กกต.ถกสัปดาห์นี้-คะแนนเขย่ง นับแต้มปาร์ตี้ลิสต์ใหม่บางหน่วย นิด้าโพลชี้ 1ปี‘ชัชชาติ’เรตติ้งลด

‘อุ๊งอิ๊ง’ ยืนยัน ‘ทักษิณ’ กลับเมืองไทย เดือนก.ค.นี้ อยากไปรับพ่อบินกลับมาสู่มาตุภูมิด้วยตัวเอง เผยใช้เวทีพรรคพูดคุยรายละเอียดกับก้าวไกล ด้าน‘ประเสริฐ’ ระบุหากว่าที่ส.ส.‘เพื่อไทย-ก้าวไกล’ถูกฟัน ไม่กระทบตั้งรัฐบาล ด้านเลขาฯก้าวไกล แจงคืบหน้าเจรจาส.ว. ทิศทางเป็นบวก ‘พิธา’มั่นใจตั้งรัฐบาลได้แน่ ย้ำพร้อมแจงหุ้นสื่อ ปัดเทขายทิ้งแล้ว ขณะที่‘จุรินทร์’ ป้อง‘บิ๊กตู่-ครม.’ ยังไม่เก็บของ เพราะต้องรอครม.ใหม่ถวายสัตย์ก่อน สำนักงานกกต. จ่อชงชุดใหญ่ สั่งนับคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ บางหน่วยใหม่ หลังพบคะแนนเขย่ง พร้อมเร่งสอบ 280 เรื่องร้องคัดค้าน ‘ชัชชาติ’ น้อมรับนิด้าโพลชี้คนกรุงพอใจลดลง เร่งปรับปรุงการทำงาน เตรียม 17 ประเด็น ถก‘พิธา’แก้ปัญหาคนกรุง

พิธาเชื่อตั้งรัฐบาลจบด้วยดี
เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ที่ลานกิจกรรมสยามดิสคัฟเวอรี่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมกิจกรรม Bangkok Pried Parade 2023 ถึงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาล โดยเฉพาะตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า มีความคืบหน้าเรื่อยๆ โดยวันอังคารที่ 6 มิ.ย.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการประสานงาน โดยจะพูดคุยถึงปัญหาพลังงานเป็นหลัก และจะได้เคาะคณะทำงานเพิ่ม จากนั้นในวันที่ 7 มิ.ย.จะประชุมหัวหน้าพรรค ส่วนการเจรจาก็เป็นไปตามที่ได้แถลงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เข้าใจว่ามีความคืบหน้าพอสมควร และบริบทก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ซึ่งต้องใช้เวลาในการพูดคุยกันอย่างมีวุฒิภาวะ และคิดว่าสักวันหนึ่งจะจบลงด้วยดี ไม่มีปัญหา ไม่ทำให้เรา เสียสมาธิในการแก้ปัญหาของประชาชน

พร้อมแจงหุ้นสื่อ-ปัดเทขายแล้ว
เมื่อถามถึงการเตรียมชี้แจงกรณีหุ้นสื่อ นายพิธากล่าวว่า ตนพร้อมชี้แจง ทั้งในเรื่องหลักฐานและหลักกฎหมาย อย่างที่ตนบอกว่ายังไม่มีการติดต่อมาจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้วยซ้ำ ไม่รู้กันว่าเขาสงสัยกันประเด็นใด รอให้มีเอกสารมาก็จะทำเอกสารชี้แจงกลับ ให้ความร่วมมือที่จะทำให้เขาเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่บริสุทธิ์ และคงไม่มีอะไรทำให้การตั้งรัฐบาลสะดุดลงได้ เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่านายพิธาเทขายหุ้นไปแล้ว นายพิธากล่าวว่า ต้องรอดูเอกสาร

เมื่อถามถึงนายสาธิต ปิตุเตชะ รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ตั้งคำถามกรณีพรรคก้าวไกลไม่เอาพรรคชาติพัฒนากล้า เพราะเคยโหวตให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แต่จับมือกับส.ส.หลายคนที่เคยโหวตให้พล.อ. ประยุทธ์เช่นกัน นายพิธากล่าวว่า ตนคงคอมเมนต์ไม่ได้ เพราะยังไม่ได้ดูรายละเอียด ไม่เช่นนั้นจะเข้าใจกันผิดพลาด เป็นเรื่องเป็นราวกันใหญ่ คนจะเป็นผู้นำของประเทศได้ ต้องรอดูก่อนว่ารายละเอียดมันเป็นอย่างไร ไม่อย่างนั้นคอมเมนต์ผิดจะเป็นเรื่องใหญ่

แย้มคุยส.ว.-ทิศทางบวก
นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ประสานงานจัดตั้งรัฐบาล กล่าวถึงความคืบหน้าการเจรจากับส.ว.เพื่อขอเสียงสนับสนุนโหวตนายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ว่า สถานการณ์ขณะนี้ยังเป็นไปในทิศทาง ที่ดี โดย ส.ว.หลายท่านก็เข้าใจเจตนาของเรา คลายความกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ แม้จะมีข่าวว่า ส.ว.แสดงความคิดเห็นในทิศทางไม่เห็นด้วยกับพรรคก้าวไกล แต่นั่นเป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล ไม่ได้สะท้อนความคิดเห็นของทั้ง ส.ว.ส่วนใหญ่ ดังนั้น อย่าเพิ่งเหมารวม หรือสรุปว่าเป็นความคิดเห็นของ ส.ว. เพราะส่วนใหญ่กำลังพิจารณาอยู่ ยังไม่ได้สรุปว่าจะมีท่าทีอย่างไร

ไพรด์ 2023 – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ พท. และนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมนางชฎาทิพ จูตระกูล ซีอีโอบริษัทสยามพิวรรธน์ โบกมือต้อนรับขบวนพาเหรดสีรุ้ง ขณะเคลื่อนผ่านศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.

อิ๊งยินดีร้องเพลงกับพิธา
ที่ลานกิจกรรมสยามดิสคัฟเวอรี่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมแกนนำพรรคเพื่อไทย เข้าร่วมกิจกรรม Bangkok Pried Parade 2023

น.ส.แพทองธารให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยกับนายพิธา หรือไม่ นอกเหนือจากที่ ได้แสดงความยินดีหลังรู้ผลการเลือกตั้งว่า ยังไม่ได้คุย คิดว่านายพิธา คงยุ่งอยู่ และตนก็ยุ่งเช่นกัน ที่ผ่านมาก็เลี้ยงลูก แต่ได้ติดตามข่าวมีความเคลื่อนไหวอย่างไรก็เอาใจ ช่วยตลอด

เมื่อถามว่างานในวันนี้ เหมือนเป็นงานแรกที่ได้พบกับนายพิธา น.ส.แพทองธารกล่าวว่า จริงๆ อยากมาร่วมตั้งนานแล้ว แต่บังเอิญโอกาสเหมาะพอดีในเรื่องการ จัดเวลาของตนเองด้วย จึงขอทางพรรคมาร่วมด้วยซึ่งตนอยากมา ส่วนจะถือโอกาสนี้พูดคุยเกี่ยวกับการทำงานร่วมกันกับนายพิธาหรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า วันนี้ถ้าเจอก็คงจะทักทายก่อน ส่วนรายละเอียดการทำงานจะคุยผ่านทางพรรคเป็นหลักมากกว่า ซึ่งตนรู้จักกับนายพิธา มานานอยู่แล้ว ฉะนั้น เจอก็ทักทายกันแน่นอน

เมื่อถามว่าหากนายพิธาจะร้องเพลงขอให้เหมือนเดิมด้วยกันจะร้องด้วยหรือไม่ น.ส.แพทองธารหัวเราะก่อนตอบว่า “ปราศรัยน่าจะง่ายกว่า เผอิญเสียงไม่ค่อยดี แต่ถ้าจะให้ร้องด้วยก็ยินดี”

ย้ำ‘ทักษิณ’กลับไทยเดือนก.ค.
เมื่อถามถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีต นายกฯ ระบุว่าจะเดินทางกลับประเทศ ไทยเมื่อไหร่ ให้ถามน.ส.แพทองธาร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าวันไหน แต่ถ้าทราบแล้วนักข่าวไม่พลาดอยู่แล้ว ตนจะมาบอกแน่นอน ซึ่งเห็นว่ากำหนดไว้ภายใน เดือน ก.ค.

เมื่อถามว่ามีการวางแผนเดินทางกลับประเทศไทยอย่างไร น.ส.แพทองธารกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า “ไปรับดีหรือไม่ ถ้าถามในฐานะลูกก็อยากไปรับเอง ไม่ได้อยากรอรับที่นี่ จะได้กลับมาพร้อมกัน คิดแล้วก็ตื่นเต้น แต่หากทราบอะไรมากกว่านี้แล้วจะมาบอก”

เมื่อถามย้ำว่านายทักษิณจะกลับมาภายในเดือน ก.ค.ใช่หรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ตนเคารพการตัดสินใจของพ่อ ฉะนั้น จะเป็นอย่างไรตนก็ให้กำลังใจเต็มที่ แบบไหนก็ได้

พท.จ่อโชว์วิสัยทัศน์พลังงาน
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานของพรรคร่วมรัฐบาลขณะนี้ว่า ในวันที่ 6 มิ.ย. คณะกรรมการประสานงานชุดเปลี่ยนผ่าน จะประชุมร่วมกันที่พรรคเพื่อไทย เวลา 10.30 น. เพื่อหารือลงรายละเอียดเรื่องต่างๆ ส่วนวันที่ 7 มิ.ย. จะประชุมระดับหัวหน้าพรรค เพื่อติดตามวาระงานต่างๆ ว่ามีความคืบหน้ามากน้อยแค่ไหน เพราะพรรคก้าวไกลได้วางกฎเกณฑ์เอาไว้ ว่าจะใช้วาระงานเป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งการประชุมวันที่ 6 มิ.ย. จะเป็นความคืบหน้าในวันที่ 7 มิ.ย.ด้วย ทั้งนี้ คณะกรรมการเปลี่ยนผ่านเบื้องต้นจะมี 7 คณะ แต่ในการประชุมวันที่ 6 มิ.ย. อาจจะเพิ่มภารกิจต่างๆ มากขึ้น

นพ.ชลน่านกล่าวว่า เบื้องต้นใน 7 ภารกิจหลักแต่ละพรรคจะส่งตัวแทนเข้ามาหารือ ซึ่งพรรคเพื่อไทยก็เตรียมความพร้อมส่งไปร่วมด้วย ทั้งนี้ มีหลายเรื่องที่เป็นเรื่องเร่งด่วนจำเป็น โดยเฉพาะผลกระทบจากราคาพลังงาน ซึ่งจะมีข้อเสนอเชิงวิสัยทัศน์ออกมาในวันดังกล่าว แต่ไม่ได้บีบบังคับรัฐบาลรักษาการชุดปัจจุบันให้ปฏิบัติตาม หากเขาเห็นว่าสิ่งที่เรานำเสนอเป็นประโยชน์ก็เป็นแนวทางที่ดีที่ควรนำไปปรับใช้

เชื่อกกต.รับรองไม่เกินกลางมิ.ย.
ส่วนความคืบหน้าเรื่องการรับรองส.ส. ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นั้น นพ.ชลน่านกล่าวว่า กกต.มีกรอบเวลาการรับรองส.ส. ถึงวันที่ 13 ก.ค. ฉะนั้น จะต้องรับรองโดยเร็วภายในกรอบ 60 วัน ซึ่งเลขาธิการกกต.ระบุว่าจะรับรองส.ส.ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิ.ย. ส่วนตัวเชื่อว่าจะดำเนินการได้เร็ว คาดว่าภายในกลางเดือนนี้จะเห็นผลได้ชัดเจน

ลั่นฟัน 20 ส.ส.ไม่กระทบตั้งรบ.
ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขา ธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีมีกระแสข่าวอาจมีว่าที่ 20 ส.ส. ที่ถูกกกต.ฟัน หากเป็นว่าที่ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล จะกระทบกับต่อการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ว่า ยังไม่อยากคิดถึงขั้นนั้น แต่หากเกิดขึ้นจริง ก็คงไม่กระทบ และไม่เป็นอุปสรรคในการจัดตั้งรัฐบาล

ทั้งนี้ อย่างน้อย กกต.ต้องรับรองส.ส.ให้ได้ 95% ก่อน เท่ากับ 475 คน หากขาดไป 20 คน ก็อาจจะทำให้อะไรเปลี่ยนไปบ้างนิดหน่อย ส่วนในกรณีที่มีการเลือกตั้งใหม่ กกต.คงจะจัดให้มีการเลือกตั้งเร็ว และมั่นใจว่าประชาชนจะยังเลือกฝั่งเราอยู่

‘อิ๊ง’นำพท.ไว้อาลัยเสื้อแดงวัดปทุม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นเวลา 18.10 น. เมื่อขบวนพาเหรดของพรรคเพื่อไทย มาถึงหน้าวัดปทุมวนาราม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว และ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้ลงจากรถแห่ขบวนพาเหรดมาร่วมเขียนไว้อาลัยบนผ้าสีแดง และวางดอกไม้รำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุสลายการชุมนุมปี 2553 โดยนพ.ชลน่าน เป็นตัวแทนพรรคเพื่อไทยเขียนข้อความว่า “จงไปสู่สุคติพบประชาธิปไตยที่แท้จริง” จากนั้น น.ส.แพทองธารนำคณะพรรคเพื่อไทยเดินขบวนต่อไปยังบริเวณแยกราชประสงค์ โดยตลอดเส้นทางมีประชาชน ทุกรุ่น ทุกวัย ส่งเสียงเชียร์คณะของ พรรคเพื่อไทยอยู่เป็นระยะ

อู๊ดด้าชี้ 8 พรรคยังเสียงข้างมากอยู่
ที่จ.พังงา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงกกต. ประกาศมี 25 เขต มีปัญหาถูกร้องเรียน อาจส่งผลกระทบต่อการจัดตั้งรัฐบาลว่า ต้องรอข้อเท็จจริงว่าในจำนวน 20 กว่าเขต ตามที่ประธาน กกต. ระบุนั้นเป็นเขตใดบ้าง และจะส่งผลถึงขั้นต้องเลือกตั้งใหม่หรือไม่ ทั้งหมดจะขึ้น อยู่กับผลการเลือกตั้งที่จะตามมาด้วยว่า จะมีผลกระทบกับตัวเลข ส.ส.ของพรรคไหนแค่ไหน

ส่วนจะมีผลต่อการตั้งรัฐบาลชุดใหม่หรือไม่นั้น นายจุรินทร์กล่าวว่า หากตัวเลขอยู่ที่ 20 กว่าเขต และแม้จะมีการเลือกตั้งใหม่ทั้งหมด ถ้าพรรคที่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรคขณะนี้ยังแน่นเหนียว ก็ยังไม่น่าจะมีผลกระทบ จนกระทั่งกลายเป็นการเปลี่ยนขั้วจัดตั้งรัฐบาลได้

“ถ้า 8 พรรคยังแน่นเหนียว เสียงข้างมากก็ยังน่าจะคงอยู่ที่ 8 พรรค แม้จะลบ 20 หรือลบ 25 ไป สมมติว่าเลวร้ายที่สุดสำหรับขั้ว 8 พรรคนี้ ก็ยังคงเสียงข้างมากในสภาอยู่ แต่อันนี้ก็จะต้องอยู่ที่ข้อเท็จจริงที่จะต้องติดตามต่อไป” นายจุรินทร์กล่าว

ครม.ยังไม่เก็บของจนกว่ามีรัฐบาลใหม่
เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่พรรคก้าวไกลต้องการให้นายกฯ และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขนของกลับบ้านไป นายจุรินทร์กล่าวว่า นายกฯ ยังคงต้องทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลต่อ ยังกลับบ้านไม่ได้ เพราะตามรัฐธรรมนูญ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต้องทำหน้าที่นายกฯ ไปจนกระทั่งรัฐบาลชุดใหม่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ เช่นเดียวกับรัฐมนตรีทุกคน ทุกกระทรวง ก็ยังต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเข้าถวายสัตย์ จึงถือว่าพ้นจากภารกิจ ฉะนั้นยังต้องอยู่กระทรวง อยู่ทำเนียบ ยังต้องทำงานอยู่ต่อไป เป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้

“ที่ผมเรียนนี้ก็เพราะกฎเกณฑ์กติกาเป็นอย่างนั้น ทุกคนต้องเคารพกติกา เคารพความเป็นจริง และต้องเคารพรัฐธรรมนูญ ที่สำคัญรัฐบาลชุดใหม่ยังไม่เกิดด้วย ยังไม่ได้มีการจัดตั้งถึงขั้นโปรดเกล้าฯ แล้วเข้าถวายสัตย์” นายจุรินทร์กล่าว

อลงกรณ์ย้ำปชต.ต้องมีสปิริต
ด้านนายอลงกรณ์ พลบุตร รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “สปิริตประชาธิปไตย Spirit of Democracy” ระบุว่า ประชาธิปไตยเป็นระบอบการเมืองการปกครองที่เรียบง่ายและมีสปิริต ประชาชนเลือกตั้งเสร็จ ใครชนะก็เป็นรัฐบาล ใครแพ้ก็เป็นฝ่ายค้าน พรรคก้าวไกลชนะได้เสียงอันดับ 1 มีสิทธิ์และความชอบธรรมจัดตั้งรัฐบาล โดยต้องรวมเสียงให้ได้เกินกึ่งหนึ่งของสภา แต่ถ้าทำไม่ได้ก็เป็นสิทธิ์ของพรรคเพื่อไทย อันดับ 2 และพรรคภูมิใจไทย อันดับ 3 ในการจัดตั้งรัฐบาลต่อไป หวังว่าส.ว.จะสนับสนุนแนวทางนี้ของสภา ในการโหวตเลือกนายกฯ

นายอลงกรณ์ระบุด้วยว่า เมื่อจัดตั้งรัฐบาลได้ มีนายกฯ แล้ว ก็ให้ทำงาน 4 ปี ฝ่ายค้านทำหน้าที่ถ่วงดุลตรวจสอบรัฐบาล แต่ละฝ่ายมีโอกาสทำงานเท่ากันในการพิสูจน์ผลงาน แล้วตัดสินด้วยคะแนนเสียงของประชาชนในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ประชาธิปไตยต้องมีสปิริต รู้แพ้รู้ชนะเหมือนแข่งกีฬา ถ้าเราไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง แล้วเราจะให้ประชาชนมาออกเสียงลงคะแนนทำไม การยอมรับผลการเลือกตั้งเป็นหลักการสำคัญในระบอบประชาธิปไตย

วอนหยุดเฟกนิวส์สร้างแตกแยก
นายอลงกรณ์ระบุว่า ที่น่าวิตกคือ มีการปล่อยข่าวเฟกนิวส์ข่าวดีลลับ ข่าวฐานทัพอเมริกัน ข่าวอเมริกาหนุนหลัง ข่าวรัฐบาลแห่งชาติ ข่าวเลือกตั้งโมฆะ มีคลิปปลุกระดมสร้างความเกลียดชัง มุ่งดิสเครดิต ฝ่ายตรงข้ามออกมาถี่ยิบ ทั้งในสื่อหลักสื่อ โซเชี่ยล เหมือนการปลุกผีคอมมิวนิสต์ในเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519

ข่าวสารเหล่านี้ สร้างความแตกแยก ในบ้านเมือง ไม่เป็นผลดีต่อประเทศชาติ อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ประชาธิปไตยไม่ได้สร้างด้วยความเกลียดชัง แต่สร้างด้วยการเคารพในความเห็นต่างอย่างมีเหตุผลด้วยสันติวิธีและขันติธรรม การเปลี่ยนผ่านอำนาจจากรัฐบาลหนึ่งสู่อีกรัฐบาลหนึ่งควรเป็นไปโดยราบรื่นและรวดเร็ว

“ประเทศกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจ อย่าซ้ำเติมด้วยวิกฤตการเมือง หนทางเดียว คือช่วยกันทำให้ประเทศของเราเดินไปข้างหน้าตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย” นายอลงกรณ์ระบุ

สาธิตเตือนด้อมส้มอย่าสุดโต่ง
ขณะที่นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข และอดีตส.ส.พรรคประชา ธิปัตย์ โพสต์ข้อความระบุว่า “แค่ถาม นะครับ แล้วไงครับ”

ส.ส.หลายคนร่วมรัฐบาลนี้ ที่จะยกมือสนับสนุน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็น นายกฯ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เป็น ส.ส.ที่ลุกขึ้น ยืนสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว

แล้วพวกคุณทั้งด่า ทั้งด้อยค่า ไม่ให้ประชาชนเลือก ส.ส.เหล่านั้น แต่ตอนนี้จะเอาไงดี ไม่เอาเสียงเขาสนับสนุนนายพิธาไหม หรือไม่เป็นไรแล้ว เขาไม่ผิดแล้ว เพราะพวกเขากำลังมาสนับสนุนฝ่ายคุณ เพื่อเป็นนายกฯ เป็นรัฐบาลแล้ว กล้าไหมไม่เอาเสียงพวกเขายกมือสนับสนุนให้เป็น นายกฯ หรือรัฐบาล เหมือนกับที่ไม่เอา นายกรณ์ จาติกวณิช พรรคชาติพัฒนากล้า ที่ตนตั้งคำถามไม่ได้จะต่อว่า เพียงแต่จะบอกด้วยความหวังดีว่า อย่าสุดโต่ง จนเกินไป อย่าด้อยค่าคนอื่นจนเขาไม่เป็นธรรม

กกต.เร่งสอบ 280 เรื่องคัดค้าน
แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า การประกาศรับรองผลเลือกตั้งตามขั้นตอนของกฎหมาย กกต.ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าการเลือกตั้งมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม ขณะนี้คำร้องคัดค้านการเลือกตั้งมีเข้ามาประมาณ 280 เรื่อง เป็นคำร้องที่มีทั้งเรื่องหนักและเรื่องเบา บางเรื่องตรวจสอบแล้วไม่มีมูล จึงสั่งไม่รับไว้พิจารณา ส่วนคำร้องที่รับไว้พิจารณาขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบ ตรวจสอบทั้งเอกสารพยานหลักฐานจากผู้ร้องและเปิดโอกาสให้ผู้ถูกร้องได้ชี้แจงข้อเท็จจริงด้วย

มีร้องสอยซื้อเสียง-หลอกลวง
แหล่งข่าว ระบุต่อว่า สำหรับผู้ชนะการเลือกตั้ง หรือว่าที่ส.ส. 500 คน ตรวจสอบพบว่าถูกร้องเรียนให้ตรวจสอบประมาณ 20-30 คน จากทุกพรรคที่ได้รับเลือกตั้ง ในประเด็นการซื้อสิทธิ์ขายเสียง และการหาเสียงหลอกลวง ใส่ร้ายป้ายสี ส่วนความหนักเบาของเรื่องจะดูตามข้อเท็จจริงอีกครั้ง ดังนั้น เมื่อผู้ชนะการเลือกตั้งหรือว่าที่ส.ส.ถูกยื่นร้องให้ตรวจสอบ ตามขั้นตอนกกต.จะต้องสืบสวนข้อเท็จจริง เพราะตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 127 กำหนดว่า การเลือกตั้งทั่วไป กกต.จะประกาศผลการเลือกตั้งส.ส.แบบแบ่งเขตได้ เมื่อตรวจสอบเบื้องต้นแล้วมีเหตุอันควรเชื่อว่าผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของเขตเลือกตั้งทั้งหมด

เมื่อมีว่าที่ผู้สมัครส.ส.กว่า 20-30 คน ถูกยื่นร้องให้ตรวจสอบ จึงเป็นสาเหตุที่กกต.ไม่อาจทยอยหรือแยกประกาศผลการเลือกตั้งส.ส. บางเขตไปก่อนได้ แต่ยืนยันว่ากระบวนการประกาศรับรองส.ส.จะเป็นไปตามขั้นตอน ไม่ชักช้าแน่นอน จะเร่งพิจารณาให้เสร็จโดยเร็วตามกรอบเวลา 60 วัน แต่จะไม่รวบรัด ป้องกันซ้ำรอยกรณีการให้ใบส้มนายสุรพล เกียรติไชยากร อดีต ผู้สมัครส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย

จ่อชงนับคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ใหม่
แหล่งข่าว ระบุต่อว่า ขณะเดียวกันคาดว่าภายในสัปดาห์นี้ สำนักงานกกต.จะเสนอเรื่องให้ที่ประชุม กกต. พิจารณาสั่งนับคะแนนส.ส.แบบบัญชีรายชื่อใหม่ เนื่องจากพบว่ามีบางหน่วยผลคะแนนไม่เท่ากับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ลักษณะเหมือนกับว่าผู้มาลงคะแนนกับจำนวนบัตรตรงกัน เมื่อตรงกันเวลานับคะแนน ก็ควรจะถูกต้องด้วย ซึ่งกรณีนี้เกิดอาจเกิดขึ้นในขั้นตอนการขีดซ้ำหรือลืมขีดตอนขานคะแนน ส่งผลให้คะแนนออกมาไม่ตรงกับจำนวนคนที่มาใช้สิทธิ์และจำนวนบัตรเลือกตั้ง แบบนี้เรียกว่าคะแนนเขย่ง ไม่ใช่บัตรเขย่ง

อย่างไรก็ตาม ตรงนี้มีความสำคัญกับคะแนนของพรรคในส่วนของส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เนื่องจากต้องนำคะแนนของทุกหน่วยเลือกตั้งมาคำนวณเพื่อหาจำนวน ส.ส. ทศนิยมอาจวิ่งไปวิ่งมาได้ทุกพรรค แต่ไม่ได้สั่งให้นับคะแนนใหม่ทั้งหมด จะนับเพียงบางหน่วยเท่านั้น ดังนั้น เท่ากับว่าขณะนี้จะมี 2 เงื่อนไข คือ 1.การนับคะแนนเขย่งของบัญชีรายชื่อ และ2.การพิจารณาประกาศรับรองส.ส.แบบแบ่งเขต ซึ่งจะประกาศครั้งแรกได้ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ซึ่งขณะนี้ยังไม่ครบจำนวน เพราะมี ผู้ชนะการเลือกตั้งหรือว่าที่ส.ส.ถูกร้องเรียนอยู่ประมาณ 20-30 คน

“ส่วนคำร้องเรียนแบบบัญชีรายชื่อก็มีผล ถ้าในเขตเลือกตั้งนั้น ผู้สมัครซื้อเสียงให้กับผู้สมัครบัญชีรายชื่อด้วย เท่ากับคะแนนเขตของพรรคนั้นจะเสียไป จะมีผลเพราะคะแนนบัญชีรายชื่อมันสัมพันธ์กันทั้งประเทศ” แหล่งข่าวระบุ

นิด้าโพลชี้คนกรุงพอใจ 1 ปีชัชชาติ
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจ เรื่อง “1 ปี ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” สำรวจระหว่างวันที่ 24-30 พ.ค. จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 50 เขต กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ จำนวน 2,000 หน่วยตัวอย่าง ถึงความพึงพอใจของคนกทม. ต่อการทำงานในรอบ 1 ปี ของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. พบว่า ร้อยละ 47.45 ระบุว่า ค่อนข้างพอใจ เพราะเป็นคนขยันตั้งใจทำงาน ปัญหาในพื้นที่ได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว และกทม. มีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น ร้อยละ 27.75 ระบุว่า พอใจมาก เพราะลงพื้นที่รับฟังเสียงของประชาชนอย่างสม่ำเสมอ ปัญหาที่ร้องเรียนได้รับการแก้ไข

ขณะที่ในส่วนทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้กับประชาชน ร้อยละ 14.80 ระบุว่า ไม่ค่อยพอใจ เพราะทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ได้น้อย และปัญหาใน กทม. ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง เช่น ปัญหาการจราจร และร้อยละ 10.00 ระบุว่า ไม่พอใจเลย เพราะผลงานไม่ชัดเจน และยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างไปจากเดิม

พอใจเพิ่มสีเขียว-แก้อาชญากรรม
เมื่อแยกเป็นประเด็นต่างๆ พบว่า การเพิ่มพื้นที่สีเขียว สวนสาธารณะ ร้อยละ 42.20 ระบุว่า ค่อนข้างดี ร้อยละ 27.55 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 14.75 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 10.95 ระบุว่า ไม่ดีเลย การแก้ไขปัญหาความสะอาด ขยะ ฝุ่นละออง น้ำเสีย ร้อยละ 44.35 ระบุว่า ค่อนข้างดี ร้อยละ 23.45 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 18.45 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 12.35 ระบุว่า ไม่ดีเลย การส่งเสริมการท่องเที่ยวใน กทม. ร้อยละ 43.85 ระบุว่า ค่อนข้างดี ร้อยละ 22.40 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 15.40 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 9.70 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และร้อยละ 8.65 ระบุว่า ไม่ดีเลย

การปรับปรุงการให้บริการในหน่วยงานของ กทม. ร้อยละ 41.85 ระบุว่า ค่อนข้างดี ร้อยละ 21.00 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 18.00 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 10.20 ระบุว่า ไม่ดีเลย การปรับปรุงและจัดระเบียบทางเท้า เช่น หาบเร่แผงลอย การจอดยานพาหนะหรือตั้งร้านบนทางเท้า ร้อยละ 44.05 ระบุว่า ค่อนข้างดี ร้อยละ 20.75 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 18.40 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 14.30 ระบุว่า ไม่ดีเลย

การป้องกันอาชญากรรม และสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เช่น การติดไฟส่องสว่าง กล้องวงจรปิด ระบบรักษาความปลอดภัย ร้อยละ 43.10 ระบุว่า ค่อนข้างดี ร้อยละ 19.95 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 20.00 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 11.95 ระบุว่า ไม่ดีเลย การสนับสนุนการกีฬา ร้อยละ 42.40 ระบุว่า ค่อนข้างดี ร้อยละ 19.85 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 17.35 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 12.25 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และ ร้อยละ 8.15 ระบุว่า ไม่ดีเลย

การปรับปรุงทัศนียภาพ ถนน ตรอก ซอย ร้อยละ 48.40 ระบุว่า ค่อนข้างดี ร้อยละ 19.70 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 17.25 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 12.05 ระบุว่า ไม่ดีเลย และร้อยละ 2.60 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ร้อยละ 36.15 ระบุว่า ค่อนข้างดี ร้อยละ 19.25 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 16.10 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล ร้อยละ 15.70 ระบุว่า ไม่ค่อยดี และร้อยละ 12.80 ระบุว่า ไม่ดีเลย

แก้ทุจริต-ระบบขนส่งยังไม่ค่อยดี
การแก้ไขปัญหาทุจริต คอร์รัปชั่น ในหน่วยงานของ กทม. ร้อยละ 29.35 ระบุว่า ค่อนข้างดี ร้อยละ 21.45 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 18.25 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 17.05 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และร้อยละ13.90 ระบุว่า ไม่ดีเลย การจัดระเบียบการชุมนุม ร้อยละ 40.55 ระบุว่า ค่อนข้างดี ร้อยละ 17.70 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 16.05 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 14.65 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และ ร้อยละ 11.05 ระบุว่า ไม่ดีเลย

การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า เรือ ร้อยละ 37.15 ระบุว่า ค่อนข้างดี ร้อยละ 19.95 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 15.90 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 15.80 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และร้อยละ 11.20 ระบุว่า ไม่ดีเลย การพัฒนาการศึกษา แก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชน ร้อยละ 36.75 ระบุว่า ค่อนข้างดี ร้อยละ 20.55 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 16.70 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล ร้อยละ 15.05 ระบุว่า ดีมาก และร้อยละ 10.95 ระบุว่า ไม่ดีเลย

การแก้ไขปัญหาสุขภาพ/สาธารณสุข ร้อยละ 45.05 ระบุว่า ค่อนข้างดี ร้อยละ 20.05 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 14.45 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 10.60 ระบุว่า ไม่ดีเลย และร้อยละ 9.85 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล การจัดระเบียบ คนเร่ร่อน คนจรจัด ขอทาน ร้อยละ 40.30 ระบุว่า ค่อนข้างดี ร้อยละ 27.10 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 13.85 ระบุว่า ไม่ดีเลย ร้อยละ 10.40 ระบุว่า ดีมาก และร้อยละ 8.35 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล

เทียบ 6 เดือนความนิยมลดลง
การแก้ไขปัญหาจราจรและรถติด ร้อยละ 39.75 ระบุว่า ค่อนข้างดี ร้อยละ 26.85 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 18.45 ระบุว่า ไม่ดีเลย ร้อยละ 10.30 ระบุว่า ดีมาก และร้อยละ 4.65 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล การแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ/ปากท้อง ร้อยละ 35.00 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 27.15 ระบุว่า ค่อนข้างดี ร้อยละ 19.55 ระบุว่า ไม่ดีเลย ร้อยละ 12.85 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และร้อยละ 5.45 ระบุว่า ดีมาก

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับการสำรวจ เมื่อทำงานไป 6 เดือน พบว่าความนิยมความพอใจของนายชัชชาติ ลดลงไปพอสมควร

ชัชชาติน้อมรับคนกรุงพอใจลดลง
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพล ที่สำรวจพึงพอใจการบริหารกทม. 1 ปีที่ผ่านมาลดลงว่า ส่วนตัวไม่กังวล ได้แค่นี้ถือว่าดีแล้วและจะนำสิ่งที่ประชาชนคิดเห็นไปปรับปรุง เปรียบนักการเมืองก็เหมือนรถใหม่ วันแรกที่ถอยรถออกมาราคาปกติ จากนั้นราคาก็ลดลง แต่ย้ำว่า จะนำความเห็นทุกอย่างมาปรับปรุงให้ดีขึ้น ขณะเดียวกันต้องคุยกับรัฐบาลใหม่ด้วย โดยเฉพาะปัญหาค่าครองชีพของประชาชน

“ไม่เป็นไร เป็นเรื่องธรรมดา พร้อมน้อมรับและนำมาปรับปรุง ดีแล้วที่มีคนติ ถ้ามีคนชมอย่างเดียว เราไม่รู้จะปรับปรุงตรงไหน เราต้องเดินหน้าเต็มที่ คำติเหมือนเป็นแรงผลักดันของเรา ยิ่งกว่าคำชมอีก เรายิ่งต้องเปลี่ยนมาเป็นพลังบวกให้ได้ ก็ขอบคุณ 1 ปี เราทำเต็มที่แล้ว เชื่อว่าเราได้รับความร่วมมือหลายๆ ด้าน ทั้งนี้ ส่วนตัวไม่ได้วิเคราะห์ว่าคะแนนนิยมที่ลดลงมาจากสาเหตุใด แต่ถือเป็นเรื่องธรรมดาต่อการทำงานย่อมมีคนชอบและไม่ชอบ แต่ก็ได้มอบหมายให้ทีมงานแต่ละด้านไปวิเคราะห์จุดอ่อน และจะพยายามทำงานอย่างเต็มที่เช่นเดียวกับ 1 ปีที่ผ่านมา พร้อมขอบคุณผลสำรวจโพลที่ทำให้ทราบรายละเอียดที่ต้องแก้ไข” นายชัชชาติกล่าว

ลิสต์ 17รายการรอคุย‘พิธา’
นายชัชชาติกล่าวถึงกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นำว่าที่ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล เข้าพบในวันที่ 6 มิ.ย.นี้ว่า มี 17-18 ประเด็นในการหารือ ส่วนตัวมองว่าไม่ว่าเป็นใครก็ตาม ที่เป็นรัฐบาลก็ต้องหารือในประเด็นนี้ โดยเฉพาะการใช้ทรัพยากรหลักในการเข้ามาสนับสนุนการทำงานในกทม. ทั้งใช้พื้นที่ใต้ทางด่วนปลูกต้นไม้ การคมนาคมขนส่ง การจราจร สาธารณสุข สวนสาธารณะ รถไฟฟ้า บางเรื่องเราไม่มีอำนาจเต็มโดยตรง 100 เปอร์เซ็นต์ อย่างปัญหาจราจรก็ต้องมาคุยกัน เพราะเราเองไม่ได้ดูการจราจร 100 เปอร์เซ็นต์ อยากให้ตำรวจไปกับเราด้วยกัน ปรับปรุงเรื่องการควบคุมทางแยก เรื่องการบังคับใช้กฎจราจร ก็น่าจะไปด้วยกันได้

รัฐจัด‘จ๊อบเอ็กซ์โป’กระตุ้นศก.
เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการจัดมหกรรมการจัดหางานครั้งใหญ่ระดับประเทศ “Job Expo Thailand 2023” ว่า ตามนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ที่เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ควบคู่ไปกับการ เตรียมความพร้อมด้านแรงงาน รองรับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และนำประเทศไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 สร้างโอกาสให้ผู้สมัครงาน นายจ้างหรือสถานประกอบการ ได้พบกันและพิจารณาคัดเลือกกันโดยตรง เป็นการประหยัดเวลา ลดค่าใช้จ่าย มุ่งลดการว่างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชนในทุกมิติ ให้คนไทยทุกกลุ่มได้มีงานทำ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต

น.ส.ทิพานันกล่าวว่า ทางนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน จึงจัดมหกรรมการจัดหางานครั้งใหญ่ระดับประเทศ Job Expo Thailand 2023 “คนไทยมีงานทำ คนหางาน งานหาคน” ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา Hall EH 100-102 กรุงเทพฯ ระหว่าง วันที่ 8-10 มิ.ย. รวบรวมตำแหน่งงานในและต่างประเทศ กว่า 500,000 อัตรา จากสถานประกอบการเกือบ 400 แห่ง โดยเปิดรับพนักงานทุกช่วงวัย ทุกระดับวุฒิการศึกษา

น.ส.ทิพานันกล่าวอีกว่า โดยจะมีการจัดงานใน 3 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ภูเก็ต และ จ.นครราชสีมา โดยจ.ชลบุรี จัดงาน “EEC Job Expo 2023” ระหว่างวันที่ 16-17 มิ.ย. ที่ SIRACHA HALL ชั้น 4 ศูนย์การค้า เซ็นทรัลศรีราชา มีตำแหน่งงานกว่า 10,000 อัตรา จ.ภูเก็ต งาน “Job Expo Phuket 2023” ระหว่างวันที่ 23-24 มิ.ย. ที่ลานลม ชั้น 1 และ Floresta Mini Convention Hall ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลมีตำแหน่งงาน 5,000 อัตรา และจ.นครราชสีมา งาน “Job Expo Korat 2023” ระหว่างวันที่ 28-29 มิ.ย. ที่โคราชฮอลล์ ชั้น 4 เซ็นทรัลโคราช มีตำแหน่งงาน 5,000 อัตรา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน