ไหลหลากมาจากป่าภูเขา ภาคเหนือ-ใต้-ตะวันออก

‘กอนช.’ เตือน 23 จังหวัดทั่วประเทศ ทั้งภาคเหนือ-ตะวันออก และภาคใต้ รับมือฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก กรมอุตุฯ เตือน 10 จังหวัด ทั้งภาคตะวันออก-ภาคใต้ ระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก หรือดินโคลนถล่ม ตั้งแต่วันนี้ถึง 6 มิ.ย. บริเวณทะเลอันดามันเรือเล็กงดออกจากฝั่ง เหตุคลื่นสูง 2-3 เมตร ด้าน ‘ชัชชาติ’ มั่นใจกทม.รับมือฤดูฝนปีนี้ดีกว่าปีที่ผ่านมา

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 4 มิ.ย. น.ส.ชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศคลื่นลมแรงและฝนตกหนักถึงหนักมาก ฉบับที่ 10 (มีผลกระทบถึงวันที่ 6 มิ.ย.) ระบุ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนบริเวณทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบน ควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 6 มิ.ย.

สำหรับภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกยังคงมีฝนฟ้าคะนองต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในบริเวณจ.ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิด น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มไว้ด้วย

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

วันเดียวกันกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ประกาศ เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ความว่า ได้ติดตามสภาพอากาศ พบว่าจะมีร่องมรสุมพาดผ่าน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมและมีกำลังปานกลางถึงค่อนข้างแรง ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้นและฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนภาคใต้จะยังมีฝนตกต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านรับมรสุม และมีฝนตกหนักบางแห่ง ในช่วงวันที่ 7-11 มิ.ย. ทั้งนี้ กอนช.ได้ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำด้วยฝนคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) พบพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และพื้นที่ชุมชนเมืองที่เคยเกิดน้ำท่วมขังไม่สามารถระบายได้ทัน ดังนี้

1.ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ (อ.เชียงดาว แม่แจ่ม แม่วาง กัลยาณิวัฒนา จอมทอง สะเมิง อมก๋อย และฮอด) จ.แม่ฮ่องสอน (อ.เมืองแม่ฮ่องสอน แม่ลาน้อย แม่สะเรียง ขุนยวม ปางมะผ้า ปาย และสบเมย) จ.ลำพูน (อ.ทุ่งหัวช้าง แม่ทา บ้านโฮ่ง และป่าซาง) จ.ตาก (อ.แม่ระมาด แม่สอด พบพระ ท่าสองยาง และอุ้มผาง) จ.แพร่ (อ.เด่นชัย) จ.พิจิตร (อ.บางมูลนาก) จ.อุตรดิตถ์ (อ.ฟากท่า) จ.นครสวรรค์ (อ.บรรพตพิสัย) จ.เพชรบูรณ์ (อ.วิเชียรบุรี) จ.อุทัยธานี (อ.หนองขาหย่าง)

ภาคตะวันออก จ.ฉะเชิงเทรา (อ.บ้านโพธิ์) จ.สระแก้ว (อ.วัฒนานคร) จ.ชลบุรี (อ.พานทอง) จ.ระยอง (อ.เมืองระยอง บ้านค่าย และแกลง) จ.จันทบุรี (อ.เมืองจันทบุรี แหลมสิงห์ และขลุง) จ.ตราด (อ.เกาะกูด เกาะช้าง เขาสมิง เมืองตราด แหลมงอบ และคลองใหญ่)

ภาคใต้ จ.ระนอง (อำเภอกะเปอร์ เมืองระนอง และสุขสำราญ) จ.พังงา (อ.กะปง คุระบุรี ตะกั่วทุ่ง ตะกั่วป่า และท้ายเหมือง) จ.ภูเก็ต (อ.กะทู้ ถลาง และเมืองภูเก็ต)

จ.กระบี่ (อ.คลองท่อม เกาะลันตา เมืองกระบี่ เหนือคลอง และอ่าวลึก) จ.ตรัง (อ.เมืองตรัง กันตัง และปะเหลียน) จ.สตูล (อ.ละงู) จ.ยะลา (อ.รามัน)

ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดดำเนินการ ดังนี้ 1.ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ หรือพื้นที่ชุมชนเมืองที่เคยเกิดน้ำท่วมขังไม่สามารถระบายได้ทัน 2.เตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ลอกท่อระบายน้ำ และบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือได้ทันที

ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงการรับมือกับฤดูฝนที่กรุงเทพ มหานครว่า เชื่อว่าสถานการณ์ปีนี้จะดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา เพราะได้ทำตามแผนการระบายน้ำและลอกท่อ รวมถึงโครงการหลายอย่างได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปบ้างแล้ว โครงการประตูระบายน้ำที่เสร็จสิ้นไปแล้ว 50% และเตรียมความพร้อมแบบชั่วคราวในการรับมือด้วย อย่างไรก็ตาม ยอมรับเป็นห่วงจุดก่อสร้างขนาดใหญ่ เช่น การก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงส่วนต่อขยาย ที่จะต้องไปดูว่ามีการกีดขวางทางระบายน้ำหรือไม่

ส่วนพื้นที่เสี่ยงในกรุงเทพมหานคร มีตรงจุดคลองเปรมประชากร, คลองลาดพร้าว และคลองประเวศบุรีรมย์ ซึ่งถือเป็นคลองหลัก โดยเฉพาะคลองลาดพร้าวที่มีการรุกล้ำพื้นที่เป็นจำนวนมาก ไปขุดลอกคลองลำบาก ส่วนคลองประเวศบุรีรมย์ ที่มีการเสนอโครงการระบายน้ำไปฝั่งตะวันออก ยังอยู่ในแผนเนื่องจากมีเส้นทางยาว แต่ขณะนี้ได้ร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้วเพื่อที่จะระบายน้ำไปยัง อ.แปดริ้ว จ.ฉะเชิงเทรา ได้มากขึ้น

นายชัชชาติกล่าวอีกว่า ยืนยันว่ากว่า 500 จุดที่มีปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร จะนำมาเป็นบทเรียน จัดทำเป็นแผนที่ในการแก้ไขแล้ว ส่วนอุโมงค์ระบายน้ำก็มีประสิทธิภาพอยู่ ที่ผ่านมาไม่ใช่ปัญหา แต่พบว่าน้ำไม่ไปถึงอุโมงค์ระบายน้ำ ดังนั้นจะต้องทำโครงการเส้นเลือดฝอยให้เข้มแข็ง ทั้งการดูแลปั๊มสูบน้ำ การลอกท่อ ซึ่งจะต้องเข้มแข็งเพื่อไปสู่เส้นเลือดใหญ่ ส่วนการลอกท่อได้ได้ดำเนินการไปแล้วกว่า 3,000 กิโลเมตร และภายในปีนี้จะสามารถลอกท่อได้ 100% ซึ่งยอมรับว่าประชาชนรับทราบน้ำมีการระบายได้เร็วขึ้น และใน 4 ปี ประชาชนจะได้เห็น 200 นโยบายที่ประกาศไว้ อาจจะมีบางข้อที่ต้องปรับปรุงเนื่องจากไม่ทันสมัย แต่อาจต้องมาปรับปรุง คาดว่าสัปดาห์หน้าเว็บไซต์ที่ติดตาม 200 นโยบายจะแล้วเสร็จ ซึ่งเป็นการติดตามงานได้มากขึ้น เพราะทุกเขตจะมีการรายงานทุกปัญหาเข้ามา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน