตประธานสภานั้น ยืนยันว่าการทำหน้าที่ของนายชวน ที่ผ่านมา ทำได้อย่างสมบูรณ์ ตรงไปตรงมาและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ยึดหลักความเป็นกลางในการวินิจฉัยในที่ประชุม การกล่าวหาว่าทำไมไม่ร่วมผลักดันกฎหมายอาญาที่มีการยกเลิกมาตรา 112 นั้นหากร่างกฎหมายไม่ถูกต้อง แย้งกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ขัดแย้งกับการปฏิบัติหน้าที่ ประธานสภาไม่ได้ใช้อำนาจตามอำเภอใจ และนายชวนไม่เคยละเลยการรับฟังความเห็นประชาชนในการเสนอกฎหมาย
นายราเมศกล่าวต่อว่า เราเป็นห่วงเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 แม้ไม่ได้ระบุไว้ในเอ็มโอยู แต่ร่างดังกล่าวได้เสนอโดยพรรคก้าวไกลเมื่อ 25 มี.ค. 2564 ซึ่งบทบัญญัตินี้ ทางพรรคและฝ่ายกฎหมายได้รวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริง เพราะเป็นร่างที่เราเป็นห่วงมากที่สุด และเมื่อได้เสียงข้างมากเป็นรัฐบาล พรรคก้าวไกลอาจจะผลักดันแก้ไขมาตรา 112 ขอย้ำว่าพรรคจะร่วมต่อสู้คัดค้านมากที่สุด ไม่เช่นนั้นร่างกฎหมายฉบับนี้จะออกไปอย่างไม่ถูกต้อง
ไม่มีดีลพท.โหวตหนุนปธ.สภา
โฆษกพรรค ปชป. กล่าวต่อว่า กรณี ที่พรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล ยังมี ความขัดแย้งเรื่องการแย่งตำแหน่งประธานสภา เชื่อว่าใน 8 พรรคร่วมมีบุคคลที่ทำหน้าที่ได้ดี แต่จะเลือกใคร ก็เป็นเรื่องของแกนนำ จัดตั้งรัฐบาล พรรค ปชป.ไม่มีการเกี่ยวข้อง ส่วนที่นักวิชาการมองว่าน่าจะมีพรรคที่ 3 เข้ามาเป็นประธานสภานั้น ขึ้นอยู่กับแกนนำ จัดตั้งรัฐบาล อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ไม่มีการดีลจากพรรค พท. เพื่อขอให้พรรคประชาธิปัตย์ช่วยโหวตเลือกประธานสภาของพรรค พท. ซึ่งการโหวตนั้นต้องเป็นไปตามมติพรรค และขณะนี้พรรคอยู่ระหว่างการเลือกหัวหน้าพรรคและกก.บห.ชุดใหม่ จึงยืนยันว่าไม่มีการประสาน หรือพูดคุยกับฝ่ายใดทั้งสิ้น
ส.ว.สมชายลั่นเคารพไม่ลง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชาย แสวงการ ส.ว. โพสต์ภาพและข้อความลงเฟซบุ๊กสมชาย แสวงการ ระบุว่า “555 ว่าที่ท่านประธานสภาที่เคารพไม่ลง”
โดยภาพที่นายสมชาย โพสต์นั้น ระบุข้อความว่า คิดหนักมาก เปิดประชุมร่วมรัฐสภา ดูหน้ารายชื่อว่าที่ประธานสภาที่พรรคกร้าวเสนอ ไร้ฝีมือ ด้อยคุณภาพ ไม่ขอเรียกท่านประธานสภาที่เคารพแน่นอน กระดากปาก
‘ป้อม’ประเดิมลุยกำแพงเพชร
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หลังการเลือกตั้งว่า วันที่ 29 พ.ค. มีกำหนดการลงพื้นที่ตรวจราชการ ติดตามการบริหารจัดการน้ำและที่ดินทำกิน ที่จ.กำแพงเพชร มีนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ร่วมคณะ โดยนาย วราเทพ รัตนากร ในฐานะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพปชร. และหัวหน้าทีมเลือกตั้งจ.กำแพงเพชร จะนำว่าที่ส.ส. กำแพงเพชร ร่วมต้อนรับ โดย 4 ว่าที่ส.ส. กำแพงเพชรคือ นายไผ่ ลิกค์ นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ นายอนันต์ ผลอำนวย และนายปริญญา ฤกษ์หร่าย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประวิตรลงพื้นที่จ.กำแพงเพชร เป็นจังหวัดแรก และเป็นจังหวัดที่พรรค พปชร. ชนะเลือกตั้งได้ส.ส. ยกจังหวัด
วันนอร์ให้อภัย‘อัยย์’คดีหมิ่น
วันที่ 27 พ.ค. นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะโจทก์ ได้มอบหมายให้นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ทนายความ ฟ้องนายอัยย์ เพชรทอง เป็นจำเลยในข้อหาหมิ่นประมาท คดีหมายเลขดำที่ อ370/2566 ซึ่งเป็นคดีที่ 2 ที่ถูกฟ้อง โดยจำเลยโพสต์ใส่ร้ายในเฟซบุ๊กว่าโจทก์เป็นหัวหน้าโจร และกล่าวหาพรรคประชาชาติว่าเป็นพรรคโจร ซึ่งเป็นการปลุกปั่นสังคมด้วยข้อมูลเท็จ โดยโพสต์เผยแพร่ซ้ำๆ แม้จะถูกศาลตัดสินลงโทษ จำคุกรวม 8 ปีในคดีหมิ่นประมาทก่อนหน้านี้ไปแล้ว
ในวันนี้ศาลยะลานัดสืบพยาน ซึ่งนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา พร้อมทนายความและพยาน ได้เดินทางมาที่ศาล ขณะที่นายอัยย์ ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ต้องขังที่เรือนจำสงขลา ถูกเบิกตัวจากเรือนจำมาที่ศาล ท่ามกลางการดูแลของตำรวจ
นายกมลศักดิ์กล่าวว่า วันนี้นัดสืบพยานโจทก์ ซึ่งศาลได้เป็นตัวกลางเจรจาไกล่เกลี่ย ปรากฏว่านายอัยย์ ได้สำนึกผิด และยอมรับผิดในสิ่งที่ได้กล่าวหาว่าสิ่งที่โพสต์นั้นไม่เป็นความจริง และได้ขอโทษในห้องพิจารณาคดี ทางศาลได้บันทึกในรายงานกระบวนการพิจารณาว่าเขาได้ยอมรับผิด และกล่าวขอโทษต่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา และพรรคประชาชาติ นั่นหมายความว่าสิ่งที่เขากล่าวหาทั้งหมดไม่เป็นความจริง
ด้านนายมูฮัมหมัดรุสดี เชคฮารูณ รองโฆษกพรรคประชาชาติ ในฐานะพยานฝ่ายโจทก์ เปิดเผยว่า นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ไม่เคยคิดอาฆาตมาดร้ายต่อผู้ใดเลย แม้ท่านจะถูกใครกล่าวร้าย แต่กรณีนายอัยย์ มีพฤติกรรมยุยงปลุกปั่นให้สังคมขัดแย้งและแตกแยกทางศาสนา จึงมีความอันตรายต่อสังคมหากปล่อยไว้เช่นนี้ ท่านได้ฟ้องไปแล้วครั้งแรก คาดว่าจะสำนึกและขอโทษ แต่จำเลยไม่สำนึก จึงดำเนินการตามกระบวนยุติธรรม ต่อมาจำเลยยังไม่หยุดพฤติกรรม ยังคงโพสต์หมิ่นประมาทอย่างต่อเนื่อง จึงได้ฟ้องอีกคดี ซึ่งคราวนี้ศาลพยายามไกล่เกลี่ยและเห็นว่าจำเลยสำนึกผิด นายวันนอร์ จึงบอกว่าเมื่อคนสำนึกผิดแล้วก็ให้อภัย เพราะเห็นว่าจำเลยมีภรรยาและครอบครัวต้องดูแล หากสู้คดีแล้วศาลสั่งจำคุกเพิ่มก็จะไม่เป็นผลดีต่อครอบครัว นายวันนอร์จึงเมตตาและประนีประนอมยอมความ

ปลูกป่า – นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดงานวันป่าชายเลนแห่งชาติ พร้อมมอบหนังสืออนุมัติโครงการปลูกป่าชายเลน เพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิตสำหรับชุมชน แก่ผู้แทนชุมชน 16 ชุมชน ที่บ้านน้ำร้อน หมู่ 3 ต.ห้วยน้ำขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่
วราวุธเปิดงานวันป่าชายเลน
วันที่ 27 พ.ค. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นประธานจัดกิจกรรม “งานวันป่าชายเลนแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2566” ขึ้น ภายใต้คำขวัญ “ป่าชายเลนชุมชน คนดูแลป่า พัฒนาเศรษฐกิจ สร้างคาร์บอนเครดิต ลดวิกฤตโลกร้อน” เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยกับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน
โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส. นายสมชาย หาญภักดีปฏิมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ตลอดจนผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวง ทส. ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัด สมาชิกป่าชายเลนสำหรับชุมชนในพื้นที่ฝั่งอันดามัน ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน อาสาสมัครพิทักษ์ทะเล และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ณ บ้านน้ำร้อน หมู่ 3 ตำบลห้วยน้ำขาว อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่
ภายในงานได้มีการมอบหนังสืออนุมัติโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิตสำหรับชุมชน แก่ผู้แทนชุมชน จำนวน 16 ชุมชน พิธีเปิดป้ายป่าชายเลนสำหรับชุมชน เนื้อที่ 894 ไร่ บ้านน้ำร้อน จ.กระบี่ ซึ่งถือเป็นการเปิดป่าชายเลนสำหรับชุมชนครั้งแรกของกรม ทช. นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมปลูกป่าชายเลนและปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ อีกด้วย
นายวราวุธกล่าวว่า ป่าชายเลนนับว่าเป็นต้นกำเนิดของห่วงโซ่อาหารแห่งท้องทะเล เป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของมนุษย์ที่สามารถนำมารับประทานและขายเป็นรายได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เสมือนเกราะป้องกันคลื่นลมจากทะเลเป็นแนวกำบังภัยธรรมชาติ ช่วยป้องกันการพังทลายของชายฝั่งและรักษาสมดุลระบบนิเวศชายฝั่ง อีกทั้งยังเป็นแหล่งดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน โดยมีเหตุการณ์ต่างๆ มากมายที่เกิดจากการแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ เช่น อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้น เกิดแผ่นดินไหว ฝนตกน้ำท่วมฉับพลัน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล
ซึ่งประเทศไทยได้ประกาศเจตนารมณ์พร้อมยกระดับการแก้ไขปัญหา การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเต็มที่ด้วยทุกวิถีทาง เพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ.2050 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ได้ในปี ค.ศ.2065