รัวฆ่าหลาน-อจ.ราชภัฏ ยิงตัวตายสยองฝั่งธน
มรดกเลือด! น้าเขยอดีตข้าราชการปฏิรูปที่ดินรัวฆ่าบ.ก.นิตยสารรถยนต์ชื่อดังร่างพรุนคาเก๋ง แล้วตามไปจ่อยิงหัวหลานสาว อาจารย์ มรภ.สวนสุนันทาตายอีกรายทั้งชุดนอน ก่อนระเบิดขมับฆ่าตัวหนี ความผิด เผยมีเรื่องระหองระแหง ในครอบครัวปมมรดกจนฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาล มือปืนโหดอาศัยช่วงเมียที่เป็นน้าแท้ๆ ของหลานออกไปทำธุระนอกบ้านตั้งแต่เช้าก่อเหตุสยองคาบ้านเดี่ยวหลังโตย่านท่าดินแดง
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 มิ.ย. ร.ต.อ.เจตน์ นิลพฤกษ์ รอง สว.(สอบสวน) สน.สมเด็จเจ้าพระยา รับแจ้งเหตุยิงกันตายภายในบ้านเลขที่ 3 ซอยท่าดินแดง 6 ถนนท่าดินแดง แขวงและเขตคลองสาน กรุงเทพฯ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ก่อนนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมพล.ต.ต.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผบก.น.8 พ.ต.อ.สุนทร มาลาเวช ผกก.สน.สมเด็จ เจ้าพระยา เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ กก.สส.บก.น.8 เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่ พฐ. แพทย์ร.พ.ศิริราช และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ในเนื้อที่ 393 ตารางวา มีรั้วรอบขอบชิดตั้งอยู่สุดซอย ที่ตัวบ้านบริเวณชั้น 2 ติดป้ายประกาศขายบ้านหลังดังกล่าวพร้อมที่ดิน ส่วนข้างบ้านพบรถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน 1 กฆ 1353 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ในสภาพกระจกประตูฝั่งคนขับถูกรัวยิงด้วยอาวุธปืนจนพรุนรวม 8 รู บริเวณเบาะคนขับพบศพนายกัลป์ หุตะกมล อายุ 50 ปี บรรณาธิการนิตยสารยานยนต์ ถูกกระสุนปืนเจาะเข้าศีรษะ ลำตัว และหน้าอก รวม 12 นัด เสียชีวิตคาที่ บนพื้นสนามหญ้าพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. ตกกระจายเกลื่อน

มรดกเลือด – ตำรวจปิดล้อมที่เกิดเหตุนายอดิศักดิ์ ชื่นอารมณ์ อายุ 67 ปี อดีตขรก.ระดับสูง ใช้ปืนยิงหลานภรรยาเสียชีวิต 2 ราย แล้วฆ่าตัวตาย เหตุจากขัดแย้งเรื่องมรดก ที่บ้านพักในซอยท่าดินแดง 6 เขตคลองสาน กทม. เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.
ส่วนในตัวบ้านบริเวณหน้าห้องนอนชั้นล่าง ตรงโถงทางเดินก่อนขึ้นชั้นบน พบศพน.ส.กนกวรรณ แก้วประเสริฐ อายุ 49 ปี อาจารย์ประจำคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา น้องสาวของนายกัลป์ นอนจมกองเลือดสภาพสวมชุดนอนลายดอกสีชมพู พบบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาดเดียวกันเข้าศีรษะ 2 นัด ข้างศพยังพบปลอกกระสุนปืนตกอยู่ 2 ปลอก ส่วนในห้องนอนชั้นล่างพบศพ นายอดิศักดิ์ ชื่นอารมณ์ อายุ 67 ปี อดีตเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิรูปที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์ น้าเขยของนายกัลป์และน.ส.กนกวรรณ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาดเดียวกัน เข้าขมับขวา นอนจมกองเลือด โดยมีอาวุธปืน พกขนาด 9 ม.ม. ตกอยู่ข้างมือขวา
พล.ต.ต.มานพเผยผลสอบสวนว่า บ้านหลังที่เกิดเหตุมีผู้พักอาศัยกันอยู่รวม 4 คน คือผู้ตายทั้ง 3 ราย และภรรยาของนายอดิศักดิ์ผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นน้าสาวของนายกัลป์และน.ส.กนกวรรณ ก่อนหน้านี้นายอดิศักดิ์ซึ่งเป็นอดีตข้าราชการระดับสูง และป่วยเป็นมะเร็งตับระยะสุดท้าย มีเรื่องฟ้องร้องปมมรดกกับหลานทั้งคู่ ทำให้มีเรื่องระหองระแหงในครอบครัวมานาน ก่อนเกิดเหตุภรรยานายอดิศักดิ์ออกจากบ้านไปทำธุระตั้งแต่เช้า เมื่อกลับมาถึงบ้านพบว่าทั้ง 3 คนกลายเป็นศพไปแล้ว
เบื้องต้นสันนิษฐานว่านายอดิศักดิ์ฉวยจังหวะที่ภรรยาไม่อยู่บ้านเข้าไปพูดคุยเจรจากับหลานทั้งสอง ขณะที่นายกัลป์กำลังจะขับรถออกไปทำงาน คาดตกลงกันไม่เป็นผล ทำให้นายอดิศักดิ์ชักอาวุธปืน ที่พกมารัวยิงใส่นายกัลป์ผ่านกระจกรถ จนตายคาที่ ก่อนตามไปยิงน.ส.กนกวรรณที่ยังไม่ทราบว่าอยู่ร่วมวงสนทนา แล้ววิ่งหนี ไปช่วงเกิดเหตุจนถูกตามไปยิง หรือนอนอยู่แล้วออกมาดูเพราะได้ยินเสียงปืนทำให้เสียชีวิตคาชุดนอน หลังก่อเหตุนายอดิศักดิ์เข้าไปขังตัวในห้องนอนก่อนตัดสินใจ ฆ่าตัวตายหนีความผิด
หลังเสร็จสิ้นการชันสูตรพลิกศพ ตำรวจ มอบศพผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งส่งนิติเวช ร.พ.ศิริราช ให้แพทย์ผ่าชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนประสานญาติให้ติดต่อขอรับกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา