สลดบางไทร อยุธยา ไฟไหม้บ้านคลอกยายวัย 76 เสียชีวิตคาบ้าน สามีร่ำไห้ปิ่มแทบขาดใจ พายเรือข้ามแม่น้ำไปเบิกเบี้ยผู้สูงอายุที่ธนาคาร ส่วนลูกสาวออกไปทำงาน ภรรยาอยู่เฝ้าบ้านคนเดียว เพื่อนบ้านโทรศัพท์ไปบอกไฟไหม้บ้าน รีบกลับมาดู ตกใจแทบช็อก เห็นไฟลุกโหมไหม้บ้าน แต่เข้าไปช่วยไม่ได้ เผยตั้งแต่ผ่าเข่าภรรยาอยู่บนบ้านกับลูกสาว ทรัพย์สินมีทองรูปพรรณกว่า 20 บาท ที่เก็บไว้ในไหบนบ้าน กำนันเล่านาทีบีบหัวใจ ได้ยินเสียงยายร้องโหยหวนขอความช่วยเหลือ พยายามวิ่งฝ่าเปลวไฟเข้าไปช่วยแต่ไม่สำเร็จ เพื่อนบ้านเล่าได้ยินเสียงคล้ายไฟชอร์ต ก่อนเกิดไฟไหม้บ้านจนเกิดเหตุสลด ตร.พฐ.เร่งเข้าไปตรวจสอบต่อไป
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 9 มิ.ย. ร.ต.อ.ภคภณ ณ นคร รองสว. (สอบสวน) สภ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเลขที่ 52 หมู่ 7 ต.สนามชัย อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา มีผู้ติดค้างอยู่ภายในบ้าน ประสานรถดับเพลิง อบต.สนามชัย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจควบคุมเพลิง
เมื่อรุดไปที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ใต้ถุนสูง ปลูกอยู่หลังเดียว ติดกับแม่น้ำน้อย เพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง และมีลมกระโชกแรง ทำให้เพลิงลุกโหมอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมฉีดน้ำเพื่อควบคุมเพลิงกว่า 1 ชั่วโมง เพลิงจึงสงบ พบบ้านถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งหลัง ตรวจสอบบริเวณห้องนอนทางขึ้นบ้านพบศพนางทองถุง จิตรีรัตน์ อายุ 76 ปี ถูกไฟไหม้ ท่ามกลางความเศร้าโศกของ นายสำอาง จิตรีรัตน์ อายุ 85 ปี เจ้าของบ้านและเป็นสามีผู้เสียชีวิต นั่งร้องไห้ถามหาแต่ภรรยา เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันปลอบโยน

สูญเสีย – นายสำอาง จิตรีรัตน์ วัย 85 ปี เศร้าเสียใจที่ไฟไหม้บ้านในอ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา คลอกนางทองถุง จิตรีรัตน์ อายุ 76 ปี ภรรยาที่เคยผ่าตัดหัวเข่าเดินไม่สะดวกเสียชีวิต ระหว่างที่ตัวเองพายเรือข้ามแม่น้ำไปเบิกเบี้ยผู้สูงอายุมาประทังชีวิต เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.
สอบถามนายสำอางเผยว่า อยู่บ้านหลังนี้พร้อมภรรยาและลูกสาว ช่วงเช้าลูกสาวออกไปทำงาน ส่วนตนพายเรือข้ามแม่น้ำไปธนาคารเพื่อเบิกเงินผู้สูงอายุ มีคนโทรศัพท์ไปแจ้งว่าบ้านไฟไหม้จึงรีบกลับมา ตกใจแทบช็อกเป็นห่วงภรรยาเพราะผ่าตัดหัวเข่ามาหลายปีแล้ว เดินไม่สะดวก ส่วนใหญ่จะอยู่บนบ้าน ส่วนตนอยู่ข้างล่าง ขณะที่ทรัพย์สินบนบ้านมีทองรูปพรรณจำนวนมากน้ำหนักประมาณ 20 บาทที่เก็บเอาไว้ในไห
ด้านนายจะเด็ด สาสาร อายุ 57 ปี กำนันตำบลสนามชัย อ.บางไทร เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีเพลิงไหม้บ้านหลังเกิดเหตุจึงรีบเดินทางมาตรวจสอบ พบว่าเพลิงลุกไหม้บ้านไปแล้วครึ่งหลัง ชาวบ้านช่วยกันดับไฟและมีเสียงร้องขอความช่วยเหลืออยู่บนบ้าน เมื่อตนขึ้นไปบนบ้านเพื่อจะช่วยเหลือผู้ที่ติดค้างอยู่ แต่ระหว่างนั้นเพลิงลุกโหมอย่างรุนแรง ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ ทำให้เพลิงลุกไหม้บ้านเสียหายทั้งหลังจนมีผู้เสียชีวิต รู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถช่วยเหลือชีวิตลูกบ้านได้ โดยก่อนเกิดเหตุมีชาวบ้านที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุได้ยินเสียงคล้ายกระแสไฟฟ้าชอร์ต จากนั้นเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนกันพื้นที่เกิดเหตุไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าในพื้นที่เพราะมีทรัพย์สินของเจ้าของบ้าน ถูกไฟไหม้อยู่ในกองเพลิง โดยจะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน พระนครศรีอยุธยา เข้าตรวจสอบ หาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ เพื่อดำเนินการตามกระบวนการต่อไป