เสี่ยสวนทุเรียนลากปืนลูกซองบุกโรงเรียนเอกชนดัง ทำน.ร.-ครูที่กำลังตั้งแถวหน้าเสาธงผวา ก่อนพาลูกชาย 8 ขวบ ขึ้นรถขับวนเวียนทั่วตลาดหลังสวน-ชุมพร ก่อนไป ซ่อนตัวที่บ้านพักในหมู่บ้านหรู ตร.ล้อมส่งพ่อแม่-ญาติกล่อมหลายชั่วโมงก่อนสบโอกาสบุกจับโดยไร้เหตุรุนแรง ที่แท้เสพยาจนหลอนเห็นทหารพม่าเอาเครื่องบินมาบุกเมือง เลยขนอาวุธไปพาลูกหลบหนี

เมื่อเวลา 07.50 น. วันที่ 29 พ.ค. พ.ต.อ.ฉลาด พลนาการ ผกก.สภ.หลังสวน จ.ชุมพร รับแจ้งเหตุจาก 191 ว่า มีผู้ปกครองสะพายปืนยาวเข้าไปรับลูกชายอายุ 8 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป.2/4 โรงเรียนภูบดินทร์พิทยาลัย ถนนประชาอุทิศ ต.ขันเงิน มีลักษณะไม่น่าไว้ใจ จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อม พ.ต.ท.ประพฤทธิ์ อันประสิทธิ์ รอง ผกก.ป. ตำรวจสายตรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และประสาน พ.ต.อ.ธานี นาคหกวิค ผกก.สส.บก.ภ.จว.ชุมพร นำชุดปฏิบัติการพิเศษราชเดชไปเสริมกำลังป้องกันเกิดเหตุร้าย

ที่เกิดเหตุเป็นโรงเรียนเอกชน มีผู้ปกครองหลายรายไปรับลูกหลาน หลังจากโรงเรียนแจ้งเหตุให้รับทราบ ส่วนผู้ปกครองที่สะพายปืนยาวรับลูกชายออกไปจากโรงเรียนแล้ว หลังจากครูในโรงเรียนพยายามพูดจาโน้มน้าวถ่วงเวลาอยู่ได้ไม่นาน เนื่องจากผู้ปกครองคนดังกล่าวเริ่มมีอาการหงุดหงิด แล้วสะพายปืนเดินเข้าไปจับมือลูกชายพาไปขึ้นรถยนต์ มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีขาว ทะเบียน กท 9164 ชุมพร ขับออกจากโรงเรียนไป

เจ้าหน้าที่รีบวิทยุสกัดตามเส้นทาง พบมุ่งหน้าออกไปถนนเอเชีย 41 กำลังตำรวจอีกชุดไปยังบ้านผู้ก่อเหตุภายในหมู่บ้านบ้านสวย พื้นที่ ม.4 ต.ท่ามะพลา อ.หลังสวน เป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียวทรงโมเดิร์นหลังใหญ่ อยู่ห่างจาก สภ.หลังสวน ประมาณ 2 กิโลเมตร แต่ไม่พบตัวผู้ปกครองและเด็ก เจ้าหน้าที่ติดตามหาตัวเพื่อช่วยเหลือลูกชายที่ถูกผู้ปกครองพาตัวหลบหนีออกจากโรงเรียน เนื่องจากมีพฤติกรรมเสพยาบ้าและเกิดอาการหลอน กลัวว่าจะเกิดเหตุร้ายทำอันตรายลูกชายตนเอง

ต่อมาตำรวจได้รับรายงานว่า ผู้ปกครองที่ก่อเหตุขับรถวนเวียนไปทาง อ.ละแม แล้ววกกลับมาในพื้นที่ อ.หลังสวน คาดว่าน่าจะไปบ้านย่าที่ ต.หาดยาย แต่ยังขับหลบหนีวนเวียนไปเรื่อยๆ ตำรวจต้องไล่ตามสกัดกันวุ่น แต่ไม่พบ กระทั่งผ่านไปนานกว่า 5 ชั่วโมง รับแจ้งว่าเป้าหมายขับรถยนต์วกกลับมาที่บ้านในหมู่บ้านบ้านสวย ที่อยู่ใกล้กับห้างสรรพสินค้าใหญ่ของ อ.หลังสวน

เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังเข้าปิดล้อมและนำตัวพี่ชายและแม่มาช่วยเจรจา ทราบ ผู้ก่อเหตุคือ นายจิระพงษ์ จันทร์ทอง อายุ 29 ปี เจ้าหน้าที่ใช้วิธีเจรจานานประมาณ 10 นาที แต่ไม่มีเสียงตอบรับออกมา พี่ชายจึงเข้าไปช่วยเจรจาภายในบ้าน โดยมีนายจิระพงษ์ยังเดินวนเวียนอยู่ภายในหน้าบ้านที่มีรั้วประตูปิดกั้น ส่วนลูกชายเข้าไปอยู่ในบ้านแล้ว ต่อมาพี่ชายผู้ก่อเหตุนำอาวุธปืนลูกซองยาวออกมามอบให้กับตำรวจ แล้วบอกว่าผู้ก่อเหตุมีท่าทีอ่อนลงแล้ว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังตรวจพบปืนลูกซองยาว 5 นัด วางอยู่ในรถที่จอดอยู่หน้าบ้านอีก 1 กระบอก โดยปืนทั้ง 2 กระบอกไม่ได้บรรจุกระสุนไว้

เจ้าหน้าที่ใช้เวลาเกลี้ยกล่อมกับผู้ก่อเหตุที่เข้าไปอยู่ในบ้านให้ออกมาพบกับเจ้าหน้าที่ แต่ยังไม่ยอมออกมา จากนั้นจึงใช้ยุทธวิธี ตามหลักสากลจากเบาไปหาหนัก พูดจา เกลี้ยกล่อมไปเรื่อย แต่ผู้ก่อเหตุยังเงียบไม่ตอบรับหรือยินยอมมอบตัวแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงวางแผนเตรียมนำกำลังบุกเข้าไปชาร์จจับ เพราะกลัวว่าผู้ก่อเหตุอาจจะทำร้ายลูกชายตนเอง แต่ญาติที่มาช่วยเจรจามีท่าทีไม่พอใจ เพราะกลัวว่าจะเกิดความรุนแรง เจ้าหน้าที่ต้องพูดจาต้องทำความเข้าใจ ก่อนบุกเข้าไปชาร์จจับกุมตัวไว้ได้สำเร็จ โดยไม่มีการต่อสู้ขัดขืนแต่อย่างใด ส่วนลูกชายวัย 8 ขวบ ที่อยู่ด้วยกันภายในบ้าน เจ้าหน้าที่ นำตัวออกมาได้อย่างปลอดภัย

เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายจิระพงษ์ไปสอบสวนที่ สภ.หลังสวน แต่ยังให้การวกวนพูดจาไม่รู้เรื่อง โดยอ้างว่าเป็นห่วงลูกชายหลังจากที่รู้ว่ามีรถรับส่งมารับลูกชายที่บ้านย่าเพื่อไปโรงเรียนตั้งแต่เช้าแล้ว แต่เห็นทหารพม่ากำลังบุกมาและได้ยินเสียงเครื่องบินมาด้วย ต้องรีบนำเอาอาวุธปืนไปรับลูกจากโรงเรียน เพื่อความปลอดภัยของลูก จากนั้นพาหลบหนีไปเรื่อย เนื่องจากในหัวมีแต่เสียงเครื่องบินบินตามอยู่ตลอดเวลา และยังบอกว่าระหว่างพาลูกหลบหนียังมาเจอสุนัขตัดหน้าและลอยเหินข้ามรถยนต์ตนอีก ทำให้เจ้าหน้าที่ถึงกับเวียนหัวไปตามๆ กัน เมื่อถามว่าเสพยาบ้าหรือไม่ นายจิระพงษ์ตอบว่าเมื่อวานเพิ่งจะเสพไป 2 เม็ด และเสพเป็นประจำ แต่วันนี้ยังไม่ได้เสพเลย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำตัวนายจิระพงษ์ส่งตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดที่ ร.พ.หลังสวน พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา พกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาไปในเมือง ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร ส่วนข้อหาอื่นอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน

พ.ต.อ.ฉลาดเผยว่า รับแจ้งจาก 191 ว่ามีชายคลุ้มคลั่งถือปืนเข้าไปในโรงเรียน ภูบดินทร์เพื่อมารับลูก และเข้าใจผิดคิดว่าลูกโดนรังแกจึงจะไปรับลูกกลับมาที่บ้าน โดยพาอาวุธปืนติดตัวไปด้วย ทำให้เกิดการแตกตื่นในโรงเรียน หลังได้รับแจ้งก็ส่งกำลังไปถึงภายใน 10 นาทีถึงที่โรงเรียน แต่ผู้ปกครองรายดังกล่าวพาลูกชายกลับบ้านแล้ว หลังจากรับลูกมาแล้วขับรถเวียนไปบริเวณตลาด อวยชัย 2 (บ้านพี่ชาย) เพื่อไปเจรจาอะไร บางอย่าง หลังจากนั้นตำรวจติดตามไป เมื่อชายดังกล่าวเห็นจึงได้ขับรถหลบหนีกลับไปยังที่บ้านพักที่หมู่บ้านบ้านสวย ต.ท่ามะพลา ระหว่างการติดตามไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ตำรวจนำทีมควบคุมพื้นที่อยู่บริเวณหน้าหมู่บ้าน พร้อมประสานให้พ่อแม่ของชายดังกล่าวมาช่วยเจรจาและบุกจับกุมได้ดังกล่าว

ด้าน พ.ต.อ.ธานีกล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ก่อเหตุพูดจาวกวน น่าจะเกิดจากหลอนยาเสพติด จากการตรวจสอบประวัติเคยถูกจับกุมเป็นผู้จำหน่ายยาบ้า ศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี 8 เดือน

หลอนยา – นายจิระพงษ์ จันทร์ทอง สะพายปืนลูกซองยาวเข้าไปในโรงเรียนใน อ.หลังสวน จ.ชุมพร ขอรับตัวลูกชายวัย 8 ขวบกลับบ้าน สร้างความตกใจแก่ครูและ ผู้ปกครองอย่างมาก ต่อมาตร.ตามจับตัวได้เบื้องต้นพบว่าหลอนยา เมื่อวันที่ 29 พ.ค.

สำหรับนายจิระพงษ์ จันทร์ทอง มีอาชีพเป็นเจ้าของสวนทุเรียนประมาณ 10 ไร่ เป็นคนมีฐานะดี ซื้อบ้านเดี่ยวหลังสวยงามอยู่ในหมู่บ้านบ้านสวย ตามลำพังคนเดียว ส่วนภรรยาเลิกกันได้ประมาณ 1 ปี ส่วนลูกชาย วัย 8 ขวบอาศัยอยู่กับย่า ห่างจากบ้านผู้ก่อเหตุประมาณ 10 กิโลเมตร และผู้ก่อเหตุรักลูกชายตนเองมาก มักจะไปเยี่ยมและพาลูกชายมาอยู่ด้วยที่บ้านเป็นประจำ เมื่อเกิดอาการหลอนยาบ้าจึงเป็นห่วงลูกชาย แล้วรีบบุกไปที่โรงเรียนพาลูกชายจะกลับบ้านดังกล่าว

วันเดียวกัน โรงเรียนที่เกิดเหตุออกแถลงการณ์เหตุฉุกเฉิน ฉบับที่ 1/29-5-66 ระบุว่า ทางโรงเรียนภูบดินทร์พิทยาลัย ขออนุญาตแถลงการณ์ชี้เป็นประเด็นต่างๆ ดังนี้

1.ผู้ก่อเหตุคือผู้ปกครองของนักเรียนของสถานศึกษา และได้มีการนำอาวุธเข้ามาภายในโดยการปกปิด เสมือนหนึ่งไม่มีอาวุธ

2.จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นักเรียนไม่ได้ถูกจับเป็นตัวประกัน แต่เป็นบุตรผู้ก่อเหตุ ซึ่งผู้ก่อเหตุต้องการมารับบุตรของตน

3.เนื่องจากคณะครูบุคลากรได้จัดการความปลอดปลอดภัยตาม CODE 3 จากคลิปภาพจึงไม่มีนักเรียนคนใดปรากฏในเหตุการณ์ เนื่องจากคณะครูและบุคลากรได้ปฏิบัติการตามมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

4.จากภาพผู้ก่อเหตุไม่พบนักเรียนจึงเอาอาวุธมาขู่

5.สถานการณ์ดังกล่าวได้มีการควบคุมและคลี่คลายและติดตามโดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ท่านศึกษาธิการจังหวัดชุมพร ท่านนายอำเภอหลังสวน ท่านผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรหลังสวน

และ 6.ขอขอบพระคุณคณะครูและบุคลากรของเราทุกคนที่จัดแนวทางความปลอดภัยตามระบบ Code 3 จนทุกคนปลอดภัย

ดร.ปุณพร ชินบุรารัตน์ หนึ่งในทีม ผู้บริหารของโรงเรียนดังกล่าว เผยว่า ช่วงเวลา 08.00-08.30 น. ขณะที่นักเรียนและคณะครูกำลังเข้าแถวที่หน้าเสาธง มีครูสังเกตชายคนหนึ่ง ถือห่อผ้ามีพานท้ายปืนโผล่ออกมาจึงส่งสัญญาณโค้ด 3 หมายถึงเหตุฉุกเฉิน ทำให้คณะครูทราบทันทีว่ามีเหตุร้าย จึงรีบนำนักเรียนเข้าห้องเรียนและล็อกประตูทันที พร้อมทั้งแจ้งเหตุไปยัง สภ.หลังสวน

“ครูของโรงเรียนเข้าไปถามชายคนดังกล่าวว่า ต้องการอะไร ชายคนดังกล่าวอายุไม่เกิน 50 ปีตอบว่า ต้องรับตัวลูกชายกลับ จึงประสานงานจนพบตัวลูกชาย และรับลูกชายกลับไป เหตุการณ์เกิดขึ้นเพียง 10 นาที ต่อมาตำรวจเดินทางมาถึงและตรึงกำลังในพื้นที่โรงเรียน โดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ หรืออันตรายแต่อย่างใด นอกจากความแตกตื่น ส่วนเรื่องอื่นๆ ขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ” ผู้บริหารโรงเรียนกล่าวในท้ายที่สุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน