เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภาค 5 สั่งการบก.สส.บช.ภาค 5 สืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภูธรภาค 5 จนกระทั่งได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีกลุ่มคนมีพฤติกรรมรับสมัครพนักงานทำงานในลักษณะหลอกลวงเอาทรัพย์สินของผู้อื่น โดยใช้อาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงรายเป็นสถานที่ทำงาน

จากนั้นเจ้าหน้าที่ขอหมายค้นจากศาลจังหวัดเชียงรายเพื่อเข้าตรวจค้นที่อาคารหลังดังกล่าว พบคนไทย 8 คน ทำหน้าที่เป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์ และมีหน้าที่ทำเฟซบุ๊กปลอมแช็ตกับเหยื่อคนไทย และพบคนจีน 1 คนเป็นนายจ้างคอยสั่งการ จากการตรวจสอบไม่มีเอกสารหนังสือเดินทาง จึงตรวจยึดเครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ และจับกุมผู้กระทำความผิดนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ทราบว่าผู้ต้องหากลุ่มนี้มีรูปแบบในการกระทำความผิด คือคนจีนจะให้พนักงานคนไทยสมัครเฟซบุ๊กปลอม ให้มีโปรไฟล์ดี หน้าตาดี และทำกลุ่มในโปรแกรมเฟซบุ๊กชื่อทำบุญออนไลน์ และเพจทัวร์บุญ พนักงานคนไทยจะใช้โปรไฟล์ปลอมเข้าไปคุยไปกดไลก์ในกลุ่มดังกล่าว เพื่อล่อลวงบุคคลทั่วไปที่เข้ามาเกิดความเชื่อถือ และพูดคุยกับเหยื่อในแนวทางชู้สาวจนสนิทใจกันแล้ว จะหลอกเหยื่อที่เข้ามาคุยให้โอนเงินทำบุญตามสถานที่ต่างๆ และให้ดาวโหลดแอพพลิเคชั่น ซึ่งนำเอาภาพสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ใน จ.เชียงราย มาใส่ในแอพฯ เพื่อหลอกให้คนทำบุญออนไลน์ด้วย จากนั้นจะหลอกคุยกับเหยื่อเรื่อยๆ เพื่อหลอกให้โอนเงินเข้าแอพฯ โดยผ่านบัญชีธนาคาร ซึ่งเป็นม้า และจะมีคนจีนคอยใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมดูแลหลังบ้านของแอพฯ ดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีข้อหาซ่องโจร ฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ส่วนคนจีนที่เป็นนายจ้างไม่มีหลักฐานการเดินทางเข้าประเทศไทยนั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบ หากพบว่าเข้าประเทศมาโดยผิดกฎหมายจะถูกดำเนินคดีเพิ่มเติม และนำส่งเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเพื่อผลักดันออกนอกประเทศต่อไป รวมทั้งจะติดตามจับกุมผู้รับจ้างเปิดบัญชีม้า ซิมโทรศัพท์ม้าต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน