ใช้สูตรเอี่ยว‘ฟอกเงิน’ลวงโอนสูญเงิน8แสน
แพทย์หญิงเสียท่าแก๊งคอลลวงโอน 8 แสน อ้างเป็นตร.จะจับฟอกเงิน หลอกโอนเงินมาตรวจสอบ ไซเบอร์ตามรวบเข้าบัญชีรับโอนเงิน เป็นสาวตกงาน อ้างโดยแอพฯเงินกู้ออนไลน์ แฮ็กบัญชีไปใช้ทำธุรกรรมผิดกฎหมาย จนธนาคารแจ้งเตือน พร้อมร่วมอายัดเงินในบัญชีไว้กว่า 2 ล้าน
เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รองผบช.สอท., พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รองผบช.สอท. สั่งการให้พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย ผบก.สอท.4 จับกุมน.ส.ธัญญาภัทร์ อุดมพันธ์ อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดกำแพงเพชร ที่ จ.1 19/2566 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2566 ข้อหา เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้องหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน
โดยแพทย์หญิงจากโรงพยาบาลในจังหวัดกำแพงเพชร แจ้งต่อสภ.เมืองกำแพงเพชร ถูกหลอกให้โอนเงิน โดยมีโทรศัพท์แอบอ้างว่าเป็นร้อยเวรของ สภ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย บอกว่าตนเองได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินเกี่ยวกับยาเสพติดและพูดจาโน้มน้าวจนหลงเชื่อ และโอนเงินไปเพื่อตรวจสอบบัญชีเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ จึงได้โอนเงิน 3 ครั้งรวมเป็นเงิน 819,100 บาท หลังจากโอนเงินไปแล้วมาทราบทีหลังว่าถูกหลอก จึงได้มาแจ้งความ
เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่าน.ส.ธัญญาภัทร์ มาพักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 2/2 ซ.มหาชัยดำริห์ 10/1 ถ.มหาชัยดำริห์ ต.ตลาด อ.เมืองมหาสารคาม จ.มหาสารคาม จึงเข้าตรวจสอบและได้รับแจ้งว่าผู้ต้องหาออกไปทำธุระ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงติดตามจับกุมตัวได้ที่บริเวณถนนสาธารณะ ในต.ขามเรียง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม

ตุ๋น‘พญ.’ – ตร. ไซเบอร์จับกุมน.ส. ธัญญาภัทร์ อุดมพันธ์ ที่ริมถนนอ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม เจ้าของบัญชีม้าที่แก๊งคอลฯ สวมรอยเป็นตำรวจโทร.ตุ๋นแพทย์หญิงในจ.กำแพงเพชร ให้โอนเงินเกือบล้านบาท เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.
สอบสวนน.ส.ธัญญาภัทร์ ให้การรับสารภาพว่า ตนเองได้เปิดบัญชีธนาคารออมสินได้มาประมาณ 8 ปีแล้ว และเมื่อเดือนพ.ค.66 ที่ผ่านมาตกงาน และได้ค้นหาแอพฯ กู้เงินออนไลน์ในกูเกิล ได้พบแอพฯ หนึ่งซึ่งมีหน้าโปรไฟล์เป็นรูปโลโก้ของธนาคารตนเองหลงเชื่อว่าเป็นแอพฯ ของธนาคารจริง จึงได้ติดต่อไปเพื่อจะขอกู้เงินและเจ้าของแอพฯ ก็ได้ให้ตนทำตามขั้นตอน เช่นการสแกนใบหน้า ส่งรูปบัตรประจำตัวประชาชนหน้าหลังและให้ตนส่งหมายเลขบัญชีให้ หลังจากที่ทำรายการเสร็จแอพฯ ดังกล่าวแจ้งกับตนเองว่าได้ทำรายการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้รอการอนุมัติเงินกู้จากธนาคารต่อไป
น.ส.ธัญญาภัทร์กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นไม่นานได้รับแจ้งจากธนาคารว่าได้มีเงินเข้าบัญชีธนาคารของตนแบบผิดปกติให้ตนตรวจสอบ หลังจากที่ตรวจสอบพบว่ามีเงินเข้ามาในบัญชีธนาคารของตนจริงเป็นเงินจำนวนเงินเกือบ 2 ล้านกว่าบาท และถูกถอนออกจากบัญชี โดยที่ตนเองไม่ได้เป็นคนทำธุรกรรมเลย และหลังจากนั้นก็มีเงินเข้ามาในบัญชีของตนเรื่อยๆ จนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งกับธนาคารเพื่ออายัดบัญชีของตน จากการตรวจสอบบัญชีของตนตอนนี้มียอดเงินที่เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งอายัดกับธนาคารไว้เป็นเงินในบัญชีตนกว่า 2 ล้านบาท
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.กำแพงเพชร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป