ตร.บุกคุก แจ้งข้อหาเพิ่ม ‘แอม ไซยาไนด์’ โดนอ่วม 15 คดี คดีละ 3-5 ข้อหา ทั้งฆ่า-วางยา ปกปิดความผิด-ปลอมแปลงเอกสารและชิงทรัพย์ด้วย ‘บิ๊กโจ๊ก’ ลั่นหลักฐานเพียงพอส่งฟ้อง ชี้แค่คดีเดียวโทษ ก็ถึงประหาร โอกาสรอดต้องสารภาพต่อศาล ส่วนรองอ๊อฟ-ทนายพัชก็จะยื่นฟ้องภายในสัปดาห์นี้เช่นกัน
เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. พล.ต.ต.นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกอบรม กองบัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะหัวหน้ารวบรวมสำนวนคดีนางสรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือ แอม ไซยาไนด์ พร้อมด้วยพ.ต.อ.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา รอง ผบก.ภ.จ.นครปฐม และทีมพนักงานสอบสวนจากพื้นที่ 7 จังหวัด ทยอยเดินทางเข้าแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับ นางสรารัตน์ ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง กรุงเทพฯ
รายงานว่า พนักสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน และทำสำนวนคดีความผิดของนางสรารัตน์ ทั้งหมด 15 คดี ในพื้นที่ 7 จังหวัด ซึ่งประกอบด้วย จ.นครปฐม, สมุทรสาคร, กาญจนบุรี, เพชรบุรี, ราชบุรี, อุดรธานี และมุกดาหาร โดยแจ้งเพิ่มเติมในข้อหา ‘ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และเพื่อจะเอา หรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิด แต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้, ปลอมปนอาหาร ยาหรือเครื่องอุปโภคบริโภคอื่นใด เพื่อบุคคลอื่นเสพหรือใช้ และการปลอมปนนั้นเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ ความตาย’
โดยก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหา‘ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองฯ, และปลอมแปลงเอกสาร ในคดีการเสียชีวิตของน.ส.ศิริพร ขันวงษ์ หรือก้อย ไว้แล้ว หลังสอบสวน ขยายผลพบการกระทำผิดเพิ่มในหลายท้องที่ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน และการสอบสวนทางคดี ก่อนพิจารณาแจ้งข้อหาเพิ่มเติม รวม 15 คดี คดีละ 3-5 ข้อหา
วันเดียวกัน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เดินทางมาที่ทัณฑสถานหญิง เพื่อติดตามคดี โดยให้สัมภาษณ์ ระบุว่า วันนี้พนักงานสอบสวนได้เดินทางมาแจ้งข้อหา เพิ่มเติมกับนางสรารัตน์ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการแจ้งข้อหาไปแล้วคือ ร่วมกันใช้เอกสารปลอม ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง และปลอมปนอาหาร ปลอมปนยา เพื่อปกปิดข้อเท็จจริง จากการปรึกษากับทางอัยการจะแจ้งข้อหาที่ ยังไม่ได้แจ้งกับนางสรารัตน์ ทางตำรวจจึง จะได้นำมาแจ้งในวันนี้ ซึ่งจากข้อหาหลัก ก็จะแจ้งข้อหาซ้ำๆ กัน ยกตัวอย่างเช่น มี 6 ข้อหา ก็จะแจ้งรายละ 5-6 ข้อหา คล้ายๆ กัน ซึ่งในคดีนี้ตำรวจมีหลักฐานเชื่อมโยงทั้งหมด จะมีกี่ข้อหาก็ตาม
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวต่อว่า จากประสบการณ์ของตน มีอัตราโทษประหารชีวิตทั้งหมด เพียงการกระทำเดียวก็ประหารชีวิตแล้ว ไม่จำเป็นว่าจะต้องแจ้งกี่ข้อหา ส่วนเหตุที่จะลดโทษนั้น เชื่อว่านางสรารัตน์จะไปรับสารภาพในชั้นศาล ให้ลดโทษจากประหารชีวิต เหลือโทษจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งตน ไม่สามารถตอบแทนศาลได้ ตราบใดที่ศาล ยังไม่พิจารณาจนถึงที่สุดผู้นั้นจะยังบริสุทธิ์ แต่การรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน วันนี้มีเพียงพอที่จะส่งฟ้องผู้ต้องหา และหลังจากที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ก็จะเก็บรายละเอียดสำนวนการสอบสวนทั้งหมด เพื่อส่งพนักงานอัยการภายในวันศุกร์นี้
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ยังกล่าวชื่นชมคณะพนักงานสอบสวนและชุดสืบสวนทั้งหมด ว่า สามารถสรุปสำนวนคดีส่งอัยการฝากขังผัดที่ 4 ทำให้อัยการมีเวลาดูสำนวนอย่างละเอียดอีก 3 ผัด เพื่อให้เวลาอัยการกลั่นกรองสำนวน ถึงความรอบคอบในสำนวนคดี ซึ่งตนไม่มีความหนักใจในเรื่องนี้ หลังจากนี้จะต้องดำเนินคดีกับผู้ซื้อ ผู้จำหน่าย เทรดเดอร์ โรงงานต่างๆ และเจ้าหน้าที่รัฐ หากพบการ กระทำความผิดเกี่ยวกับกรมโรงงาน ก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอน กับอีกส่วนคือเรื่องของเว็บการพนันที่ต้องดำเนินคดีกับผู้เล่นทั้งหมด ต้องตรวจสอบเส้นทางการเงิน และดำเนินคดีเจ้าของเว็บพนันด้วยเพื่อให้สำนวนคดีเสร็จสิ้นการสอบสวน ในส่วนของ การแจ้งข้อหา พ.ต.ท.วิฑูรย์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือ รองอ๊อฟ อดีตสามีนางสรารัตน์ และ น.ส.ธันย์นิชา เอกสุวรรณรัตน์ หรือทนายพัช ก็จะนำสำนวนส่งให้อัยการพร้อมกับสำนวนคดีของนางสรารัตน์ภายในสัปดาห์นี้เช่นกัน