เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า การทำกายภาพบำบัดมีความจำเป็นต่อผู้ป่วยเพื่อลดอาการปวด ฟื้นฟูร่างกายสู่ภาวะปกติ ป้องกันความพิการ โดยเฉพาะกับผู้ป่วย 4 กลุ่มโรค ได้แก่ 1.ผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง 2.ผู้ป่วยสมองได้รับบาดเจ็บ 3.ผู้ป่วยไขสันหลังได้รับบาดเจ็บที่รักษาจนเข้าสู่ภาวะคงที่ และ 4.ผู้ป่วยภาวะกระดูกสะโพกหักจากภยันตรายชนิดไม่รุนแรง ซึ่งผู้ป่วยต้องเข้ารับบริการหลายครั้งและต่อเนื่อง แต่ผู้รอรับบริการมีจำนวนมาก เกิดความแออัดในร.พ. รวมถึงการเดินทางเป็นอุปสรรคต่อผู้เข้ารับบริการ สปสช. จึงเพิ่มทางเลือกและอำนวยความสะดวกในการเข้ารับบริการฟื้นฟูสมรรถภาพฯ ให้กับผู้ป่วยบัตรทอง 30 บาท ทั้ง 4 กลุ่มโรคนี้

นพ.จเด็จกล่าวอีกว่า โดยบอร์ด สปสช.เห็นชอบให้คลินิกกายภาพบำบัด ร่วมเป็นหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพฯ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 64 เริ่มต้นนำร่อง 24 แห่ง ปัจจุบันทั่วประเทศเข้าร่วม 58 แห่ง ช่วยให้ผู้ป่วย 4 กลุ่มโรคเข้าถึงการฟื้นฟูมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงระยะ 3-6 เดือน หลังพ้นระยะวิกฤต หรือแพทย์ประเมินให้พ้นเป็นผู้ป่วยในเป็นช่วงเวลาทอง การบำบัดรักษาเป็นระยะสมองและระบบประสาทต่างๆ ของร่างกายพร้อมที่จะรับการฟื้นฟู หากได้รับการบำบัดที่ถูกต้องและต่อเนื่อง มีโอกาสกลับสู่ภาวะปกติ และลดความพิการได้

นพ.จเด็จระบุว่า รูปแบบการบริการมีร.พ.เป็นแม่ข่ายให้กับคลินิกกายภาพบำบัดประสานต่อผู้ป่วยพ้นระยะวิกฤต หรือแพทย์ประเมินจำหน่ายจากผู้ป่วยในให้ฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายต่อเนื่องที่คลินิกกายภาพบำบัด มีหลักเกณฑ์การบริการกายภาพบำบัดแบบเข้มข้นร่วมกับหน่วยบริการไม่เกิน 20 ครั้งในช่วงเวลาทอง โดยขอเชิญชวนคลินิกกายภาพบำบัดทั่วประเทศกว่า 800 แห่งมาร่วมเป็นหน่วยบริการกับ สปสช. รวมทั้งให้ร.พ.ในระบบประสานคลินิกฯ ในพื้นที่มาเป็นเครือข่ายบริการจะช่วยเสริมศักยภาพบริการกายภาพบำบัดให้ร.พ.ได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน