วันที่ 12 มิ.ย. พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้รับเรื่องร้องเรียน ขอความเป็นธรรมจากผู้เสียหายให้เร่งรัดติดตามจับกุมตัว ‘เจ้เปิ้ล’ กับสามี ผู้ต้องหาซึ่งได้ถูกออกหมายจับแล้ว
สำหรับคดีนี้ เหตุเกิดประมาณปลายปี 64-ต้นปี 66 เจ้เปิ้ลพร้อมด้วยสามี ได้ให้นายหน้าไปหาซื้อที่ดินที่มีขนาดติดต่อกัน 10 ไร่ขึ้นไป โดยไม่จำกัดพื้นที่ว่าสามารถขออนุญาตจัดสรรได้หรือไม่ เมื่อได้ที่ดินมาแล้วจะไปทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินกับเจ้าของ จากนั้นจัดสรร ทำผังแปลง แล้วจ้างนายหน้า โฆษณาขายที่ดินแต่ละแปลง โดยติดป้ายขาย ณ แปลงที่ดิน และมีการโฆษณาผ่านสื่อเฟซบุ๊ก และเพจขายอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ และยังโฆษณาด้วยว่าต่างด้าวสามารถซื้อที่ดินดังกล่าวได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

จี้ล่าจับ – พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 พร้อมพล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.เชียงใหม่ รับเรื่องร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากผู้เสียหายถูกหลอกซื้อที่ดิน ให้เร่งรัดติดตามจับกุมตัว ‘เจ้เปิ้ล’ กับสามี ผู้ต้องหา โดยพล.ต.ท.วิชัยสั่งไล่ล่าทั้งคู่มาดำเนินคดีโดยด่วนแล้ว เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.
เมื่อผู้เสียหายสนใจซื้อ จะทำสัญญาจองแปลง 5,000 บาท จากนั้นนัดทำสัญญาและจ่ายเงินดาวน์ 30-50% ส่วนที่เหลือผ่อนจ่ายเป็นงวด รวม 36 งวด โดยไม่มีดอกเบี้ย แต่เมื่อผู้ต้องหาได้เงินแล้ว ไม่นำไปชำระค่าที่ดินตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน เป็นเหตุให้เจ้าของที่ดินยึดที่ดินคืน ไม่สามารถโอนขายให้กับผู้เสียหายได้ โดยพื้นที่ที่เจ้เปิ้ลกับสามีดำเนินการนำมาจัดสรรนั้น อยู่ในพื้นที่ อ.สารภี อ.สันกำแพง อ.แม่ริม จว.เชียงใหม่ และ อ.เมืองลำพูน รวมแล้ว 11 โครงการ ผู้เสียหายกว่า 400 ราย
พล.ต.ท.ปิยะกล่าวว่า เวลานี้ผู้ต้องหาไม่ได้อยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่ยังไม่ได้หลบหนีออกนอกประเทศ ซึ่งจะเร่งจับกุมตัวให้ได้ภายใน 15 วัน นอกจากนี้ได้ให้ทีมสืบสวนดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานหาความเชื่อมโยงกับพนักงานขายที่เป็นทีมงานของผู้ต้องหาด้วยอีกกว่า 10 ราย ว่าจะมีส่วนรู้เห็นหรือไม่ ถ้าพบจะดำเนินการกับผู้กระทำความผิดอย่างเด็ดขาดทุกราย