กังวล-กกต.สอยเกิน20ที่นั่ง ก้าวไกลมั่นใจสู้คดีหุ้นสื่อได้ ยันกม.นิรโทษฯไม่เอื้อทักษิณ

ก้าวไกลยอมรับเป็นห่วงเสียงโหวตนายกฯ หากส.ส.ถูกกกต.สอยกว่า 20 คน เพราะทำให้ต้องพึ่งเสียงส.ว. มากขึ้นแง้มอาจดีล ส.ส.เป็นรายคน ไม่เกี่ยวพรรคที่สังกัด แจงประชุมคณะกรรมการ 8 พรรควันนี้ ไม่มีถกเก้าอี้ประธานสภา-รัฐมนตรี ‘ชัยธวัช’ ยันกฎหมายนิรโทษกรรม ฉบับก้าวไกลไม่เอื้อ ‘ทักษิณ’ กลับบ้าน มั่นใจชี้แจง กกต.ได้ปม ‘พิธา’ ถือหุ้นสื่อ ด้านเจ้าตัวปัดตอบปมลือขายหุ้นไอทีวีแล้ว ขณะที่เรืองไกรปูดอีก ขายหุ้นสื่อไปแล้วตั้งแต่เดือนพ.ค. จ่อร้องกกต. อ้างมี หลักฐานเพิ่ม ‘วันนอร์-เพื่อไทย’ มั่นใจ ตั้งรัฐบาลสำเร็จ

ก้าวไกลมั่นใจสู้คดีพิธาถือหุ้นได้
เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 5 มิ.ย. ที่ พรรคก้าวไกล ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่ามีแกนนำพรรคก้าวไกล ทยอยเดินทาง มาประชุม อาทิ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค ก้าวไกล กล่าวถึงคดีการถือหุ้นไอทีวีของนายพิธาว่า ยังคงมั่นใจจะชี้แจงและต่อสู้ ในคดีได้ ตอนนี้รอแค่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าจะประสานมายัง นายพิธาและพรรคก้าวไกลเมื่อไหร่ ส่วนที่นายสมชาย แสวงการ ส.ว. ระบุว่าข้อกล่าวหานายพิธาเข้าข่ายขัดกฎหมาย ใน 4 มาตรา ทำให้ขาดคุณสมบัติการเป็นส.ส. และแคนดิเดตนายกฯ นั้น นายชัยธวัชกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นรายละเอียดที่เราเตรียมต่อสู้ในคดี

ชี้อย่าตีความไกลเกินไป
ผู้สื่อข่าวถามว่านายคมสัน โพธิ์คง อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต แสดงความคิดเห็นว่าพรรคก้าวไกลเขียนคุณสมบัติของสมาชิกพรรค ล้อมาจากคุณสมบัติของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง เท่ากับว่าหากนายพิธาขาดคุณสมบัติถือ หุ้นสื่อจะส่งผลกระทบต่อการรับรอง ส.ส.เขตและส.ส.บัญชีรายชื่อด้วย นายชัยธวัชกล่าวว่า น่าจะเป็นการตีความที่ไกล เกินไป ทั้งนี้ ยอมรับว่าข้อบังคับพรรคมีการเขียนคุณสมบัติไว้ตามกฎหมาย แต่วันนี้เรายังไม่ไปไกลขนาดนั้น เพราะก่อนจะไปถึงเรื่องนั้นเราต้องพิจารณาก่อนว่านายพิธา มีความผิดถือหุ้นสื่อจริงหรือไม่ ซึ่งยืนยัน ว่านายพิธาไม่ได้มีความผิด

ปัดตอบโอน-ขายก่อนลงสมัคร
เมื่อถามว่ามีกระแสว่านายพิธาขายหุ้นหรือโอนหุ้นแล้วก่อนลงสมัคร นายชัยธวัชกล่าวว่า ขอให้รอดูในรายละเอียด แต่จริงๆ แล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องการตีความกฎหมาย และบรรทัดฐานการวินิจฉัย มีหลายกรณี ที่สามารถเทียบเคียงได้ จึงคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา

เมื่อถามว่าตอนนี้เรายังไม่ได้ให้ความสำคัญกับคดีนี้ใช่หรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า ตอนนี้เรื่องที่สำคัญที่สุดคือ การทำความเข้าใจกับส.ว. เพราะเรื่องของการ ถือหุ้นสื่อของนายพิธาคงต้องใช้เวลาอีก สักพัก สิ่งที่จะเกิดขึ้นก่อนคือการเลือก นายกรัฐมนตรี เราจึงโฟกัสเรื่องของการประสานงานกับส.ว.ก่อน ซึ่งยอมรับว่ามีความคืบหน้าไปพอสมควร กำแพงที่เคยมีระหว่างกันลดลงหลังจากได้มีการพูดคุย กันแล้ว

ยันกม.นิรโทษไม่เอื้อ‘แม้ว’กลับ
เมื่อถามถึงกรณีน.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรค เพื่อไทย ยืนยันนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะเดินทางกลับประเทศไทยตามกำหนดการเดิมในเดือนก.ค.นี้ นายชัยธวัชกล่าวว่า เป็นเรื่องส่วนตัวของนายทักษิณว่าจะตัดสินใจอย่างไร แต่หากจะกลับมา ก็มีกระบวนการทางกฎหมายรองรับ ทุกคนมีสิทธิเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายตามปกติ

เมื่อถามว่ากฎหมายนิรโทษกรรมที่พรรคก้าวไกลจะเสนอเข้าที่ประชุมสภาหากได้เป็นรัฐบาล ถ้านายทักษิณกลับมาจะเข้าหลักเกณฑ์หรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า น่าจะ เป็นคนละส่วนกัน ข้อเสนอนิรโทษกรรมจะเกี่ยวข้องกับคนที่มีคดีทางการเมือง หรือการแสดงออกทางการเมืองที่มีเหตุจูงใจทางการเมือง แต่ไม่รวมถึงคดีอื่นๆ เช่น การทุจริต ความผิดต่อ การทำร้าย ที่มีผลต่อชีวิตและร่างกายของประชาชน แต่เป้าหมายคือเพื่อลดความ ขัดแย้ง เข้าสู่การสร้างความสมานฉันท์

ชี้กกต.ไม่รับรอง 20 สส.-กระทบแน่
ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวการรับรอง ส.ส.ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อาจต้องมีการเลือกตั้งใหม่ทั้งแบบเขต และบัญชีรายชื่อกว่า 20 คน กังวลว่า จะกระทบกับสัดส่วนตัวเลขส.ส.ของ พรรคร่วมรัฐบาล เช่น พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย (พท.) หรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า พรรคไม่กังวล ส่วนของพรรคอื่นไม่มีการสอบถาม อาจจะพูดคุยกัน ในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ ไม่ทราบว่ามีส.ส. ของพรรค ตกหายหรือไม่ แต่เบื้องต้น คิดว่าไม่น่าจะมี

เมื่อถามว่าหากรายงานข่าวเป็นจริงกังวลว่าจะมีผลกระทบต่อฝั่งพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ เช่น ต้องหาเสียงเหนื่อยขึ้น หรือการโหวตเลือกนายกฯ นายชัยธวัชกล่าวว่า การโหวตเลือกนายกฯ กระทบแน่นอน ซึ่งตนคิดไว้ล่วงหน้าแล้ว หากกกต. รับรอง ส.ส.ไม่ครบ ในวันโหวตนายกฯ ก็ต้องคิดฐานคะแนนของพรรคร่วมรัฐบาลชุดใหม่ให้น้อยลงกว่าเดิม แต่ในช่วงกลางเดือนมิ.ย. น่าจะมีข้อมูลที่ชัดเจนขึ้น

เมื่อถามย้ำว่าจะกระทบกับอำนาจ ต่อรองของพรรคก้าวไกลด้วยหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า คงไม่มีผล มั่นใจว่าว่าที่ส.ส.ของพรรค ชนะการเลือกตั้งด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม จึงไม่กังวลเรื่องนี้ แต่ในภาพรวมคงต้องเตรียมการไว้ หากจำนวน ส.ส.ซีกรัฐบาลมีจำนวนลดลงในวันโหวตเลือกนายกฯ

แง้มดีลเพิ่มรายบุคคล
เมื่อถามว่าจะทำให้งานหนักขึ้น โดยเฉพาะการไปคุยกับส.ว.หรือไม่ นาย ชัยธวัชกล่าวว่า ถูกต้อง เพราะเลี่ยงไม่ได้ว่าการเลือกนายกฯ ต้องใช้เสียงส.ว.มากขึ้น เป็นเรื่องที่ว่ากันไปตามระบบ เมื่อถามต่อว่า ถ้าปัจจัยนี้เข้ามาเกี่ยวข้องจำเป็นจะต้องอาศัยเสียงส.ส.จากพรรคที่ไม่ได้ร่วมจัดตั้งรัฐบาลด้วยหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า เป็นนิมิตหมายที่ดีที่เราจะออกจากความขัดแย้งทางการเมืองในรอบ 10 กว่าปีที่ผ่านมา หากส.ส.จากพรรคที่ไม่ได้ร่วมจัดตั้งรัฐบาลยินดีจะโหวตให้กับนายพิธาเพื่อทำให้การเมืองไม่เดินไปสู่ทางตัน เพื่อรักษาระบบและเจตจำนงของประชาชนไว้ ซึ่งเป็นการตัดสินใจของแต่ละพรรค หรือของส.ส. แต่ละบุคคล

เมื่อถามย้ำว่าจะไม่มีการเจรจากับส.ส. เพิ่มเลยใช่หรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า วันนี้ยังไม่มี แต่คิดว่าก็มีความเป็นไปได้ อาจจะไม่ได้เป็นในนามพรรค แต่เป็นรายบุคคล

ยังไม่ถกเก้าอี้ปธ.สภา-รมต.
เลขาธิการพรรคก้าวไกลกล่าวถึง การประชุมคณะทำงาน 7 ด้านในวันที่ 6 มิ.ย.ว่า จะหารือประเด็นเฉพาะหน้า และประเด็นเร่งด่วน เป็นการติดตามความคืบหน้าในการทำงานของคณะกรรมการเปลี่ยนผ่านว่า แต่ละเรื่องมีความคืบหน้าอะไรไปแล้วบ้าง อาจมีการหารือว่าจะมีประเด็นใดที่จะต้องดำเนินการตั้งคณะทำงานเพิ่มเติมหรือไม่

ทั้งนี้ ยืนยันว่าการประชุม 6 มิ.ย. ยังไม่มีการหารือถึงตำแหน่งประธานสภา ผู้แทนราษฎร เพราะเป็นเรื่องภายในของพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย ที่จะต้องหารือกันเอง ส่วนการวางตำแหน่งในฝ่ายบริหาร จะล้อไปกับคณะกรรมการเปลี่ยนผ่านในแต่ละด้าน เพราะคณะกรรมการจะดูวาระสำคัญ และประเมินถึงการแบ่งงานต่างๆ

สนับสนุน – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ทำสัญลักษณ์มือรูปหัวใจร่วมกับตัวแทนกลุ่มพีมูฟและภาคีเครือข่าย ที่รุดอ่านแถลงการณ์แสดงเจตจำนงสนับสนุนพรรคการเมืองเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาล ที่พรรคก้าวไกล ซอยรามคำแหง 42 เขตบางกะปิ กทม. เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.

พีมูฟจี้ทุกพรรคหนุน‘พิธา’นายก
เมื่อเวลา 13.00 น. ตัวแทนขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) โดยมีองค์กรสมาชิก เครือข่ายสลัม 4 ภาค สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ เครือข่ายชุมชนเพื่อ การปฏิรูปสังคมและการเมือง นำโดย นายจำนงค์ หนูพันธ์ ยื่นหนังสือที่พรรค ก้าวไกล โดยมีนายชัยธวัช เป็นผู้รับหนังสือ

นายจำนงค์อ่านแถลงการณ์แสดง จุดยืน ระบุว่า 1.ในฐานะภาคประชาชน ขอเรียกร้องต่อพรรคการเมืองทั้งหมด ให้โหวตรับรองนายกฯ ที่มาจากการรวมเสียงข้างมากในสภา เพื่อร่วมกันสร้าง หลักการประชาธิปไตยที่ต้องเคารพ เสียงส่วนใหญ่ของประชาชนที่ผ่านกระบวนการเลือกตั้ง

2.กรณีคุณสมบัติของนายพิธา ขอเสนอต่อกกต. และศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาประเด็นปมถือหุ้น ด้วยการเคารพเจตนารมณ์ของบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และแนวทางการวินิจฉัยที่มุ่งสร้างหลักการประชาธิปไตยของประชาชน

ทวงถามนโยบายภาคประชาชน
3.กรณีการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ต้องมีการเร่งรัด ติดตามการแก้ไขปัญหา และจำเป็นต้องมีรัฐมนตรีที่มีความเข้าใจในปัญหา ไม่มีอคติต่อภาคประชาชน ดำรงตำแหน่ง ในกระทรวงต่างๆ ทำงานร่วมกันกับ ภาคประชาชนเพื่อสร้างบรรยากาศความร่วมมือ อีกทั้งพีมูฟ พร้อมมีส่วนร่วมดำเนินนโยบายที่เกี่ยวข้อง

นายจำนงค์กล่าวว่า วันนี้พรรคก้าวไกลเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เราจึงมาติดตามว่าได้บรรจุนโยบายของเราเข้าไปในนโยบายของพรรคก้าวไกลแค่ไหน และ จะเป็นจริงได้มากน้อยแค่ไหน

ด้านนายชัยธวัชกล่าวว่า ขอบคุณพีมูฟ ก่อนหน้านี้พรรคก้าวไกลรับข้อเสนอเชิงนโยบายของพีมูฟมาเป็นนโยบายของพรรค ซึ่งสะท้อนผ่านเอ็มโอยู การจัดตั้งรัฐบาล และส่วนหนึ่งอยู่ใน 300 นโยบายที่เราวางไว้แล้ว วันนี้ประชาชนกำลัง รอรัฐบาลชุดใหม่มาแก้ไขปัญหา พรรคก้าวไกลจะทำให้ดีที่สุดเพื่อตั้งรัฐบาล ผลักดันนโยบายเพื่อสร้างความเป็นธรรมมากขึ้น สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

พิธาปัดตอบขายหุ้นสื่อ
เมื่อเวลา 14.00 น. นายพิธาปฏิเสธ ที่จะให้สัมภาษณ์ โดยตอบกล่าวเพียงสั้นๆ ถึงกระแสข่าวนายพิธา ขายหุ้นสื่อไอทีวี ไปแล้วใช่หรือไม่ ว่า “เรื่องนี้ เลขาฯ พรรคได้อธิบายไปหมดแล้ว”

เรืองไกรจ่องัดหลักฐานมัดเพิ่ม
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ตนทราบว่า ล่าสุดนายพิธาขายหุ้นไอทีวี จำนวน 42,000 หุ้น ออกไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อ ปลายเดือนพ.ค.66 ถ้านายพิธาบอกถือหุ้นสื่อได้ไม่ผิด แล้วรีบขายหุ้นออกไปทำไม รัฐธรรมนูญระบุคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส. และผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีไว้ชัดเจนว่า ห้ามถือครองหุ้นสื่อ จะถือ 1-2 หุ้น ก็มีความผิดแล้ว ไม่เกี่ยวกับจำนวนที่ถือครองหุ้น จะครอบงำการดำเนินกิจการได้หรือไม่ อีกทั้งข้อพิพาทระหว่าง สปน. กับไอทีวีนั้น หากในที่ศาลปกครองสูงสุดยืนยันตามศาลปกครอง ชั้นต้น ให้ไอทีวีชนะคดี หมายความว่า ไอทีวีสามารถกลับมาดำเนินกิจการ สื่อได้ ดังนั้นไอทีวีจึงยังไม่สิ้นสภาพความเป็นสื่อ การบอกว่าไอทีวีเจ๊งไปแล้ว จึงอาจยังไม่เจ๊ง

นายเรืองไกรกล่าวว่า ในวันที่ 6 มิ.ย. เวลา 10.00 น. ตนจะไปยื่นหนังสือถึง กกต. ที่สำนักงาน กกต. เพื่อแสดงหลักฐาน บางส่วนจากคำพิพากษาศาลปกครองกลาง ที่อาจทำให้เห็นได้ว่า คำวินิจฉัยชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ จากกรณีสำนักงานปลัดนายกรัฐมนตรี (สปน.) บอกเลิกสัญญา เข้าร่วมงานกับไอทีวี โดยไม่มีสิทธิหรือ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และศาลปกครองกลาง เห็นว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น จึงจะขอให้ กกต.ตรวจสอบ ว่า สัญญาเข้าร่วมงานของไอทีวี ยังควรถือว่ามีผลอยู่หรือไม่

พท.มั่นใจ 8 พรรคตั้งรบ.สำเร็จ
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์กรณี ข้อร้องเรียนให้ตรวจสอบ 8 พรรคร่วม จัดตั้งรัฐบาล จะเป็นอุปสรรคต่อการ ตั้งรัฐบาลหรือไม่ว่า เป็นเรื่องปกติ การ ร้องเรียนต่างๆ เกิดขึ้นตลอด แต่วันนี้ประชาชนสะท้อนเจตจำนงว่าต้องการให้พรรคฝ่ายประชาธิปไตยเข้ามาสร้างการเปลี่ยนแปลง จึงไม่ต้องไปกังวล หรือสมมติสถานการณ์อะไร

นายภูมิธรรมกล่าวว่า วันนี้พรรคฝ่ายประชาธิปไตย เตรียมหารือกันเพื่อทราบแนวความคิดในนโยบายของแต่ละพรรค ว่าแต่ละด้านเหมือนหรือต่างกันอย่างไร เพื่อปรับให้เป็นจริงได้มากที่สุด และนำเสนอต่อรัฐสภาเพื่อนำไปปฏิบัติ และถือเป็นเพียงจุดที่ตกลงกันว่าจะใช้วาระ ของงานและความต้องการประชาชน เป็นจุดเริ่มต้นของการแบ่งกระทรวง เมื่อแบ่งเรียบร้อยแล้ว ยังต้องพิจารณารายละเอียดการแบ่งกระทรวงต่างๆ ให้เป็นไปตามวาระที่ประชาชนต้องการ แต่ละพรรคที่ดูแลแต่ละกระทรวงต้องไปวางนโยบาย ให้เป็นรูปธรรมสอดคล้องกับความต้องการประชาชนอีก

ไม่อยากคาดเดากกต.จ่อฟันส.ส.
เมื่อถามว่าจะตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ต้องเชื่อมั่นในประชาชน เมื่อประชาชนแสดงเจตจำนงให้ฝ่ายประชาธิปไตยได้ 312 เสียง เป็นเสียงส่วนใหญ่ ก็ต้องมั่นใจว่าการตั้งรัฐบาลต้องเป็นไปตามนั้น เพราะไม่มีอะไรสำคัญกว่าเสียงของประชาชน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่ตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคก้าวไกล และเราสนับสนุนายพิธาเป็นนายกฯ

ส่วนที่มีข่าวกกต.อาจไม่ประกาศรับรองว่าที่ ส.ส.ถึง 20 คน หากเป็นว่าที่ ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยและก้าวไกล จะกระทบการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ยังไม่อยากคาดเดา รอให้ชัดเจนค่อยมาดูดีกว่า เพราะควรเริ่มที่สถานการณ์เป็นจริง คาดเดาไปเหนื่อยเปล่าๆ

วันนอร์ขอปมหุ้นสื่ออย่าคิดแง่ลบ
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์กรณีนายสมชาย แสวงการ ส.ว. ระบุว่านายพิธา จะไปไม่ถึงฝัน เพราะถือหุ้นสื่อว่า เป็นการคาดคะเน อย่าคิดแง่ร้ายอย่างเดียว และเรื่องนี้ กกต.และศาลจะเป็นผู้ตัดสิน ประเด็นนี้ศาลเคยมีคำวินิจฉัยมาแล้วทั้งบวกและลบ ขออย่าไปวินิจฉัยก่อนศาล ส่วนตัวคิดว่าเรื่องนี้ไม่น่ามีปัญหา เพราะศาลเคยวินิจฉัยทั้งบวกและลบ มุมลบเกิดในปี 62 ส่วนเรื่องบวกมาทีหลัง ในปี 66 จึงต้องคิดแง่บวกไว้ก่อน

เมื่อถามว่าขณะนี้เหมือนมีคนพยายามหาประเด็นมาร้องพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลต่างๆ มั่นใจจะจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า เขาคิดได้ต่างๆ นานา ตราบใดที่ยังไม่มี การเลือกนายกฯในสภา ตนคิดว่ารออีก ไม่นาน ตามที่ กกต.บอกว่าจะประกาศ ผลเลือกตั้งได้เร็ว คิดว่าในเดือน มิ.ย. จะมีการประกาศผลเลือกตั้ง 95% เพื่อ เลือกประธานสภาและเลือกนายกฯ ตามลำดับ แต่ถ้ายังไม่เริ่มนับหนึ่ง คนก็คิดคาดคะเนไปต่างๆ นานา ส่วนตัวไม่วิตกกังวลว่าจะตั้งไม่ได้ ยิ่งกกต.ประกาศว่า จะรับรองผลเลือกตั้งโดยเร็ว ก็ยิ่งคิดว่า น่าจะจบเร็ว

เชื่อประชาชนอยากได้นายกใหม่
หัวหน้าพรรคประชาชาติกล่าวว่า ถ้าจบเร็วทุกอย่างก็จะดี ทั้งแง่การลุงทุน ความน่าเชื่อถือของประเทศ ทุกอย่างจะดีหมด เพราะการเว้นวรรคไม่มีรัฐบาลบริหาร เต็มตัว คนก็ไม่เชื่อมั่น ประชาชนอยากเห็นหน้าตานายกฯ คนใหม่ รัฐมนตรีคนใหม่ ว่ามีความน่าเชื่อถือแค่ไหน ตอนนี้เขารออยู่ หากรอไปนานๆ จะเกิดความเสียหายต่อความเชื่อมั่นประเทศในภาพรวม ส่วนรัฐธรรมนูญแม้จะบิดเบี้ยวบ้าง แต่ถ้าคน ไม่เบี้ยว ทำตรงไปตรงมาเพื่อให้เกิดรัฐบาลโดยเร็ว ทุกอย่างก็จะเรียบร้อย คนรู้ว่ารัฐธรรมนูญบิดเบี้ยว แต่เมื่อบ้านเมือง อยู่ในภาวะปกติ ก็ควรใช้จิตวิญญาณประชาธิปไตยในภาวะปกติสร้างรัฐบาล

วันชัยประเมินดวงปท.ยืนปากเหว
นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า การเมืองต่อแต่นี้ มีแต่นิพพิทา เมื่อวันวิสาขบูชาได้สนทนาธรรมกับ พระอาจารย์โชคดี เกจิหนุ่มร่วมสมัย เจ้าอาวาสวัดไก่เตี้ย เขตตลิ่งชัน พูดให้ฟังว่า หัวหน้าพรรคอักษรย่อ ป. ที่ดอดมา ทำพิธีก่อนเลือกตั้งที่วัดไก่เตี้ยก็คือ นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรค เป็นธรรม ที่กำลังจะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคก้าวไกล ผมก็ถึงบางอ้อ นึกว่าเป็นพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือพล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ เสียอีก นายปิติพงศ์ เป็นอดีตส.ส.เขตตลิ่งชันหลายสมัย นึก ไม่ถึงว่าจะเป็นอิทธิฤทธิ์ของหลวงพ่อสัมฤทธิ์ประสิทธิโชค ทำให้เขากลับมาผงาดบนเวทีการเมืองอีกครั้ง ในขณะที่ ป. คนอื่นกำลังจะหายไป

พระอาจารย์โชคดีท่านบอกว่า ดูจาก ทางลึกของดวงดาวแล้ว นับแต่นี้เป็นต้นไปประเทศจะตกอยู่ในสภาวะแห่งกฎไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา คือความไม่แน่นอน ความวุ่นวาย ไม่มีใครยอมใคร เหมือนยืนอยู่ปากเหว พร้อมจะมีเรื่องได้ตลอดเวลา ปัญหาพร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ ที่ว่าจะได้ กลับไม่ได้ ที่ได้แล้ว ก็ได้ไม่นาน มันเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ตลอดเวลา

สถานการณ์ตอนนี้มันไม่เที่ยงแท้ แน่นอนจริงๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้ บางเรื่อง ก็ซ้ำซ้อนกันขึ้นมากกว่าเรื่องที่เป็นอยู่ จะผีซ้ำด้ำพลอยหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ กฎแห่งไตรลักษณ์มันทำงานหนักมาก ในระยะเวลา 1 ปีนี้ ทั้งคน ทั้งอำนาจ ทั้งพรรคการเมือง ทั้งองคาพยพต่างๆ ใน บ้านเมืองอยู่ในกฎแห่งอนิจจัง ที่นี่วุ่นวายหนอ ที่นี่ขัดข้องหนอ และเมื่อถึงเวลานั้น ปรากฏการณ์แห่งสัจธรรมก็จะบังเกิดด้วยคำที่ว่า “เราหยุดแล้ว แต่ท่านยังไม่หยุด” ในที่สุดก็จะเกิดนิพพิทา ความเบื่อหน่าย

ผู้มีอำนาจและผู้แสวงหาอำนาจ ทั้งผู้ที่จะช่วงชิงอำนาจ จะต้องมีธรรมะอย่าง มากๆ ทั้งขันติและสติ ต้องยึดมั่นให้ดี หลวงพ่อสัมฤทธิ์ประสิทธิโชคจะเป็น หลักชัยให้แก่ทุกๆ ท่านในสถานการณ์นี้

ศรียื่นฟัน‘รัฐบาลตู่’ฝ่าฝืนรธน.
นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า ตามที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้ออก พ.ร.ก.เลื่อนการใช้ พ.ร.บ.ป้องกันการทรมานและอุ้มหาย ออกไปอันเป็นการจงใจฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหลายมาตรา โดยเฉพาะมาตรา 53 กระทั่งศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าไม่สามารถทำได้แล้วนั้น การกระทำ ดังกล่าว อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยไม่มีอำนาจที่จะทำได้ ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อชาติบ้านเมือง ระบบนิติรัฐ นิติธรรม

ดังนั้น วันที่ 6 มิ.ย. เวลา 10.00 น. ตนจะไปร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ดำเนินการไต่สวน สอบสวน เอาผิดรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ เพื่อชี้ให้เห็นถึงมาตรฐานทางจริยธรรมที่ผู้ใช้อำนาจฝ่ายบริหารต้องรับผิดชอบ ตามที่กฎหมายกำหนด

ส.ส.นัดถกส่วย‘บิ๊กหิน-ผู้การเต่า’
เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบส่วยสติ๊กเกอร์ร่วมกับสมาพันธ์การขนส่ง ทางบก ว่า หลังจากได้ประชุมร่วมกันในสัปดาห์ที่แล้ว ตนจะนำเบาะแสที่ได้จาก สมาพันธ์ รวมทั้งหลักฐานที่ได้จากพลเมืองดี จะนำไปให้จเรตำรวจแห่งชาติ และพล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจทางหลวง (ผบก.ทล.)

“ผมคิดว่าจะนำไปให้คราวเดียวกันเลย จะได้ประหยัดเวลา และผมคิดว่าตรงนี้ เป็นเบาะแสสำคัญ ส่วนหลักฐานมัดแน่นต้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งมีกำลังในการสืบสวนสอบสวน ในการไล่เรียงตรวจสอบอีกที หากเป็นหลักฐานมัดแน่นไปที่คนใด ผมเชื่อว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็คงดำเนินการตามกฎหมายต่อไป” นายวิโรจน์กล่าว

เมื่อถามว่ามีการนัดวันเข้าพบหรือยัง นายวิโรจน์กล่าวว่า เป็นวันพฤหัสบดีที่ 8 มิ.ย. นี้ เวลา 13.00 น. ที่สำนักงานจเรตำรวจแห่งชาติ ซึ่งตนจะไปพร้อมกับสมาพันธ์ โดยมีข้อมูล 2 ส่วน ส่วนหนึ่งเป็นของสมาพันธ์การขนส่งทางบก อีกส่วนเป็นข้อมูลจากพลเมืองดีที่มอบให้ตน

“ที่ผ่านมาหลายครั้งการสื่อสารของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็สื่อสารแบบผิดหลักการ ที่บอกว่าถ้าประชาชนคนใดมีหลักฐานมัดตัวแน่นหนา ก็ส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ก็จะไปดำเนินการจัดการไม่ละเว้น แต่จริงๆ แล้ว สิ่งที่ภาคประชาชนให้ได้ก็แค่น่าจะเป็นเบาะแสสำคัญในการชี้เบาะแส ส่วนการหาหลักฐานในการดำเนินคดี ก็ต้องเป็น เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะมีกำลังในการสืบสวนสอบสวน” นายวิโรจน์กล่าว

เมื่อถามว่าเป็นการตรวจสอบตำรวจด้วยกันเอง มั่นใจหรือไม่ว่ากระบวนการจะมีความโปร่งใส นายวิโรจน์กล่าวว่า ยังมีความมั่นใจ เพราะตำรวจที่เข้ามาทำเป็นจเรตำรวจ ซึ่งมีหน้าที่ชัดเจนในเรื่องการสอดส่องการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจด้วยกัน

“ท่านผู้การจรูญเกียรติ ประวัติท่านก็ตงฉิน ยังมีความไว้วางใจ แต่ที่ผมบอกว่า การสืบสวนสอบสวนและการดำเนินคดีตามกฎหมาย ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ตำรวจไป ณ จุดนี้ ทางเราเองก็ยังไม่มีอำนาจบริหาร หรืออำนาจหน้าที่เข้าไปสั่งการ คงต้องเชื่อใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ” นายวิโรจน์กล่าว

นายวิโรจน์กล่าวต่อว่า สิ่งที่คงต้องทำหลังจากนี้ คงจะต้องดึงเอากฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎกระทรวง ประกาศต่างๆ รวมถึงพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก เข้ามาพิจารณาในรายละเอียดว่ามีกฎหมายอะไรที่ไม่สอดคล้องกับหน้างานจริง และถูกใช้เป็นเครื่องมือในการรีดไถประชาชน นอกจากนี้ยังต้องดูไปถึงเรื่องโทษและวิธีบังคับใช้กฎหมายด้วย ว่าเป็นการให้ดุลพินิจหรืออำนาจกับเจ้าหน้าที่ที่ล้นเกินไปหรือไม่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน