ฆ่าเจ้าของบ้าน เค้นสอบ-ส่งขัง ลูกสาวรับศพแม่กลับไปปราจีนฯ
ตร.ตั้ง 3 ข้อหาหนัก ลุงคลั่งยิงสาวเจ้าของบ้านคนใหม่ดับคาหมู่บ้านที่ธัญบุรี ปทุมธานี มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่น พยายามฆ่าเจ้าหน้าที่และพ.ร.บ.อาวุธปืน ลูกเข้าเยี่ยม ตร.สอบปากคำทั้งพ่อ-ลูก เตรียมส่งฝากขังศาลธัญบุรี ลูกสาวเหยื่อลุงคลั่งเศร้า ไปรับศพแม่ที่ ร.พ.ธรรมศาสตร์ฯ กลับไปทำพิธีวัดบ้านเกิดศรีมหาโพธิ ปราจีนบุรี แม่เผยช็อกจนเป็นลมรู้ว่าลูกถูกยิงเสียชีวิต เพิ่งมาหาบอกจะกลับมาทำบุญงานบวช ด้านอธิบดีกรมบังคับคดีชี้แจง ถ้าเจ้าของเดิมไม่ยอมย้ายออก ผู้ซื้อ ขอหมายบังคับคดีขับไล่ได้ ถ้ายังดื้อดึง ให้รายงานศาลออกหมายจับ หรือจัดเจรจาไกล่เกลี่ย
จากกรณีนายเดชา หรือบัง พยัคฆะ อายุ 66 ปี ก่อเหตุยิง น.ส.กมลพร ดอนทอง อายุ 52 ปี ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง หน้าบ้าน เลขที่ 39/1706 ซอย 42 หมู่ 1 ต.บึงน้ำรักษ์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เหตุเกิดเมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 30 พ.ค. ที่ผ่านมา โดย น.ส.กมลพร ได้ซื้อบ้านหลังดังกล่าวจากกรมบังคับคดีแล้ว และเป็นคดีความ มีหมายศาลจังหวัดธัญบุรี มาติดอยู่ที่หน้าบ้าน ขณะที่นายเดชา ผู้ก่อเหตุ ที่เป็นเจ้าของบ้านเดิมไม่ยอมย้ายออกไป โดยอยู่อาศัยที่บ้านหลังนี้มา 20 ปีแล้ว อ้างว่าถูกธนาคารแห่งหนึ่งโกง จึงไม่พอใจที่ผู้เสียชีวิตพยายามเข้ามาเจรจาขอให้ย้ายออก และเข้ามาตัดต้นไม้ในบ้านอีก จนกระทั่งเกิดอาการคลุ้มคลั่ง คว้าปืนออกมาไล่ยิง น.ส.กมลพร ที่มากับลูกสาว จน น.ส.กมลพรเสียชีวิต
หลังก่อเหตุ นายเดชาได้เข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ในบ้าน ไม่ยอมออกมามอบตัวกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะที่ พ.ต.อ.จิรวัฒน์ เปี่ยมปิ่นเศรษฐ ผกก.สภ.ธัญบุรี ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าปิดล้อมบริเวณโดยรอบบ้านหลังดังกล่าว เพื่อป้องกันอันตรายให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้าน และพยายามเจรจาเกลี้ยกล่อมให้มอบตัว โดยติดต่อลูกสาวมาให้ช่วยเกลี้ยกล่อมด้วย แต่ก็ยังไม่เป็นผล กระทั่งเวลา 17.15 น. เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี 6 นาย พร้อมอาวุธครบมือและ โล่กันกระสุน ได้บุกเข้าไปเปิดประตูเหล็กหน้าบ้านเพื่อจับกุมตัว แต่นายเดชาได้ใช้อาวุธปืนยิงสวนออกมา กระสุนถูกโล่และหมวก เจ้าหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องล่าถอยออกมา และปรับแผนในการเข้าไปจับกุมตัวใหม่
ในที่สุด เวลา 20.30 น. หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจปิดล้อมนานเกือบ 8 ชั่วโมง นายเดชาได้ยอมวางอาวุธปืนแล้วออกมามอบตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.ธัญบุรี ตามข่าวที่เสนอมานั้น

มือยิง – ตำรวจธัญบุรี จ.ปทุมธานี นำนายเดชา พยัคฆะ อายุ 66 ปี สอบปากคำคดียิงน.ส.กมลพร ดอนทอง อายุ 52 ปี เสียชีวิต ขณะผู้ตายมาเจรจาให้ย้ายออกจากบ้านที่ซื้อขาดจากกรมบังคับคดีขายทอดตลาด เมื่อ 31 พ.ค.
ความคืบหน้า เวลา 10.00 น. วันที่ 31 พ.ค. ที่ สภ.ธัญบุรี (คลองหก) จ.ปทุมธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ลูกสาวและลูกชายสองคนของ นายเดชา หรือบัง ผู้ต้องหาคลั่งก่อเหตุใช้ อาวุธปืน ขนาด .38 รัวยิง น.ส.กมลพร เสียชีวิต พร้อมทนายความเดินทางเข้าเยี่ยมนายเดชา จากนั้น ร.ต.อ.สริพงษ์ อภิวัน รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ธัญบุรี ได้เชิญลูกพร้อมทนายไปสอบสวนเพิ่มเติม
ร.ต.อ.สริพงษ์กล่าวว่า วันนี้จะนำตัว นายเดชามาสอบสวนเพิ่ม พร้อมทนายความและผู้ไว้วางใจที่ผู้ต้องหาขอ ซึ่งเมื่อคืนที่ ผ่านมา ผู้ต้องหามีอาการเครียด แต่ไม่มากนัก และวันนี้ลูกชายกับลูกสาวมาเยี่ยมตั้งแต่ เช้าแล้ว ทำให้ผู้ต้องหามีอาการผ่อนคลายขึ้น หากวันนี้สอบปากคำเสร็จจะนำฝากขังที่ ศาลจังหวัดธัญบุรี โดยได้แจ้งข้อหานายเดชา ฆ่าผู้อื่น พยายามฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ และเรื่อง พ.ร.บ.อาวุธปืน จากนี้ ถ้ามีความผิดอื่นจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป ส่วนด้านของผู้เสียชีวิตนั้น ได้สอบปากคำทายาท พร้อมกับพยานแวดล้อมไปแล้ว เมื่อวานนี้
ด้านนางกาญจนา โตโคกสูง อายุ 51 ปี พร้อมด้วยนายอนันต์ โตโคกสูง อายุ 52 ปี น้องสาวกับน้องเขย น.ส.กมลพร ที่เสียชีวิต ได้เดินทางมาที่นิติเวช ร.พ.ธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อขอรับศพ น.ส.กมลพร
น้องสาวกับน้องเขยของ น.ส.กมลพร เผยว่า ปกติพี่สาวเป็นคนใจดี และได้ไกล่เกลี่ยไปแล้วกับทางเจ้าของบ้านเก่า ซึ่งได้ไปกรมบังคับคดี และสิ้นสุดคดีไปแล้ว ขณะที่ทางมือปืนก็รับเงินไปเป็นหมื่นบาทแล้ว ซึ่งได้ซื้อขายบ้านตั้งแต่ปี 2565 แล้ว และทางพี่สาว ก็เคยถามกับมือปืนว่ามีที่อยู่ไหม ถ้าไม่มีที่อยู่ก็จะได้หาให้ ซึ่งทางมือปืนบอกว่าถ้าจะให้ เขาออกจากบ้านก็เอาหมายศาลมา ซึ่งทาง พี่สาวก็เอาไปให้เขาดูแล้ว วันเกิดเหตุพี่สาวชะล่าใจ จึงเดินทางไปกับลูกสาว เพราะไม่อยากไปกับตำรวจ โดยนำเอกสารไปให้เจ้าของ บ้านเก่าดู ซึ่งแพทย์ระบุว่า สาเหตุการเสียชีวิตบาดแผลกระสุนปืนทะลุศีรษะและทรวงอก หลังจากรับศพพี่แล้วจะไปตั้งบำเพ็ญกุศล ที่วัดหนองโพรง ต.หนองโพรง อ.ศรีมหาโพธิ์ จ.ปราจีนบุรี
ต่อมาที่วัดหนองโพรง จ.ปราจีนบุรี ทางบรรดาแม่และญาติๆ ของ น.ส.กมลพร ได้เดินทางมาจัดเตรียมสถานที่เพื่อจัดงานบำเพ็ญกุศลศพ ที่ศาลาธรรมสังเวช โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า แม่และญาติๆ มานั่งรอรับศพลูกสาว จากนั้น เวลา 12.00 น. ร่างของ น.ส.กมลพรก็มาถึงที่วัด และมีกำหนดการรดน้ำศพเวลา 16.00 น.
นางขาว ดอนทอง อายุ 74 ปี แม่ของ น.ส.กมลพรกล่าวว่า ยังช็อกกับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น ก่อนวันเกิดเหตุที่ลูกสาวจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ยังได้คุยกันว่าจะมาทำบุญ บวชนาคที่วัดนี้ จากนั้นเมื่อวานนี้มีคนโทรศัพท์มาบอกว่าลูกถูกยิงเสียชีวิต ทำให้ตนช็อก เป็นลม โดยลูกสาวทำงานเกี่ยวกับการซื้อบ้านขาย ทำมาแล้วหลายปี ส่วนคดีความเกี่ยวกับผู้ก่อเหตุนั้น ตนไม่ทราบเกี่ยวกับ ข้อกฎหมาย ให้เป็นการดำเนินการของทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนเรื่องศพของลูกสาว จะตั้งสวดอภิธรรมเป็นเวลา 9 วัน
ด้านนางทัศนีย์ เปาอินทร์ อธิบดีกรมบังคับคดี ชี้แจงว่า กรณีที่ผู้ซื้อทรัพย์ได้จากการ ขายทอดตลาดของกรมบังคับคดี โดยได้ชำระราคาค่าซื้อทรัพย์ และได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ณ สำนักงานที่ดินแล้ว หากผู้ซื้อพบว่าเจ้าของเดิม และบริวารยังอาศัยอยู่ ในทรัพย์ดังกล่าว ผู้ซื้อสามารถร้องขอต่อศาล เพื่อขอให้ศาลมีหมายบังคับคดี ขับไล่เจ้าของเดิมและบริวารออกจากทรัพย์ดังกล่าวได้ โดยไม่ต้องฟ้องเป็นคดีใหม่ แต่หากเจ้าของเดิมและบริวารยังไม่ย้ายออก ผู้ซื้อทรัพย์ ก็ยื่นคำร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานศาลขอให้ออกหมายจับเจ้าของเดิมและบริวาร ซึ่งเป็นขั้นตอนตามที่กฎหมายบัญญัติไว้
นางทัศนีย์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ หากผู้ซื้อทรัพย์ประสงค์ที่จะขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเชิญเจ้าของเดิมมาเจรจาหาทางออกร่วมกันก็ทำได้ ขณะเดียวกัน เจ้าของเดิม ก็ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจัดเจรจา ไกล่เกลี่ยกับผู้ซื้อทรัพย์ได้เช่นกัน ซึ่งวิธี ดังกล่าวอาจนำไปสู่การระงับข้อพิพาท ด้วยความสมานฉันท์ และเป็นที่พอใจของ ทุกฝ่ายได้โดยไม่ต้องดำเนินการบังคับคดี ต่อไป ทั้งนี้ หากต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดี หรือขั้นตอนในการบังคับคดี สอบถาม เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ ที่สำนักงานบังคับคดีทั่วประเทศ หรือสอบถามที่สายด่วนบังคับคดี โทร.1111 ต่อ 79 หรือค้นหาข้อมูลได้จาก www.led.go.th