ย้ำเร่งรัฐบาล8พรรค ดึงดูดต่างชาติเข้าไทย เชื่อมั่นฟื้นเศรษฐกิจได้

แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ประชุมออนไลน์ร่วมกับนักลงทุนต่างชาติกว่า 80 กองทุนจากทั่วโลก เผยเป็นห่วงและกังวลช่วงสุญญากาศ หวั่นตั้งรัฐบาลช้า อยากให้ตั้งสำเร็จโดยเร็วและมีพิธาเป็นนายกฯ ถ้าหากชักช้าระวังจะเสียโอกาสให้ประเทศเวียดนามและอินโดนีเซีย เชื่อถ้าหากการเมืองนิ่งตลาดทุน ฟื้นแน่นอน ชี้รัฐบาลแห่งชาติไร้สาระ เพราะเพิ่งมีการเลือกตั้งอยู่แล้วและมีพรรค การเมืองที่ถูกต้องและได้คะแนนสูงมาก

เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้ประชุมผ่านระบบออนไลน์ร่วมกับนักลงทุนกว่า 80 กองทุนจาก ทั่วโลก ทั้งจากประเทศสิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น อังกฤษ สหภาพยุโรป รวมถึงประเทศไทย จัดโดยบริษัทหลักทรัพย์ ซีแอลเอสเอ (ประเทศไทย) จำกัด โดยตนเป็นผู้ให้ข้อมูลซึ่งในที่ประชุมนักลงทุนสอบถามถึงสถานการณ์บ้านเมืองและนโยบายรัฐบาลชุดใหม่เป็นหลัก โดยตนได้ชี้แจงว่าทางพรรคเพื่อไทยอยากให้ จัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่โดยเร็วที่สุด โดยมีพรรคก้าวไกลเป็นแกนนำและมีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อประเทศและเศรษฐกิจจะได้เดินไปข้างหน้าได้ เนื่องจากนักลงทุนมีความเป็นห่วงและกังวล เรื่องของช่วงสุญญากาศที่ยังไม่มีรัฐบาล ทำให้การลงทุนหยุดชะงัก

นายเศรษฐากล่าวว่านักลงทุนต่างชาติอยากให้มีรัฐบาลใหม่โดยเร็ว เพื่อจะได้ตัดสินใจว่าจะมาลงทุนหรือไม่ลงทุน เพราะ อย่างที่ทราบกันดีว่า ปัจจุบันประเทศไทยเป็นแหล่งการลงทุนที่สำคัญ แต่ประเทศไทย ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ยังมีคู่แข่งทั้งประเทศอินโดนีเซียกับเวียดนาม ซึ่งเขาก็อยากได้ต่างชาติตั้งโรงงานในประเทศเขาด้วย ดังนั้นประเทศไทยก็ต้องระมัดระวังตรงนี้ ถ้าหากไม่รีบตั้งรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง หรือถ้าตั้งรัฐบาลช้าไปประเทศเพื่อนบ้านจะมาแย่งการลงทุนไป ทำให้เศรษฐกิจเราไม่ดีได้อย่างที่ตั้งความหวังไว้

“นักลงทุนค่อนข้างกังวลมากเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า การประท้วงถ้าหาก ผลออกมาไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ ซึ่งนักลงทุนก็เป็นห่วง แต่ผมก็บอกว่าประเทศไทย จริงๆ แล้วอยากให้จัดตั้งรัฐบาลโดยเร็วที่สุด โดยให้พรรคก้าวไกลในฐานะแกนนำรีบออกนโยบายมาร่วมกับเราโดยเร็ว ไม่อยากมีช่วงสุญญากาศเกิดขึ้น และอยากให้เราได้เริ่มการบริหารจัดการประเทศโดยเร็ว และเขาก็ถามตัวผมว่าจะเป็นรองนายกรัฐมนตรีด้วยไหม ผมบอกว่าหน้าที่ผมคืออยู่ในพรรคเพื่อไทย ทำเรื่องการบริหารจัดการพรรคให้ดีและเพื่อรองรับ การเลือกตั้งครั้งต่อไป” นายเศรษฐากล่าว

นายเศรษฐากล่าวว่า นอกจากนี้นักลงทุน ยังถามว่าคิดว่าส.ว.จะโหวตให้นายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ตนอธิบายว่าตามหลักของการปกครองระบอบประชาธิปไตย ทางส.ว.ควรที่จะโหวตตามฉันทามติ เพราะถือเป็นกระจกสะท้อนความต้องการของพี่น้องประชาชน ซึ่งตนไม่ได้คุยกับส.ว.แต่ก็พูดตามหลักการเท่านั้นเอง เพื่อให้ประเทศชาติเดินไป ข้างหน้าได้

นายเศรษฐากล่าวว่า หากการเมืองนิ่ง จะทำให้ตลาดทุนที่มูลค่าและปริมาณหุ้นที่เทรดกันค่อนข้างบางตาขณะนี้ เชื่อว่า จะทำให้ไหลเข้ามาอีกมาก ซึ่งภาคเอกชนไทย ถือว่าแข็งแกร่งมาก นอกจากนี้ ยังมีสอบถาม ถึงภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ตนได้ตอบไปว่าจีดีพีของประเทศที่เติบโตมาก จะทำให้ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เติบโตไปด้วย ดังนั้นสิ่งเดียวคือขอให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้ ไม่ว่ายังไงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็เติบโตอยู่แล้ว

“จากการสอบถามของนักลงทุนวันนี้ กังวลเรื่องการเมืองเป็นหลัก เพราะเป็นเรื่องเดียวที่ฉุดรั้งประเทศไว้ และถามว่า จะล่าช้าถึงเมื่อไหร่ถึงสิ้นปีหรือไม่ ผมก็บอก ว่าทุกวัน มันมีเรื่องเปลี่ยนแปลง ถ้าถามผมเมื่อ 3-4 วันที่แล้ว มันก็อาจจะเร็วกว่านี้ แต่ถ้าถามผมวันนี้มันก็อาจจะดีเลย์ไปอีก ผมไม่ได้ลงรายละเอียดมาก แต่ทุกคนรู้อยู่ว่ามีประเด็นอะไรกันบ้าง ซึ่งทุกวันมีข้อมูลใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา ยิ่งมีข้อมูลมาก ตัวแปรจะเยอะขึ้น ความผันผวน ความไม่แน่นอนของตลาดจะเพิ่มขึ้นด้วย ก็เป็นประเด็นที่น่ากังวลมากกว่า เรื่องการลงทุนผมมองว่าโดยพื้นฐานของประเทศไทยดีอยู่แล้ว ขอให้มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ที่สมบูรณ์แบบ” นายเศรษฐากล่าว

นายเศรษฐากล่าวว่า อีกทั้งยังสอบถามเรื่องการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ตนบอกไปว่าไร้สาระ เพราะเรามีการเลือกตั้งอยู่แล้วและมีพรรคการเมืองที่ถูกต้องและได้คะแนน ที่สูงมาก ไม่จำเป็นต้องมีรัฐบาลแห่งชาติ เพราะรัฐบาลแห่งชาติเป็นตัวปัญหา รวมถึง ยังถามว่าถ้าหากมีอุบัติเหตุทางการเมืองเกิดขึ้น พรรคก้าวไกลไม่ได้เป็นรัฐบาลและนายพิธาไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ตนบอกว่าทั้ง 8 พรรคแสดงเจตจำนงแล้วว่าจะอยู่ ร่วมกันทำงานต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน