เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ที่สำนักงานทนายรัชพล ศิริสาคร ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี นายไหม วงศ์เวียงคำ อายุ 55 ปี เดินทางมาจากประเทศลาว เข้าปรึกษาคดีหลังถูกจับกุมติดคุกพัวพันคดียาเสพติด โดยนายไหมเผยว่า ตนบริการรับส่งลูกค้าที่โรงแรมแห่งหนึ่งในลาวโดยใช้รถยนต์เชอร์รี่ สีขาว ทะเบียน กส 6201 กำแพงนะคอน เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 59 ซึ่งลูกค้าชายชาวเวียดนามอายุประมาณ 25 ปี ให้มารับจากโรงแรมเพื่อส่งพัสดุ ที่ดีเอชแอลในจ.อุดรธานี เพราะค่าส่งในไทยจะถูกกว่า ระหว่างนำส่งพัสดุจนท.แนะนำให้เปลี่ยนกล่องให้มีขนาดเล็กค่าส่งจะถูกลง ตนได้แนะนำลูกค้าให้เปลี่ยนกล่อง แต่ลูกค้าไม่ยอม จนท.จึงขอให้ตนเป็นคนลงชื่อผู้ส่ง เพราะเห็นว่าตนพูด อ่าน เขียนภาษาไทยได้ ซึ่งมาทราบทีหลังว่าพัสดุนั้นเป็นเฮโรอีน 13 ก.ก. ตนจึงถูกป.ป.ส.ออกหมายจับและถูกยึดรถยนต์เชอร์รี่
นายไหมกล่าวอีกว่า ตนถูกจับกุมตัวไปเมื่อวันที่ 23 พ.ย. 59 และถูกจับขังเป็นระยะเวลา 2 ปี 1 เดือน กับ 10 วัน ในระหว่างถูกขังศาลชั้นต้นได้พิพากษายกฟ้อง ต่อมาศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง เนื่องจากไต่สวนพบว่าตนไม่ได้มีส่วนรู้เห็นในการขนส่งยาเสพติดกับชายชาวเวียดนามคนดังกล่าว อีกทั้งยังแนะนำให้เปลี่ยนกล่องพัสดุตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ขนส่ง ต่อมาหลังถูกปล่อยตัวตนพยายามไปติดตามนำรถยนต์ที่ถูกยึดไปกลับคืนมา แต่ป.ป.ส.ระบุว่าเอาไปขายทอดตลาดแล้วในราคา 2 หมื่น และจะคืนเงิน 2 หมื่นให้ นอกจากจะติดคุกฟรีๆ ไป 2 ปี รถยนต์ที่ใช้ประกอบอาชีพก็ถูกยึดและขายทิ้งใน ราคาถูกๆ เมื่อตนได้ถูกยกฟ้องเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่ใช่แพะ แต่ทำไมถึงรู้สึกว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรม
ด้านนายรัชพลกล่าวว่า ตนรู้สึกแปลกใจว่าทางป.ป.ส.นำรถไปขายในราคา 2 หมื่นบาท ทั้งที่ราคาประเมิน 2 แสนบาท และไม่ทราบสาเหตุที่นำรถของกลางในคดีไปขาย ซึ่งในวันพรุ่งนี้ตนจะพานายไหมไปร้องเรียนกับทางกระทรวงยุติธรรมเพื่อขอให้ตรวจสอบเรื่องนี้