เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม และอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า การพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ได้ยินกัน ส่วนใหญ่เป็นภาคทฤษฎี วันนี้จึงอยากนำภาคปฏิบัติมาอธิบายแบบง่ายๆ ให้เข้าใจ ทะเลสาบสงขลามีผู้คนอาศัยอยู่มากมาย จึงมีโครงการสร้างสะพานที่จะช่วยเดินทางสัญจร โครงการดังกล่าวผ่านอีไอเอแน่นอนเพราะคนในพื้นที่ล้วนได้ประโยชน์ แต่การสร้างต้องใช้เงินมหาศาล จึงจำเป็นต้องกู้เงินจากแหล่งทุนต่างประเทศ

ข้อกังวลของแหล่งทุนคือในทะเลสาบสงขลามีโลมาอิรวดีอาศัยอยู่ เป็นโลมาน้ำจืดฝูงสุดท้ายของไทย และมีจำนวนเหลือน้อยมาก การให้กู้เงินมาเพื่อสร้างอะไรสักอย่าง แต่อาจ ส่งผลกระทบต่อสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ถือเป็นความเสี่ยงของผู้ให้ทุน โลกนี้ยังมีคนอยากกู้อีกเยอะ ไม่จำเป็นต้องเป็นประเทศไทยเท่านั้น ไปให้กู้ในที่อื่นซึ่งไม่เสี่ยงดีกว่าไหม นั่นคือที่มาของการทำงานอย่างต่อเนื่องในการอนุรักษ์โลมาอิรวดีในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา กล่าวได้ว่า หากไม่มีโครงการสะพาน ก็ไม่มีศูนย์อนุรักษ์โลมา ไม่มีเรือลาดตระเวนลำใหม่ ไม่มีการออกสำรวจวิจัยอย่างต่อเนื่อง ทุกคนรักโลมา แต่พอมาถึงเรื่องเงินงบประมาณ คำว่ารักคงยังไม่พอ มันเป็นเช่นนั้นทุกที่ ไม่ใช่เฉพาะแต่โลมา แต่เมื่อมีโครงการสร้างสะพาน มีการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานผู้สร้างและหน่วยงานผู้ดูแล หลายเรื่องมัน จึงวิ่งฉิว

ดร.ธรณ์ระบุอีกว่า กลางเดือนหน้า แผนอนุรักษ์โลมาทะเลสาบจะเข้าคณะทำงานสัตว์หายากเพื่อพิจารณา ก่อนส่งต่อไปตามลำดับขั้นตอน เพื่อเป็นหลักฐานว่าไทยเอาจริงในเรื่องนี้ การพิจารณาให้เงินกู้จะทำไปควบคู่กัน โดยดูจากความจริงจังของไทย ผลสุดท้ายเป็นอย่างไรยังไม่สามารถตอบได้ แต่ตอบได้ ณ ตอนนี้ว่านี่แหละคือการเริ่มต้นที่แท้จริงของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผลสำเร็จไม่ใช่บันทึกการประชุม ไม่ใช่เพียงแค่พูดๆ ฟังๆ ผลสำเร็จคือการพบเจอน้องโลมาอีกครั้ง สำรวจพบล่าสุด เมื่อ 3 วันก่อน ขอบคุณทุกท่านที่ช่วยกันทุกทาง เพื่อรักษาน้อง 14 สุดท้าย ให้คงอยู่คู่เลสาบตลอดไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน