อ้างตร.ขอสอบพัวพันฟอกเงินหมดตัว7แสน

สาวไร่อ้อยอุดรสุดช้ำ แก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเป็นตำรวจหลอกโอนเงินตรวจสอบสูญ 7 แสนบาท ใช้สูตรสำเร็จยกคดียาเสพติด หว่านล้อมจนหลงเชื่อ สุดแสบบอกให้ขายทอง 10 บาท โอนเงินมาให้ด้วย เหยื่อเอะใจแจ้งตร.-อายัดบัญชี แต่ไม่ทันโดนโอนออกไปหมดแล้ว ขณะให้การตร.แก๊งคอลยังไลน์มาโน้มน้าวให้ขายทองอีกถึง 4 ครั้ง

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 15 มิ.ย. พ.ต.ท.อำนาจ พรมสาลี สว.สอบสวน สภ.บ้านผือ จ.อุดรธานี รับแจ้งจาก 2 สามีภรรยาผู้เสียหายวัย 49 ปีและ 47 ปี ชาว ต.หายโศก อ.บ้านผือ ว่าถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์มาหลอกลวงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด ต้องถูกตรวจสอบทรัพย์สินทั้งหมด จนหลงเชื่อและโอนเงินไปกว่า 7 แสนบาท โดยมีหลักฐานเป็นภาพการพูดผ่านโปรแกรมไลน์ และสลิปการโอนเงินผ่านทางแอพพลิเคชั่นธนาคาร ก่อนเข้าให้ข้อมูลต่อพ.ต.ต.นิคม ยะจอม สว.สส.สภ.บ้านผือ

ผู้เสียหายเล่าว่า เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 14 มิ.ย.ได้รับโทรศัพท์จากผู้หญิง คนหนึ่ง อ้างตัวว่าเป็นตำรวจ สภ.เมืองตาก แจ้งว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดในพื้นที่ ต้องถูกตรวจสอบทรัพย์สินมีค่าทั้งหมด เพราะจะต้องส่งให้ปปง. เมื่อตรวจสอบแล้วจะโอนคืนให้ โดยส่งข้อมูลคดีและภาพถ่ายมาให้ ส่งเอกสารที่อ้างว่ามาจากปปง.จนหลงเชื่อและแอดไลน์ “สภ.เมืองตาก” เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม โดยบอกว่าจะมีตำรวจระดับรองสารวัตรและสารวัตร โทร.หาผ่านไลน์อีกครั้ง กระทั่งช่วงเที่ยงมีการโทร.ผ่านไลน์กลับมา มีการพูดจาหว่านล้อมให้หวาดวิตกจนหลงเชื่อ เนื่องจากที่ผ่านมาครอบครัวเคยถูกตำรวจมาตรวจค้นที่บ้านมาแล้ว จึงเกิดความหวาดกลัว

เหยื่อแก๊งคอลฯ – สาวไร่อ้อยพร้อมด้วยสามีแจ้งความที่สภ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็นตำรวจ สภ.เมืองตาก ให้แอดไลน์ของโรงพัก ข่มขู่ว่าเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดให้โอนเงินไปตรวจสอบจนสูญเงินไปหมดตัวกว่า 7 แสนบาท เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.

ผู้เสียหายกล่าวต่อว่า ต่อมาเวลา 14.00 น.วันเดียวกัน จึงเริ่มโอนเงินไปให้เขาผ่านแอพฯ ธนาคาร นั่นคือครั้งแรก เขาก็ถามอีกว่ามีทรัพย์สินอะไรอีก ตนก็บอกไปว่ามีเงินในบัญชีของสามีอีกจำนวนหนึ่ง มีบ้าน 1 หลัง รถยนต์ 3 คัน ที่ดิน 29 ไร่ และสร้อยคอทองคำ 10 บาท เขาก็บอกว่าต้องโอนเงินส่งมาตรวจสอบทั้งหมด จึงทยอยโอนจากบัญชีสามีและลูกชายไปอีก 3 ครั้ง จนถึงช่วง 16.00 น.ได้โอนไปอีกรวมแล้วเป็นเงิน 7 แสนกว่าบาท และเขายังบอกให้ขายทอง 10 บาท โอนไปให้อีก ทำให้เริ่มเอะใจ จึงบ่ายเบี่ยงว่าติดธุระและไปปรึกษาอดีตนายจ้าง ไปอายัดบัญชีธนาคาร และมาแจ้งความในวันนี้

ผู้เสียหายให้การเพิ่มเติมไปอีกว่า จนมาเช้าวันนี้รีบออกมาที่โรงพัก ระหว่างที่พูดคุยอยู่กับชุดสืบสวนอยู่นั้นก็ยังมีการส่งข้อความไลน์มาหาอีก โทร.มาอีก 4 ครั้ง โน้มน้าวให้ขายทองอีก 10 บาท แต่ยังไม่แสดงอาการว่ารู้ตัวแล้ว ซึ่งก็บอกเขาไปว่ายังติดธุระอยู่ ชุดสืบสวนประสานธนาคารเพื่อตรวจเช็กบัญชีที่โอนไป ก็พบว่าเงินในบัญชีทั้ง 2 ถูกโอนออกไปจนหมดแล้ว ครอบครัวตนทำไร่อ้อย และเป็นนายหน้ารับซื้ออ้อยส่งนายจ้าง ทำงานเก็บเงินมากว่า 10 ปี เงินทั้งหมดก็เก็บไว้เพื่อใช้หนี้เครื่องจักร หนี้ธนาคาร ด้วยความกลัวว่าจะมีความผิดด้วยจึงหลงเชื่อ ต้องสูญเสียเงินไปจนเกลี้ยงบัญชีทั้งหมด เห็นแต่ในข่าวไม่คิดว่าจะเจอกับตัวเอง ฝากเป็นอุทาหรณ์ให้กับทุกคนด้วย และอยากให้ตำรวจจับคนร้ายให้ได้ อยากได้เงินคืน เพราะเดือดร้อนมาก

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และให้ผู้เสียหาย แจ้งผ่านความดำเนินคดีแอพพลิเคชั่นของ สตช.ร่วมด้วย คาดว่าบัญชีธนาคารทั้ง 2 บัญชี ที่ผู้เสียหายโอนไปจะเป็นบัญชีม้า และกลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มนี้ มีฐานกระทำความผิดอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน (กัมพูชา) ซึ่งจะได้รวบรวมหลักฐานทั้งหมด เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน